ตอนที่ 809 เอาน่ะ, กล้าๆ หน่อย!
ได้ยินคำพูดของจงติ้งชุน เว่ยหรันเฉว่ถามอย่างของขึ้น “แล้วทีนี้จะทำอย่างไร? ต้องนั่งดูพวกเขาฆ่ากันหรือ?”
เธอยังตั้งใจจะเรียนศาสตร์แห่งนาฏศิลป์กับจางเซวียน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แล้วเธอจะไปเรียนจากใคร?
“ใจเย็นก่อน เราเข้าไปก้าวก่ายการดวลแบบชี้เป็นชี้ตายระหว่างนายแพทย์ไม่ได้ก็จริง แต่ถ้าเห็นใครคนหนึ่งตกอยู่ในอันตรายใกล้ตาย เราบอกให้พวกเขาล้มเลิกก็ได้นี่ ตราบใดที่พวกเขายอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเอง ผมคิดว่าเรื่องคงไม่บานปลายถึงขั้นจะฆ่าแกงกันหรอก!” จ้าวปิงฉูพูด
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เว่ยหรันเฉว่ก็หาวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ได้ จึงได้แต่พยักหน้ารับ “คงดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ตอนนี้แล้วล่ะ!”
ขณะที่พวกเขาใช้โทรจิตสื่อสารกันอยู่ ฝูงชนก็ส่งเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่
ผู้ที่ยืนอยู่รอบๆ เวทีล้วนแต่เป็นนายแพทย์เกือบทั้งหมด และเมื่อได้ยินว่าเป็นการดวลเรื่องการถอนพิษ ก็ได้แต่มองหน้ากันอย่างงงงัน
ไอ้แบบนี้มันไม่ใช่การแก้ไขความขัดแย้งแล้ว มันคือจะฆ่ากันให้ตาย!
เพราะมีโอกาสสูงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องเอาชีวิตไม่รอด
นักเรียนคนหนึ่งต่อต้านรองหัวหน้าโรงเรียนถึงขนาดนี้ เขาคิดอะไรอยู่?
“ท่านอาจารย์” หลัวฉีฉีซึ่งเพิ่งมาถึงและได้ยินข่าวถึงกับหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
“การดวลถอนพิษ?” หูเหยาเหย่าที่ยืนอยู่ข้างเธอก็เลิกคิ้ว ยากที่จะบอกว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่สองหมัดนั้นกำแน่น
“เอายาพิษของคุณออกมา เราจะแลกกัน ระยะเวลาที่กำหนดไว้คือ 1 ชั่วโมง ใครที่ถอนพิษได้สำเร็จก่อนก็ถือเป็นผู้ชนะ ถ้ามีใครตาย ก็ต้องโทษความโง่เง่าของตัวเองเท่านั้น!” โหยวฉู่คำรามอย่างสะใจ
เท่าที่ดูจากวีรกรรมของอีกฝ่าย เขาไม่น่าจะสู้กับหมอนี่ได้ในเรื่องการรักษาโรค แต่ในเรื่องการถอนพิษนั้น ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวในสถาบันปรมาจารย์ที่เก่งกาจเท่าเขา
“ไม่มีปัญหา!” จางเซวียนตอบด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลย!” โหยวฉู่สะบัดข้อมือและนำขวดหยกสีเขียวขุ่นออกมาใบหนึ่ง “นี่คือยาพิษของผม!”
