Skip to content

Library Of Heaven’s Path 784

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 784 ปรมาจารย์จาง ของคุณจะสั้นไปไหม?

ไม้ขนไก่? อิ้งชิงแทบทรุด

C

หอกที่อยู่ในมือของเขาเป็นอาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นสูงซึ่งใช้หยกคุณภาพดีที่สุดจากทะเลตะวันออก มีความยาวถึง 2.3 เมตร และส่วนปลายก็ทำจากหยกชนิดพิเศษ มีความคมกริบชนิดที่ สามารถตัดโลหะและหน่วงความคิดของของคู่ต่อสู้ได้

ผมมีอาวุธทรงพลังขนาดนี้ แต่คุณจะสู้กับผมด้วยไม้ขนไก่?

อุปกรณ์นั่นทำจากไม้ไผ่ธรรมดา! เจอหอกเข้าทีเดียวก็ขาดเป็น 2 ท่อนแล้ว คุณคิดจะสู้กับผมแบบไหน?

ไม่ใช่เฉพาะอิ้งชิง คุณชายโหลวฮวนก็อึ้งไป

เอาไม้ขนไก่สู้กับอาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นสูงนี่นะ? ปรมาจารย์จาง คุณไม่คิดว่าตัวเองจะดูถูกอีกฝ่ายมากเกินไปหรือ?

แต่แหม…ทำไมเห็นภาพนี้แล้วผมรู้สึกยินดีปรีดาอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้!

“ได้ เดี๋ยวมา!” คุณชายโหลวฮวนยิ้มมุมปากและรีบวิ่งออกไปอย่างตื่นเต้น

“คุณ” เห็นสีหน้าลิงโลดของคุณชายโหลวฮวน อิ้งชิงเดือดปุดๆ “ปรมาจารย์จาง ผมท้าคุณดวลด้วยความจริงใจ และในเมื่อคุณตอบรับแล้ว ก็ควรจะเอาจริงเอาจังกับมัน ในฐานะปรมาจารย์ด้วยกัน คุณไม่คิดว่ามันไม่เหมาะสมบ้างหรือที่หยามหน้าผมแบบนั้น?”

“หยามหน้า?”

จางเซวียนส่ายหน้า “ผมไม่ได้พยายามหยามหน้าคุณ และคุณก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่ผมจะต้องทำขนาดนั้นด้วย เหตุผลที่ผมไม่ใช้หอกสู้กับคุณก็เพราะศิลปะเพลงหอกของผมมีพลังมากเกินไป เกรงว่าจะพลั้งมือสังหารคุณหากควบคุมพละกำลังได้ไม่ดีพอ และนั่นจะต้องเป็นปัญหาใหญ่ ถึงไม้ขนไก่จะดูเหยาะแหยะไปสักหน่อย แต่ก็ควบคุมได้ง่ายกว่ามาก แน่นอนว่าจะไม่ทำให้คุณได้รับบาดเจ็บ!”

เขาไม่มีเจตนาจะหยามหน้าอิ้งชิงเลยจริงๆ

แต่ก็พอเข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงคิดแบบนั้น ถ้าเขาอยากจะหยามหน้าจริงๆ ล่ะก็ ใช้มือเปล่าปราบแบบนัดเดียวจอดโดยไม่ใช้อาวุธใดๆ เลยก็ยังได้

พูดกันตามตรง เท่าที่เขาเลือกใช้ไม้ขนไก่เป็นอาวุธก็ถือว่าให้เกียรติอีกฝ่ายแล้ว

“คุณ” อิ้งชิงโมโหหนักจนแค่นหัวเราะออกมา นัยน์ตาของเขาหรี่ลงอย่างดุร้ายขณะตวาดก้อง “ได้สิ! ขอผมดูหน่อยว่าเพลงหอกของคุณทรงพลังแค่ไหน!”

สำหรับนักเรียนเกรด 4 แถวหน้าที่มีเด็กใหม่คนหนึ่งมาบอกว่าเกรงจะพลั้งมือสังหารเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ เท่านี้ก็ทำให้อิ้งชิงเดือดจัดจนอยากจะเข้าไปฉีกเนื้ออีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ อยู่ตรงนั้น

ระหว่างที่ทั้งคู่สนทนากันอยู่ คุณชายโหลวฮวนก็รวบรวมไม้ขนไก่จากบริเวณโดยรอบได้ 10 กว่าอันและโยนขึ้นมาบนเวทีให้จางเซวียนเลือก

จางเซวียนสุ่มเลือกขึ้นมาอันหนึ่งก่อนจะหันไปทางอิ้งชิง “เราเริ่มกันได้แล้ว”

“แกมันรนหาที่ตาย!”

