Skip to content

Library Of Heaven’s Path 905

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 905 เขามองผม

นี่ถือว่าน่าสะพรึง เพราะเทคนิควรยุทธที่จางเซวียนฝึกฝนเป็นเคล็ดวิชาเทียบฟ้าที่ทรงพลังที่สุด แถมเขายังได้ฝึกฝนวรยุทธให้กับทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ สำหรับโม่หลิ่วเจินที่มีพละกำลังเทียบเท่ากับเขา ก็แปลว่าทั้งจิตวิญญาณและกายเนื้อของอีกฝ่ายแข็งแกร่งพอๆกับเขาด้วยหรือเปล่า?

C

เราจะประมาทนักรบคนอื่นๆไม่ได้! จางเซวียนคิดอย่างระแวดระวัง

ตลอดการเดินทางจากอาณาจักรเทียนเซวียน เขาได้พบผู้เชี่ยวชาญที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันหลายคน และเอาชนะคนเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย ยิ่งเวลาผ่านไป ความรู้สึกหยิ่งผยองลำพองใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้ ดูจะถึงเวลาที่ต้องรู้ตัวแล้วว่าในทวีปแห่งปรมาจารย์ยังมีอัจฉริยะที่ทรงพลังพอๆกับเขาหรือแม้แต่เหนือกว่าเขาอยู่เสมอ เพียงแต่เขายังไม่เคยพบเท่านั้นเอง!

“อาจารย์ใหญ่จางตั้งใจจะเข้าท้าทายภูผาสถิติหรือ?” หัวหน้ามั่วถาม

ถ้าจะพูดกันตามตรง ตัวเขาเองก็อยากเห็นการปะทะกันระหว่างอาจารย์ใหญ่คนใหม่กับอาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินในครั้งนั้น ด้วยระดับวรยุทธที่ทัดเทียมกัน ใครกันแน่ที่จะมีประสิทธิภาพในการต่อสู้สูงกว่า?

“อือ” จางเซวียนพยักหน้ารับ

ตอนนี้เขามีพละกำลังอยู่ที่ 65 ล้านติ่ง เทียบเท่ากับนักรบระดับเซียนมือใหม่ขั้นกลาง ทำให้ยังเป็นที่น่าสงสัยว่าจะผ่านการทดสอบระดับ 7 ได้หรือไม่ แต่แน่นอนว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นว่าเขารับมือกับอัจฉริยะชั้นนำแห่งทวีปปรมาจารย์อย่างไร และจะได้รู้ขีดจำกัดของตัวเองด้วย

อีกอย่าง นี่เป็นการทดสอบไฟต์บังคับที่เขาจะต้องผ่านให้ได้ หากต้องการผ่านการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวให้เร็วที่สุด

“ให้ผมพาคุณไปก็แล้วกัน!” หัวหน้ามั่วตาโตด้วยความตื่นเต้นขณะเสนอตัวนำทางไปยังภูผาสถิติ

ภูผาสถิติอยู่ใกล้กับสภาผู้อาวุโส โครงสร้างของมันมีหน้าตาเหมือนภูเขาสูงตระหง่าน

ทันทีที่ทั้งคู่ไปถึงภูผาสถิติ หัวหน้ามั่วก็เริ่มอธิบาย “ภูผาสถิติของสถาบันปรมาจารย์ของเราสร้างขึ้นโดยอาจารย์ใหญ่มู่ข่าย ใช้แบบอย่างจากหอคอยยอดขุนพลในสภายอดขุนพล การทดสอบทุกระดับจะมีหุ่นอารักขาอยู่ โดยหุ่นนั้นมีประสิทธิภาพการต่อสู้ระดับสูงสุดตามขั้นของวรยุทธที่กำหนด การจะไต่ภูผาสถิติขึ้นไปนั้นไม่ง่ายเลย”

“การทดสอบนี้ต้องการทั้งประสิทธิภาพในการต่อสู้และสัญชาตญาณการรบ ทั้งยังไม่เหมือนกับการทดสอบส่วนมากที่มีอยู่ในสถาบันปรมาจารย์ เพราะมันอันตรายมาก อาจารย์ใหญ่จาง อยู่ในนั้นคุณต้องระมัดระวังตัวให้ดี!”