เขากระดิกนิ้ว แล้วขวดนั้นก็ลอยไปหาจางเซวียน
จางเซวียนรับไว้ได้อย่างสบายๆ
แม้ยังไม่ได้เปิดขวด เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานอันน่าอัศจรรย์ที่ปั่นป่วนอยู่ภายในนั้น พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกขณะ
จางเซวียนเปิดใช้งานดวงตาหยั่งรู้เพื่อประเมินมัน
ซึ่งเขาก็เห็นรังสีดำมืดอยู่ภายในขวดนั้น ต่อให้นักรบระดับเซียนขั้น 1 กินเข้าไป โครงสร้างในร่างกายจะถูกทำลายในชั่วพริบตา ทำให้ต้องตายทันที
เมื่อค่อยๆ เปิดจุกขวด กลิ่นน่าคลื่นเหียนก็โชยออกมา ลำพังแค่กลิ่นเพียงอย่างเดียวก็มีพิษรุนแรงพอจะทำให้มนุษย์ธรรมดาสามัญคนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว
“นี่มันยาพิษชนิดไหนกัน?” จงติ้งชุนที่อยู่ด้านล่างเวทีถึงกับหน้าถอดสี
ในฐานะหัวหน้าโรงเรียนนายแพทย์และนายแพทย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด เขารู้สึกได้ถึงรังสีอันน่าสะพรึงที่อยู่ในขวดหยกใบนั้น ต่อให้เป็นเขาที่ต้องกินเข้าไป ก็ไม่น่าจะเอาชีวิตรอด
“ยาพิษนั้นรุนแรงมากเลยหรือ?” หัวหน้ามั่วถามอย่างร้อนรน
“รุนแรงมาก อย่าว่าแต่ 1 ชั่วโมงเลย ถึงให้เวลาผมเป็นวัน ผมก็ยังถอนพิษนั้นไม่ได้!” จงติ้งชุนส่ายหน้าอย่างเคร่งเครียด
“แม้แต่คุณก็รักษาไม่ได้? ถ้าอย่างนั้น” หัวหน้ามั่วถึงกับตาค้าง
จงติ้งชุนตอบหลังจากอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง “เราคงได้แต่หวังให้ความสามารถด้านการรักษาโรคของปรมาจารย์จางเหนือกว่าผมก็แล้วกัน เพื่อที่เขาจะได้ทำในสิ่งที่ผมทำไม่ได้!”
เมื่อได้รับรู้วีรกรรมน่าทึ่งของจางเซวียน จงติ้งชุนก็รู้ว่าทักษะการรักษาโรคของอีกฝ่ายสูงกว่าเขา จึงยากที่จะตัดสินอะไรลงไปในตอนนี้ ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เขาจึงคิดจะรอดูก่อน
“ดูเหมือนคุณจะเตรียมตัวมาดีนะ”
จางเซวียนปิดจุกขวดและหันไปมองโหยวฉู่
ไม่แปลกใจเลยที่หมอนี่จะเสนอการดวลถอนพิษ เพราะยาพิษของเขามีอานุภาพร้ายแรงจริงๆ
“นี่เป็นยาพิษที่ผมได้มาโดยบังเอิญ มีอานุภาพรุนแรงแม้แต่กับนักรบระดับเซียน แล้วไหนยาพิษของคุณล่ะ?” โหยวฉู่คำรามเยาะ
“ยาพิษของผม?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
แม้เขาจะเป็นกูรูยาพิษ แต่ก็ไม่เคยผสมยาพิษมาก่อน นับประสาอะไรกับยาพิษที่สังหารได้แม้กระทั่งนักรบระดับเซียน
ไม่มียาพิษชนิดไหนที่เขาจะนำออกมาจากแหวนเก็บสมบัติได้ในตอนนี้
“อะไรกัน? คุณไม่มีเหรอ? ตามกฎน่ะหมายความว่าคุณแพ้นะ” โหยวฉู่ตอบอย่างเลือดเย็น
กฎเกณฑ์ของการดวลถูกตั้งไว้อย่างชัดเจนแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะต้องมอบยาพิษของตัวเองให้อีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าจางเซวียนไม่มียาพิษจะให้ ก็แปลว่าโหยวฉู่ชนะไปโดยอัตโนมัติ
การที่โหยวฉู่เลือกวิธีดวลแบบนี้ก็เพราะเหตุผลที่ว่า เขาไม่คิดว่าจะมีใครในจักรวรรดิหงหย่วนที่จะมียาพิษซึ่งรุนแรงกว่ายาพิษในขวดหยกของเขาอยู่ในครอบครอง
“ได้สิ รอแป๊บนะ!” จางเซวียนโบกมืออย่างสบายๆ และครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองหัวหน้ามั่ว
“หัวหน้ามั่ว ไม่ทราบว่าคุณพอจะมี ‘วารีสำแดงพลัง’ ไหม?”
“วารีสำแดงพลัง?”
หัวหน้ามั่วอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะมีสีหน้างงงัน “คุณหมายถึงปัสสาวะของอสูรระดับเซียนหรือ?”
