ตอนที่ 307 : อัศวินรุ่งอรุณ
ให้ฆ่าคุณ…? ไคลน์ไม่เคยได้ยินภารกิจเช่นนี้มาก่อน จึงไม่ทราบว่าควรตอบสนองกลับไปอย่างไร
มันเริ่มสงสัยว่า ตนอาจถูกกลอุบายของนักปรุงยาร่างท้วมหลอกเข้าแล้ว
บิชอปยูทรอฟสกี้ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าและจ้องมองชายหนุ่ม
“ฆ่าตัวผมคนเก่า”
…หลวงพ่อ คราวหน้าคราวหลังอย่าเว้นวรรคนานจะได้ไหม…มุมปากไคลน์กระตุกแผ่วเบา “หลวงพ่อครับ แม้แต่ในตำนานปรัมปราก็ยังไม่เคยบันทึกว่า มีผู้ใดเดินทางข้ามกาลเวลาสำเร็จมาก่อน เกรงว่าคำขอร้องของคุณ คงมีเพียงเจ็ดเทพหลักเท่านั้นกระมัง จึงจะทำให้เป็นจริงได้”
“ผิดแล้ว ผมหมายถึง ให้ฆ่าตัวผมคนเก่าซึ่งไม่เคยหายไปไหน เขาหลับใหลอยู่ในส่วนลึกสุดของจิตใจมาตลอด” เมื่อเห็นไคลน์ยังคงแสดงสีหน้าสับสน บิชอปหลังค่อมเล็กๆ ช่วยอธิบายเพิ่มเติม “ตัวผมคนเก่าผู้หลงใหลการต่อสู้และฆ่าฟันเป็นชีวิตจิตใจ ยังไม่ยอมหายไปแม้ผมจะกลับตัวกลับใจได้แล้ว ผมตระหนักชัดเจนว่าเขายังอยู่ภายใน และรอคอยโอกาสกลับมายึดครองร่างอีกครั้ง ผมพยายามขจัดเขาด้วยพิธีมิสซา ศีลของบาทหลวง และคำเทศนา โดยหวังว่าจะกลับตัวกลับใจได้ เชื่อในคำสอนอันยิ่งใหญ่ของพระแม่ธรณี และกลายเป็นหนึ่งเดียวกับผมอีกครั้ง”
สรุปโดยสั้นคือ แผลใจในอดีตลึกมากจนส่งผลกระทบมาจนถึงชีวิตปัจจุบัน และให้กำเนิดอีกหนึ่งบุคลิกขึ้นมา…ในฐานะนักจิตวิทยาจอมปลอมและนักรบคีย์บอร์ด ไคลน์ลองคาดเดาสาเหตุอย่างคร่าว ก่อนจะตั้งใจเรียบเรียงคำพูด “ฟังดูเหมือนกับอาการทางจิตมากกว่า ทำไมถึงไม่ให้นักจิตบำบัดคอยดูแล?”
“ผมเคยลองแล้ว บางทีคุณอาจไม่ทราบ แต่หนึ่งในเส้นทางของโบสถ์พระแม่ธรณีคือโอสถ ‘แพทย์’ มีพลังสำหรับรักษาคนไข้ ชื่อโบราณคือ ‘บาทหลวงเยียวยา’ พวกเขาได้ศึกษาอาการป่วยของผมอย่างละเอียดและพบว่า สิ่งนี้ไม่ใช่อาการทางจิตทั่วไป มันผสมผสานเข้ากับอาการคลุ้มคลั่ง หากตัวผมคนเก่ายึดร่างคืนสำเร็จ ผมจะคลุ้มคลั่งและกลายเป็นสัตว์ประหลาดทันที” ยูทรอฟสกี้เล่าพลางถอนหายใจยาว
คุณต้องไปหาลำดับเจ็ด นักจิตบำบัด ของเส้นทางผู้ชมต่างหาก…ไคลน์ครุ่นคิดสักพัก “คำพูดเมื่อครู่ทำให้ผมทราบว่า คุณค้นพบวิธีแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ยังขาดคนทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง ผมพูดถูกไหม?”
