ตอนที่ 951 ราชาใบไม้สีทองตัวจริงกับตัวปลอม (1)
ถงเยว่อึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะมีสีหน้าประหลาดใจ “ราชาใบไม้สีทอง?”
ก็ราชาใบไม้สีทองเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง แล้วจู่ๆ อีกคนโผล่มาจากไหน?
มีราชาใบไม้สีทองมากกว่า 1 คนหรือ? ไม่น่าจะเป็นไปได้
“นี่แกไม่คิดจะคารวะราชาใบไม้สีทองหรือ เพิ่งผ่านไปไม่นาน ลืมมารยาทหมดแล้วรึไง?”
เห็นลูกน้องของตัวเองยืนจ้องราชาใบไม้สีทองด้วยสีหน้าตกตะลึงแบบนั้น ทั้งยังไม่แสดงความสุภาพออกมาแม้แต่น้อย ราชาใบไม้เขียวขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด
“ขะ-ขออภัยฝ่าบาท ผมตกตะลึงไปครู่หนึ่งจนลืมตัว” ถงเยว่รีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
“ตะลึง” ราชาใบไม้เขียวงง
ถงเยว่อาจไม่ใช่ลูกน้องที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา แต่มีความสามารถโดดเด่นในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ให้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ส่งอีกฝ่ายมาและไว้วางใจให้ทำงานสำคัญอย่างการ วางรากฐานเพื่อเตรียมการให้กับกองทัพใหญ่ แต่มาตกตะลึงจนถึงกับลืมมารยาทด้วยเรื่องเพียงเท่านี้ มันเกิดอะไรขึ้น?
“มะ-เมื่อครู่ก่อน เผ่าพันธุ์ของเราผู้ทรงพลังคนหนึ่งมาถึงและอ้างตัวว่าเป็นราชาใบไม้สีทอง พอผมได้ยินว่าท่านมาพร้อมกับราชาใบไม้เขียว ผมก็เลยลืมตัวไปครู่หนึ่ง” ถงเยว่รีบอธิบาย
“อ้างตัวว่าเป็นราชาใบไม้สีทอง?” ราชาใบไม้สีทองกับราชาใบไม้เขียวมองหน้ากันอย่างงงงัน
ราชาใบไม้สีทองหน้าดำคร่ำเครียด เขาก้าวออกมา “แกหมายความว่าไง? กำลังจะบอกว่าใครบางคนพยายามปลอมตัวเป็นฉันอย่างนั้นหรือ?”
“เอ่อ” ถงเยว่ไม่แน่ใจว่าควรตอบอย่างไร
ราชาใบไม้เขียวมองหน้าถงเยว่และถามอย่างวางอำนาจ “มันเกิดอะไรขึ้น?”
“เรียนฝ่าบาท เรื่องเป็นอย่างนี้ เมื่อครู่ก่อน ตอนที่คนของผมกำลังปิดล้อมกลุ่มปรมาจารย์ ก็มีเผ่าพันธุ์ของเราคนหนึ่งปรากฏขึ้นและอ้างตัวว่าเขาคือราชาใบไม้สีทอง ตอนนี้เขาอยู่ในห้องฝั่งตรงข้าม กำลังสอบสวนปรมาจารย์พวกนั้นอยู่!” ถงเยว่รีบอธิบายอย่างกระวนกระวาย
“อ้างตัวว่าเป็นราชาใบไม้สีทอง?”
“กำลังสอบสวนปรมาจารย์พวกนั้น?”
ราชาทั้งสองขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“พาเราไปที่นั่น ฉันอยากจะเห็นว่าไอ้หน้าไหนที่กล้าปลอมตัวเป็นฉัน!” ราชาใบไม้สีทองมีสีหน้าเคร่งเครียด เจตนาสังหารแผ่ออกมาจากร่าง พร้อมจะระเบิดได้ทุกขณะ
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครคนหนึ่งอาจหาญถึงขนาดปลอมตัวเป็นเขา ซึ่งเป็นถึงราชาแห่งเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ให้อภัยไม่ได้!
