Skip to content

Lord of the Mysteries 109

Lord of the Mysteries

ตอนที่ 109 : หาสาเหตุ
เมื่อเสียงฝีเท้าเพื่อนร่วมทีมดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลัง ความตึงเครียดของไคลน์พลันลดลงหลายระดับ

มันกำลังยืนรอหน้าทางเข้าประตูห้องผู้คุม

เลียวนาร์ดมาถึงเป็นคนแรก มันถามเสียงขึงขังพร้อมกับกำลูกโม่ในมือแน่น

“เกิดอะไรขึ้น?”

หลังจากเห็นเลียวนาร์ดหยุดวิ่งจนเกือบหัวคะมำ ไคลน์นึกขึ้นได้ว่า โรแซนเคยเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์น่าอับอายของเลียวนาร์ดในอดีต

ย้อนกลับไปสมัยเลียวนาร์ดเพิ่งดื่มโอสถผู้ไร้หลับเป็นหนแรก มันควบคุมพลังกายไม่อยู่จนล้มหัวคะมำขณะเดินลงบันไดหิน

ไคลน์กระแอมเบาๆ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังบานประตูยานิสด้านข้าง

“มีเสียงเคาะประตูดังจากด้านใน ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งประตูเปิดแง้มเองเล็กน้อย”

“ประตูยานิสถูกผลักจากด้านใน?”

โคเฮนรี่ร่างเล็กโพล่งถามอย่างตกใจ

“ใช่ เปิดแง้มแค่นิดเดียว…”

ไคลน์อธิบายต่อ แต่ในวินาทีนี้ มันเหลือบเห็นเลียวนาร์ด โคเฮนรี่ และรอยัลกำลังยืนล้อมตนเป็นครึ่งวงกลมโดยเว้นระยะห่างไว้พอประมาณ

ชายหนุ่มชะงักคำพูดราวสองวินาทีก่อนจะเอ่ยปากถาม

“พวกคุณสงสัยผม?”

“ไม่ใช่การสงสัย แต่เป็นหลักปฏิบัติ”

โคเฮนรี่ส่ายศีรษะ

ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด เลียวนาร์ดผ่อนคลายเป็นคนแรกและเผยรอยยิ้มขี้เล่น

“เคยมีโศกนาฏกรรมคล้ายคลึงกันเกิดกับโบสถ์อื่นมาก่อน ผู้วิเศษรับหน้าที่เฝ้าประตูยานิสเกิดคลุ้มคลั่งและดึงเชือกลง เพื่อนร่วมทีมสองคนได้ยินจึงรีบวิ่งลงมาช่วย ก่อนจะถูกฆ่าตายทั้งคู่”

“เข้าใจแล้ว”

ไคลน์เลิกโมโหพวกพ้อง มันเพียงไต่ถามด้วยสีหน้าสุขุม

“แล้วผมต้องทำอย่างไรเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้คลุ้มคลั่ง?”

เลียวนาร์ดพลันหุบรอยยิ้มขี้เล่น มันรีบตวัดมือทำเครื่องหมายสี่จุดบริเวณหน้าอก

นักกวีเที่ยงคืนเปล่งเสียงขับขานแหบพร่า

“ผู้ขาดแคลน อาหาร และเสื้อผ้า ผู้ไร้ค่า ขาดสิ่งคลุม กายยามหนาว ผู้ชุ่มฉ่ำ ตัวเปียกปอน ใต้ดวงดาว ผู้หลับหาว แอบอิง ก้อนหินเย็น เด็กกำพร้า ถูกช่วงชิง จากอ้อมอก พื้นสกปรก นอนกัดฟัน ยื้อชีวิต พวกเขาต้อง ฝ่าฟัน ฟ้าลิขิต แต่พระแม่ จันทร์โลหิต ยังเหลียวแล”

…

บทกวีศักดิ์สิทธิ์ เนื้อหาเปี่ยมด้วยความโศกเศร้า ดังกังวานทั่วทางเดินใต้ดินมืดสลัว ร่างกายและจิตใจของทุกสรรพสิ่งพลันถูกชำระล้างพร้อมกับครอบงำให้สงบนิ่ง

เมื่อเห็นไคลน์ไม่แสดงอากัปกิริยาเฉกเช่นอาการคลุ้มคลั่ง เลียวนาร์ดฉีกยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ

“สบายใจได้ เขายังเป็นสหายที่ดีของเรา”

หลังจากมาดามรอยัลเงียบงันอยู่นาน เธอซักถามไคลน์ด้วยสีหน้าขึงขัง

“คุณเห็นอะไรหลังจากประตูเปิดออก?”

