Skip to content

Lord of the Mysteries 228

Lord of the Mysteries

ตอนที่ 228 : ผู้บงการ
โดยไม่ต้องคิดมาก ไคลน์รีบงอเข่าพร้อมกับกลิ้งหลบไปด้านข้าง จุดหมายคือประตูทางออกห้องน้ำ

ฉึก!

ศรขนนกสีดำพุ่งปีกอ่างล้างมือ ลักษณะคล้ายสร้างจากกระดูก ผิวลูกธนูเป็นสีฟ้ามันวาวงดงาม

หากไคลน์ลังเลแม้แต่หนึ่งอึดใจ มันไม่มีทางหลบการโจมตีปุบปับเมื่อครู่พ้นแน่

ระหว่างกำลังกลิ้งตัว ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าเสื้อหมายหยิบไพ่ทาโรต์ติดมือสักสองสามใบ แต่ทันใดนั้น สายลมปริศนาพลันพัดผ่าน โอบล้อมร่างกายไคลน์ไว้อย่างน่าฉงน

ชำเลืองมองด้วยมุมสายตา ไคลน์เห็นเงาร่างสีดำกำลังปรี่เข้าหาตนด้วยความเร็วสูง อีกฝ่ายโผล่พรวดตรงหน้าพร้อมกับทำท่าทางแปลกประหลาด ขาของมันข้างหนึ่งกำลังง้างกลับไปด้านหลังจนสุด ราวกับต้องการเตะเสยทำลายทุกสิ่งทุกอย่างจากล่างขึ้นบน

เมื่อตระหนักว่าหลบไม่พ้นแน่แล้ว ไคลน์ยกเลิกแผนการเดิม และเปลี่ยนเป็นการใช้สันศอกแหลมรับท่าเตะอย่างจำใจ

เกิดเสียงดังสนั่นแขนซ้ายชายหนุ่มประสบอาการชาจนไร้ความรู้สึก ร่างกายลอยขึ้นไปในอากาศประหนึ่งลูกบอล กีฬายอดนิยมของชนชั้นล่าง ขณะเดียวกันก็ยังคล้ายลูกเทนนิสถูกหวดด้วยไม้สควอซ กีฬายอดนิยมของชนชั้นกลาง

‘พลังโจมตีรุนแรงอะไรขนาดนี้!’

หัวใจไคลน์คล้ายกับถูกบีบแน่น

แต่สมองของมันไม่ปั่นป่วน ชายหนุ่มจัดระเบียบร่างกายกลางอากาศภายในช่วงเวลาแสนสั้น สามารถรักษาสมดุลและลงจอดอย่างนุ่มนวลประหนึ่งนักกายกรรม

กลุกๆ ๆ …

ในเวลาเดียวกันท่อเป่าลูกดอกสีเปลือกไม้หล่นกระทบพื้นห้องน้ำและกลิ้งไปทางประตูด้วยความเร็วต่ำ

ขณะไคลน์กำลังเหยียดตัวยืนตรงและเตรียมตั้งรับการโจมตีถัดไป นิมิตภาพใหม่พลันผุดขึ้นในสมอง

ศัตรูดำทะมึนคล่องแคล่วว่องไวเหนือจินตนาการไคลน์มาก เพียงพริบตาก็พุ่งเข้าประชิดตัวอย่างไม่คาดฝัน อีกฝ่ายกำลังก้มต่ำพร้อมกับปล่อยหมัดตรงเล็งใส่หน้าอกไคลน์

ในเสี้ยวพริบตาไคลน์รีบตีลังกากลับหลังครึ่งรอบเพื่อหลบหลีก ท่าทางคล้ายกับลูกบอลกระเด้งกระดอนยากคาดเดาทิศทาง

วืด!

ชายหนุ่มใช้แขนสองข้างยันพื้นในลักษณะห้อยหัวลง เท้าชี้ฟ้าถ่างแยกออกจากกัน ส่งผลให้กำปั้นของชายชุดดำชกโดนเพียงอากาศว่างเปล่า หมัดของมัน จากเดิมเล็งโจมตีใส่หน้าอกเต็มแรง กลับทำได้เพียงเฉียดท่อนขาเพียงเล็กน้อย

ไคลน์หุบขาชิดติดกันพร้อมกับส่งแรงจากข้อมือ พยุงตัวกระโดดหลบไปในทิศทางอื่นและกลับมายืนตั้งตรง

ฟุ่บ!

ก่อนจะได้มีโอกาสสำรวจอีกฝ่าย ศัตรูในชุดดำพุ่งประชิดตัวจากด้านหน้าอย่างรวดเร็วอีกครั้งพร้อมกับสายลมรุนแรงพัดผ่าน

‘ว่องไวอะไรขนาดนี้!’

