ตอนที่ 93 การตรวจกระดาษคำตอบ
เมื่อก่อนตอนที่จางเซวียนยังเป็นนักเรียนมัธยมต้น เขาเคยแอบชอบนักเรียนหญิงคนหนึ่ง
ในตอนนั้น เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้สาวในดวงใจเกิดความสนใจในตัวเขา เขายอมทำทุกวิธี แม้กระทั่งจงใจจะไปหาเรื่องเธอ
ส่วนเหวินเซวี่ยคนนี้พอเจอเขาก็หาเรื่องตลอด แบบนี้ก็คงจะเหมือนกับตอนที่ตนไปหาเรื่องสาวในฝันล่ะมั้ง
เธอคงแอบชอบเขาล่ะสิ ไม่อย่างนั้น เธอจะมาหาเรื่องเขาทำไม
เฮ้อ… หน้าตาก็ออกจะดูดี น่าจะมีผู้ชายเยอะแยะมารุมจีบ แล้วทำไมต้องมาตามตื๊อจีบเขาแบบนี้ด้วยล่ะ ทำอย่างไรดี… อยู่ดีๆ ก็ถูกคนจีบแบบหยาบคาย รู้สึกลำบากใจจัง
เขากดดันนะเนี่ย…
“หักห้ามใจหรือ” พอเหวินเซวี่ยได้ยินคำพูดของจางเซวียนก็ถึงกับจะกระอักเลือด
นายจงใจมาเรียกร้องความสนใจจากฉัน เพื่อจะมาจีบฉันต่างหากล่ะ แล้วนี่กลายมาเป็นฉันที่ไปจีบนายตั้งแต่เมื่อไรกัน
จะบ้าหรือ!
ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยซิว่าท่าทางของนายที่เหมือนจะสงสารฉัน มันหมายความว่าอย่างไร แล้วอะไรคือให้ตัดใจเสียเถอะ
ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันก็เป็นสาวสวยที่มีผู้ชายจำนวนมากมายมาหลงใหลนะยะ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงทำเหมือนกับว่าฉันเป็นสาวขึ้นคานที่ต้องไปตามก้อร่อก้อติกนายเสียล่ะ
เหวินเซวี่ยกัดฟันแน่น ใบหน้าและร่างของเธอสั่นไปมาเหมือนแผ่นดินไหว
ขณะที่เหวินเซวี่ยกำลังจะเริ่มเปิดฉากแลกหมัดกับจางเซวียนอยู่นั้น เธอก็เห็นจางเซวียนเดินไปนั่งบนม้านั่งด้านข้างพร้อมกับถอนใจ ท่าทางเขาสงบนิ่งเหมือนว่าเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอาล่ะๆ เหวินเซวี่ย ที่นี่มันหน้าห้องสอบนะ มาเอะอะโวยวายแบบนี้ ถ้าถูกนักปรุงยาเห็นเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่ จะกระทบต่อการสอบในครั้งต่อไปได้” ลุงหลี่กล่าวบ้าง
“ค่ะ” เมื่อเหวินเซวี่ยได้ยินคำพูดของลุงหลี่ก็เก็บความโกรธเอาไว้ในใจ พร้อมกับเดินไปนั่งลงบนม้านั่งเช่นกัน
ที่นี่เป็นหน้าประตูของห้องสอบ มักจะมีเหล่านักปรุงยาปรากฏตัวขึ้นอยู่บ่อยๆ ถ้าให้พวกเขาเห็นเธอต่อสู้กับคนอื่นด้วยความโกรธแค้น ภาพพจน์ของเธอในสายตาเหล่านักปรุงยาก็จะต้องติดลบอย่างแน่นอน แบบนี้การสอบครั้งต่อไปก็คงจะไม่ผ่านแน่
“นับว่านายยังดวงแข็งอยู่ แต่เดี๋ยวพอผลสอบออกมา ฉันจะดูซิว่านายยังจะงัดไม้ไหนมาใช้ได้อีก” เหวินเซวี่ยกัดฟันแล้วมองไปยังชายหนุ่มอวดเก่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอด้วยสายตาอาฆาต