“ถูกต้อง ตลอดหลายปีมานี้ นอกจากงานหลัก การเทศนาสาวกของโบสถ์ ผมยังคอยหาวิธีรักษาตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะผู้คนหรือสมบัติวิเศษซึ่งอาจช่วยเหลือความผิดปรกติของผมได้ จนกระทั่ง พระแม่ธรณียังไม่ทอดทิ้งกัน ผมได้ครอบครองสมบัติสุดวิเศษหนึ่งชิ้น กล่าวกันว่าเป็นถึงมรดกตกทอดจากมังกรโบราณ” เมื่อเห็นไคลน์ไม่เผยอาการสั่นกลัวและหนีไป ยูทรอฟสกี้เริ่มเกิดความหวัง “สมบัติดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้งานบุกรุกเข้าไปในส่วนลึกของดวงวิญญาณเป้าหมาย หรืออีกความหมายหนึ่งคือ คุณจะถูกดึงไปในความฝันของผม สภาพแวดล้อมรอบตัวจะกลายเป็นความฝันอันเลือนราง ถัดมา คุณต้องสู้กับตัวผมคนเก่าให้ชนะ หากฆ่าเขาในสภาพดังกล่าวได้ นั่นจะเป็นการมอบความตายอย่างแท้จริง และเขาจะไม่ปรากฏตัวออกมาอีก”
สมกับเป็นโลกของผู้วิเศษ ใช้วิธีสุดพิสดารเพื่อรักษาคนไข้หลายบุคลิก…ไคลน์ถอนหายใจยาว “ภายในมิตินั้นมีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง? สมบัติวิเศษชิ้นดังกล่าวจะส่งผลข้างเคียงแบบใดกับตัวผู้ใช้งาน และเหตุใดคุณถึงประเมินว่าผมจะทำไม่สำเร็จในตอนแรก”
บิชอปยูทรอฟสกี้ก้มมองไคลน์
“ขณะสมบัติวิเศษดังกล่าวแสดงผล แม้ว่าผู้ใช้งานจะยังมีสติภายในดวงวิญญาณของเป้าหมาย แต่เนื่องจากโลกความฝันด้านในทั้งพร่ามัวและไม่คมชัด สติของคุณจึงไม่สมบูรณ์เหมือนกับอยู่ข้างนอก ในทางกลับกัน ตัวผมคนเก่าจะใช้ข้อได้เปรียบตรงส่วนนั้นเอาชนะคุณ หรือแม้กระทั่งฆ่าคุณได้อย่างง่ายดาย และเมื่อครบห้านาที หากคุณยังไม่กลับออกมา สมบัติวิเศษดังกล่าวจะทำให้คุณหมดสติกะทันหัน จิตของคุณจะกลายเป็นเครื่องสังเวย และกลับออกมาไม่ได้อีกเลยตลอดกาล ร่างเนื้อบนโลกจริงของคุณจะกลายเป็นคนพิการไร้สติ และถ้าคุณถูกฆ่าภายในส่วนลึกสุดของดวงวิญญาณ ผลลัพธ์แบบเดียวกันก็จะเกิดขึ้นกับร่างเนื้อ สิ่งนี้ไม่ต่างอะไรกับความตาย เชื่อผม ตัวผมคนเก่าแข็งแกร่งกว่าจินตนาการของคุณมาก”
แบบนี้เองหรือ…แต่เราไม่กังวลว่าดวงวิญญาณจะกลับออกมาไม่ได้ ในฐานะบุคคลผู้มีจิตใจแข็งแกร่งกว่าปรกติ ผู้ทนทานต่อเสียงเพรียกแหบพร่า มีสติในพิธีกรรมสื่อวิญญาณ และมีสติขณะถูกบุกรุกความฝัน หากยังพอมีโอกาสให้ดิ้นรน เพียงแค่เราเดินทวนเข็มสี่ก้าว เอ่ยพระนามศักดิ์สิทธิ์ และเข้าสู่ห้วงมิติเหนือสายหมอก การหนีออกมาก็ไม่ใช่เรื่องยาก…แต่ปัญหาสำคัญก็คือ บิชอปยูทรอฟสกี้คนเก่าแข็งแกร่งระดับใดกัน โอกาสเอาชนะสำเร็จมีมากน้อยแค่ไหน…ห้วงมิติความฝันพิเศษของบิชอปทูทรอฟสกี้มีข้อจำกัดแบบใดบ้าง…
ไคลน์ผุดความคิดและสมมติฐานมากมาย
“หลวงพ่อคนเก่าแข็งแกร่งระดับใดหรือ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะถึงขั้นกลับออกมาไม่ได้หรอกนะครับ”
ดวงตายูทรอฟสกี้เหม่อลอยเล็กน้อย
“ผมคือนักรบ ลำดับหก อัศวินรุ่งอรุณ”