เห็นจางเซวียนตั้งใจใช้ไม้ขนไก่สู้กับเขาจริงๆ อิ้งชิงคำรามกร้าวขณะที่หอกในมือของเขาก็พุ่งตรงเข้าใส่ราวกับมังกรผงาด

เกิดลมพายุทรงพลังราวกับจะกวาดทุกสิ่งโดยรอบให้ราบคาบไป

หอกระดับจิตวิญญาณขั้นสูงที่ชูขึ้นไปในอากาศและได้รับการถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปนั้นทำให้เกิดเสียงกึกก้องทรงพลังที่พุ่งเข้าใส่จางเซวียนจนแสบแก้วหู

“แข็งแกร่งจริงๆ”

เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวนั้น คุณชายโหลวฮวนและคนอื่นๆ อดหรี่ตาไม่ได้

แม้อิ้งชิงจะได้ลดระดับวรยุทธลงมาเป็นนักรบสะพานจักรวาลขั้นสูงสุดแล้ว แต่พละกำลังที่เขาแสดงออกมาในการโจมตีครั้งนี้ก็ยังสูงเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานไหว

บางทีอาจจะเป็นการกล่าวเกินจริงไปหากจะพูดว่าท่วงท่านี้ไม่มีนักรบสะพานจักรวาลคนไหนเทียบชั้นได้ แต่จะไม่เกินจริงเลยหากกล่าวว่าในสถาบันคงมีนักรบสะพานจักรวาลจำนวนน้อยกว่าหยิบมือที่ทำได้ขนาดนี้

อันที่จริง ต่อให้นักรบขั้น 7-การสอดประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบขั้นต้น เจอกระบวนท่านี้เข้าไปก็ยังต้องถอย ไม่กล้าเผชิญหน้าตรงๆ

แล้วปรมาจารย์จางจะต้านทานการโจมตีอันทรงพลังขนาดนี้ด้วยไม้ขนไก่นี่นะ?

ทุกคนหันขวับไปมองจางเซวียนโดยอัตโนมัติและเห็นเขายืนไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อหน้าการสำแดงพละกำลังของอีกฝ่าย ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มน้อยๆ ขณะที่ยื่นมือออกไปและแนบนิ้วชี้กับนิ้วกลางเข้าด้วยกัน

ฟึ่บ!

ด้วยกิริยานั้น พลังของเพลงหอกอันไร้เทียมทานก็ถูกหนีบไว้ด้วยปลายนิ้วของเขา

ราวกับติดหล่ม มังกรที่ผงาดจากเพลงหอกของอีกฝ่ายอยู่เมื่อครู่กลับไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ไม่ว่าจะดิ้นรนหนักหน่วงสักแค่ไหน

ตุ้บ ปั้ก พลั่ก!

ขณะที่หอกของอิ้งชิงยังนิ่งงันอยู่แบบนั้น จางเซวียนก็เงื้อไม้ขนไก่ขึ้นและฟาดหน้าอิ้งชิงไม่หยุด

แค่ชั่วพริบตา ใบหน้าของอีกฝ่ายก็มีรอยแดงก่ำเต็มไปหมด

“มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในการดวลได้ด้วยหรือ?”

“ทำไมถึงดูราวกับผู้ใหญ่สอนเด็ก?”

“มันควรจะเป็นการดวลที่เอาจริงเอาจัง แต่ว่า…”

……

ฝูงชนด้านล่างเวทีถึงกับอึ้งไปตอนที่พวกเขาเห็นพลังเพลงหอกที่อิ้งชิงสำแดงออกมา ก่อนหน้านี้พวกขาพากันหวั่นใจว่าปรมาจารย์จางจะถูกจัดการ ใครจะคิดว่าปรมาจารย์จางจะหยุดหอกนั้นได้ด้วยนิ้วเพียง 2 นิ้ว!