“หุ่นกระบอกอัปมงคลสวมชุดราชสำนักสีดำสนิท รหัส 3-0625”

ไคลน์อธิบายด้วยสีหน้ากังวลกึ่งสับสน

“แต่ผ่านไปราวสามวินาที มีพลังลึกลับบางชนิดที่มองไม่เห็นได้กระชากมันกลับเข้าไป เกิดอะไรขึ้นด้านในกันแน่?”

เลียวนาร์ด โคเฮนรี่ และรอยัลต่างหันมาสบตากันสักพัก

“ฮะฮะ…พวกเราเองก็จนปัญญาจะตอบ แต่ในเมื่อประตูยานิสปิดกลับอีกครั้งโดยไม่พบความผิดปรกติ หมายความว่ายังไม่ควรเข้าไปสำรวจทันที ต้องรอให้หัวหน้ามาถึงในตอนเช้า”

รอยัลเสริมด้วยสีหน้าเย็นชา

“ฉันจะช่วยคุณเฝ้าอีกแรง”

“ตามนั้น”

เลียวนาร์ดโบกมือพร้อมกับยิ้มขี้เล่น

“ในฐานะบุคคลที่มีพลังมากสุด ผมคงต้องอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนคุณด้วยเช่นกัน โคเฮนรี่ รบกวนเฝ้าชั้นสองให้ด้วย เผื่อว่ากรมตำรวจมีเหตุเร่งด่วนและเปิดประตูสำนักงานไม่ได้”

โคเฮนรี่ไม่พูดพร่ำ เพียงพยักหน้าและเดินกลับขึ้นชั้นสอง

เลียวนาร์ดชำเลืองรอยัลและไคลน์

“เล่นไพ่กันต่อไหม? ภายใต้ความตึงเครียด เกมไพ่นับว่าช่วยผ่อนคลายได้ดี”

“ไม่มีปัญหา”

ไคลน์เก็บปืนเข้าซองรักแร้ตามเดิม

ด้านรอยัลไม่ส่งเสียงตอบ เพียงเสยผมดำขลับเงางามและเดินเข้าไปในห้องผู้คุม

ระหว่างทุกคนกำลังเล่นไพ่พิชิตแลนลอร์ด ไม่สิ พิชิตจอมมาร ไคลน์ซักถาม

“หุ่นกระบอกอัปมงคลหมายเลข 3-0625 ตามคำอธิบายทั่วไป มันไม่ควรจะมีชีวิต…”

“เสร็จฉัน! ตองเอซ!”

เลียวนาร์ดเปิดไพ่พร้อมกับตอบไคลน์ด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย

“ตลอด สี่สิบปีที่ผ่านมา 3-0625 ไม่เคยแสดงตนว่ามีชีวิตเลยสักครั้ง พวกเราจึงควรเชื่อว่าคำอธิบายดังกล่าวถูกต้องแล้ว”

“ขอผ่าน คุณมีสมมติฐานในใจแล้วหรือ?”

รอยัลถามเสียงเรียบ

ขณะไคลน์ลังเลว่าจะทิ้งตองสอง ดีหรือไม่ เลียวนาร์ดจิบกาแฟเสียงดังและเริ่มคาดเดา

“ในเมื่อสมมติฐานคือ 3-0625 ไม่มีชีวิต หมายความว่าต้องมีบางปัจจัยด้านในกระตุ้นให้มันขยับ และปัจจัยดังกล่าวต้องเพิ่งปรากฏตัวไม่นานมานี้ ไม่อย่างนั้น เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันควรเกิดขึ้นได้สักพักแล้ว”

“ตลอดเดือนที่ผ่านมา สิ่งของด้านในประตูยานิสมีการเปลี่ยนแปลงบ้างไหม?”

ขณะเห็นไคลน์เผยตอง 2 ต่อหน้าทุกคน รอยัลแสดงสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบ

“มีแค่เรื่องเดียวที่ต่างออกไป…สมุดบันทึกอันทีโกนัสและหุ่นกระบอก 2-049 ของวิเศษทั้งสองชิ้นถูกเก็บรักษาไว้ในประตูยานิสหนึ่งคืน ก่อนจะถูกลำเลียงไปยังมุขมณฑลเขตเบ็คลันด์ด้วยฝีมือมาดามโรล็อต มิสเตอร์บอร์เจีย และมิสเตอร์อายร์”

เลียวนาร์ดมองไพ่ในมือครู่หนึ่ง มันเคาะโต๊ะเพื่อส่งสัญญาณผ่านและหันมายิ้มให้ไคลน์

“ถ้า 2-049 มีอำนาจเปลี่ยนให้ 3-0625 กลับมามีชีวิตได้จริง เรื่องประหลาดคงเกิดขึ้นภายในมุขมณฑลเบ็คลันด์นานแล้ว ดังนั้นผมขอตั้งประเด็นไปยังสมุดบันทึกอันทีโกนัส”

