ตอนที่ 318 : วิธีพิสูจน์
หนังสือพิมพ์เขียวแห่งการลอกเลียนแบบ…ไม่สิ หนังสือพิมพ์เขียวความคิดสร้างสรรค์ของจักรพรรดิโรซายล์ น่าจะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของหนังสือมูลค่าสูง จึงหมายความว่า แผ่นคั่นหนังสืออันนั้นมีโอกาสเป็นไพ่เย้ยเทพ…
หัวใจไคลน์หยุดเต้นชั่วขณะ ก่อนจะรีบกระทบกรามเพื่อเปิดเนตรวิญญาณ
อย่างไรก็ตาม มันไม่พบความผิดปรกติใดๆ เหมือนเดิม ไม่ต่างกับแผ่นคั่นหนังสืออื่นภายในระยะการมองเห็น
นั่นสินะ ถ้าสามารถตรวจสอบได้ด้วยเนตรวิญญาณ ก็คงไม่หลุดมาให้เราเห็นวันนี้…
ไคลน์ปิดเนตรวิญญาณและก้มหน้าครุ่นคิด มันพยายามไตร่ตรองหาวิธีการจำแนกว่า แผ่นคั่นหนังสืออันใดเป็นไพ่เย้ยเทพ โดยประเมินจากอุปนิสัยของโรซายล์ โดยนำข้อมูลภายในไดอารีมาประกอบ
มันสามารถมั่นใจได้หนึ่งสิ่ง ในเมื่อจักรพรรดิโรซายล์เคยระบุว่า ไพ่เย้ยเทพจะต้องถูกสอดไว้ในหนังสือมูลค่าสูงเท่านั้น สิ่งนี้หมายถึง หนังสือเล่มดังกล่าวจะต้องโดดเด่นจนออกนอกหน้าหนังสือเล่มอื่น เพื่อสนองกิเลสส่วนตัวของจักรพรรดิขี้เล่น
โรซายล์ต้องการให้เจ้าของหนังสือรู้สึกเจ็บใจเมื่อทราบว่า สิ่งของมูลค่าสูงสุดไม่ใช่เล่มหนังสือ หากแต่เป็นแผ่นคั่นหน้าแสนธรรมดาซึ่งตนมองข้ามมาตลอด
ดังนั้น ถึงจะเป็นหนังสือน่าสนใจ แต่ถ้าไม่โดดเด่นเป็นพิเศษก็สามารถตัดสิ้นได้เลย…
ไคลน์มองไปรอบตัว พยายามปิดประสาทการได้ยินเพื่อไม่ให้เสียงของวิทยากรดังรบกวน
…เราสามารถสรุปได้ว่า ทั้งห้องหนังสือแห่งนี้ นอกจากต้นแบบพิมพ์เขียว ก็ไม่มีหนังสือเล่มใดคู่ควรจะถูกสอดไพ่เย้ยเทพอีก ทั้งปกและเนื้อหาธรรมดาเกินไปหากเทียบกับหนังสือต้นแบบพิมพ์เขียว และจากนิสัยหลงตัวเองของโรซายล์ การจะมองว่าสิ่งประดิษฐ์ของตนเลิศเลอก็คงไม่แปลกนัก ชายคนนั้นกล้าโอ้อวดได้อย่างไม่อายปากว่า
“ฉันจะซ่อนความลับไว้ใกล้ในจุดใกล้ตัว แต่มั่นใจได้เลยว่าไม่มีใครหาพบแน่นอน!”