จางเซวียนในตอนนี้รู้สึกเบื่อที่จะไปสนใจ ‘สาวผู้แอบมีใจให้เขา’ ขนาดเขาเดินมานั่ง เจ้าหล่อนยังมานั่งตาม เขาเบื่อ เบื่อมาก… จึงนั่งคิดและเรียบเรียงความรู้ด้านสมุนไพรต่างๆ ที่อยู่ในหัวสมองเขาอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อแก้เซ็ง
ข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรมีอยู่มากมาย ล้วนเป็นข้อมูลที่เหล่าบรรพบุรุษจดบันทึกเอาไว้แล้วถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เป็นข้อมูลที่มีปัญหา จางเซวียนเลือกที่จะวิเคราะห์เฉพาะข้อมูลที่มีปัญหาหรือผิดพลาด
ขณะที่จางเซวียนกำลังเรียบเรียงข้อมูลต่างๆ ในหอสมุดเทียบฟ้าของเขาอยู่นั้น การสอบในส่วนที่หนึ่งก็หมดเวลาลง ผู้เข้าสอบทุกคนต่างส่งกระดาษคำตอบให้กับโอวหยางเฉิง
“ไปรอตรงหน้าประตู ผู้ที่สอบผ่านจะได้รับแจ้งให้ไปสอบในส่วนที่สองได้” โอวหยางเฉิงพูดกับผู้เข้าสอบทุกคนแล้วโบกมือไล่พร้อมกับหยิบพู่กันขึ้นตรวจกระดาษคำตอบทันที
ยิ่งตรวจคิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดมากขึ้น สีหน้าเริ่มดูไม่ดี
“ศิษย์พี่โอวหยาง คุณเป็นอะไรไปหรือ การสอบครั้งนี้มีใครที่สอบผ่านบ้างไหม ผมกำลังอยากได้ศิษย์สักคนหนึ่งอยู่พอดีเลย”
โอวหยางเฉิงเพิ่งจะตรวจกระดาษคำตอบเสร็จ ก็มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาในห้องสอบ เขาก็คือนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงโด่งดังประจำสมาพันธ์นักปรุงยา ตู้หม่าน
“สอบผ่านหรือ คุณลองดูคำตอบที่พวกผู้เข้าสอบตอบกันมาสิ เป็นคำตอบที่ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด ถ้ารับคนพวกนี้เข้ามาเป็นศิษย์ มีหวังต้องสร้างความอับอายขายหน้าให้กับพวกเราอย่างแน่นอน” โอวหยางเฉิงตรวจกระดาษคำตอบเสร็จก็โยนพู่กันไปมุมโต๊ะแล้ววางกระดาษคำตอบไว้เป็นกองเดียว
“งั้นผมขอดูหน่อยแล้วกัน” ตู้หม่านเดินมาตรงโต๊ะโอวหยางเฉิงแล้วพลิกดูกระดาษคำตอบ ไม่ช้า… เขาก็เริ่มขมวดคิ้วขึ้นมาบ้าง
สำหรับตู้หม่าน เขาคิดว่าเนื้อหาของข้อสอบไม่ได้ยากมาก แต่คำตอบที่กลุ่มผู้เข้าสอบเขียนมาล้วนเป็นคำตอบที่ไม่ได้เรื่อง แม้กระทั่งสรรพคุณของสมุนไพรที่ใช้อยู่ทั่วไปยังเขียนผิด
ถ้ารับคนเหล่านี้มาเป็นศิษย์จริงๆ ก็จะเป็นการทำลายชื่อเสียงของสมาพันธ์นักปรุงยาอย่างแน่นอนที่สุด
“อ้าว แล้วกระดาษคำตอบเหล่านี้ล่ะ ศิษย์พี่ไม่ได้ตรวจหรอกหรือ”
ตู้หม่านพลิกอ่านกระดาษคำตอบไปเจ็ดแปดชุดก็ยังไม่เจอชุดที่เขารู้สึกพอใจเลย ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่ามีกระดาษคำตอบชุดหนึ่งตกอยู่ตรงมุมห้อง