ไม่ใช่ผู้วิเศษเส้นทางนักเพาะปลูกหรอกหรือ…จริงด้วยสินะ เมื่อครู่เขาเล่าว่า ตัวเองเคยก่ออาชญากรรมร้ายแรงจนต้องหนีไปเป็นโจรสลัดในทะเล ก่อนจะถูกนักเผยแผ่ศาสนาของโบสถ์พระแม่ธรณีเกลี้ยกล่อม…อยู่ลำดับหก สินะ เรายังด้อยกว่าหนึ่งขั้น แต่ไม่ได้แปลว่าจะหมดโอกาสชนะโดยสิ้นเชิง นักมายากลถือเป็นโอสถซึ่งจะได้เปรียบถ้าเตรียมความพร้อมก่อนต่อสู้เป็นอย่างดี เมื่อผนวกเข้ากับความพิเศษของเรา สติจะมั่นคงตลอดเวลาไม่ว่าจะต่อสู้ภายในห้วงความฝันประเภทใด สนามรบดังกล่าวจึงไม่ต่างอะไรกับบ้านตัวเอง…ไคลน์ครุ่นคิดหลายสิบวินาที “แล้วสมบัติวิเศษดังกล่าว ทำให้คุณคนเก่าอ่อนแอลงด้วยไหม”
“ก็ใช่ แต่ก็ไม่มาก เพราะเขาอาศัยอยู่ในห้วงความฝันดังกล่าวมาตลอดจนคุ้นชิน อย่างมากก็ทำให้อ่อนเพลียเล็กน้อย คล้ายกับเพิ่งผ่านการต่อสู้อันดุเดือด” ยูทรอฟสกี้เค้นความทรงจำจากการทดลองครั้งก่อน
นั่นยิ่งเพิ่มโอกาสให้เรา…ไคลน์ซักถามต่อ “ภายในห้วงความฝันดังกล่าว ยังมีจุดใดให้ผมต้องระวังตัวอีกไหม”
“ทั้งหมดเหมือนกับการต่อสู้จริงเกือบทุกประการ ท่วงท่าโจมตีจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ ภาพมายายังคงเป็นเพียงภาพมายา แต่จงจำไว้ให้ดีว่า ตัวผมคนเก่าสามารถดึงคุณเข้าสู่ชั้นความฝันลึกลงไป ส่งผลให้คุมสติได้ยากยิ่งขึ้น ยากจะแยกแยะว่าสิ่งใดเป็นความจริง หรือสิ่งใดเป็นภาพลวงตา” ยูทรอฟสกี้ถอนหายใจ “ดังนั้น หากต้องการรับงานของผม คุณควรเป็นลำดับหก หรือไม่ก็ลำดับเจ็ด บนเส้นทางพิเศษ ความเสี่ยงของงานมีสูงมาก…ว่ากันตามตรง เรื่องราวจะง่ายกว่านี้ ถ้าผมไม่เคยสาบานต่อหน้าสมบัติศักดิ์สิทธิ์แห่งพระแม่ธรณีว่า จะไม่ขอรับความช่วยเหลือจากโบสถ์พระแม่ธรณีโดยเด็ดขาด จนกว่าจะเผยแผ่ศาสนาได้ลุล่วงเรียบร้อย”
แบบนี้เองหรือ…แต่ผมไม่กลัวโลกความฝันหลายชั้นหรอกนะ…ไคลน์ยกมุมปาก
“คำถามสุดท้าย การต่อสู้กับอัศวินรุ่งอรุณต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง”
บิชอปยูทรอฟสกี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางถอนหายใจด้วยใบหน้าค่อนข้างชรา
…
“เรื่องนี้ถือเป็นความลับสูงสุดของผู้วิเศษ มีเพียงผู้ผ่านประสบการณ์ต่อสู้อย่างโชกโชนเท่านั้น จึงจะได้ทราบเคล็ดลับและพลังพิเศษของโอสถชนิดอื่นนอกจากตัวเอง ยิ่งล่วงรู้ความลับอีกฝ่ายมาก โอกาสชนะก็ยิ่งมากตามไปด้วย อย่างนั้นสินะ…”
“ครับ” ไคลน์ตอบซื่อตรง
ยูทรอฟสกี้แสดงสีหน้าครุ่นคิด
“พลังส่วนใหญ่ของอัศวินรุ่งอรุณจะเกี่ยวข้องกับคนยักษ์ หนึ่งในนั้นคือการสร้างอาณาเขต ‘แสงรุ่นอรุณ’ ภายในรัศมี sห้าสิบเมตรรอบตัว แสงดังกล่าวไม่เพียงจะช่วยขจัดภาพมายา แต่ยังมีอิทธิฤทธิ์ปัดเป่าภูตผี วิญญาณอาฆาต และวิญญาณมารลำดับต่ำ มีพลังสำหรับสร้าง ‘เกราะรุ่งอรุณ’ รอบร่างกาย ประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่าเกราะเหล็กเต็มอัตราศึกของอัศวินปรกติ แต่ปราศจากน้ำหนักโดยสิ้นเชิง ไม่มีการสูญเสียความเร็ว หากถูกทำลายไป