“ใช่ ถ้าคุณมี ขอผมสักหน่อย” จางเซวียนตอบ
วารีสำแดงพลังคือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการสำหรับปัสสาวะของอสูรระดับเซียน บรรดานายแพทย์มักเรียกกันแบบนี้เพื่อให้มันดูน่ารังเกียจน้อยลง
แม้วารีสำแดงพลังจะเป็นเพียงของเสียของอสูรระดับเซียน แต่ก็เป็นสิ่งที่อสูรวิเศษระดับต่ำกว่าหวาดกลัวกันมาก
เหล่าอสูรมักใช้ปัสสาวะของตัวเองกำหนดอาณาเขตดินแดน ซึ่งอสูรระดับเซียนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ด้วยเหตุนี้ นักฝึกอสูรส่วนใหญ่จึงมักพกสารีสำแดงพลังติดตัวเพื่อป้องกันการโจมตีจากอสูรวิเศษ
“คุณต้องการหรือ?” หัวหน้ามั่วขมวดคิ้วอย่างสงสัย เขามองหน้าจงติ้งชุน หวังว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าจางเซวียนคิดอะไรอยู่ แต่จงติ้งชุนก็ดูงงๆ ไม่แพ้กัน
ฝ่ายโน้นเอายาพิษอานุภาพรุนแรงออกมา แทนที่คุณจะหายาพิษไปสู้กับเขา กลับมาขอฉี่อสูรนี่นะ?
แม้วารีสำแดงพลังจะทำให้อสูรวิเศษออกห่างได้ แต่คุณคงไม่คิดว่ามันจะใช้การได้กับนักรบระดับเซียนหรอก ใช่ไหม?
“ได้สิ!” ถึงหัวหน้ามั่วจะงงงันอย่างไร ก็รู้ดีว่าปรมาจารย์จางคงไม่ได้พูดเล่น เขาจึงสะบัดข้อมือ และโยนน้ำเต้ายาวหนึ่งสือลูกหนึ่งขึ้นไปบนเวที
จางเซวียนรับมาเขย่าเบาๆ กลิ่นฉุนชวนคลื่นเหียนโชยออกมาทันที เขาพยักหน้าอย่างพอใจและหันไปมอง โหยวฉู่ “เอาล่ะ นี่คือยาพิษของผม!”
“…..”
โหยวฉู่พลันหน้าดำคร่ำเครียดราวกับก้นหม้อ เขาแทบสำลักตาย
จะบ้าหรือไง!
ฉันเอายาพิษร้ายแรงออกมา แต่แกยื่นน้ำเต้าฉี่ให้ฉัน มันหมายความว่าอย่างไรกัน?
เรียกไอ้สิ่งนี้ว่ายาพิษ ฉันดูเหมือนคนตาบอดหรือ?
ทุกคนก็เห็นกับตาว่าหัวหน้ามั่วเพิ่งโยนให้ แถมแกยังไม่ได้เปิดจุกด้วยซ้ำ พิษบ้าพิษบออะไร?
แกตั้งใจหยามหน้าฉันใช่ไหม?
จางเซวียน, ขอให้โคตรเหง้าของแกไปตายให้หมด
ต่อให้แกอยากหยามหน้าฉัน ก็ไม่ควรทำแบบนี้ นี่มันขี้โกง!
ไม่เฉพาะโหยวฉู่ที่แทบคลุ้มคลั่ง ฝูงชนที่เฝ้าดูการดวลอยู่ด้านล่างก็พลันเงียบกริบ นัยน์ตาของพวกเขาถลนจนแทบปะทุออกจากเบ้าราวกับเห็นผี
นี่มันการดวลถอนพิษ การดวลที่ตัดสินความเป็นความตายของทั้งสองฝ่าย
ยาพิษที่รองหัวหน้าโหยวนำออกมานั้นแผ่รังสีอันแสนน่าสะพรึง ลำพังแค่กลิ่นก็แทบจะสังหารคนได้แล้ว การที่คุณหายาพิษที่เทียบชั้นกับเขามาไม่ได้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เอาน้ำเต้าฉี่มาแทนนี่นะ?
ถ้าคุณเอาออกมาแบบเงียบๆ พวกเราก็ยังจะยังไม่คิดมาก แต่คุณกลับตะโกนถามหัวหน้ามั่วปาวๆ แล้วยื่นให้รองหัวหน้าโหยวทันทีที่ได้รับมา
จะทำอะไรให้มันมิดชิดกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?