“อันตราย?”

“ใช่ เพราะสิ่งที่อารักขาการทดสอบแต่ละระดับนั้นเป็นหุ่น จึงไม่อาจควบคุมพละกำลังของตัวเองได้อย่างมนุษย์ หากพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงตาย และในแต่ละปีก็มีปรมาจารย์จำนวนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงตายเพราะการทดสอบ!” หัวหน้ามั่วตอบอย่างเคร่งขรึม

ภูผาสถิติไม่ใช่สิ่งที่จะท้าทายกันได้ง่ายๆ ไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกปิดเงียบเชียบอยู่แบบนี้ ทั้งที่เปิดเทอมมากว่า 1 เดือนแล้ว

“อาจารย์ใหญ่จาง หากคุณต้องเผชิญหน้ากับอันตรายในการทดสอบระดับไหนก็ตาม จงยอมแพ้โดยไม่ลังเลนะ เพราะทันทีที่คุณยอมแพ้ หุ่นจะหยุดการโจมตีและถอยกลับไปทันที” หัวหน้ามั่วให้คำแนะนำ

เขามีความเชื่อมั่นอย่างล้ำลึกในความสามารถของจางเซวียน แต่ถึงอย่างไรระดับวรยุทธของอีกฝ่ายก็ยังอ่อนด้อยนัก มีโอกาสที่เขาจะต้องเผชิญกับอันตราย การอธิบายกฎเกณฑ์ให้เข้าใจไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

“รับทราบ” จางเซวียนพยักหน้าก่อนจะอำลาหัวหน้ามั่ว

เขาตรงไปยังภูผาสถิติโดยไม่รีรอ

ไม่ช้าก็มาถึงห้องที่มีพื้นที่ราว 200-300 ตารางเมตร ในห้องนั้นมีหุ่นตัวหนึ่งซึ่งมีวรยุทธระดับตัวดักแด้ขั้นสูง กำปั้นของมันน่าจะมีพละกำลังเกินกว่า 30 ล้านติ่ง

“ในที่สุดก็มีผู้เข้าท้าทายคนใหม่! ฮ่าฮ่าฮ่า!”

เจ้าหุ่นหัวเราะ จากนั้นข้อต่อของมันก็ส่งเสียงครืดคราด ก่อนจะกระทืบเท้าและพุ่งเข้าใส่จางเซวียน

สิ่งประดิษฐ์ของสมาคมนักออกแบบสวรรค์สร้าง? แม้จะยังไม่ถึงระดับเซียน แต่มันก็มีชีวิตแล้ว ไม่เลวเลย!

รู้ดีว่าพละกำลังของคู่ต่อสู้ยังด้อยกว่า จางเซวียนจึงไม่กังวล เขายืนจังก้าอยู่ตรงหน้าหุ่นที่กำลังพุ่งกำปั้นเข้ามาและหัวเราะหึๆ

เขาเคยเจอหุ่นแบบนี้มาแล้วเมื่อครั้งเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวที่อาณาจักรเทียนหวู่ แต่แน่นอนว่าตัวนี้มีกลไกและเทคนิคเหนือชั้นกว่ากันมาก แม้จะยังห่างไกลจากการเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับเซียน แต่ก็มีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเอง

หากใครคนหนึ่งสามารถหลอมหุ่นได้จำนวนมากขนาดนี้ ก็สร้างกองทัพอันทรงพลังที่ไม่รู้จักเจ็บรู้จักปวดขึ้นได้ แต่ด้วยราคาโลหะที่แพงลิบลิ่วและทักษะขั้นสูงที่ต้องใช้ในการหลอมหุ่นแต่ละตัว การหลอมหุ่นจึงสำเร็จได้ยาก