ไคลน์รีบยกแขนสองข้างตั้งท่าป้องกัน

ชายหนุ่มรู้สึกราวกับตนถูกหมียักษ์สีดำตะปบใส่ แรงปะทะจากอีกฝ่ายมหาศาลจนรับไว้ไม่หมด ไคลน์เดินเซถอยหลังอย่างไม่มีทางเลือก ท่อนแขนสองข้างเริ่มออกอาการชา

แต่ตอนนี้ ชายหนุ่มตระหนักได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ผิวของมันมีสีเข้ม รูปร่างผอมแต่บึกบึน เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เบ้าตาจมลึก ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ‘เพชฌฆาต’ แห่งกลุ่มอันธพาลซีมังเกอ บุคคลผู้พยายามจ้างวานนักสืบเชอร์ล็อก·โมเรียตี้ในช่วงเช้า

ปึกๆ ๆ !

ด้วยสายตาแฝงความดุร้าย เมอซอลพุ่งประชิดตัวไคลน์อีกครั้ง แขนสองข้างสลับเหวี่ยงใส่ชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง มีทั้งฮุคซ้ายและขวาตรง ความแตกต่างด้านพละกำลังระหว่างคนทั้งสองค่อนข้างประจักษ์ชัดตั้งแต่วินาทีแรกของการต่อสู้

แน่นอน ไคลน์ไม่สามารถเอาชนะซึ่งหน้าได้เลย ต้องอาศัยความคล่องตัวและนิมิตลางบอกเหตุช่วยหลบหลีกพายุหมัดของอีกฝ่าย

‘ไม่สิ! เราต้องอาศัยความได้เปรียบทุกส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุด!’

เมื่อคิดเช่นนี้ ไคลน์เลิกพัวพันกับการต่อสู้ระยะประชิด รีบก้มตัวลงกลิ้งหลบไปด้านข้าง

โครม!

เก้าอี้ไม้กลายเป็นเศษซากเมื่อถูกเมอซอลเตะใส่เต็มแรง ไคลน์ใช้แขนข้างหนึ่งยืนพื้นพร้อมกับบิดเอวเพื่อสร้างระยะการกลิ้งให้ไกลกว่าเดิม มันจำเป็นต้องเปิดช่องว่างสำหรับใช้ไพ่ทาโรต์และยันต์ทำมือ

ตึกๆ ๆ !

เมอซอลเข้าประชิดตัวสำเร็จอีกครั้ง มันประเคนลูกเตะทรงพลังหนแล้วหนเล่าโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีช่องว่างหายใจ เพชฌฆาตแห่งกลุ่มอันธพาลปลดปล่อยความดุร้ายเกรี้ยวกราด ประหนึ่งหมียักษ์ผู้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ด้านความคล่องแคล่ว ส่งผลให้แทบไม่มีจุดอ่อนในการต่อสู้แบบประชิดตัว

มันช่ำชองถึงขนาดทำให้ไคลน์เอาแต่กลิ้งไปมาเพื่อหลบหลีกและตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว ไม่เปิดโอกาสให้ใช้งานไพ่ทาโรต์หรือยันด์ได้ถนัด

โครมๆ ! เปรี้ยง!

เก้าอี้ไม้แหลกละเอียด โต๊ะใหญ่หงายหลังล้มครืน ราวแขวนผ้ากระจัดกระจาย ส่วนฝั่งไคลน์ทำได้เพียงกระโดดไปมาอย่างสิ้นหวัง

สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤติ

‘ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่’

ขณะกำลังเล็งหลบไปมา ไคลน์พยายามหาจุดพลิกผัน จนกระทั่งแนวคิดใหม่ผุดขึ้นเมื่อเหลือบเห็นโต๊ะกาแฟจากมุมสายตา

เปรี้ยง!

ไคลน์ใช้แขนหนึ่งข้างรับการโจมตีซึ่งหน้า พร้อมกับอาศัยแรงปะทะส่งตัวเองกระโดดถอยหลังเป็นระยะทางไกลกว่าปกติ ขณะเดียวกันก็ต้องกัดฟันทนต่อความเจ็บปวด

ทันใดนั้นกล้ามเนื้อน่องของเมอซอลพลันปูดโปนประหนึ่งสูบลมเข้าไป

ตึง!