ไม่ว่าอิ้งชิงจะพยายามยื้อยุดฉุดกระชากแค่ไหน หอกนั้นก็ยังติดอยู่ระหว่างปลายนิ้วของจางเซวียน ไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อนเลย ทำให้เขาตกเป็นเป้านิ่งของไม้ขนไก่อันนั้น

ทุกคนต่างคิดว่าการดวลครั้งนี้คงเป็นการดวลอันเข้มข้นระหว่างผู้เชี่ยวชาญ 2 คน แต่ลงท้ายกลับกลายเป็นการถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว!

“เฮ้ยยยยย!” อิ้งชิงนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเก่งกาจถึงขนาดคว้าหอกของเขาไว้ได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น ด้วยความตื่นตระหนก เขาดิ้นรนต่อสู้ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี แต่ก็ไม่สามารถดึงหอกออกจากนิ้วของจางเซวียนได้ สุดท้ายก็คำรามก้อง “ปล่อยนะ!”

ในเวลาเดียวกัน เขาก็รวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่างกายเพื่อดึงหอกกลับอย่างเต็มกำลัง

เพราะตราบใดที่หอกยังอยู่ในมือของอีกฝ่าย เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย

“อยากได้คืนหรือ? เอาไปสิ!”

เมื่อรู้สึกได้ว่าแรงที่ใช้ดึงออกจากปลายนิ้วของเขาหนักหน่วงขึ้นทุกที จางเซวียนยิ้มและปล่อยนิ้ว

ตึ้งงงงงงง!

พละกำลังจากด้านของจางเซวียนที่หายไปอย่างกะทันหันทำให้อิ้งชิงถอยกรูดไปทันที ด้วยความพยายามจะหยุดยั้งตัวเองไว้ ลงท้ายก็ปรากฏรอยเท้าหนักๆ หลายรอยบนเวทีประลองนั้น

“แก! ตายซะ!”

แม้อิ้งชิงจะอยู่ในสถานการณ์ที่แสนกระอักกระอ่วน แต่เมื่อดึงหอกออกมาได้แล้ว เขาก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเสียงลมวู่หวิวจากหอกของเขา เขากวัดแกว่งมันเข้าใส่จางเซวียน

ในเมื่อคมหอกทำอะไรไม่ได้ การกวัดแกว่งก็น่าจะใช้ได้ผล!

ครู่ต่อมา ด้วยวิธีการอะไรสักอย่าง ร่างที่อยู่ตรงหน้าเขาก็พร่าเลือนไป และนิ้ว 2 นิ้วก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ จัดการยับยั้งการเคลื่อนไหวของหอกในมือเขาได้อย่างง่ายดายอีก

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้อิ้งชิงตัวสั่นอย่างหนัก

เขาได้กวัดแกว่งหอกอย่างเต็มพละกำลังเพื่อกันไม่ให้หมอนั่นคว้าหอกของเขาได้อีก แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงยังคว้าหอกของเขาได้?

ไม่น่าเป็นไปได้เลย!

ก่อนที่จะทันได้คิดอะไรมากกว่านั้น ไม้ขนไก่ก็กระหน่ำตีเขาอีกชุด

แม้จะเป็นเพียงแท่งไม้ไผ่ แต่ก็มีพลังปราณที่ถูกถ่ายทอดเข้าไปภายใน ด้วยเหตุนี้จึงสร้างความเจ็บปวดได้มากกว่าถูกเข็มขัดหนังฟาดเสียอีก ผ่านไปสองสามที ใบหน้าของอิ้งชิงก็แดงก่ำและมีเลือดไหลซึมออกมา

“เวรเอ๊ย!”

ขนาดรับมือกับคู่ต่อสู้ที่มีระดับวรยุทธเท่ากัน เขาก็ยังถูกไม้ขนไก่ฟาดจนเลือดอาบ อิ้งชิงรู้สึกเหมือนตัวเองจะเสียสติ

เขากระโจนไปข้างหน้าและดึงหอกออกจากปลายนิ้วของจางเซวียนอย่างแรง

เขาปล่อยพละกำลังเต็มพิกัดจนถึงขนาดที่พลังปราณแทบจะระเบิดจากการใช้งานเกินขนาด และแรงยึดที่อีกฝ่ายยึดหอกของเขาไว้ก็หายวับไปอีกครั้ง

ตึ้งงงงง

ด้วยเหตุนี้ อิ้งชิงจึงกระเด็นหงายหลังไปอีก แต่คราวนี้ ก่อนที่เขาจะยืนหยัดขึ้นได้ จางเซวียนก็พุ่งเข้าไปคว้าหอกของเขาไว้อีกและกระหน่ำไม้ขนไก่ใส่อีกครั้ง