สองอึดใจต่อมา เจ้าหุ่นก็นอนแผ่หราอยู่กับพื้น

จางเซวียนเดินผ่านมันไปและมุ่งหน้าไปสู่การทดสอบระดับที่ 2 โดยไม่รีรอ

เจ้าหุ่นที่อารักขาการทดสอบระดับ 2 มีวรยุทธระดับตัวดักแด้ขั้นสูงสุด จึงเป็นธรรมดาที่จะสู้เขาไม่ไหว เขาเอาชนะมันได้สบาย

เมื่อมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ ก็เป็นอย่างที่หัวหน้ามั่วบอกไว้ จางเซวียนเผชิญหน้ากับหุ่นที่มีวรยุทธระดับกึ่งเซียนขั้นต้นในการทดสอบระดับ 3 แต่จากการที่เขาเอาชนะได้แม้แต่ยอดขุนพลระดับกึ่งเซียนอย่างลู่เฉิงหลังจากตัวเขาฝ่าด่านวรยุทธสำเร็จได้ไม่นาน ก็ไม่มีทางที่หุ่นระดับกึ่งเซียนขั้นต้นตัวหนึ่งจะมาขวางทางได้

จางเซวียนมุ่งหน้าต่อไปโดยแทบไม่ต้องเผชิญกับอุปสรรคใดๆเลย

…..

ที่ด้านล่างของภูผาสถิติ จ้าวปิงฉู เว่ยหรันเฉว่ และคนอื่นๆต่างมารวมตัวกันหลังจากรู้ว่าอาจารย์ใหญ่จางกำลังเข้าท้าทายการทดสอบ

พวกเขายังไม่เคยเห็นประสิทธิภาพการต่อสู้ของอาจารย์ใหญ่จางกับตา แต่รู้ดีว่าต้องไม่ธรรมดา อย่างน้อยๆก็ดูจากความสามารถของศิษย์สายตรงของเขา ทั้งหวังหยิ่ง เจิ้งหยาง และหลิวหยาง

อาจารย์ที่มีความสามารถบ่มเพาะนักเรียนให้เก่งกาจได้ขนาดนี้ จะอ่อนแอได้อย่างไรกัน?

เว่ยหรันเฉว่อดถามคนอื่นๆไม่ได้ “พวกคุณคิดว่าอาจารย์ใหญ่จางจะไปได้ไกลแค่ไหน?”

“ผมน่ะแทบไม่มีข้อสงสัยในประสิทธิภาพการต่อสู้ของอาจารย์ใหญ่จางเลยนะ ลำพังแค่ความเข้าใจในเทคนิควรยุทธ อีกทั้งศิลปะเพลงหอก เพลงหมัด ศิลปะการใช้ขา เขาสามารถสำแดงประสิทธิภาพการต่อสู้ที่เหนือกว่าระดับวรยุทธของเขาได้ ในครั้งนั้น อาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินฝ่าด่านไปได้จนถึงระดับ 7 ผมเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดอาจารย์ใหญ่จางน่าจะทำลายสถิติได้และไปถึงระดับ 8” ฉูฉางชิ่ง หัวหน้าโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ตอบขณะลูบเครา

ในฐานะผู้คลั่งไคล้ศิลปะการต่อสู้ เขาได้ใช้เวลาศึกษาศิลปะเพลงหอกของเจิ้งหยาง ศิลปะการใช้ขาของหวังหยิ่ง และศิลปะเพลงหมัดของหลิวหยาง ซึ่งข้อสรุปที่เขาได้หลังจากการฝึกฝนอย่างยาวนานก็คือศิลปะเหล่านี้จะทำให้ผู้ฝึกฝนมีความสามารถเหนือกว่านักรบทั่วไปที่มีวรยุทธระดับเดียวกัน ไม่มีเทคนิคการต่อสู้ไหนจะมาเทียบชั้นกับเทคนิคเหล่านี้ได้!