ไคลน์พยักหน้าเห็นด้วย

“มีความเป็นไปได้มากทีเดียว…ด้วยความสัตย์จริง เลียวนาร์ด ผมไม่เคยคิดว่าคุณจะวิเคราะห์ไตร่ตรองได้รอบคอบขนาดนี้”

ความหมายของไคลน์คือ นักกวีโรแมนติกไม่สมควรมีความสามารถด้านวิเคราะห์ติดตัว

“เพราะเขากำลังติดนิยายสืบสวน”

รอยัลอธิบายแทนด้วยสีหน้าเย็นชา

“คิงคู่…กิน เรียงจาก แปด ถึงคิง…มีใครสู้ไหม? ถ้าไม่มี ฉันลงตองหก…หมดมือ”

เมื่อเห็นรอยัลเล่นอยู่คนเดียวจนจบ ไคลน์และเลียวนาร์ดต่างหันมองตากัน

ในตอนที่พวกมันกำลังใช้ความคิด รอยัลฉวยโอกาสเล่นงานอย่างแยบยล!

เมื่อเห็นเหยี่ยวราตรีสาวสวยกำลังสับไพ่เริ่มรอบใหม่ ไคลน์หันกลับมาถามเลียวนาร์ด

“แล้วพลังลึกลับใดดึง 3-0625 กลับไป?”

เลียวนาร์ดแสยะยิ้ม

“คุณคิดว่ากลไกป้องกันทรัพย์สินด้านในประตูยานิส รวมถึงผู้คุมอาวุโสอีกสองสามคน เป็นเพียงเครื่องประดับสำหรับโบสถ์รัตติกาลงั้นหรือ? หลังจากฟ้าสว่าง ผู้คุมอาวุธโสเหล่านั้นจะกลับไปยังวิหารพระแม่เซเลน่าด้วยประตูอีกฝั่ง กลไกป้องกันของประตูยานิสจะทรงพลังมากในยามกลางคืน และอ่อนลงเมื่อแสงจันทร์บนฟากฟ้าเลือนหาย หัวหน้าจึงกำชับไม่ให้ทุกคนเข้าไปด้านในโดยเด็ดขาด”

หรือก็คือ หัวหน้าลืมอธิบายเหตุผลสินะ

ไคลน์ตัดพ้อก่อนซักถามใหม่

“กลไกป้องกัน…ใช่ข่ายเวทมนตร์ไหม?”

คงทำงานเหมือนกับเครื่องรางและยันต์ระดับสูง…

“ถูกต้อง”

รอยัลช่วยยืนยัน

“และนี่คือสาเหตุสำคัญที่ต้องสร้างประตูยานิสไว้ใต้วิหารหลวงของเมืองเสมอ สาวกโบสถ์จะหลั่งไหลมายังวิหารเพื่อสวดภาวนาแด่องค์เทพธิดาทุกวัน การกระทำดังกล่าวช่วยให้พลังวิญญาณของมนุษย์ธรรมดาไหลซึมเข้าสู่ข่ายเวทมนตร์ประตูยานิส แม้จะเล็กน้อย แต่เมื่อสั่งสมมากเข้าก็กลายเป็นทรงพลัง”

“เข้าใจแล้ว…”

ไคลน์พยักหน้าพร้อมกับเหลือบมองไพ่ในมือแสนห่วยแตก

เลียวนาร์ดหัวเราะและช่วยเสริม

“กลไกลป้องกันไม่ได้มีเพียงข่ายเวทมนตร์เท่านั้น ยังรวมถึงเถ้ากระดูกบางส่วนของพระแม่เซเลน่าที่ถูกฝังไว้ด้านใน สมัยยังมีชีวิต เธอคือผู้วิเศษลำดับสูงของโบสถ์รัตติกาล กล่าวกันว่าสามารถก้าวไปถึงระดับนางฟ้า”

เถ้ากระดูกพระแม่เซเลน่า?

เถ้ากระดูกของผู้วิเศษมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ด้วยหรือ? ในลักษณะไหน?