ถงเยว่ชำเลืองมองราชาใบไม้เขียว เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เขาก็นำทางไป “เชิญทางนี้เลยท่าน”
หลังจากเดินไปได้ 2 ก้าว ราชาใบไม้เขียวก็หยุดกึกและสั่งการ “รอก่อน ไม่ต้องรีบร้อนเข้าไปหรอก ถงเยว่, ส่งคนเข้าไปปิดล้อมบริเวณนั้น ทำเงียบๆ นะ อย่ากระโตกกระตากให้คนข้างในรู้ตัว แล้วหลังจากนั้นพวกเราค่อยเข้าไป”
“ขอรับฝ่าบาท” ถงเยว่พยักหน้า
ถ้าสิ่งที่ถงเยว่พูดเป็นความจริง ก็เป็นไปได้ว่าเจ้าคนที่ปลอมตัวมานั้นมีเจตนาร้าย พวกเขาจึงอยากสอบสวนหมอนั่นว่ามีเป้าหมายอย่างไร
ถงเยว่รีบออกไปสั่งการกับคนของเขา จากนั้นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นกว่า 200 ตัวก็เคลื่อนกำลังเข้าปิดล้อมห้องโถงที่จางเซวียนอยู่ข้างใน
การเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนั้นเป็นระบบระเบียบ ปิดจุดบอดทุกที่ที่พวกเขาจะทำได้ อย่าว่าแต่จางเซวียน ต่อให้เป็นนักรบระดับเซียนขั้น 3 ก็หาทางหนีออกจากวงล้อมของพวกมันได้ยาก
“เอาล่ะ ไปดูกัน” เมื่อการเตรียมการเรียบร้อย ราชาใบไม้เขียวโบกมือ แล้วทั้งกลุ่มก็มุ่งหน้าไปที่ห้องโถง
…..
เมื่อเห็นว่าไม่มีปรมาจารย์คนไหนยินดีจะเชื่อถือถ้อยคำของเขาสักคน จางเซวียนโบกมืออย่างจนปัญญา “พวกคุณอาจไม่ไว้ใจผม แต่ลองคิดดูนะ ถ้าผมเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจริงๆ จะมาเสียเวลาพูดกับพวกคุณอยู่ทำไม คงสั่งการให้คนของผมสังหารพวกคุณไปแล้ว!”
“แกอาจจะอยากได้ข้อมูลบางอย่างจากเราก็ได้ เลยแกล้งทำเป็นแสดงความปรารถนาดี!” ปรมาจารย์คนหนึ่งพูดเสียงลอดไรฟัน
“ได้ข้อมูลบางอย่างจากพวกคุณ?” จางเซวียนส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด “ผมเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนนะ คุณคิดว่าสถานภาพของพวกคุณจะสูงส่งไปกว่าผมหรือ? คุณคิดจริงๆ หรือไงว่าผมต้องการข้อมูลจากปากของพวกคุณ? คิดดูให้ดีสิ”
“เอ่อ”
ทุกคนอึ้งไป เพราะคำพูดของจางเซวียนก็มีเหตุผลอยู่
แต่ในตอนนั้นเอง ลู่เฟิงคำราม “อย่าตกหลุมพรางของมัน ต่อให้เป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนก็เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะรู้ทุกเรื่อง มันคงจับตัวพวกเรามาเพื่อจะล้วงความลับเกี่ยวกับอาณาจักรใต้ดิน”
เขาเคยเจ็บปวดกับคำโกหกของอีกฝ่ายมาก่อนแล้ว และจะไม่มีวันปล่อยให้เหตุการณ์ซ้ำรอยอีก
“ผมเห็นด้วย เราไม่ควรไว้ใจมัน ใครที่ไม่ได้เป็นพวกเดียวกับเรา สุดท้ายก็จะหักหลังเราอยู่ดี ถ้าเขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นล่ะก็ ทำไมถึงมาปรากฏตัวต่อหน้าเราได้ทันเวลาขนาดนั้น? แล้วทำให้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจำนวนมากเชื่อฟังคำสั่งของเขาได้อย่างไร?”
“พวกนี้น่ะมันเจ้าเล่ห์ ที่มาแสดงความปรารถนาดีก็เพราะต้องการอะไรบางอย่าง พวกเราอย่าไปตกหลุมพรางของมัน!”
ปรมาจารย์อีกสองสามคนคำรามอย่างหงุดหงิด
“พวกคุณ” จางเซวียนกลอกตา
เขามาที่นี่เพื่อช่วยชีวิตคนพวกนี้ แต่ลงท้ายกลับต้องวิงวอนเพื่อขอช่วยชีวิต แล้วท้ายของท้ายที่สุด คนเหล่านี้ก็ปฏิเสธอีก โลกนี้ช่างเหลือเชื่อเสียจริง
จางเซวียนข่มความหงุดหงิดไม่ไหว “นี่ พวกคุณน่ะก็แค่ผู้อาวุโสกลุ่มหนึ่ง คุณคิดจริงๆ หรือว่าไอ้การที่เท้าข้างหนึ่งของคุณอยู่ในหลุมฝังศพแล้วน่ะ พวกคุณจะมีอะไรที่ผมต้องการ?”