โว้ยยยยยย! อิ้งชิงแทบปล่อยโฮ

เขาผ่านการดวลมามากมายตั้งแต่เริ่มฝึกฝนวรยุทธ แต่ไม่เคยเจอการดวลแบบนี้

ทุกครั้งที่เขาพุ่งหอกออกไป อีกฝ่ายก็จะคว้าหอกของเขาไว้และฟาดฟันเขาอย่างดุเดือด พอเขาพยายามจะดึงหอกออกจากการยึดกุมของอีกฝ่าย หมอนั่นก็จะปล่อยนิ้วทันที ทำให้เขาสูญเสียการทรงตัว จากนั้น หมอนั่นก็ใช้โอกาสจากการสูญเสียการทรงตัวของเขาเข้าคว้าหอกอีกครั้งหนึ่ง

นี่มันขี้โกงชัดๆ !

เราจะดวลกันแบบสมศักดิ์ศรีไม่ได้หรือ?

อ๊ากกกกกก!

ยิ่งคิด อิ้งชิงก็ยิ่งโมโห ไฟโทสะลุกโพลงอยู่ในอกของเขา

ด้วยความโกรธถึงขีดสุด สุดท้ายเขาก็เลิกกดข่มพลังปราณ ทำให้ระดับวรยุทธพุ่งขึ้นสู่สภาพปกติของตัวเอง

การประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบขั้นต้น

การประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบขั้นกลาง

……

การเรียงร้อยสวรรค์ขั้นสูงสุด!

ในชั่วพริบตา เขาก็กลับมาอยู่ในภาวะที่มีพละกำลังสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อได้พละกำลังกลับคืนมาแล้ว เขาก็หันขวับไปหาปรมาจารย์จาง หมายจะพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง แต่ก็เห็นฝ่ายนั้นถอยกรูดไปหลายเมตร

ด้วยมือที่ยังถือไม้ขนไก่ไว้มั่น หมอนั่นถามเขาหน้าตาเฉย “คุณยอมแพ้หรือยัง?”

“ยอมแพ้? ไม่มีทางหรอก! จากการดวลของเรา ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่แค่นักรบสะพานจักรวาลขั้นสูงสุดธรรมดา คุณกล้าสู้กับผมด้วยพละกำลังสูงสุดของผมหรือเปล่า?” อิ้งชิงกัดฟันกรอด

ถูกฟาดหน้าเสียขนาดนั้น เรื่องอะไรที่เขาจะยอมแพ้และปล่อยให้หมอนี่ลอยนวลไปง่ายๆ ?

อีกอย่าง จากการที่เขาสามารถคว้าหอกไว้มั่นได้อย่างง่ายดายจนเขาไม่สามารถดึงออกได้นั้น ก็บ่งบอกแล้วว่าพละกำลังของเขาเหนือกว่านักรบสะพานจักรวาลขั้นสูงสุดทั่วไป ในเมื่อเป็นแบบนี้ ต่อให้เขาใช้พละกำลังเต็มพิกัดกับอีกฝ่าย ก็คงไม่เรียกว่าเป็นการรังแก

“ก็ไม่มีปัญหานะ” จางเซวียนตอบหน้านิ่ง

ตอนแรกเขาก็ตั้งใจให้อิ้งชิงใช้พละกำลังเต็มพิกัดอยู่แล้ว แต่ฝ่ายนั้นยังดื้อดึงจะลดระดับวรยุทธลงมาให้ทัดเทียมกับเขาเพื่อความยุติธรรม แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ จะทดลองพละกำลังเสียหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร

“งั้นเริ่มเลย” จางเซวียนเงื้อไม้ขนไก่ขึ้นเพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่เขา

“รอเดี๋ยว!” เห็นท่วงท่าของจางเซวียน อิ้งชิงอดนึกถึงสภาพที่เขาถูกฟาดอย่างยับเยินเมื่อครู่ไม่ได้ เขาตัวสั่นด้วยความพรั่นพรึง จากนั้นก็กัดฟันกรอดและพูดว่า “ผมอยากดวลกับคุณด้วยศิลปะเพลงหอก แต่ไอ้ไม้ขนไก่นี่มันสั้นไป ทำให้กลายเป็นการดวลระยะประชิดแทน คุณจะช่วยใช้หอกดวลกับผมได้ไหม?”

