Skip to content

Lord of the Mysteries 30

Lord of the Mysteries

ตอนที่ 30 : เริ่มต้นใหม่
บ้านเลขที่ 2 4 และ 6 บนถนนดารารัตน์คือบ้านแถวสามหลังตัดกัน หลังคาเป็นทรงปั้นหยาหลายเหลี่ยม ภายนอกถูกทาด้วยสีเทาอมฟ้า ปล่องไฟสามปล่องเรียงรายบ้านละหนึ่งหลัง

แน่นอน บ้านแถวย่อมไม่มีลานหญ้า สวนดอกไม้ หรือเฉลียงหน้าบ้าน ประตูทางเข้าอยู่ติดกับทางเดินริมถนน

สกาเตอร์แห่งสำนักงานจัดหาบ้านสาขาทิงเก็นหยิบพวงกุญแจออกมาไขประตูหน้า ก่อนจะอธิบายเสริม

“บ้านแถวของพวกเราจะไม่มีโถงใหญ่ไว้สำหรับรับแขก เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบกับห้องนั่งเล่นทันที แต่บริเวณด้านหน้าจะมีมุขหน้าต่าง[1]สำหรับรับแสง ความสว่างภายในบ้านจึงพอเหมาะ”

ไคลน์ เบ็นสัน และเมลิสซ่าเปิดประตูเข้าไปพบกับโซฟาผ้าที่กำลังถูกแสงแดดสีทองสาดทอด และแน่นอน ภายในบ้านกว้างขวางกว่าหอพักสองห้องนอนเดิมของพวกมันมาก

“ห้องนั่งเล่นสามารถใช้แทนห้องรับแขกได้ ขวามือเป็นห้องทานอาหาร ส่วนซ้ายมือเป็นเตาผิงที่จะช่วยปรับอุณหภูมิในฤดูหนาว”

สกาเตอร์อธิบายคล่องแคล่ว

ไคลน์กวาดสายตามองแล้วพบว่า บ้านหลังนี้มีสถาปัตยกรรมภายในที่เรียบง่ายและโปร่งโล่ง ห้องทานอาหารกับห้องนั่งเล่นไม่มีฉากกั้นแบ่ง และค่อนข้างห่างกับมุขหน้าต่าง ส่งผลให้แสงส่องไม่ถึงโต๊ะทานอาหารจะเป็นเวลากลางวัน

เก้าอี้ไม้เนื้อแข็งจำนวนหกตัวถูกวางเรียงรอบโต๊ะไม้สีแดงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มันคือโต๊ะสำหรับทานอาหาร ส่วนเตาผิงฝั่งซ้ายมือมีลักษณะเหมือนกับที่เคยเห็นในภาพยนตร์ยุโรปทุกประการ

“ถัดจากห้องทานอาหารจะเป็นห้องครัว แต่พวกเราไม่เตรียมอุปกรณ์ให้ ถัดจากห้องนั่งเล่นเป็นห้องนอนแขกขนาดเล็กและห้องน้ำ…”

สกาเตอร์เดินนำทางพาชมบ้านพลางอธิบายไม่ขาดปาก

ห้องน้ำแบ่งออกเป็นสองสวน โซนล้างหน้าแปรงฟันและส่วนที่เป็นห้องสุขา กึ่งกลางกั้นด้วยบานเฟี้ยมที่พับยืดหดได้

ห้องนอนแขกที่ถูกบรรยายว่าเล็ก แต่ขนาดของมันกลับใหญ่เท่าห้องปัจจุบันของเมลิสซ่า

หลังจากสำรวจชั้นล่างครบถ้วน สกาเตอร์นำทางสามพี่น้องไปยังบันไดที่อยู่ติดกับห้องน้ำ

“ข้างล่างเป็นห้องเก็บของใต้ดิน บรรยากาศค่อนข้างอบอ้าว อย่าลืมเปิดให้อากาศถ่ายเทสักพักก่อนลงไป”

เบ็นสันพยักหน้าก่อนจะเดินตามสกาเตอร์ขึ้นไปชั้นสอง

“ซ้ายมือจะมีหนึ่งห้องน้ำและสองห้องนอน ด้านขวามือก็เช่นกัน แต่ฝั่งนี้จะมีระเบียงถัดจากห้องน้ำ”