บนหน้ากระดาษคำตอบชุดนั้นไม่มีรอยหมึกของโอวหยางเฉิงแม้แต่นิดเดียว นี่ก็แสดงว่ามันยังไม่ได้ผ่านการตรวจใดๆ ทั้งสิ้น
“เป็นกระดาษคำตอบของคนจองหองคนหนึ่ง คงเป็นคำตอบที่ไม่ได้เรื่องอะไร ไม่ต้องตรวจก็รู้ว่าต้องสอบตกแน่ ถ้าตรวจแล้วต้องเกิดอารมณ์โมโห สู้ไม่ตรวจจะดีกว่า…” เมื่อโอวหยางเฉิงนึกถึงจางเซวียนที่เขียนคำตอบส่งเดชก็ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่
คนที่ใช้เวลาเขียนคำตอบเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง คนแบบนี้จะสอบผ่านได้อย่างไร ไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาตรวจกระดาษคำตอบของเขาเลยด้วยซ้ำ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา อัตราการสอบผ่านข้อสอบส่วนที่หนึ่งมีประมาณสามถึงสี่คน แต่ครั้งนี้มีผู้สอบผ่านการสอบในส่วนแรกเพียงสองคน ส่วนคนที่เหลือล้วนแต่ไม่ได้เรื่อง
“จองหองหรือ ผมขอดูหน่อยซิว่าเจ้าคนจองหองคนนี้ตอบว่าอย่างไรบ้าง ขนาดทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้โดยไม่ต้องตรวจคำตอบเลย…” ตู้หม่านหัวเราะ ก้มลงไปหยิบกระดาษคำตอบของจางเซวียนแล้วเปิดดู
“นี่มัน!” ตู้หม่านตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเห็นจนถึงกับอ้าปากค้าง
เขาเปิดดูเนื้อหาบนกระดาษคำตอบแต่ละหน้าอย่างละเอียด ยิ่งดูก็ยิ่งตะลึง เมื่อครู่ยังรู้สึกแอบหัวเราะเยาะจางเซวียนอยู่ในใจ แต่ตอนนี้กลับเริ่มเงียบขรึมขึ้นมา
“เป็นอะไรไปหรือ คำตอบของเจ้านี่เป็นคำตอบที่ทุเรศสุดๆ เลยใช่ไหม”
โอวหยางเฉิงเห็นท่าทางของตู้หม่านก็พูดขึ้น “คนจองหองคนนี้ อาศัยแค่ความร่ำรวยเข้ามานั่งเล่นในห้องสอบเฉยๆ ไม่ได้คิดจะให้เกียรติสมาพันธ์นักปรุงยาซะบ้างเลย…”
“ไม่ใช่อย่างนั้น… ศิษย์พี่โอวหยาง คุณดูนี่สิ…” ตู้หม่านเห็นโอวหยางเฉิงกำลังโกรธก็รีบพูดแทรก พร้อมกับส่งกระดาษคำตอบของจางเซวียนให้กับเขา
“มันมีอะไรน่าดูอย่างนั้นหรือ อย่างไรก็สอบไม่ผ่านอยู่ดีนั่นแหละ…”
โอวหยางเฉิงบ่นเล็กน้อยแล้วมองลงมาที่กระดาษคำตอบ เมื่อเห็นเนื้อหาบนกระดาษคำตอบเพียงหน้าแรก ทั้งตาและปากของเขาก็อ้าค้างเหมือนกับตู้หม่านเมื่อครู่ไม่มีผิด เขาได้แต่ส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ “นี่มันอะไรกัน”
เปิดดูหน้าแรกพูดว่า “นี่มันอะไรกัน”
เปิดดูหน้าที่สองก็พูดว่า “นี่มันอะไรกัน”
เปิดดูหน้าที่สามก็พูดว่า “นี่มันอะไรกัน”
เปิดดูหน้าที่สี่ก็พูดว่า “นี่มันอะไรก๊านนนนน”
