Skip to content

Library Of Heaven’s Path 858

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 858 จางเซวียน, ไม่รับ!

ในที่สุดก็ออกมาได้!

C

หลังจากฝึกวรยุทธให้จิตวิญญาณของตัวเองจนถึงขั้น 8-การเรียงร้อยสวรรค์แล้ว จางเซวียนก็ออกจากบ้านพักและมุ่งหน้าตรงไป ไม่ช้าก็ออกมาพ้นเขตพระราชวัง

เมื่อออกมาพ้นวังแล้ว เขาก็กวาดสายตาไปรอบๆและพยายามคาดเดาว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

จากนั้นก็กดข่มรังสีของตัวเองให้เหลือน้อยที่สุด แล้วรีบไปยังประตูทางเข้าพระราชวัง แล้วก็มาถึงห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง

ทันทีที่เข้าไปในห้องโถงใหญ่ จางเซวียนก็พุ่งกลับเข้ากายเนื้อพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก

ในการเดินทางสั้นๆครั้งนี้ แม้เขาจะไม่พบต้นโพธิ์เซียน แต่ก็ได้ประมวลศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้าขั้นการเรียงร้อยสวรรค์ จึงไม่ถือว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า

แถมเขายังได้เห็นรูปแบบการรักษาความปลอดภัยของพระราชวังด้วย โดยเฉพาะการปรากฏตัวของผู้ฝึกฝนวรยุทธด้านจิตวิญญาณ ความรู้ครั้งนี้จะทำให้เขาวางแผนการเคลื่อนไหวได้รัดกุมกว่าเดิมในครั้งต่อไป

เห็นจางเซวียนลืมตา หลัวฉีฉีซึ่งนั่งอยู่ข้างเขาเอ่ยถาม “ท่านอาจารย์ คุณฝึกฝนวรยุทธเสร็จแล้วหรือ?”

เธอกลัวแทบตายขณะที่ท่านอาจารย์กำลังฝึกฝนวรยุทธอยู่ เพราะไม่เพียงแต่เขาจะหยุดหายใจ แม้แต่หัวใจก็หยุดเต้นไปด้วย หากเขาไม่บอกเธอไว้ว่ากำลังฝึกฝนวรยุทธล่ะก็ เธอคงคิดว่าเขาตายไปแล้ว

“ใช่” จางเซวียนพยักหน้า “งานเลี้ยงเริ่มหรือยัง?”

“ยังหรอก แต่คงเร็วๆนี้แหละ แขกเหรื่อมาถึงกันหมดแล้ว” หลัวฉีฉีตอบ

ในที่สุด ขันทีคนหนึ่งก็ประกาศ “องค์หญิงมาแล้ว!”

ทุกคนหันขวับไปที่ประตูทางเข้าและเห็นร่างงดงามร่างหนึ่งเยื้องย่างเข้ามา เธอคือหยู่เฟยเอ๋อ

หยู่เฟยเอ๋ออยู่ในชุดสีม่วงที่ประดับด้วยเพชรพลอยมากมาย มันดูงดงามแวววาวเมื่อต้องแสงไฟของไข่มุกกระจ่างราตรี

เธอแต่งหน้าอ่อนๆ ซึ่งยิ่งขับเน้นเครื่องหน้าของเธอให้ดูงดงามขึ้นอีก ทำให้หัวใจของบรรดาชายหนุ่มในที่นั้นเต้นโครมครามไม่หยุด

เธอช่างสวยเหลือเกิน!

“องค์หญิง!” ไฟปรารถนาลุกโชนขึ้นในดวงตาของเสิ่นจวินเมื่อเห็นหยู่เฟยเอ๋อ เขารีบเข้าไปทักทายเธอ

แต่หยู่เฟยเอ๋อไม่ใส่ใจเขาแม้แต่น้อย เธอเดินผ่านเลยไป นัยน์ตากลมดำราวลูกปัดของเธอสอดส่ายไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว และไม่ช้าก็พบร่างของจางเซวียน

“ปรมาจารย์จาง ฉีฉี พวกเธออยู่ที่นี่กันหมดเลย!”