มันกระทืบเท้าใส่พื้นจนบ้านสั่นสะเทือน ตามด้วยการกระโจนเข้าหาไคลน์ด้วยความเร็วสูง ฝ่าเท้าหนึ่งข้างเล็งถีบใส่

ไคลน์สร้างระยะห่างได้ไม่นานก็ถูกฝ่าเท้ากระแทกเข้าอย่างจัง ร่างชายหนุ่มกระเด็นใส่โต๊ะกาแฟดังโครม ส่งผลให้ภาชนะเซรามิกปลิวกระจายใส่ตู้กับข้าวจนแตกหัก ปากกาหมึกซึมร่วงหล่น ปึกกระดาษร่างสัญญาและหนังสือพิมพ์กระจัดกระจายเต็มพื้น

เมื่อเมอซอลเห็นว่า นักสืบในโค้ทกระดุมสองแถวสีดำอ่อนแอลงจากแรงปะทะ ถึงขั้นไม่สามารถลุกยืนหรือกลิ้งหลบการโจมตีได้อีกราวสามวินาที ดวงตาของมันพลันสว่างวาบพร้อมกับประกายความดุร้าย

เมอซอลปรี่เข้าหาไคลน์พร้อมกับเตรียมประเคนเข่าใส่ ระหว่างนั้นได้เกิดเสียงถ้วยชามลายครามหล่นแตกเป็นระยะ

ดวงตาไคลน์กลายเป็นสีดำเข้มขณะจ้องมองฉากตรงหน้า มือข้างหนึ่งรีบคว้าแผ่นกระดาษร่างสัญญาขึ้นมาถือ

มันไม่สนใจคำเตือนจากนิมิตลางบอกเหตุในจังหวะก่อนหน้า แต่กลับเลือกเสี่ยงชีวิตหนีมาทางโต๊ะกาแฟ เพียงเพื่อหยิบกระดาษร่างสัญญาหรือไม่ก็หนังสือพิมพ์สักแผ่น!

ขณะเข่าเมอซอลกำลังลอยเข้าใกล้ ไคลน์ทำการสะบัดข้อมือสุดแรง

ในวินาทีนี้นิมิตลางบอกเหตุฉากใหม่ผุดขึ้นในสมองไคลน์ เป็นภาพลำคอของเมอซอลถูกบิดกลับไปด้านหลัง

ฟุ่บ!

ชายหนุ่มกระตุกข้อมือแผ่วเบาส่งวัตถุบางชนิดพุ่งสวนใส่ศัตรู สิ่งนั้นคือแผ่นกระดาษถูกม้วนจนมีปลายแหลมคล้ายลูกดอก แต่ผิวกลับแข็งประหนึ่งเหล็กกล้า

คมหอกกระดาษพุ่งแหวกอากาศโดยมีเป้าหมายเป็นลำคอเมอซอล

ปัจจุบันระยะห่างจากทั้งสองใกล้กันไม่ถึงหนึ่งเมตร และเมื่อเมอซอลเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหา หมายถึงระยะทางจะยิ่งสั้นลงกว่าเดิม

เมื่อสังเกตเห็นวัตถุทรงแหลมสีขาวปรากฏในมุมสายตาเมอซอลรีบกระโดดถอยหลังเพื่อหลบหลีกตามสัญชาตญาณ

ฉึก!

คมหอกกระดาษ ทะลวงลึกเข้าไปในลำคอของเหยื่อจนหลอดลมถูกทำลาย โลหิตแดงฉานพร้อมด้วยฟองสีขาวไหลซึมท่วมลำคออย่างหยุดไม่อยู่ ร่างกายเมอซอลจำต้องล้มทรุดลง เข่ากระแทกพื้นจนเกิดเสียงดัง

“แฮ่กๆ ๆ”

มันกระชากม้วนกระดาษออกจากบาดแผล จากนั้นรีบใช้มือบีบแน่นเพื่อห้ามเลือด แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเพียงใด น้ำพุโลหิตแดงฉานก็ไม่ยอมหยุดไหลออกจากบาดแผลเสียที ดวงตาเมอซอลเริ่มเสื่อมความแวววาวทีละนิด

จนกระทั่งร่างกายมันสั่นกระตุกรุนแรงสองสามวินาทีและแน่นิ่งไม่ขยับอีกเลย

ด้านไคลน์อาศัยช่องว่างตรงนี้สำหรับพักหายใจเอาแรง ก่อนจะสำรวจรอบตัวพร้อมกับกัดฟันพยุงร่างลุกยืน

ชายหนุ่มยังคงไม่ประมาท ไพ่ทาโรต์สองใบถูกสอดไว้ระหว่างนิ้ว เผื่อว่ามีศัตรูรายใหม่เพิ่มเติม หรือไม่ก็เหยื่อตรงหน้ายังไม่ตายสนิท