ก็สร้างขึ้นใหม่ได้ภายในระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงพลังสำหรับสร้างอาวุธหลากหลายรูปแบบ อาวุธทรงพลังอันดับหนึ่งคือดาบใหญ่สองมือขนาดมหึมา มักถูกเรียกว่า ‘ดาบแห่งรุ่งอรุณ’ ทั้งคม แข็ง และอัดแน่นด้วยพลังปัดเป่าวิญญาณในทุกการฟาดฟัน นอกจากนั้นยังมีพลังสร้าง ‘พายุแสง’ เป็นท่าโจมตีทางกายภาพ มีอำนาจบดขยี้ร่างเนื้อมนุษย์ได้ง่ายดาย ขจัดวิญญาณอาฆาตได้ในพริบตา และสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้วิญญาณมารลำดับต่ำ”
ถึงจะมีพลังพิเศษไม่มาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อัศวินรุ่งอรุณคือของแสลงสำหรับนักมายากลอย่างแท้จริง ด้วยพลังโจมตีทางกายภาพและพลังป้องกันมหาศาล รวมถึงการไม่ถูกล่อลวงโดยภาพมายา…แต่ก็ยังมีข่าวดีให้น่าชื่นใจ เพราะถ้าศัตรูไม่ใช่ภูตผี วิญญาณอาฆาต หรือวิญญาณมาร อัศวินรุ่งอรุณแทบไม่มีลูกเล่นพิสดารมากนัก…
ไคลน์ยืนฟังพลางจำลองภาพการต่อสู้ภายในสมอง มันกำลังคิดหาวิธีต่อสู้ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเอาชนะอัศวินรุ่งอรุณ
คำว่าพิสดารของไคลน์หมายถึง ความประหลาด คาดเดาทิศทางไม่ได้ และปราศจากเหตุผลรองรับ ซึ่งอัศวินรุ่งอรุณบกพร่องในเรื่องดังกล่าว
บิชอปยูทรอฟสกี้ทำเพียงจ้องมองอย่างเงียบงัน มิได้กดดันหรือขับไล่ไสส่ง
หลังจากได้ข้อสรุปให้ตัวเอง ไคลน์เงยหน้าขึ้นสนทนากับอีกฝ่าย
“ผมจะลองทำดู แต่ต้องขอตัวสักพัก เพื่อยืนยันว่าคุณพูดความจริงทั้งหมด”
ยูทรอฟสกี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจือความประหลาดใจเล็กๆ
“ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ผมขอย้ำเตือนอีกครั้ง แม้จะไม่ทราบว่าคุณไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แต่ห้ามประมาทตัวผมคนเก่าเด็ดขาด เขาต่อสู้ได้เก่งกาจมาก”
“ผมไม่เล่นตลกกับชีวิตตัวเองหรอกครับ” ขณะกล่าวพลางใช้มือกดหมวกลงบนหน้าอก ไคลน์ก้มศีรษะโค้งคำนับและเดินออกจากวิหารฤดูเก็บเกี่ยวอย่างเงียบงัน มันมองหามุมอับสำหรับซ่อนตัวและส่งจิตตนเข้าห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา
เมื่อได้รับคำยืนยันว่ามีอันตราย แต่อยู่ในขอบเขตยอมรับได้ ไคลน์รีบกลับมายังโลกจริงและจัดระเบียบร่างกายให้พร้อม ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไปเพียงไม่กี่สิบวินาที
ชายหนุ่มเดินกลับมายังวิหารฤดูเก็บเกี่ยวและกล่าวกับบิชอปยูทรอฟสกี้ ผู้ยังคงยืนรอในจุดเดิมโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
“ผมรับงานนี้”
ยูทรอฟสกี้จ้องมองไคลน์ไม่กะพริบตา ก่อนจะกล่าวอย่างเชื่องช้าหนักแน่น
“ถ้าคุณทำสำเร็จ ไม่เพียงจะได้รับสูตรโอสถนักปรุงยา แต่ผมยังจะมอบสมบัติวิเศษผลข้างเคียงต่ำให้เป็นของแถม”
ไคลน์พลันผงะ ตามด้วยการกล่าวชื่นชมจากก้นบึ้งหัวใจ
“หลวงพ่อ! จิตใจของคุณช่างกว้างใหญ่ไพศาลดุจดังมหาสมุทร!”