ขณะกำลังพูด สกาเตอร์เอื้อมมือไปเปิดประตูห้องน้ำพร้อมกับขยับตัวหลบเพื่อให้เบ็นสัน ไคลน์ และเมลิสซ่าเห็นวิวด้านใน

เป็นห้องน้ำใหญ่ที่มีอ่างอาบน้ำติดตั้ง แต่ยังเหมือนกับห้องด้านล่างที่กึ่งกลางมีบานเฟี้ยมกั้นแบ่งระหว่างห้องสุขากับอ่างล้างหน้า

ถึงฝุ่นจะค่อนข้างมาก แต่เป็นเพราะขาดการทำความสะอาด ตัวห้องน้ำอยู่ในสภาพดี มิได้ปรากฏคราบสกปรก กลิ่นเหม็น หรือแออัดคับแคบแต่อย่างใด

เมลิสซ่าจ้องมองด้วยสีหน้าเหม่อลอยเป็นเวลานาน จนกระทั่งสกาเตอร์เดินเข้าไปในห้องนอนที่อยู่ถัดไป เธอยังคงยืนเงียบงันอยู่ในจุดเดิมอีกสักพัก ก่อนจะเดินตามคนที่เหลือไปชมห้องนอน

ทว่า หลังจากเมลิสซ่าก้าวไปได้สองก้าว เธอชะงักฝีเท้าและหันกลับไปมองห้องน้ำอีกครั้ง

แม้ไคลน์จะเคยผ่านประสบการณ์มามาก แต่มันก็ยังตื่นเต้นเหมือนกับทุกคน ที่หอพักห้องเก่า มิสเตอร์แฟรงค์อาจทำความสะอาดห้องน้ำรวมบ่อยครั้ง แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรักษาความสะอาดได้ตลอดเวลา สภาพน่าคลื่นไส้อาเจียนสามารถพบเห็นบ่อยครั้ง ยังไม่รวมถึงความทุกข์ใจขณะปวดหนักแต่ต้องต่อคิวยาวเหยียด

ห้องน้ำอีกหนึ่งนั้นคล้ายคลึงกับห้องแรก

จากบรรดาห้องนอนที่มีจำนวนสี่ จะมีหนึ่งห้องที่ใหญ่พิเศษ เฟอร์นิเจอร์ภายในครบครันพร้อมด้วยตู้หนังสือ

ส่วนห้องนอนอีกสามจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน มีเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานครบถ้วน จำพวกเตียง โต๊ะไม้ และตู้เสื้อผ้า

“ระเบียงค่อนข้างเล็ก คงยากที่จะตากเสื้อผ้าให้แห้งพร้อมกันในแดดเดียว”

สกาเตอร์กล่าวพลางชี้นิ้วไปยังสุดทางเดินซึ่งมีประตูบานหนึ่งถูกล็อกอยู่

“บ้านหลังนี้มีระบบระบายน้ำสมบูรณ์แบบ มีระบบท่อแก๊ส มิเตอร์แก๊ส รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นพื้นฐาน เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดย่อมของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีแบบพวกคุณ ค่าเช่าบ้านจะอยู่ที่สิบสามซูลต่อสัปดาห์ แต่จะมีค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์อีกห้าเพนนีต่อสัปดาห์ และต้องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสี่สัปดาห์”

ขณะเบ็นสันกำลังจะกล่าวบางสิ่ง ไคลน์กวาดสายตามองหนึ่งรอบพร้อมกับชิงถามด้วยน้ำเสียงใคร่รู้

“เอ่อ… ถ้าจะซื้อบ้านสักหลักต้องใช้เงินเท่าไรหรือครับ?”

ในฐานะอดีตพลเมืองของจักรวรรดิแห่งอาหาร·จีนแผ่นดินใหญ่ มันย่อมต้องการครอบครองทรัพย์สินอย่างถาวร

หลังจากได้ยินคำถาม เบ็นสันและเมลิสซ่าต่างตกตะลึงประหนึ่งเห็นพี่ชายน้องชายของตัวเองเป็นสัตว์ประหลาด

สกาเตอร์ตอบกลับอย่างสุขุมลุ่มลึก

“ซื้อ? สำนักงานของเราไม่มีบ้านขายหรอกครับ บริการรูปแบบเดียวคือให้เช่า”

“ผมแค่ต้องการทราบราคาอย่างคร่าว”

ไคลน์อธิบายกระอักกระอ่วน สกาเตอร์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะมอบคำตอบ

“เมื่อราวเดือนก่อน เจ้าของบ้านเลขที่ 11 ถนนดารารัตน์ได้ขายสัญญาเช่าบ้านแบบชั่วคราวเป็นเวลาสิบห้าปีไปในราคาสามร้อยปอนด์ ลักษณะของบ้านไม่ต่างจากหลังนี้มากนัก”

“จริงอยู่ที่ถูกกว่าการเช่าค่อนข้างมาก แต่คงยากที่ใครสักคนจะมีเงินติดตัวก้อนโตขนาดนั้น และนั่นเป็นเพียงสัญญาเช่า หากต้องการซื้อขาด ราคาคงอยู่ราวแปดร้อยห้าสิบปอนด์”

แปดร้อยห้าสิบปอนด์? ไคลน์รีบคำนวณในหัวสมอง

รายได้ของตนคือสัปดาห์ละสามปอนด์ ของเบ็นสันคือหนึ่งปอนด์กับอีกสิบซูล… รายจ่ายแบ่งออกเป็น ค่าเช่าบ้านสิบสามซูล และถ้าหากกินอาหารแบบไม่อดอยาก ค่าใช้จ่ายรวมทั้งครอบครัวจะตกราวสัปดาห์ละสองปอนด์ ยังมีค่าจิปาถะอย่างเสื้อผ้า การเดินทาง และภาษีสังคม

หมายความว่า ครอบครัวสามพี่น้องจะเหลือเงินเก็บเพียงสัปดาห์ละยี่สิบซูล หรือปีละสามสิบห้าปอนด์ หากต้องการเก็บเงินให้ได้แปดร้อยห้าสิบปอนด์จะต้องใช้เวลามากถึงยี่สิบปี

หรือถ้าจะเก็บเงินเช่าบ้านระยะยาวสิบห้าปีในราคาสามร้อยปอนด์ ก็จะต้องเก็บเงินนานกว่า แปดถึงเก้าปีเลยทีเดียว… นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษอย่างการแต่งงาน เลี้ยงลูก ท่องเที่ยว และอีกมาก…

ในโลกที่ไม่มีสินเชื่อรายบุคคลสำหรับกู้ซื้อบ้าน ผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเช่าบ้านอยู่อาศัยแทน

หลังจากกระจ่าง ไคลน์ก้าวถอยหลังพลางชำเลืองมองเบ็นสันเพื่อส่งสัญญาณให้มันเจรจาสัญญาเช่ากับสกาเตอร์

ส่วนความเห็นจากเมลิสซ่านั้นไม่จำเป็น เพราะดวงตาที่กำลังเปร่งประกายของเธอคือคำตอบ!

ด้วยเหตุนี้ ไคลน์ปล่อยให้เบ็นสันแสดงพลังของนักต่อรองอย่างเต็มที่ เบ็นสันใช้นิ้วเคาะไม้ค้ำที่ราบเรียบก่อนจะกล่าวตำหนิบ้าน

“พวกเราควรไปดูบ้านอื่นก่อนนะ ห้องทานอาหารมีแสงน้อยเกินไป ระเบียงชั้นสองเล็กมาก ตากผ้าสามคนพร้อมกันไม่ได้ มีห้องนอนเดียวที่มีเตาผิง และเฟอร์นิเจอร์ที่เตรียมไว้ก็เก่าโทรมคร่ำครึ หากคิดย้ายเข้าจริง พวกเราต้องเปลี่ยนเกินกว่าครึ่ง…”

เบ็นสันพล่ามข้อเสียของบ้านอย่างทะลุปรุโปร่งนานกว่าสิบนาที มันพยายามโน้มน้าวให้สกาเตอร์เข้าใจว่าเหตุใดต้องลดค่าเช่าบ้านเหลือเพียงสิบสองซูลต่อสัปดาห์ และลดค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์เหลือสัปดาห์ละสามเพนนี แถมยังพยายามต่อรองค่ามัดจำก้อนแรกให้เหลือเพียงสองปอนด์

แต่ท้ายที่สุดก็สำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อ!

เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น สามพี่น้องกลับไปยังสำนักงานจัดหาบ้านเช่าสาขาทิงเก็นเพื่อเซ็นสัญญาเช่าสองฉบับ

จากนั้นก็เดินทางไปยังสำนักงานรับรองเอกสารประจำเมืองทิงเก็นเพื่อประทับตรารับรองสัญญาเช่า

หลังจากจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้า ไคลน์และเบ็นสันเหลือเงินรวมกันเก้าปอนด์ สองซูล และแปดเพนนี

ขณะหยุดยืนหน้าประตูบ้านเลขที่ 2 ถนนดารารัตน์ สามพี่น้องต่างกำกุญแจทองแดงไว้คนละหนึ่งดอก สีหน้าจดจ่ออยู่กับตัวบ้านโดยไม่ละสายตาไปทางไหน อารมณ์หลากหลายกำลังซัดโถมจิตใจจนชุ่มฉ่ำ

“เหมือนความฝันเลย…”

เมลิสซ่ากล่าวเสียงค่อยขณะแหงนหน้ามอง ‘บ้านโมเร็ตติ’ ซึ่งเป็นอนาคตของทุกคน

เบ็นสันอมยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องตื่น”

ไคลน์ไม่มีอารมณ์ร่วมเหมือนกับสองคนนั้น มันเพียงผงกศีรษะเล็กน้อย

“ต้องรีบเปลี่ยนกลอนประตูหน้าและระเบียงโดยเร็ว”

“ไม่ต้องรีบก็ได้ สำนักงานจัดหาบ้านเช่าสาขาทิงเก็นมีชื่อเสียงค่อนข้างดี เงินที่เหลือควรนำไปซื้อชุดทำงานใหม่ให้นายมากกว่า แต่ก่อนอื่น พวกเราต้องแวะไปเยี่ยมเยียนมิสเตอร์แฟรงค์”

เบ็นสันกล่าวพลางชี้นิ้วกลับหอพัก

…

สามพี่น้องเดินกลับมาที่ห้องพักและอบขนมปังไรย์กินจนอิ่มหนำ ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านแถวหลังหนึ่งบนถนนกางเขนเหล็ก-บ้านเจ้าของหอพัก-บ้านมิสเตอร์แฟรงค์

หลังจากเบ็นสันเคาะประตู เสียงดังเกรี้ยวกราดภายในบ้านดังเล็ดลอดออกมา มิสเตอร์แฟรงค์พยุงร่างเล็กลุกพรวดจากโซฟาตัวโปรดเปิดประตู

“คงรู้จักกฎเหล็กของฉันดีแล้วใช่ไหม! ลูกบ้านไม่มีสิทธิ์เลื่อนการชำระค่าเช่าทุกกรณี!”

เบ็นสันเอนตัวไปด้านหน้า

“มิสเตอร์แฟรงค์ครับ พวกเรามาเพื่อยกเลิกสัญญาเช่า”

ตรงไปตรงมาอย่างนี้เลยหรือ? จะไปสำเร็จได้ยังไง? ไคลน์ที่ยืนข้างเบ็นสันพลันขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อหู

ระหว่างทางที่เดินมา เบ็นสันกล่าวด้วยสีหน้าแสนมั่นใจว่า ค่าชดเชยจะไม่มากไปกว่าสิบสองซูลแน่นอน

“ยกเลิกสัญญา? ไม่มีวัน! พวกเรายังเหลือสัญญาอีกตั้งครึ่งปี!”

แฟรงค์จ้องเบ็นสันเขม็งพลางโบกไม้โบกมือ

เบ็นสันรอให้อีกฝ่ายสงบ ก่อนจะกล่าวอย่างใจเย็น

“มิสเตอร์แฟรงค์ อย่าลืมสิ ถ้าพวกเรายกเลิกสัญญา คุณจะทำเงินได้มากขึ้นนะ”

แฟรงค์ถามอย่างสนอกสนใจ มันเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าผมเพรียวของตน

เบ็นสันเริ่มอธิบายอย่างตรงไปตรงมาและเรียบง่าย

“ทำเงินได้มากขึ้น? ห้องพักสองห้องย่อยที่สามพี่น้องเราเช่าในราคาสัปดาห์ละห้าซูลหกเพนนีนั้น หากคุณปล่อยให้ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหกคนเช่า ถ้ามีสองคนที่ทำงานหาเงิน พวกเขาต้องยินยอมจ่ายในราคามากถึงหกซูลแน่ คนเหล่านี้ล้วนต้องการถีบตัวเองหนีจากถนนสายล่างที่มีอัตราอาชญากรรมสูง”