องค์หญิงรีบเข้าไปหาทั้งกลุ่มด้วยความตื่นเต้นดีใจ

แม้เธอจะเป็นผู้มอบจดหมายเชิญให้ปรมาจารย์จางด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะมาจริงๆหรือเปล่า เพราะด้วยบุคลิกนิสัยของอีกฝ่ายที่ไม่ได้เกรงใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แม้แต่เชื้อพระวงศ์

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นจางเซวียนเธอ จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เฟยเอ๋อ วันนี้เธอสวยจริงๆ!” หลัวฉีฉีชมเชยด้วยความจริงใจ

ในด้านความสวยความงาม ทั้งคู่ถือว่าสูสีกัน ต่างมีความงดงามและเสน่ห์ในแบบของตัวเอง แต่วันนี้หยู่เฟยเอ๋อแต่งตัวอย่างงดงามหรูหราเป็นพิเศษ ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจของงานทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง

“พี่เสิ่น นั่นคือไอ้คนงกที่คุณพูดถึงหรือเปล่า?” คุณชายหลิวเอ่ยถามเสิ่นจวิน

ก็เมื่อครู่คุณพูดกับเขาไม่ใช่หรือ?

ทำไมดูเหมือนองค์หญิงหยู่เฟยเอ๋อจะสนิทชิดเชื้อกับเขามากกว่าคุณเสียอีก?

“เออ!” เสิ่นจวินมีสีหน้าไม่สู้ดี

ต่อให้คุณชายหลิวไม่พูดออกมา เขาก็เห็นได้ชัดเจน

ตัวเขาแอบเหมาว่าหยู่เฟยเอ๋อเป็นผู้หญิงของตัวเอง และได้ทำลายโอกาสของคู่แข่งทุกคนที่บังอาจเข้ามาขวางทางแล้ว แม้แต่ชิงย่วนก็ยังต้องพ่ายแพ้ราบคาบ แล้วไอ้หมอนี่โผล่มาจากไหน?

เขาคิดว่าหมอนี่เป็นแค่คนกระจอกคนหนึ่ง แต่เท่าที่เห็น ดูจะไม่ใช่เสียแล้ว!

“องค์หญิงที่ 6 ครั้งสุดท้ายที่เราพบกันก็นานแล้วนะ ผมรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของคุณ จึงตั้งใจเตรียมสิ่งนี้มาให้”

เสิ่นจวินปกปิดความไม่พอใจในส่วนลึกเอาไว้และส่งยิ้มอบอุ่นก่อนจะเดินไปหาหยู่เฟยเอ๋ออีกครั้งและมอบกล่องหยกให้เธอ

วิ้ง!

พลังจิตวิญญาณเข้มข้นพวยพุ่งออกมาจากภายใน ทำให้ผู้ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นรู้สึกสดชื่นกระชุ่มกระชวย

“นี่คือพวงเครื่องในของอสูรเซียนขั้น 1 งูทะเล?” ใครคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชนอุทานออกมา

“พวงเครื่องในของอสูรระดับเซียน?”

“ช่างเป็นของขวัญล้ำค่าอะไรเช่นนั้น!”

เมื่อรู้เรื่อง ฝูงชนก็ส่งเสียงเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ ทุกคนอยู่ในอาการตกตะลึง

เสิ่นจวินหัวเราะหึๆกับความตื่นเต้นของฝูงชนและอธิบายอย่างลิงโลดใจ “ใช่แล้วนี่คือพวงเครื่องในของอสูรระดับเซียนขั้น 1 งูทะเล ผมรู้มาว่ามันมีอานุภาพในการบ่มเพาะร่างกายของนักรบ และหากสวมใส่มันเป็นประจำ จะช่วยปรับสภาวะจิตใจและเพิ่มความเร็วในการยกระดับวรยุทธด้วย ผมจึงตั้งใจเดินทางไปยังมหาสมุทรลึกเพื่อนำมาให้องค์หญิง!”

งูทะเลไม่ใช่สมาชิกของเผ่าพันธุ์มังกร มันเป็นแค่อสูรระดับเซียนชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรลึก แต่แน่นอนว่าพวงเครื่องในของมันถือเป็นของล้ำค่าหายาก

ด้วยอานุภาพและคุณสมบัติของมัน หากนักรบสวมใส่เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความเร็วของการยกระดับวรยุทธได้

ด้วยเหตุนี้พวงเครื่องในจึงมีราคาตกราวหินวิเศษขั้นสูงหลายร้อยก้อน

สมกับที่เป็นเสิ่นจวิน การคัดสรรของเขานั้นช่างน่าทึ่ง ภายในชั่วพริบตา บรรดาของขวัญที่คนอื่นๆเตรียมไว้ให้องค์หญิงก็ดูจะจืดไปทันที

“ขอบคุณมาก”

หยู่เฟยเอ๋อก็นึกไม่ถึงว่าเสิ่นจวินจะให้ของขวัญล้ำค่าขนาดนี้ แต่เธอก็รับไว้ด้วยความยินดีและเก็บมันเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติ

ในฐานะองค์หญิงของจักรวรรดิหงหย่วน ชั่วชีวิตนี้เธอได้พบทรัพย์สมบัติมาแล้วมากมาย พวงเครื่องในงูทะเลอาจมีค่าสูงก็จริง แต่ก็ไม่มากพอจะทำให้เธอตื่นเต้นจนเสียกิริยา

“ด้วยความยินดี!” เห็นหยู่เฟยเอ๋อรับของขวัญของเขา เสิ่นจวินเหยียดริมฝีปากยิ้มอย่างลิงโลด เขาหันไปมองจางเซวียนแล้วถามว่า “วันนี้เป็นวันเกิดขององค์หญิง ไม่ทราบว่าน้องจางเตรียมของขวัญอะไรมาให้เธอล่ะ?”