ไคลน์ฉงนปนอยากรู้อยากเห็น

พระแม่เซเลน่าคือผู้ศรัทธาแรงกล้าแห่งโบสถ์รัตติกาลสมัยเริ่มก่อตั้ง ฤทธิ์เดชของเธอถูกกล่าวขานอย่างกว้างขวางในยุคสมัยที่สาม คุณงามความดีถูกบันทึกไว้ในตำราเรียนหลายเล่ม พระแม่เซเลน่าถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญของโบสถ์

คล้ายกับอ่านใจไคลน์ได้ เลียวนาร์ดเล่าต่อ

“มีข่าวลือว่า เถ้ากระดูกของผู้วิเศษระดับสูงจะมีพลังวิญญาณมหาศาลสถิตอยู่ แต่นั่นเป็นเพียงข่าวลือ”

ไคลน์พยักหน้า ถึงเวลาต้องจริงจังกับไพ่ในมือบ้างแล้ว

…

ผ่านไปราวสามชั่วโมง ไม่มีสิ่งผิดปรกติเกิดขึ้นระหว่างนั้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับเหยี่ยวราตรีทั้งสาม

แต่ไม่ใช่กับไคลน์ มันสูญเงินสองซูลไปในวงไพ่ฆ่าเวลา ค่อนข้างเจ็บปวดไม่น้อย

ทว่าเลียวนาร์ดเจ็บหนักกว่ามาก รายได้ของมันติดลบถึงสี่ซูลห้าเพนนี

สรุปก็คือ รอยัลชนะท่วมท้น

“ฟ้าสว่างแล้ว ถึงตาฉันเข้าเวร”

นักเขียนผู้เงียบงัน มาดามซิก้า·ทีรอนเดินเข้ามาในห้องผู้คุมตอนหกโมงตรง

ไคลน์ก้มหน้าอธิบายเหตุการณ์ลงในบันทึกผู้คุมของเหยี่ยวราตรี ก่อนจะเดินกลับชั้นสองพร้อมกับเลียวนาร์ดและรอยัล

ผลจากการไม่ได้นอนทั้งคืน สภาพไคลน์ย่ำแย่และอิดโรยมาก แต่ฝั่งนักกวีเที่ยงคืนและผู้ไร้หลับทั้งสองยังคงกระปรี้กระเปร่าสดชื่น

เป็นเส้นทางที่ขี้โกงชิบ…

ไคลน์เดินผ่านฉากกั้นโดยในหัววาดฝันภาพตนเองกลับบ้านนอนหนุนหมอนอย่างสบายใจ

จนกระทั่งพบดันน์ที่ห้องรับแขก

“อรุณสวัสดิ์ครับหัวหน้า”

ไคลน์หาวขณะทักทายอย่างช่วยไม่ได้

“อรุณสวัสดิ์ คุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้เลยนะ ว่าแต่เมื่อคืนมีเหตุการณ์ผิดปรกติเกิดขึ้นบ้างไหม?”

ชายหนุ่มรีบเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งเสียงประตูถูกทุบ การปรากฏตัวของหุ่นกระบอกอัปมงคล รวมถึงข้อสันนิษฐานของเลียวนาร์ด

“เข้าใจแล้ว”

ดันน์พยักหน้ารับ ไม่ได้แสดงความเห็นเพิ่ม

“เดี๋ยวผมจะส่งโทรเลขไปถามวิหารศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้”

ไคลน์ไม่รีรอ มันรีบเดินออกไปยังถนนซุตแลนและอาบสายลมเย็นยะเยียบยามเช้า

หลังจากสมองสดชื่นขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มพลันฉุกคิดบางสิ่งได้ เป็นเรื่องสำคัญที่มันลืมบอกกับหัวหน้าและอีกสามคน

สัญลักษณ์ประหลาดบนกระดาษ!

เราลืมไปได้ยังไง?

คล้ายกับมีพลังลึกลับดลใจให้ตนหลงลืมชั่วขณะ ยับยั้งไม่ให้บอกกับเหยี่ยวราตรีคนอื่น

และถ้าสมุดบันทึกอันทีโกนัสคือตัวการทำให้ 3-0625 ผิดปรกติจริง แล้วเหตุใดถึงเพิ่งมาเกิดเรื่องเอาป่านนี้

วันที่ตนเข้าเวรครั้งแรก…

หรือพลังลึกลับกำลังทำทุกวิถีทาง เพื่อหวังแสดงแผ่นกระดาษสัญลักษณ์ปริศนาให้เราเห็นแค่คนเดียว?

สมุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัสต้องการอะไรจากเรากันแน่…

หรือสาเหตุที่ไคลน์·โมเร็ตติรอดชีวิต จะเกิดจากทำพันธสัญญากับพลังลึกลับในสมุด?

เส้นทางนักทำนายที่เราเลือก แท้จริงแล้วใครเป็นคนเลือกกันแน่…

…

ข้อสงสัยมากมายแล่นถาโถมสมองแสนอ่อนเพลียของไคลน์ มันยังตัดสินใจไม่ได้ว่า ตนควรรีบกลับบ้านไปนอน หรือควรย้อนกลับไปบอกกับหัวหน้ามากกว่ากัน

……………………

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!