นัยน์ตาแฟรงค์เริ่มระยิบระยับ เบ็นสันทำการตอกลิ่มลงไป

“คุณเองก็คงทราบดีใช่ไหม เมื่อไม่นานมานี้ ค่าเช่าห้องพักเฉลี่ยมีอัตราสูงขึ้น ยิ่งพวกเราอยู่นาน คุณก็ยิ่งขาดทุน”

“แต่ว่า… ฉันต้องเสียเวลาหาผู้เช่ารายใหม่”

แม้จะลังเล แต่สีหน้าของมิสเตอร์แฟรงค์ที่สืบทอดกิจการเช่าหอพักจากผู้เป็นบิดาเริ่มคล้อยตาม

“ผมเชื่อว่าคนเก่งและมีความสามารถอย่างคุณต้องหาผู้เช่าใหม่ได้รวดเร็วแน่ อาจภายในสองวันหรือสามวัน… พวกเรายินดีจ่ายค่าชดเชยให้ระหว่างที่คุณกำลังหาผู้เช่ารายใหม่ เอาแบบนี้เป็นไงครับ? พวกเราจะจ่ายให้ก่อนเป็นจำนวนสามซูล เข้าท่าดีใช่ไหม?”

เบ็นสันคิดเองเออเองแทนอีกฝ่าย

แฟรงค์ผงกศีรษะเล็กน้อยด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“เบ็นสัน คุณช่างเป็นคนหนุ่มที่รอบคอบและซื่อสัตย์มาก ไม่มีปัญหา พวกเรามาเซ็นสัญญายกเลิกสัญญาเดิมกัน”

หลังจากเฝ้ามองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ไคลน์ทำได้เพียงอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง มันไม่อยากเชื่อว่ามิสเตอร์แฟรงค์จะถูกโน้มน้าวง่ายดายขนาดนี้

ง่ายเกินไปแล้ว…

หลังจากปัญหาเรื่องสัญญาจบลงไป ถึงคิวเมลิสซ่าและเบ็นสันช่วยกันเลือกชุดทำงานให้ไคลน์

ถัดมาเป็นการย้ายของเข้าบ้านใหม่ สามพี่น้องไม่มีสมบัติที่หนักหรือขนาดใหญ่ บรรดาเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนเป็นทรัพย์สินของมิสเตอร์แฟรงค์ทั้งสิ้น เมลิสซ่ากับเบ็นสันจึงคัดค้านไอเดียไคลน์ที่ต้องการจ้างบริษัทขนของ

พวกมันเลือกจะเดินไปกลับระหว่างถนนกางเขนเหล็กและดารารัตน์หลายรอบแทน

…

ดวงตะวันบนฟากฟ้าเคลื่อนย้ายตัวเองไปทางทิศตะวันตก แสงแดดสาดส่องผ่านมุขหน้าต่างกระทบผิวโต๊ะไม้

ไคลน์จ้องมองสมุดและหนังสือหลายเล่มที่ถูกจัดเรียงในตู้อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหยิบปากกาขนนกและขวดหมึกมาวางลงบนโต๊ะไม้ที่เพิ่งถูกทำความสะอาดเอี่ยมอ่อง

จบสักที… ไคลน์พ่นลมหายใจตัดพ้อความเหนื่อยหน่ายที่ผ่านมา ทันใดนั้น เสียงท้องเริ่มร้องคำราม ชายหนุ่มพับแขนเสื้อลงขณะเดินตรงมาทางประตู

ปัจจุบัน มันมีเตียงส่วนตัวแล้ว ผ้าปูเตียงและผ้าห่มล้วนมีสีขาวผ่อง ถึงเนื้อผ้าจะค่อนข้างเก่า แต่ความสะอาดไม่เป็นสองรองใคร

ไคลน์บิดประตูก่อนจะเดินจากออกจากห้องนอนส่วนตัว ขณะมันกำลังจะตะโกนบางสิ่งออกไป ประตูห้องนอนฝั่งตรงข้ามทั้งสองถูกเปิดออกมาพร้อมกัน

เบ็นสันและเมลิสซ่า

เมื่อเห็นคราบฝุ่นเกาะติดใบหน้ากันและกัน เบ็นสันและไคลน์หัวเราะร่วนอย่างมีความสุข เป็นความสุขที่ครอบครัวนี้ไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว

เมลิสซ่าพยายามกลั้นขำรักษาอาการ แต่ริมฝีปากของเธอกำลังสั่นระริก และท้ายที่สุดได้หลุดหัวเราะออกมาเสียงค่อย