แล้วทุกสายตาก็หันไปจับจ้องจางเซวียน

ทุกคนเห็นอยู่ว่าองค์หญิงเดินตรงเข้าไปหาปรมาจารย์จางทันทีที่เข้ามาในห้องโถงใหญ่ ต่อให้หัวทึ่มหัวช้าแค่ไหนก็ชัดเจนว่าเสิ่นจวินกำลังท้าทายศัตรูหัวใจของเขา

“ผม? ผมไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย” จางเซวียนส่ายหน้า

เขาเพิ่งจะรู้ว่าวันนี้เป็นงานวันเกิดหยู่เฟยเอ๋อก่อนหน้าที่จะเข้ามาในห้องโถงใหญ่นี่เอง แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเตรียมของขวัญ?

เขาเองก็จนกรอบอยู่เกือบตลอดเวลา จึงไม่อาจหาทรัพย์สมบัติล้ำค่าอย่างพวงเครื่องในงูทะเลซึ่งเป็นอสูรระดับเซียนของอีกฝ่ายมาได้ แต่ต่อให้เขามีของล้ำค่าแบบนั้นอยู่ในครอบครอง ก็คงไม่มีทางมอบมันให้หยู่เฟยเอ๋อ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอไม่ได้สนิทชิดเชื้อเหมือนตัวเขากับหลัวฉีฉี

ในเมื่อเรื่องจริงคือเขาไม่ได้เตรียมของขวัญมา ก็ควรจะยอมรับออกไปตรงๆ

“คุณไม่ได้เตรียมของขวัญมา? แค่ก แค่ก!” เสิ่นจวินเตรียมเล่นงานจางเซวียนให้ดูต่ำต้อยด้วยของขวัญของเขา แต่เมื่อได้ยินคำตอบของจางเซวียนก็เกือบสำลัก

เขาคิดว่าจางเซวียนจะทำให้ความทุ่มเทของเขาดูโดดเด่นขึ้นมา แต่ใครจะไปคิดว่าหมอนั่นไม่ได้เตรียมของขวัญมาด้วยซ้ำ?

ฝูงชนต่างก็งงงันกับการเปิดเผยความจริงข้อนี้

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนที่ไม่ยอมเตรียมของขวัญมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดองค์หญิง แน่ใจนะว่าไม่ได้ล้อพวกเราเล่น?

เมื่อหายประหลาดใจแล้ว เสิ่นจวินคำรามเยาะ “น้องจาง เรื่องตลกของคุณนี่ไม่ตลกเลย องค์หญิงเชื้อเชิญพวกเรามางานวันเกิดของเธอ ก็เป็นธรรมดาที่พวกเราจะต้องมอบของขวัญ แต่คุณกลับมามือเปล่า คุณไม่คิดว่านี่เป็นการลบหลู่องค์หญิงหรอกหรือ?”

หยู่เฟยเอ๋อหน้าตึงเมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นจวิน “เสิ่นจวิน พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ปรมาจารย์จางเป็นแขกของฉันนะ!”

เห็นองค์หญิงออกรับแทนจางเซวียน เสิ่นจวินโมโหจนเลือดเดือดปุดๆ “องค์หญิง วันนี้เป็นวันเกิดของคุณ พวกเราเตรียมของขวัญมาให้คุณกันทั้งนั้น แต่ปรมาจารย์จางกลับเลือกมามือเปล่า ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ได้ให้ความเคารพคุณเลย!”

“เขา” หยู่เฟยเอ๋อกำลังจะบอกว่าเธอไม่ได้บอกจางเซวียนว่าวันนี้เป็นงานวันเกิดของเธอ ก็พอดีกับพี่เห็นจางเซวียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“ของขวัญเป็นเครื่องแสดงความเคารพต่อบุคคลอย่างนั้นหรือ และมูลค่าของของขวัญก็บ่งบอกถึงระดับความเคารพด้วยใช่ไหม? เหตุผลที่องค์หญิงเชิญทุกคนมางานเลี้ยงก็เพราะต้องการของขวัญหรือไง?” จางเซวียนถามด้วยแววตาเป็นประกาย “ในสายตาของคุณ องค์หญิงเป็นคนน่าสมเพชที่มักมากอยากได้แม้แต่สิ่งเล็กน้อยอย่างนั้นหรือ?”