แล้วปรมาจารย์ที่เป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิคการต่อสู้อันทรงพลังเหล่านี้จะอ่อนแอได้อย่างไร?

ขนาดปราดเปรื่องอย่างอาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจิน ก็ยังไม่ได้การยอมรับจากอดีตอาจารย์ใหญ่หมดทุกคนจนสร้างตราประทับอาจารย์ใหญ่ระดับไร้เทียมทานได้เหมือนอาจารย์ใหญ่จาง เพราะฉะนั้น ก็ไม่มีทางที่การเข้าท้าทายภูผาสถิติของอาจารย์ใหญ่จางจะด้อยกว่าอาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินแน่

“อือ ก็เหมือนพวกคุณนั่นแหละ ผมเองก็คิดว่าอาจารย์ใหญ่จางน่าจะผ่านการทดสอบระดับ 8 ได้” จ้าวปิงฉูพูดยิ้มๆ

พวกเขาเคยสงสัยในความสามารถของปรมาจารย์จางมาก่อน และสุดท้ายก็โดนตบหน้าไปตามๆกันเพราะประเมินอีกฝ่ายต่ำไป ตอนที่รู้ว่าอาจารย์ใหญ่จางกำลังจะเข้าท้าทายภูผาสถิติ พวกเขาก็รีบร้อนมา หวังจะได้เห็นอีกฝ่ายทำลายสถิติและสร้างตำนานขึ้นอีกครั้ง

“ผมก็คิดเหมือนกัน” หัวหน้าเจียงพยักหน้า “คำถามมีแค่ ท่านอาจารย์จะใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะฝ่าไปได้ถึงระดับ 9?”

คนอื่นๆอาจไม่รับรู้ถึงพละกำลังที่แท้จริงของอาจารย์ใหญ่จาง แต่เขารู้ดี ลำพังแค่ความสามารถ ในด้านมือบรรเลงบทเพลงปีศาจ อีกฝ่ายก็สำเร็จวรยุทธเป็นมือบรรเลงบทเพลงปีศาจระดับ 7 ดาวแล้ว ด้วยประสิทธิภาพในการต่อสู้ระดับนี้ อาจารย์ใหญ่จางย่อมรับมือกับคู่ต่อสู้ที่มีระดับวรยุทธสูงกว่าได้สบาย

อีกอย่าง นี่ก็ไม่ใช่ไม้ตายอย่างเดียวของเขา หากงัดออกมาใช้ทั้งหมดล่ะก็ การฝ่าแต่ละด่านคงง่ายดายเหมือนเดินเล่นชมสวน

“ในครั้งนั้น อาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินใช้เวลา 2 ชั่วโมงเพื่อฝ่าด่านไปถึงระดับ 7 ผมคิดว่าอาจารย์ใหญ่ของเราน่าจะทำได้ภายใน 1 ชั่วโมง!”

“ผมว่า 1 ชั่วโมงก็ยังเป็นการประเมินอาจารย์ใหญ่ของเราต่ำไป ดูจากสถิติที่ผ่านมา เขาน่าจะ ผ่านด่านระดับ 8 ได้ภายใน 10 นาที และบางทีอาจจะทำลายทั้งภูผาสถิติเลยด้วย” จงติ้งชุน หัวหน้าโรงเรียนนายแพทย์พูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ

“พอคุณพูดขึ้นมา ก็ดูท่าจะเป็นไปได้!”