ขณะเกิดความคิดดังกล่าว ไคลน์พยายามเลียนสีหน้าของโรซายล์ในหัว
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มหมดสิทธิ์ตรวจสอบโดยสิ้นเชิง ว่าแผ่นคั่นหนังสือดังกล่าวจะใช่ไพ่เย้ยเทพจริงหรือไม่ เพราะหนังสือทุกเล่มของจักรพรรดิโรซายล์ ล้วนมีมูลค่ามหาศาลในวงการนักประวัติศาสตร์และวงการผู้วิเศษ โบสถ์จักรกลไอน้ำจึงไม่มีทางนำออกมาให้คนทั่วไปจับต้อง
แต่ถ้าเราไม่แน่ใจว่าเป็นไพ่เย้ยเทพหรือไม่ ก็ไม่คุ้มค่ากับการเสี่ยงชีวิตขโมยออกมา…
หากจำไม่ผิด ไดอารีเกี่ยวกับไพ่เย้ยเทพถูกเขียนไว้เมื่อ 20 มกราคม แต่เรานำข้อมูลดังกล่าวมาใช้อ้างอิงไม่ได้ เพราะไม่มีทางทราบเลยว่า โรซายล์เริ่มสอดแผ่นคั่นหนังสือเมื่อไร…
ไคลน์พึมพำเงียบงัน ก่อนจะหันไปมองวิทยากรหญิงและซักถามด้วยรอยยิ้ม
“ภายในห้องจำลองตรงหน้า มีหนังสือเล่มใดถูกสอดไส้ด้วยสิ่งแปลกปลอมบ้างไหมครับ? เอ่อ ผมหมายถึง จำพวกจดหมายรักจากขุนนางสาวสวย ซึ่งแอบเขียนถึงจักรพรรดิโรซายล์โดยไม่ให้ใครเห็น”
คำถามไคลน์ทำให้ผู้ชายหลายคนส่งเสียงคิกคักออกนอกหน้า ทางด้านวิทยากรหญิงเพียงส่ายศีรษะเล็กน้อยและอธิบาย
“ไม่ค่ะ หากพบว่าหนังสือเล่มใดมีสิ่งของแปลกปลอมเช่นนั้นถูกสอด ทางโบสถ์จะดึงออกไปก่อนนำหนังสือมาแสดงให้ทุกคนได้ชม นี่คือโถงจัดแสดงห้องหนังสือของจักรพรรดิโรซายล์อย่างคร่าว มิใช่ห้องหนังสือของจักรพรรดิในเวลาใดเวลาหนึ่งเป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องทำให้เสมือนจริงถึงขั้นนั้นค่ะ”
ไคลน์หัวเราะ
“เข้าใจแล้วครับ ช่างน่าเสียดาย…”
แบบนั้นก็เยี่ยมเลย! สิ่งนี้หมายความว่า จะเหลือแผ่นคั่นหนังสือให้เราต้องตรวจสอบแค่ชิ้นเดียว ส่งผลให้ระดับความยากของภารกิจลดลงจากเดิมมาก…ไคลน์เสริมอย่างตื่นเต้น
ขณะวิทยากรกำลังเล่าถึงหัวข้อ ‘หนังสือเล่มโปรดของโรซายล์’ ไคลน์กวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้งและยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดตกหล่น
เพื่อจำลองบรรยากาศให้สมจริงจากสมัยหนึ่งร้อยปีก่อน ภายในห้องอ่านหนังสือของจักรพรรดิโรซายล์จึงไม่มีตะเกียงแก๊ส
แสงสว่างมาจากสองจุด หนึ่งคือหน้าต่างบ้านใหญ่ติดลูกกรงเหล็กแน่นหนา และสองคือ เชิงเทียนทองเหลืองขนาดมหึมาสำหรับจุดเทียนไขหลายเล่มพร้อมกัน
ในทางกลับกัน เชิงเทียนขนาดเล็กบนโต๊ะไม่มีเทียนไขวางอยู่ ราวกับเป็นอุปกรณ์สำหรับประดับตกแต่งเพียงอย่างเดียว
มองออกไปนอกหน้าต่าง ไคลน์ได้พบกับลานหญ้าเหี่ยวเฉาสีเหลือง และเสาตะเกียงแก๊สทำจากเหล็กสีดำ
มันเริ่มบันทึกจุดเด่นทางภูมิศาสตร์ลงในความทรงจำ ก่อนจะหันกลับมามองวิทยากรสาวสวยอธิบายเรื่องราว แต่ภายในสมองกำลังวางแผนจารกรรมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
มีหนึ่งสิ่งแน่ชัดสำหรับไคลน์แล้ว ไม่ว่าจักรพรรดิโรซายล์จะมีเจตนาเป็นเช่นไร แต่ทางโบสถ์และตระกูลราชวงศ์ ย่อมไม่ต้องการให้ไพ่เย้ยเทพเผยแพร่ไปสู่ประชาชน เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำลายสมดุลซึ่งสงบนิ่งมานานหลายพันปี
…ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้าเราคืออาร์คบิชอปของโบสถ์ หรือเป็นบุคคลซึ่งถูกมอบหมายให้จัดการกับไพ่เย้ยเทพโดยตรง วิธีแสนง่ายดายคือการเผาข้าวของเครื่องใช้ของโรซายล์ทิ้งให้หมด เพราะถ้าไพ่เย้ยเทพถูกทำลายได้ง่าย สิ่งคุกคามโบสถ์ก็จะหายไปพร้อมกับกองไฟ แต่หากไพ่เย้ยเทพถูกทำลายได้ยาก ก็จะเผยความผิดปรกติให้โบสถ์นำไปจัดการต่อ