โอวหยางเฉิงเห็นเนื้อหาบนกระดาษคำตอบก็รู้สึกช็อกอย่างมาก เขาถึงกับผงะถอยหลังไปหลายก้าว ไม่ช้ากระดาษคำตอบหลายสิบหน้าก็ถูกโอวหยางเฉิงตรวจจนเสร็จ หลังจากตรวจกระดาษคำตอบทั้งหมดของจางเซวียน เขามองไปยังตู้หม่านด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนพึ่งเห็น “เป็นไปได้อย่างไร ตอบถูกทุกข้อเลย…”
“ก็นั่นน่ะสิ เขาตอบถูกทุกข้อเลย ขนาดจุดที่พวกเราจงใจถามคำถามยากๆ ที่ขนาดตัวของผมเองก็ยังตอบไม่ได้ เพราะเป็นคำถามที่สุดจะพลิกแพลง แต่เขากลับสามารถตอบได้หมด” ตู้หม่านเองก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
สาเหตุที่พวกเขามั่นใจในข้อสอบของพวกเขาอย่างมากว่าจะไม่มีใครสามารถทำได้ทุกข้อนั้น ก็เพราะว่าคำถามทั้งหมดล้วนเป็นคำถามเชิงพลิกแพลงและต้องใช้สมองตรองอย่างหนัก แม้จะอนุญาตให้ผู้เข้าสอบเปิดหนังสือหาข้อมูลได้ก็ไม่มีทางทำได้ทุกข้อแน่
แต่จางเซวียนกลับสามารถทำได้ทุกข้อ
แถมยังสามารถ…เขียนคำตอบได้แบบละเอียดทุกประเด็น
นี่มัน… เป็นไปได้อย่างไร
“เขาตอบไม่ผิดเลยสักจุด… ศิษย์พี่โอวหยาง ทำไมคุณถึงตัดสินให้เขาสอบตกล่ะ” ตู้หม่านเรียกสติกลับมาได้ก็ถามโอวหยางเฉิงทันที
สามารถทำข้อสอบได้ดีแบบนี้ ในประวัติการสอบของสมาพันธ์นักปรุงยาแห่งอาณาจักรเทียนเซวียน ยังไม่เคยมีใครทำได้เลย อัจฉริยะแบบนี้ โอวหยางเฉิงกลับตัดสินให้สอบตก นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน
“คือผม…” โอวหยางเฉิงพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าของเขาแดงยิ่งกว่าก้นลิงเสียอีก
ที่ผ่านมา เขาได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีความรอบคอบอย่างมากจนเป็นที่นับถือของคนทั่วไป แต่วันนี้กลับ…
โอวหยางเฉิงรู้สึกขายหน้าเป็นอย่างมาก รู้สึกเหมือนกับว่าใบหน้าของตนแตกเป็นเสี่ยงๆ เลย
ก็เขาเห็นจางเซวียนใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงก็ทำข้อสอบเสร็จแล้ว บวกกับท่าทางที่เหมือนกับไม่ได้รู้สึกตึงเครียดหรือกังวลอะไรเลย มันก็น่าจะสอบตกอยู่แล้วไม่ใช่หรือ แต่ทำไมกลับ… กลับตอบได้ถูกทุกข้อเลยล่ะ
ความไวในการทำข้อสอบระดับนี้ แม้แต่ตัวโอวหยางเฉิงเองก็ยังทำไม่ได้
หรือว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะมีความรู้ด้านการปรุงยามากกว่าตัวเขา แต่เขากลับบอกว่า ‘คนที่มีความรู้ด้านการปรุงยา’ ระดับปรมาจารย์แบบนี้เป็นคนจองหองและปัดตกไปไม่ตรวจข้อสอบ
จะล้อใครเล่นก็ต้องมีขอบเขตบ้าง
โอวหยางเฉิงถึงกับตัวแข็งจนทำอะไรไม่ถูก เหมือนคนที่มีอาการท้องผูกมาเป็นเวลานาน