ทุกคนเงียบกริบเมื่อได้ยิน ต่างรู้สึกว่าทำผิดมหันต์เสียแล้วที่ปล่อยให้จางเซวียนเข้าท้าทายภูผาสถิติ

ถึงอาจารย์ใหญ่จางจะเพิ่งเข้ามาในสถาบันปรมาจารย์ได้ไม่นาน เข้ารับการทดสอบไปแค่ 2-3 อย่าง แต่ไม่ว่าที่ไหนที่เขาย่างกรายไป ที่นั่นก็จะต้องแตกสลายหักพัง ความวอดวายคงเป็นคำเดียวที่เหมาะจะใช้พรรณนาสภาพนั้น และแม้แต่พวกเขาเองก็อดตัวสั่นไม่ได้เมื่อนึกถึง

ภูผาสถิติเป็นหนึ่งในมรดกตกทอดสำคัญของสถาบันปรมาจารย์ ถ้าอาจารย์ใหญ่จางพังมัน แล้วพวกเขาจะมองหน้าเหล่าบรรพบุรุษได้อย่างไร?

หลังจากเงียบงันกันไปนาน ซ่งตานชิง หัวหน้าโรงเรียนจิตรกรพูดขึ้น “สมัยที่เขาสร้างความปั่นป่วนในครั้งนั้น เขายังเป็นแค่นักเรียน ตอนนี้เขาเป็นอาจารย์ใหญ่แล้ว ผมคิดว่าเขาคงรู้จักยั้งมือบ้างแหละ ใช่ไหม?”

“ขอให้เป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน”

คนที่เหลือพากันจับจ้องภูผาสถิติด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด สงสัยว่าจางเซวียนจะยั้งมือได้หรือไม่

ระดับขั้นการทดสอบของภูผาสถิติแต่ละระดับขั้นถูกซ่อนไว้ในภูเขา จึงบอกผลการทดสอบไม่ได้จากด้านนอก มีแต่ผู้เข้าทดสอบที่รู้ หรือไม่ก็ต้องรอคอยให้ตัวเขาออกมาเสียก่อน

บรรดาหัวหน้าโรงเรียนต่างคิดว่าอาจารย์ใหญ่คนใหม่คงใช้เวลาผ่านการทดสอบไม่นานนัก จึงตัดสินใจรอคอยอย่างอดทน แต่ดูเหมือนเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก

1 ชั่วโมง!

2 ชั่วโมง!

4 ชั่วโมง!

1 วัน

แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ไม่มีใครออกมาจากภูผาสถิติด้วย

เมื่อหมดความอดทน เว่ยหรันเฉว่ขมวดคิ้วและถามขึ้น “หัวหน้ามั่ว คุณแน่ใจหรือเปล่าว่าอาจารย์ใหญ่ของเราเข้าไปข้างใน?”

“แน่ใจสิ!” หัวหน้ามั่วพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน

เขาเป็นผู้พาอาจารย์ใหญ่จางมาที่นี่ด้วยตัวเอง ทั้งยังเห็นอีกฝ่ายเข้ารับการทดสอบกับตา ไม่มีทางผิดพลาดไปได้

“แล้วทำไมเขาถึงยังไม่ออกมาล่ะ?”

“ด้วยความสามารถระดับอาจารย์ใหญ่จาง เป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะติดอยู่ในนั้นเป็นวันๆ!”

“จริงด้วย มีอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า?”

เมื่อพิจารณาถึงความปราดเปรื่องของจางเซวียนในอาชีพรองรับด้านต่างๆ การเข้าท้าทายภูผาสถิติน่าจะเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเขา แต่ทำไมถึงเข้าไปอยู่ข้างในได้เป็นวันๆ?

“ผมเกรงว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น” จ้าวปิงฉูหน้าดำคร่ำเครียด

ไม่มีผู้เข้าท้าทายคนไหนใช้เวลาอยู่ในภูผาสถิติเป็นวันๆ ไม่ว่าจะสอบผ่านหรือสอบตกก็ตาม เขาน่าจะออกมาข้างนอกเสียนานแล้ว

แม้แต่หูเหยาเหย่ากับคนอื่นๆก็ยังไม่ได้ใช้เวลานานขนาดนี้

ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ

ได้ยินคำพูดของหัวหน้าจ้าว เว่ยหรันเฉว่ถามอย่างร้อนรน “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี?”