…

เช้าวันถัดมา

ไคลน์ยืนแต่งตัวหน้ากระจกเต็มใบที่ปราศจากรอยร้าว มันกำลังจัดแจงปกและแขนเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง

ชุดทำงานประกอบด้วยเชิ้ตขาว ทักซิโด้ดำ หมวกผ้าไหมทรงสูง กั๊กดำ รวมถึงกางเกงขายาว รองเท้าหนัง และโบว์หูกระต่ายเข้าชุด

ไคลน์วิงเวียนศีรษะไปครู่ใหญ่เมื่อต้องซื้อชุดทำงานทั้งหมดเป็นเงินแปดปอนด์

แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปล้วนคุ้มค่า หลังจากไคลน์เห็นตัวเองในกระจกบานใหญ่ มันสัมผัสได้ว่าบรรยากาศนักวิชาการและความหล่อเหล่าเพิ่มพูนหลายระดับ

กริ๊ก!

ไคลน์ปิดฝานาฬิกาพกก่อนจะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ ไม้ค้ำเลี่ยมเงินถูกหยิบขึ้นมาถือ ปืนลูกโม่ถูกเก็บไว้มิดชิดในซองรักแร้

ไคลน์·โมเร็ตติขึ้นรถม้าแบบรางมาถึงถนนซุตแลนในเวลาไม่นาน

ขณะเดินขึ้นบันไดไปสู่ชั้นสอง ไคลน์พลันส่ายศีรษะตำหนิตัวเองอย่างหนัก มันเคยชินกับชีวิตในอดีตจนหลงลืมแบ่งเงินให้เมลิสซ่าเป็นค่ารถม้า ลงเอยด้วยเธอต้องเดินไปโรงเรียนเฉกเช่นปรกติ

ชายหนุ่มรีบจดบันทึกใส่เศษกระดาษเพื่อเตือนความจำ ก่อนจะย่างกรายเข้าไปในสำนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬ

ภาพแรกที่เห็นคือสตรีผมน้ำตาล-โรแซน กำลังก้มหน้าชงกาแฟ กลิ่นที่หอมกรุ่นและเข้มข้นได้ฟุ้งไปทั่วห้อง

“สวัสดีตอนเช้าไคลน์ วันนี้อากาศดีมากเลยนะ ว่าไหม?”

โรแซนทักทายอย่างร่าเริง

“ด้วยความสัตย์จริง ฉันนึกสงสัยมานานแล้วว่า พวกผู้ชายไม่ร้อนกันบ้างหรืออย่างไรที่ต้องแต่งกายมิดชิดหลายชั้นขนาดนั้น? ถึงทิงเก็นจะร้อนน้อยกว่าเมืองอื่นก็เถอะ แต่ฤดูร้อนก็ยังเป็นฤดูร้อนอยู่ดี”

“เป็นราคาที่ต้องจ่าย เพื่อแลกมากับมาด”

ไคลน์ตอบติดตลก

“สวัสดีตอนเช้าเช่นกันโรแซน ว่าแต่ หัวหน้าอยู่ไหนหรือ?”

“ที่เก่าเวลาเดิม”

โรแซนชี้นิ้วเข้าไปยังประตูห้องที่อยู่หลังฉากกั้น

ไคลน์พยักหน้า มันเดินไปหยุดหน้าประตูห้องทำงานของดันน์·สมิทก่อนจะใช้นิ้วเคาะ

“เข้ามา”

เสียงดันน์ยังคงกังวานและอบอุ่น

เมื่อเห็นไคลน์มาในชุดทำงานใหม่ รอยยิ้มของดันน์·สมิทฉีกกว้างกว่าปรกติ

“ตัดสินใจได้แล้วหรือ?”

มันถาม

ไคลน์สูดลมหายใจเพื่อสงบสติ จากนั้นก็ตอบด้วยสีหน้าขึงขัง

“ครับ ผมตัดสินใจได้แล้ว”

ดันน์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสุขุม สีหน้าและแววตายังคงราบเรียบ

“บอกความต้องการของคุณมา”

ไคลน์ไม่ลังเล

“นักทำนาย!”

……………………

[1] มุขหน้าต่าง หน้าต่างบานใหญ่ที่นูนยื่นออกจากตัวบ้าน พบเห็นได้บ่อยในสิ่งก่อสร้างทรงยุโรป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!