ไคลน์เปิดเนตรวิญญาณยืนยันสภาพปัจจุบันของเมอซอล และไม่ผิดคาดสักเท่าไร ผู้บุกรุกหมดลมหายใจเรียบร้อยแล้ว

ถัดมา มันกวาดสายตามองรอบบ้าน แต่ก็ไม่พบสีออร่าผิดปกติในจุดอื่น ชายหนุ่มเริ่มเดินสำรวจอย่างผ่อนคลาย เก้าอี้สองตัวถูกทำลายยับเยิน โต๊ะกาแฟเสียหายหลายจุด เศษถ้วยชามลายครามกระจัดกระจายเต็มพื้น

โถงรับแขก ห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหารล้วนอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงสุดขีด

เมื่อก้มศีรษะลงไคลน์พบว่าชายข้อมือเสื้อมีรอยฉีกขาดแผลใหญ่ ผิวโค้ทเกือบทั้งหมดเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นสกปรก

ชายหนุ่มทำได้เพียงพึมพำอย่างจนปัญญา

“คงเบิกค่าเสียหายกับใครไม่ได้สินะ…”

“ฮ่าๆ ๆ !”

มันหัวเราะราวกับคนเสียสติ ประหนึ่งเรื่องน่าสมเพชในวันนี้จะกลายเป็นมุกตลกในวงเหล้าไปชั่วชีวิต

ร่างกายไคลน์สั่นเทา เสียงหัวเราะเจือความสมเพชดังกังวานทั่วทุกซอกมุมบ้าน

สามวินาทีถัดมาไคลน์หุบยิ้มพร้อมกับเดินไปหาซากศพเมอซอลด้วยสีหน้าดำมืด

คนตายจะต้องลุกขึ้นมาพูด!

ไคลน์เริ่มประกอบพิธีกรรมสื่อวิญญาณแบบพิเศษอย่างชำนาญ มันสวดภาวนาถึงตัวเองและเข้าไปยังมิติสายหมอกเพื่อตอบกลับ

เมื่อกลับมายังโลกจริงอีกครั้ง ชายหนุ่มเปิดฝาน้ำมันสกัดกลิ่นหอมรัญจวน ตามด้วยการใช้เทคนิคทำนายนิมิตฝันร่วมกับพิธีกรรม

“ผู้บงการเบื้องหลังเมอซอล”

ดวงตากลายเป็นสีเข้ม ไคลน์สะกดจิตตัวเองให้หลับใหลและเข้าสู่โลกสีเทาพร่ามัว

ฉากตรงหน้าเริ่มเคลื่อนไหว ความทรงจำของเหยื่อถูกขุดขึ้นมาแสดงให้ไคลน์ประจักษ์

บุรุษผู้หนึ่งกำลังยืนคุยกับเมอซอล อีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคน ไม่สวมหมวก เชิ้ตสีขาวมีลวดลายซับซ้อน ปกเสื้อและชายข้อมือเป็นทรงกลีบดอกไม้ขนาดใหญ่ มอบความหรูหราโอ่อ่า เมื่อรวมเข้ากับเสื้อกั๊กและกางเกงขายาวสีดำรัดรูป ภาพลักษณ์โดยรวมนับว่ามีรสนิยมไม่ธรรมดา

ผมสีน้ำตาล ดวงตาสีฟ้า บนใบหน้าเรียวยาวเผยให้เห็นรอยหนวดเคราเจือจาง ถือเป็นชายวัยกลางคนรูปโฉมหล่อเหลาคนหนึ่ง

มันกล่าวกลับเมอซอลด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“ฉันไม่สนวิธีการ แกต้องจับเป็นเอียน·ไรท์มาให้ได้! แต่ถ้าเกิดมันเสียชีวิตให้รีบนำศพมาถึงมือฉันภายในหนึ่งชั่วโมง หรือภายในสิบห้านาทีได้ยิ่งดี”

“ไม่มีปัญหา ท่านราชทูต”

แม้เมอซอลจะใช้ถ้อยคำแข็งกระด้าง แต่ศีรษะของมันยังคงก้มต่ำอย่างนอบน้อม

เมื่อนิมิตฝันสิ้นสุดลง ไคลน์พลันขมวดคิ้ว

‘ท่านราชทูต? เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงอาณาจักรอื่นเลยหรือ’

หากประเมินจากลักษณะเครื่องแต่งกายสุดล้ำสมัย ราชทูตคนนี้คงเป็นตัวแทนของสาธารณรัฐอินทิสประจำกรุงเบ็คลันด์