“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!”

นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะบิดคำพูดของเขาไปจนสุด เสิ่นจวินถึงกับหน้าเสีย “ผมแค่จะบอกว่า การที่คุณเลือกมาร่วมงานเลี้ยงด้วยมือเปล่านั้นบ่งบอกว่าคุณไม่เคารพองค์หญิง”

“ก็ถ้าอย่างนั้น พูดง่ายๆก็คือคุณกำลังจะบอกว่าการที่ผมไม่มีของขวัญมาให้แสดงว่าผมไม่เคารพ และของขวัญอันแสนล้ำค่าของคุณบ่งบอกถึงความเคารพอันสูงส่งน่ะสิ สุดท้ายก็หมายความตามนั้นอยู่ดี คือองค์หญิงใส่ใจเพียงแค่ของขวัญและไม่ได้สนใจคนที่มอบของขวัญให้เลย?”

จางเซวียนส่ายหน้าอย่างเคร่งขรึมและพูดต่อ “ดูถูกองค์หญิงแบบนี้ คุณมีเจตนาร้ายแบบไหนกัน?”

“หยุดพ่นอะไรไร้สาระเดี๋ยวนี้นะ! ผมดูถูกองค์หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่!”

เห็นจางเซวียนโยนเผือกร้อนให้แบบนั้น เสิ่นจวินหันไปพูดกับหยู่เฟยเอ๋ออย่างร้อนรน “องค์หญิง อย่าไปฟังคำพูดของเขา ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นเลย”

ส่วนอีกด้านหนึ่ง หลัวฉีฉีที่เฝ้าดูการลับริมฝีปากมาตั้งแต่ต้นก็เกือบจะหัวเราะออกมา

อาจารย์ของเธอช่างมีวาจาเป็นอาวุธจริงๆ

การที่คุณไม่ได้นำของขวัญมาให้หยู่เฟยเอ๋อในงานเลี้ยงวันเกิดก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณยังสามารถพูดถึงมันได้อย่างภาคภูมิใจ ต่อล้อต่อเถียงถึงขั้นที่กล่าวหาได้ว่าอีกฝ่ายดูถูกเฟยเอ๋อด้วยการนำของขวัญมาให้

ฝูงชนพากันอึ้งไปกับการพลิกผันของสถานการณ์

ทุกคนต่างเตรียมของขวัญของตัวเองมา แต่จากสถานการณ์ที่เห็นในตอนนี้ หากพวกเขามอบของขวัญไป ก็จะกลายเป็นว่าพวกเขามององค์หญิงเป็นคนจอมปลอมที่ใส่ใจเฉพาะคุณค่าทางวัตถุ แต่ถ้าไม่มอบของขวัญให้ พวกเขาก็จะดูเหมือนขาดความเคารพองค์หญิง ต่างคนต่างสับสนในใจจนหน้าบูดหน้าเบี้ยวราวกับคนท้องผูก

หยู่เฟยเอ๋อสะบัดแขนเสื้อ และคำรามขัดคำขอโทษขอโพยของเสิ่นจวิน “เอาเถอะ พอได้แล้ว ฉันเชิญทุกคนมาที่นี่ก็เพื่อให้พวกคุณมาพบปะกัน ถ้าใครหน้าไหนบังอาจมอบของขวัญให้ฉันล่ะก็ ฉันจะขอให้คุณออกไปและอย่าได้กลับมาอีกเลย ฉัน, หยู่เฟยเอ๋อ, ไม่ขอต้อนรับคุณในพระราชวังแห่งนี้!”

“ผม” เสิ่นจวินหน้าเสียและกำหมัดแน่น

หลังจากลำบากยากเย็นมามากกว่าจะได้ของขวัญล้ำค่าชิ้นนี้มา เขาคิดว่าคราวนี้คงจะเอาชนะใจองค์หญิงได้เสียที ใครจะไปคิดว่าไม่เพียงแต่จะไม่ทำให้เธอดีใจ ยังทำให้เธอหงุดหงิดด้วย!

นี่มันอะไร!