ส่วนจงติ้งชุนก็ตาค้างและเกือบกระอักเลือด
ในฐานะนายแพทย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้ว่าปัสสาวะอสูรระดับเซียนนั้นไม่ได้มีพิษอะไรเลย
หัวหน้าจงหันไปถามหัวหน้ามั่ว “หัวหน้ามั่ว เป็นไปได้ไหมว่าวารีสำแดงพลังของคุณมีบางอย่างเป็นพิเศษ?”
“ไม่มีหรอก ผมเพิ่งเอามาจากอสูรระดับเซียนของผมเมื่อไม่นานนี้เอง” หัวหน้ามั่วก็งงงันกับเหตุการณ์หักมุมที่เกิดขึ้น เขาไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มบนเวทีคิดอะไรอยู่
“มีอะไรล่ะ? ผมก็เตรียมยาพิษของผมมาแล้วไง ถ้าคุณไม่กล้าดื่มล่ะก็ คุณแพ้นะ” จางเซวียนพูด ขณะที่ยังคงยื่นน้ำเต้าให้โหยวฉู่ผู้ไม่เต็มใจจะรับ
“แก” โหยวฉู่หายใจถี่กระชั้นขึ้นมาทันที เขาอยากจะเข้าไปบีบคอหมอนี่ให้ตายไปเสียรู้แล้วรู้รอด
เขาคิดว่าครั้งนี้ย่อมเป็นการดวลที่ง่ายดาย ต่อให้ยาพิษของอีกฝ่ายจะรุนแรงสักแค่ไหนก็ไม่มีทางที่หมอนั่นจะชนะ ใครจะไปคิดว่าเจ้านี่จะไม่เล่นตามกฎ เอาน้ำเต้าฉี่มายื่นให้เขา ต่อให้เขาดื่มเข้าไปแล้วชนะการดวล ก็คงไม่มีหน้าจะไปมองใครได้อีก!
กินฉี่เพื่อให้ชนะ ไปตายซะเถอะแก!
แต่ถ้าเขาไม่ดื่ม ก็หมายความว่าเขายอมถอยจากการดวล และตามกฎของการดวลแบบชี้เป็นชี้ตายระหว่างนายแพทย์ จางเซวียนจะทำอะไรกับเขาก็ได้
เขาเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดและรองหัวหน้าโรงเรียนนายแพทย์ จะให้มาจนมุมแบบนี้น่ะหรือ?
เห็นอีกฝ่ายยังหอบหายใจถี่ด้วยความเกลียดชังและแรงโทสะ จางเซวียนคำรามเยาะ “อย่าทำให้เสียเวลาเลยน่ะ ถ้าคุณไม่คิดจะดื่มมันล่ะก็ ยอมแพ้ซะ คุณเป็นคนกำหนดรายละเอียดของการดวลนะ ไม่ใช่ผม!”
อันที่จริง จางเซวียนก็ไม่ได้จงใจจะหยามหน้าโหยวฉู่
แต่เขาไม่มียาพิษติดตัว และหนังสือเกี่ยวกับยาพิษที่เขาได้อ่านมาก็มาจากห้องโถงแห่งยาพิษสาขาสันเขาบัวแดงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ความเชี่ยวชาญในฐานะกูรูยาพิษของจางเซวียนจึงอยู่แค่ระดับ 2 ดาว ด้วยความสามารถที่มีในตอนนี้ ไม่มีทางจะผสมยาพิษที่สังหารนักรบระดับเซียนได้เลย
หรือต่อให้เขาทำได้ เขาก็ไม่มีส่วนผสมครบครันพอ
ในเมื่อไม่มีทั้งสูตรยาพิษและส่วนผสม เขาจะผสมยาพิษได้อย่างไร?