‘แต่เอียนเป็นแค่เด็กวัยรุ่น…ไม่ใช่แค่นั้น ราชทูตสามารถประกอบพิธีกรรมสื่อวิญญาณ หรือไม่ก็มีผู้วิเศษคอยรับใช้ข้างกายตลอดเวลา’

ไคลน์รีบใช้ความคิด ก่อนจะพึมพำถามด้วยประโยคทำนายถัดไป

“เหตุผลการตามล่าเอียน·ไรท์”

ท่ามกลางโลกความฝันสีเทาพร่ามัวใบเดิม ไคลน์ได้พบสุภาพบุรุษแต่งกายหรูหราอีกครั้ง

มันยืนจ้องเมอซอลพลางกล่าวเสียงค่อย

“แกไม่จำเป็นต้องทราบเหตุผล! แค่ตั้งใจทำตามคำสั่งก็พอ! ฉันลงทุนกับแกไปมาก ทั้งมอบโอสถและเงินก้อนโต แถมยังทำให้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลของกลุ่มซีมังเกอ ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อให้แกย้อนถามฉัน! ทำตามคำสั่งอย่างซื่อสัตย์ก็พอแล้ว! จงรู้ไว้แค่ว่า เอียน·ไรท์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมบัติมูลค่ามหาศาล”

ความฝันเลือนรางลงทีละนิด ไคลน์ถูกส่งกลับโลกความจริงอีกครั้ง

‘สมบัติมูลค่ามหาศาล…? เดายากฉิบ แต่ไม่อยากเชื่อว่าเอียนจะเข้าไปพัวพันกับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ โอสถ… แปลว่าเมอซอลก็เป็นผู้วิเศษเหมือนกัน ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงโจมตีได้ทรงพลังและน่าหวาดหวั่นขนาดนั้น อาจเป็นเส้นทางสำหรับต่อสู้โดยเฉพาะ’

หลังจากสมมติฐานมากมายหลั่งไหลเข้าสู่สมอง ไคลน์เริ่มตระหนักถึงความอ่อนเพลีย

ข้อเสียเดียวของพิธีกรรมสวดภาวนาถึงตัวเองคือ วิธีนี้จะสิ้นเปลืองพลังวิญญาณในปริมาณมาก หากต้องการใช้พิธีกรรมสื่อวิญญาณโดยไม่เหน็ดเหนื่อยเหมือนสมัยพึ่งพาพลังเทพธิดารัตติกาล ไคลน์ประเมินว่าอย่างน้อย ตนต้องก้าวไปให้ถึงลำดับ 7

ไคลน์สิ้นสุดพิธีกรรมและสลายกำแพงวิญญาณทิ้ง จากนั้นก็หันไปมองศพเมอซอลพร้อมกับตรวจสอบอย่างละเอียด

เพียงไม่นาน จุดแสงระยิบระยับจากทั่วศพเริ่มหลั่งไหลมารวมกันบริเวณลำคอเมอซอล ตามด้วยการแข็งตัวทีละนิด จนกระทั่งกลายเป็นเนื้อเดียวกันโดยสมบูรณ์

ไคลน์บรรจงใช้มือหยิบวัตถุสีแดงเข้มลักษณะคล้ายเยลลีในโลกเก่า

‘ตะกอนพลังของเมอซอล? เป็นของผู้วิเศษเส้นทางใดกัน… จริงสิ มีวิธีหาคำตอบอยู่ แค่นำไปทำนายในมิติสายหมอกก็สิ้นเรื่อง ในทางทฤษฎีลำพังตะกอนพลังของผู้วิเศษลำดับต่ำ ก็มากพอจะเปลี่ยนให้คนธรรมดากลายเป็นผู้วิเศษทันทีหากกินเข้าไป ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบรองเป็นส่วนผสม เพราะวัตถุดิบรองของโอสถลำดับต่ำเกือบทั้งหมดล้วนปลอดพลังวิญญาณ แต่แน่นอน โอกาสคลุ้มคลั่งและเสียสติจะสูงกว่าการปรุงโอสถแบบปกติเล็กน้อย’

ไคลน์ปล่อยให้ความคิดในสมองล่องลอยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรวบรวมสมาธิกลับมาจดจ่อสถานการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง

‘มีศพคนตายในบ้านเรา…’

สภาพห้องและเครื่องเรือนกระจัดกระจายในลักษณะยุ่งเหยิง มันไม่ทราบเลยว่า ต้องจัดการกับจุดเกิดเหตุอย่างไร ถึงจะไม่ถูกตำรวจสอบสวนจนนำพาไปสู่ความฉิบหาย

………………

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!