ปรมาจารย์เหล่านี้มีอายุรวมกันก็หลายหมื่นปี จางเซวียนจะไปอยากได้อะไรจากพวกเขา?
“พวกเรา” ปรมาจารย์คนหนึ่งกำลังจะปฏิเสธ ก็พอดีกับที่อสูรตะวันไบแซนไทน์มีสีหน้าเคร่งเครียด “นายท่าน ข่าวร้าย เราถูกปิดล้อม”
เพราะเป็นอสูรที่มีวรยุทธขั้นการรับรู้จิตวิญญาณ จึงไวต่อสภาพแวดล้อมมากกว่าทุกคนในห้องโถงนั้น การเคลื่อนไหวภายนอกเกิดขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่อสูรตะวันไบแซนไทน์ก็ยังรู้สึกได้อย่างเลือนราง
“ปิดล้อม?”
จางเซวียนผงะไปแล้วรีบเปิดใช้งานดวงตาหยั่งรู้เพื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ท่ามกลางความมืดอันไม่มีที่สิ้นสุดนั้น เขาเห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจำนวนมากยืนอยู่รอบห้องโถง ปิดหนทางหนีเอาไว้หมด แม้แต่ละตัวจะปิดบังรังสีของพวกมันเอาไว้ แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเข้าจู่โจมทุกคนที่พยายามหลบหนี
มันเกิดอะไรขึ้น? จางเซวียนใจหายวาบ
เขาหว่านล้อมให้พวกมันเข้าใจว่าตัวเขาคือราชาใบไม้สีทองแล้วนี่?
ทำไมจู่ๆ ถึงมาปิดล้อม เตรียมการจะสังหารเขาแบบนี้?
จางเซวียนหันกลับไปพูดกับอสูรตะวันไบแซนไทน์ “คุณกลับเข้าไปได้แล้ว”
เพียงแค่มองแวบเดียว เขาก็รู้ว่าไม่มีทางที่จะฝ่าด่านวงล้อมของอีกฝ่ายและหนีออกไปได้
“ได้!” อสูรตะวันไบแซนไทน์พยักหน้าก่อนจะกลับเข้าไปในรังนางพญามด
หลังจากเก็บรังนางพญามดแล้ว จางเซวียนปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขาให้กลับไปเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นอีกครั้ง
ครู่เดียวหลังจากที่เขาจัดการตัวเองเสร็จ ประตูห้องโถงก็เปิดออกจากด้านนอก ‘แอ๊ด’ ชายสามคนก้าวยาวๆ เข้ามา
ที่อยู่หน้าสุดคือถงเยว่ ส่วนอีก 2 คนที่ตามหลังมานั้นดูไม่คุ้นตา แต่พลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพวกเขาก็เข้มข้นอย่างไม่อาจจะต่อต้านได้ ทำให้เกิดความกดดันอย่างหนักกับผู้ที่ต้องเผชิญหน้า
นักรบระดับเซียนขั้น 4? จางเซวียนอ้าปากค้างขณะที่สองมือซึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อนั้นกำหมัดแน่น
เขาไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าจะต้องเผชิญหน้ากับนักรบระดับเซียนขั้น 4 ที่นี่ คิดว่าอย่างเลวร้ายที่สุดก็คงต้องเกิดการนองเลือดโดยใช้กองทัพที่เขามี แต่ถ้าเจอกับผู้เชี่ยวชาญระดับนี้ แผนนั้นก็ล่ม
รู้ดีว่าจนมุมแล้ว จางเซวียนอดร้อนใจไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้จำเป็นต้องรักษาความสุขุมเยือกเย็นเอาไว้ เขาขับเคลื่อนระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณ แล้วค่อยๆ ตั้งตัวทีละน้อย
“ถงเยว่ ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ให้ใครมารบกวน แกนึกว่าฉันไม่กล้าฆ่าแกหรือไง?” จางเซวียนสีหน้าเคร่งเครียด เขาจ้องมองถงเยว่ด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยประกายเจตนาสังหาร
เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายมองการปลอมตัวของเขาออก แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือเล่นไปตามน้ำ ไม่อย่างนั้นคงถูกสังหารทันทีแน่
นี่ถ้าเจ้าปรมาจารย์หัวขี้เลื่อยกลุ่มนั้นคิดเป็นสักหน่อยแล้วทำตามที่เขาบอก ป่านนี้ทุกคนก็คงได้ออกไปแล้ว คงไม่เกิดเหตุการณ์วิกฤตแบบนี้
“ผมไม่ได้อยากจะรบกวนคุณ แต่ราชาของเราและราชาใบไม้สีทองมาถึงแล้ว และเมื่อได้ยินว่าคุณอ้างตัวเป็นราชาใบไม้สีทองเหมือนกัน พวกเขาจึงสั่งการให้ผมพาพวกเขามาที่นี่เพื่อพบคุณ” ถงเยว่ตอบ
ราชาของเรา? ราชาใบไม้สีทอง? จางเซวียนหัวหมุนไปหมดจนแทบจะทรุดฮวบลงกับพื้น
คงโชคร้ายไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ ใช่ไหม?