การที่จางเซวียนคว้าหอกของเขาเอาไว้มั่นและฟาดเขาอย่างรุนแรงเมื่อครู่นั้นไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการดวลศิลปะเพลงหอก แต่เป็นการต่อสู้ระยะประชิด

หอกมีความยาวที่ทำให้เข้าถึงได้ยากและมีข้อจำกัดหากใช้งานในที่แคบ

เขาไม่อาจปล่อยให้หมอนั่นเปลี่ยนการดวลเป็นการต่อสู้ระยะประชิดได้อีก เพราะต่อให้เขาเรียกระดับวรยุทธเดิมกลับคืนมาแล้ว ก็คงจะลงเอยด้วยการถูกฟาดไม่ยั้งอย่างเมื่อครู่

“การต่อสู้ระยะประชิด? หอก?”

มีหรือที่จางเซวียนจะไม่เข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย เขาหัวเราะหึๆ และพูดว่า “คุณกำลังจะบอกว่าไม้ขนไก่ของผมสั้นเกินไปสำหรับคุณ อยากให้ผมสู้กับคุณด้วยอาวุธที่ยาวกว่านี้ใช่ไหม?”

“ใช่!” อิ้งชิงพยักหน้า

“ก็ได้อีกนั่นแหละ!” จางเซวียนพยักหน้าก่อนจะหันไปทางคุณชายโหลวฮวน “ช่วยผมมัดไม้ขนไก่พวกนี้เต่อกันที”

“ได้สิ!” คุณชายโหลวฮวนพยักหน้าก่อนจะกระโดดขึ้นมาบนเวทีประลองและพันไม้ขนไก่แต่ละอันต่อกันด้วยเชือกจากแหวนเก็บสมบัติของเขา

เมื่อไม้ขนไก่สิบกว่าอันถูกเชื่อมต่อกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมายาวกว่า 10 เมตร ดูเหมือนกิ่งไม้ยาวๆ

ช่างเป็นภาพที่สง่างามอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เห็นไม้ขนไก่เรียงต่อกันจนยาวเหมือนเสาธง และขนไก่เหล่านั้นพลิ้วไหวท่ามกลางสายลม

“เท่านี้ก็น่าจะยาวพอแล้วนะ ใช่ไหม?” จางเซวียนหยิบไม้ขนไก่ยาวเฟื้อยนั้นมา

“ได้!” อิ้งชิงตาโต

เพราะหอกของเขายาวเกินไป เขาจึงไม่อาจสำแดงประสิทธิภาพการต่อสู้ในระยะประชิดได้ ส่งผลให้มีสภาพทุเรศทุรังอย่างที่เป็นอยู่ แต่ตอนนี้ ในเมื่อจางเซวียนใช้อาวุธที่ยาวกว่า 10 เมตร ความได้เปรียบย่อมตกอยู่ที่เขา

เขาแน่ใจอย่างยิ่งว่าหมอนั่นจะต้องถูกโค่น และเขาจะได้แก้แค้นที่ถูกหยามหน้าเสียที

เมื่อได้การตอบรับจากอีกฝ่าย จางเซวียนสะบัดหอกยาวของเขาที่ทำจากไม้ขนไก่ 12 อัน เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ เขาพูดต่อด้วยสีหน้าทองไม่รู้ร้อน “ผมหวังว่าคุณจะไม่บ่นอีกนะถ้าคราวนี้แพ้”

“แน่นอน ไม่บ่นแน่ แต่คุณนั่นแหละที่ต้องระวังตัวให้ดี!” อิ้งชิงตอบอย่างมั่นใจ

ไม้ขนไก่นั้นมีความยาวมากกว่า 10 เมตร หากเขาอยู่ภายในระยะห่าง 10 เมตรจากจางเซวียน อีกฝ่ายก็ทำอะไรเขาไม่ได้

ด้วยความตื่นเต้น อิ้งชิงกวัดแกว่งหอกของเขาอีกครั้งและพูดว่า “เริ่มเลย!”

เห็นความมั่นอกมั่นใจของอีกฝ่าย จางเซวียนชูหอกของเขาตั้งตรงราวกับสายฟ้าที่พุ่งตรงสู่สวรรค์ เขาโบกมือซ้ายแล้วหัวเราะหึๆ “มา ผมจะต่อให้คุณ 39 เมตร!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!