ครั้งนี้เขาเสียหายหนัก

เป็นความผิดของไอ้หมอนั่นคนเดียว! เสิ่นจวินสะบัดแขนเสื้อและจ้องหน้าจางเซวียนอย่างหงุดหงิดก่อนจะกลับไปที่นั่ง

ตอนนี้เขาตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ยิ่งพูดไปก็ยิ่งเข้าเนื้อ จึงตัดสินใจเงียบไว้ ถึงอย่างไร ตราบใดที่หมอนั่นยังอยู่ในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วน เขาจะต้องหาทางสั่งสอนบทเรียนให้ได้สักครั้ง

นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีวันที่ตัวเขาซึ่งเป็นผู้สืบสายเลือดของตระกูลเสิ่นและนักรบตัวดักแด้ขั้นสูงสุดตั้งแต่อายุยังน้อยจะต้องเจอการตอบโต้ของเจ้าหนุ่มอายุเพียง 20 ปี

แค่คิดก็ทำให้อึดอัดขัดใจจนแทบหายใจไม่ออกแล้ว

…..

จางเซวียนส่ายหัว ไม่ใส่ใจเสิ่นจวินที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงและหันไปถามหยู่เฟยเอ๋อว่า “คุณยังฝึกฝนวรยุทธของจิตวิญญาณอยู่หรือเปล่า?”

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาสำรวจไปทั่วพระราชวังโดยใช้จิตวิญญาณ แม้จะไม่พบต้นโพธิ์เซียน แต่ก็ได้รู้ว่าทางราชวงศ์ดูจะให้ความสำคัญกับการฝึกฝนวรยุทธของจิตวิญญาณอยู่พอควร ในเมื่อหยู่เฟยเอ๋อเป็นสมาชิกคนหนึ่งของราชวงศ์ เธอก็คงจะได้ฝึกฝนมาบ้าง

“ฉันใกฝนวรยุทธสำหรับจิตวิญญาณมาแล้วระยะหนึ่ง” หยู่เฟยเอ๋อพยักหน้าขณะมองจางเซวียนอย่างสงสัย ไม่แน่ใจว่าเขากำลังพูดถึงอะไร

“ผมรู้มาจากชิงย่วนว่าราชวงศ์ของคุณมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษเรื่องวรยุทธในการฝึกฝนจิตวิญญาณ ผมจึงใช้เวลาคิดค้นออกแบบเทคนิควรยุทธเพื่อฝึกฝนจิตวิญญาณขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับคุณ ถือซะว่าเป็นของขวัญวันเกิดที่ผมมอบให้คุณก็แล้วกัน” จางเซวียนบอกเธอผ่านทางโทรจิต

เขาแอบร่ำเรียนศาสตร์ลับของการฝึกฝนจิตวิญญาณของราชวงศ์ และใช้พลังจิตวิญญาณในห้องโถงนั้นไปจนเกือบหมด ในเมื่อเขาฉกฉวยประโยชน์จากอีกฝ่ายมากมายขนาดนี้ ก็ควรจะตอบแทนเสียหน่อย

“เทคนิควรยุทธสำหรับการฝึกฝนจิตวิญญาณที่ออกแบบมาเพื่อฉัน?”

“ใช่ ผมผนวกมันเข้ากับความโชติช่วงของบทเพลงปีศาจและศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ มันเหมาะกันมากกับสภาวะของคุณ!” จางเซวียนตอบ

มรดกตกทอดของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณที่เขาได้รับมาเป็นความลับที่เปิดเผยไม่ได้ และไม่อาจบอกอีกฝ่ายได้ด้วยว่าเขาแอบเรียนศาสตร์ลับของการฝึกฝนวรยุทธให้กับจิตวิญญาณ ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงพยายามกลบเกลื่อนโดยใช้ความเชี่ยวชาญของเขาในฐานะมือบรรเลงบทเพลงปีศาจและผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์มาบังหน้า

ถึงอย่างไรเขาก็เป็นตัวท็อปของสถาบันปรมาจารย์สำหรับ 2 วิชาชีพนั้น แน่นอนว่าไม่มีใครมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะตั้งคำถามกับเขา

“เอ่อ”

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หยู่เฟยเอ๋อกัดฟันและตอบว่า “ฉันไม่อยากได้!”

“คุณไม่อยากได้!” จางเซวียนถึงกับชะงัก

ในเมื่อเทคนิควรยุทธนี้มาจากเขา ก็วางใจได้เรื่องประสิทธิภาพ อย่างน้อยที่สุดมันจะต้องแข็งแกร่งกว่าพันศิลปะการขัดเกลาจิตวิญญาณอยู่หลายเท่า

แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าเธอไม่รับ!

ไม่น่าเชื่อว่าการถ่ายทอดความรู้จากท่านอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์จะถูกปฎิเสธแบบนี้

มันเกิดอะไรขึ้น?

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!