ยูทรอฟสกี้ไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่ม เพียงหยิบเทียนไขประหลาดออกจากช่องกระเป๋าลับภายในชุดคลุมนักบวชสีน้ำตาล
ผิวด้านนอกไม่เหมือนกับเทียนไขทั่วไป ลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์ซ้อนทับหลายชั้น แต่ยังมีรอยขรุขระให้เห็น
ไส้เทียนยาวประมาณหนึ่งข้อนิ้ว สีดำสนิท ลวดลายคล้ายเกล็ดขนาดเล็กเรียงชิดติดกัน
“จุดด้วยพลังวิญญาณ” ยูทรอฟสกี้ยื่นเทียนไขขนาดเล็กให้ไคลน์พลางแนะนำ
แต่ชายหนุ่มกลับหยิบกล่องไม้ขีดออกมาแทน โดยไม่สนใจคำแนะนำของอีกฝ่าย มันเปิดฝากล่อง หยิบไม้ขีดบางส่วนใส่กระเป๋ากางเกง ส่วนไม้ขีดก้านอื่นๆ ถูกจุดและเป่าให้ดับทันที และนำไปวางไว้รอบห้องโถงของวิหาร ปิดท้ายด้วยการตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับต่อสู้ ประกอบด้วยกระดาษรูปคน กระดาษสี่เหลี่ยม กระดาษแผ่นยาว นกหวีดทองแดง และยันต์อีกหลายชนิด
สิ่งเหล่านี้คือการเตรียมตัวสำหรับรับมือเหตุการณ์เลวร้ายสุดขีด
เมื่อทั้งหมดเรียบร้อย ไคลน์ดีดนิ้วเพื่อสร้างเปลวเพลิงพลังวิญญาณสีฟ้าอ่อน
ซู่ว!
เมื่อนำเพลิงไปสัมผัสกับไส้เทียน ชายหนุ่มยืนจ้องมองไส้เทียนไขสีดำกำลังลุกไหม้
คล้ายกับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง แต่ไคลน์ตระหนักว่าตนได้ย่างกรายเข้าสู่ห้วงมิติแห่งวิญญาณเรียบร้อยแล้ว
เบื้องหน้ายังคงเป็นบิชอปยูทรอฟสกี้คนเดิม ยืนในจุดเดิม พร้อมกับส่วนสูง 2.2 เมตรและร่างกายบึกบึนมอบบรรยากาศคุกคามแค่เพียงจ้องมอง
ทันใดนั้น บิชอปร่างยักษ์ก้มศีรษะลงมาอย่างเชื่องช้า กล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มแปรเปลี่ยน กลายเป็นสีหน้าแววตาเจือความดุร้ายเกรี้ยวกราด
ถัดมา แสงและเงารอบตัวไคลน์เริ่มกะพริบถี่พร้อมกับเคลื่อนไหววูบวาบ ลำตัวบิชอปยูทรอฟสกี้สั่นกระตุกรุนแรงอย่างไร้สาเหตุ คล้ายกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่งภายในร่างกาย
ตุ้บ!
เมื่อการต่อสู้จบลง บิชอปยูทรอฟสกี้นอนล้มลงกับพื้นในสภาพแน่นิ่งไม่หายใจ ตามลำตัวปรากฏบาดแผลหลายจุดพร้อมกับเลือดสีแดงเจิ่งนองพื้นโถง
ด้วยสมองกำลังโปร่งโล่งสุดขีดของไคลน์ ชายหนุ่มแสยะยิ้มเย้ยหยันให้กับเหตุการณ์ตรงหน้าทันที
เล่นละครเก่งชะมัด
แต่หลอกกันไม่ได้หรอกนะ…นี่คือความฝันซ้อนความฝันอีกชั้นหนึ่ง
………………….