เมื่อไม่มีทางเลือก จางเซวียนจึงต้องพึ่งพาพลังปราณเทียบฟ้าของเขา
หลังจากได้เรียนศาสตร์แห่งยาพิษเทียบฟ้าแล้ว เขาสามารถเปลี่ยนพลังปราณให้เป็นยารักษาโรคหรือยาพิษรุนแรงถึงตายก็ได้ เพียงแค่นึกชั่วอึดใจ
หากเขาต้องการเอาชนะโหยวฉู่ในการดวลถอนพิษ ก็ต้องใช้สิ่งนี้
แต่แน่นอนว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะปกปิดพลังปราณเทียบฟ้าจากโหยวฉู่ซึ่งเป็นนักรบระดับเซียน และด้วยความบริสุทธิ์ของมัน การเปิดเผยพลังปราณเทียบฟ้าย่อมจะนำปัญหายุ่งยากมาให้จางเซวียนไม่น้อย เขาจึงต้องใช้บางอย่างที่มีกลิ่นรุนแรงพอจะกลบเกลื่อน
แอลกอฮอล์เข้มข้นอาจใช้ได้ผลกับหลัวฉีฉีและคนอื่นๆ แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะได้ผลกับนักรบระดับเซียนด้วยหรือเปล่า
อีกอย่าง กลิ่นของวารีสำแดงพลังนั้นก็ฉุนกึกและน่าคลื่นเหียน ซึ่งการต้องดื่มของแบบนี้ต่อหน้าสาธารณชน อีกฝ่ายย่อมจะต้องพยายามกลืนลงคอไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะทำให้พลังปราณเทียบฟ้าหลอมร่วมเข้ากับพลังปราณของเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะพลันรู้สึกตัว
ถ้าสำเร็จล่ะก็ อย่าว่าแต่นายแพทย์ระดับ 6 ดาวเลย ต่อให้มีนายแพทย์ระดับ 9 ดาวอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
พลังปราณเทียบฟ้าคือพลังปราณที่บริสุทธิ์อย่างน่าทึ่ง ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เหมือนกับยาพิษทั่วไป ร่างกายจะไม่พยายามกำจัดมัน แต่จะปล่อยให้ซึมซับเข้าไปถึงอวัยวะสำคัญได้อย่างง่ายดาย หากผู้นั้นไม่รู้ตัว ก็แทบไม่มีทางขับออกจากร่างกายได้เลย
พูดง่ายๆ ก็คือเป็นโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาหาย
“นี่คือการดวลถอนพิษ แต่คุณกลับเอาน้ำเต้าที่บรรจุปัสสาวะอสูรระดับเซียนมาให้ผม มันผิดกฎนะ!” โหยวฉู่กัดฟันกรอดอย่างเดือดดาล
“ในฐานะนายแพทย์ คุณควรจะรู้ว่าปัสสาวะอสูรระดับเซียนก็ถือเป็นองค์ประกอบทางยาชนิดหนึ่งเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงจะไม่มีชื่อเรียกว่าวารีสำแดงพลัง มันสามารถใช้รักษาอาการ ‘ถูกธาตุไฟเข้าแทรก’ ‘พลังปราณอุดตันจากไฟและน้ำแข็ง’ และอาการป่วยอีกหลายร้อยโรค
“ในเมื่อมันเป็นองค์ประกอบทางยา ก็แน่นอนว่าย่อมใช้เป็นยาพิษได้เช่นกัน ยาพิษของคุณก็มีส่วนผสมที่เป็นองค์ประกอบทางยาอยู่มากมายไม่ใช่หรือ ทำไมของผมจะใช้ไม่ได้ล่ะ? ในเมื่อผมเต็มใจจะดื่มยาพิษของคุณ คุณก็ไม่ควรจะมีปัญหากับยาพิษของผม ถ้าคุณไม่ยอมดื่มล่ะก็ ผมคงต้องขอให้คุณยอมแพ้!” จางเซวียนโบกมืออย่างไม่แยแส
ลำพังแค่กลิ่นอันน่าคลื่นเหียนของวารีสำแดงพลังก็มากพอจะทำให้เป็นลมแล้ว แต่มันก็มีคุณสมบัติทางยาด้วย
และสิ่งใดก็ตามที่มีคุณสมบัติทางยาย่อมสามารถใช้เป็นยาพิษได้ เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่นายแพทย์
ในเมื่อวารีสำแดงพลังก็จัดเป็นยาพิษชนิดหนึ่ง จึงไม่ถือเป็นการผิดกฎ
เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหลบเลี่ยง โหยวฉู่กัดฟันกรอด “แกอยากให้ฉันยอมแพ้? ฝันไปเถอะ! ก็ได้ ฉันจะดื่ม ทำไมเราไม่ดื่มพร้อมกันล่ะ?”
“ดื่มพร้อมกัน ไม่ต้องหรอก!”
จางเซวียนกระดกยาพิษในขวดหยกเข้าปากโดยไม่ลังเล ก่อนจะหันไปมองหน้าโหยวฉู่ด้วยทีท่าเชื้อเชิญ
“เอาน่ะ, กล้าๆ หน่อย!”