อาจารย์ใหญ่จางเพิ่งผ่านพิธีสถาปนาไปได้ไม่นาน ซึ่งก็เกิดความอึกทึกครึกโครมอย่างหนักขึ้นแล้ว หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาในระหว่างการเข้าท้าทายภูผาสถิติล่ะก็ แค่คิดถึงผลที่จะตามมาก็ทำเอาพวกเขาพรั่นพรึงไม่น้อย

“เราจะทำอะไรได้ล่ะ? ก็เข้าไปดูสิ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับอาจารย์ใหญ่จางจริงๆ เราจะได้ช่วยชีวิตเขาได้ทัน ถึงอย่างไรก็จะต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น!” หัวหน้ามั่วพูด

“ผมเห็นด้วย!”

“ผมก็เห็นด้วย!”

บรรดาหัวหน้าโรงเรียนพากันพยักหน้ารับ

แม้แต่นักเรียนทั่วไปก็ยังใช้เวลาอย่างมากแค่ 6 ชั่วโมงในภูผาสถิติ ดังนั้น สำหรับผู้ปราดเปรื่องระดับอาจารย์ใหญ่ของพวกเขา ก็น่าจะใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าเท่านั้น คงจะเป็นการโกหกเอาดื้อๆหากจะบอกว่าพวกเขาไม่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

เรื่องนี้ดูเหลือเชื่อเกินไป

เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายจะฝ่าด่านไปได้ถึงระดับ 8 หรือระดับ 9 ภายในเวลา 1 ชั่วโมง หรืออันที่จริง ต่อให้ภูผาสถิติพังทลายเป็นเศษซากภายใน 10 นาที ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของพวกเขา แต่การที่จางเซวียนเข้าไปอยู่ข้างในเป็นวันๆแบบนี้ พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อ

“เอาล่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ!” เมื่อตัดสินใจแล้ว บรรดาหัวหน้าโรงเรียนต่างผลักประตูทางเข้าภูผาสถิติและเดินเข้าไปพร้อมกับตราผู้อาวุโสในมือ

ไม่ช้าก็มาถึงห้องแรก

ทันทีที่เข้าไป ก็เห็นหุ่นตัวที่พุ่งเข้าใส่จางเซวียนเมื่อครู่ก่อนนอนแผ่อยู่กับพื้น พร้อมกับทำตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ ทำท่าราวกับว่า 1 วันเต็มๆที่ผ่านไปก็ยังไม่นานพอจะทำให้มันเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง

เห็นสภาพของหุ่น จ้าวปิงฉูอดถามไม่ได้ “เกิดอะไรขึ้น?”

“ผมแพ้” หุ่นพึมพำด้วยนัยน์ตาเลื่อนลอย ดูเหมือนมันเจอเข้ากับการตอบโต้อย่างหนักจนวิญญาณใกล้จะหลุดออกจากร่างอยู่รอมร่อ

“ที่ไหนมีการแข่งขัน ก็ย่อมมีทั้งแพ้ชนะ คุณอารักขาการทดสอบระดับ 1 ก็เป็นธรรมดาที่จะพ่ายแพ้ให้กับผู้เข้าท้าทาย”

แต่ละคนมองหน้ากันก่อนจะส่ายหัวเมื่อเห็นสภาพของหุ่น

ในเมื่อแกอารักขาการทดสอบระดับ 1 อย่างน้อยๆผู้ที่เข้าท้าทายก็ควรจะเอาชนะแกได้ ไม่เห็นจะต้องท้อแท้หมดเรี่ยวหมดแรงขนาดนี้เลย?

หลังจากปลอบใจหุ่นแล้ว หัวหน้ามั่วพลันรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เขาขมวดคิ้วและถามขึ้น “ดูเหมือนคุณจะไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนเลย แล้วแพ้ได้อย่างไร?”

ได้ยินคำนั้น หุ่นก็มีสีหน้าท้อแท้ขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะปล่อยโฮ “เขามองผม”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!