ก็แค่จะใช้ประโยชน์จากชื่อของเขาเพียงครู่เดียว แต่แล้วเจ้าของชื่อก็โผล่มาในเวลาที่ไม่น่าจะโผล่อย่างที่สุด นี่เราทำอะไรให้เทพเจ้าแห่งโชคชะตาขุ่นเคืองใจหรือเปล่า?
ครั้งล่าสุดที่เราปลอมตัวเป็นผู้แทนของห้องโถงแห่งยาพิษ ผู้แทนตัวจริงก็โผล่มาหลังจากที่เราปรากฏตัวได้ไม่นาน เกือบจะทำให้เราถูกจับ นึกว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเพียงโชคร้าย แต่ดูเหมือน จะมีแต่แย่ไปกว่าเดิม คราวนี้เราปลอมตัวเป็นราชาใบไม้สีทอง แต่ไม่เพียงตัวจริงจะมา ราชาใบไม้เขียวยังมาด้วยอีกต่างหาก
ทำไมหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ก็ยังโชคร้ายได้ขนาดนั้น?
ราชาใบไม้สีทองก้าวออกมาและตวาด “แกเป็นใคร? เอาชื่อของฉันมาใช้ทำไม?”
“แกน่ะเป็นใคร?” จางเซวียนเลิกคิ้วขณะย้อนถาม
ในเมื่อไม่มีหนทางที่ดีกว่านี้ เขาก็ต้องลงทุนเดิมพัน
“ฉันคือราชาใบไม้สีทอง!” ราชาใบไม้สีทองตอบอย่างเกรี้ยวกราด
“บังอาจ! กล้าดีอย่างไรมาปลอมตัวเป็นฉัน? ถงเยว่ รออะไรอยู่ล่ะ พาเจ้านี่ออกไป!” จางเซวียนตวาดก้องขณะโบกมือด้วยทีท่าสง่างาม จากนั้นเขาก็เอาสองมือไพล่หลังไว้และแผ่รังสีทรงพลังออกมา บ่งบอกถึงพละกำลังที่ไม่มีใครเทียบได้ “ฉันคือราชาใบไม้สีทอง!”
หลังจากพูดคำนั้นออกมาแล้ว เขาก็ปรับเปลี่ยนกล้ามเนื้อให้มีรูปลักษณ์แบบเดียวกันกับราชาใบไม้สีทองที่อยู่ตรงหน้าเป๊ะ
ก่อนหน้านี้ รูปลักษณ์ของจางเซวียนมีต้นแบบจากหุ่นปีศาจ ในเมื่อราชาใบไม้สีทองตัวจริงมาถึงแล้ว เขาก็ควรจะปรับรูปลักษณ์ให้เหมือนกับอีกฝ่าย
“แก!” เห็นอีกฝ่ายไม่เพียงแต่จะเอาชื่อของเขาไปใช้ แต่ยังปรับรูปลักษณ์ให้เหมือนตัวเขาต่อหน้าต่อตา ราชาใบไม้สีทองโมโหจนแทบจะระเบิด
แกจะหลอกลวงกว่านี้อีกได้ไหม?
ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของแกต่อหน้าต่อตาทุกคนแบบนี้ นึกว่าใครต่อใครตาบอดกันหมดหรือไง?
ส่วนจางเซวียน หลังจากปรับรูปลักษณ์ให้เหมือนราชาใบไม้สีทองแล้ว ก็กล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “นี่คือรูปลักษณ์จริงของฉัน ฉันแค่ปรับเปลี่ยนเพราะไม่อยากโชว์หน้าตาที่แท้จริงให้ใครเห็น”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอาจหาญถึงขนาดปลอมตัวเป็นราชาใบไม้สีทองต่อหน้าพวกเขาทั้งคู่ ราชาใบไม้เขียวตวาดอย่างหมดความอดทน “แกเป็นใครกันนี่? ฉันเดินทางผ่านฉนวนมาพร้อมกับราชาใบไม้สีทอง ไม่มีอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับตัวตนของเขาแน่!”
เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องเชื่อถือราชาใบไม้สีทองที่เดินทางผ่านฉนวนมาพร้อมกันมากกว่าคนแปลกหน้าที่อยู่ดีๆ โผล่มาจากไหนไม่รู้
“ไม่มีอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับตัวตนของเขา?” จางเซวียนโบกมืออย่างหงุดหงิดและถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขามองทั้งคู่ด้วยสีหน้าสมเพช “ราชาใบไม้เขียว คุณนี่ก็ซื่อเสียเหลือเกิน ควรจะมองเจ้าคนที่อยู่ข้างๆ คุณให้ดีก่อนที่จะไว้ใจนะ คุณคงไม่รู้หรอกว่าหมอนั่นน่ะเป็นใคร แต่ผมรู้! ครั้งหนึ่งเขาเคยปลอมตัวเป็นผม และผมก็ได้สั่งสอนบทเรียนไปแล้วเมื่อรู้เข้า แต่อสูรเจ้าเล่ห์ตัวนี้หลบหนีไปได้ ผมไม่คิดจริงๆ ว่ามันจะไปหาคุณ ถ้าผมรู้เสียก่อน คงฆ่ามันตั้งแต่เมื่อมีโอกาสแล้ว”
“แกว่าอะไรนะ?” เมื่อได้ยินเรื่องราวที่พิสดารพันลึกขึ้นเรื่อยๆ ราชาใบไม้สีทองโมโหจนเจตนาสังหารแทบจะท่วมท้นเส้นเลือด
การที่ไอ้หมอนี่ปลอมตัวเป็นเขาก็เรื่องหนึ่ง แต่ถึงกับกล่าวหาอย่างหน้าไม่อายว่าตัวเองเป็นตัวจริง มันเอาความกล้าหาญมาจากไหน?
อีกอย่าง ฉันปลอมตัวเป็นแก? และแกสั่งสอนบทเรียนให้ฉัน?
นี่แกโกหกหน้าด้านๆ แบบนี้น่ะหรือ?
ความละอายอยู่ที่ไหนหมด?
“แกก็น่าจะรู้ดีว่าฉันพูดอะไร”
จางเซวียนส่ายหัวด้วยสีหน้าเซ็งแบบสุดๆ ก่อนจะตวาดก้อง “แก เจ้าอสูร แกทรยศความไว้ใจที่ฉันมีให้แกได้อย่างไร ฉันเลี้ยงดูแกเหมือนลูกเหมือนหลาน ถ่ายทอดเทคนิควรยุทธและเทคนิคการต่อสู้ให้เพื่อที่แกจะได้เติบโตเป็นปีศาจที่เก่งกล้า แต่แกกลับใช้เทคนิคและความรู้ของฉันเพื่อฉวยโอกาสปลอมตัวเป็นฉัน และเที่ยวหลอกใครต่อใครไปทั่ว แก ไอ้เนรคุณ เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาเดี๋ยวนี้!”
จากนั้น จางเซวียนก็หันไปมองถงเยว่กับราชาใบไม้เขียวและถอนหายใจเฮือก “บอกพวกคุณตามตรงนะ แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นอสูรที่ผมเลี้ยงดูมา ตลอดระยะเวลาหลายปีที่เราอยู่ด้วยกัน เขาได้เรียนรู้ทักษะและนิสัยของผมไปมากมาย ทำให้ปลอมตัวเป็นผมได้”
“อสูรของคุณ?” ราชาใบไม้เขียวกับถงเยว่ถึงกับผงะ
ฝ่ายหลังอดพูดออกมาไม่ได้ “อสูร? แต่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นไม่มีทั้งอสูรวิเศษและอสูรระดับเซียนนะ”