ในเมื่อข้าวของเครื่องใช้ของโรซายล์ไม่ถูกเผาทิ้งจนเกลี้ยง คำอธิบายเดียวคือ โรซายล์ใช้บางวิธีการ ทำให้โบสถ์และราชวงศ์เชื่อว่า มันได้แจกจ่ายไพ่เย้ยเทพออกไปจนหมดแล้ว ไม่หลงเหลือปะปนอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ใกล้ตัวแม้แต่ใบเดียว
แน่นอน เรายังตัดประเด็น ‘บางราชวงศ์หรือบางโบสถ์ ต้องการไพ่เย้ยเทพเพื่อนำไปเติมเต็มเส้นทางไม่สมบูรณ์ของตัวเอง’ ออกไปไม่ได้
แต่โอกาสเป็นเช่นนั้นก็มีไม่มาก เพราะหากโบสถ์ใดหวังทำเช่นนั้นจริง พวกมันควรใช้วิธีประนีประนอมมากกว่า ต้องคอยเอาอกเอาใจและสนับสนุนโรซายล์ ไม่ใช่รอให้อีกฝ่ายฝ่าฝืนกฎด้วยการแจกจ่ายไพ่เย้ยเทพ
และหากมีโบสถ์คอยสนับสนุนโรซายล์จริง ไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ช่วงสุดท้ายต้องเขียนด้วยความมั่นใจมากกว่านี้ ไม่ใช่การตัดพ้อว่า ตนไม่เหลือจุดยึดเหนี่ยวใดอีกแล้ว นอกจากองค์กรลับสุดยอดซึ่งยอมเอ่ยนามสักที
ยิ่งไปกว่านั้น โรซายล์เสียชีวิตไปตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อน มีเวลาเหลือเฟือให้โบสถ์จักรกลไอน้ำค้นหาร่องรอยไพ่เย้ยเทพอย่างละเอียดทุกซอกมุม จึงไม่มีใครคาดคิดว่า ภายในห้องอ่านหนังสือจำลองแห่งนี้จะมีสิ่งของล้ำค่าซ่อนอยู่
ส่งผลให้ระดับรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ไม่สูงจนเกินพอดี
ไม่เพียงเท่านั้น สถานการณ์ปัจจุบันของเบ็คลันด์กำลังโกลาหล คดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้สร้างความหวาดกลัวเป็นวงกว้าง หน่วยผู้วิเศษของโบสถ์และรัฐบาลจึงต้องแบ่งกำลังลาดตระเวนรอบเมือง น่าจะเหลือสมาชิกของจิตแห่งจักรกลไม่มากสำหรับรับงานคุ้มกันพิพิธภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีสิ่งสำคัญอย่างไดอารีจักรพรรดิโรซายล์อยู่ สำหรับสาวกผู้คลั่งไคล้โรซายล์ทั่วโลก ไดอารีเปรียบดังหนังสือเวทมนตร์ ไม่ต้องอ่านออก ขอเพียงครอบครองก็ได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้วิเศษลำดับต่ำบางรายยอมเสี่ยงชีวิตเข้ามาขโมยกลับไป ผู้วิเศษส่วนใหญ่จึงถูกวางกำลังไว้รอบโถงชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องจัดแสดงไดอารี
เราต้องกลับบ้านไปทำนายผลลัพธ์ด้วยมิติสายหมอกก่อน จากนั้นค่อยวิเคราะห์และวางแผนถัดไป…
แต่ก่อนอื่น เราต้องหาวิธียืนยันให้ได้ว่า แผ่นคั่นหนังสือดังกล่าวคือไพ่เย้ยเทพจริง ไม่อย่างนั้น แผนเสี่ยงตายของเราจะกลายเป็นเพียงการขโมยแผ่นคั่นหนังสือธรรมดากลับออกมา ไม่คุ้มกับการเอาชีวิตไปเสี่ยงสักนิด แถมยังมีโอกาสเป็นศัตรูกับโบสถ์จักรกลไอน้ำหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน…
แล้วเราต้องยืนยันด้วยวิธีไหน? จึงจะย้อนกลับมายังพิพิธภัณฑ์อีกหลายรอบก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเราไม่มีวิธีพิสูจน์ความจริงผ่านแผ่นกระจกใส…
ต้องให้ใครสักคนช่วย…แต่ว่าใครกัน?
ไคลน์เดินตามหลังวิทยากรด้วยสีหน้าครุ่นคิด ประหนึ่งตั้งใจฟังคำอธิบายของหล่อนเสียเต็มประดา
มิสเมจิกเชียนเป็นผู้ฝึกหัด เธอมีพลังผ่านเข้าออกกำแพงและสิ่งกีดขวาง เหมือนกับพกมาสเตอร์คีย์ติดตัวตลอดเวลา แต่ไม่มีผลข้างเคียงให้ต้องกังวล นับว่าเหมาะสมมากทีเดียว…อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้วิเศษลำดับเก้า ภารกิจคราวนี้ค่อนข้างอันตรายสำหรับเธอ…
ส่วนมิสซิล…ไม่ได้เหมือนกัน พลังของเธอไม่เหมาะกับงานสักเท่าไร แทรกซึมเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ด้วยตัวเองไม่ได้ และการสั่งให้กลุ่มอันธพาลลงมือก็คงไม่ได้ผล โถงชั้นล่างมีหน่วยผู้วิเศษคอยอารักขาแน่นหนา…
มาดามชารอน…? เธอเหมาะสมกับงานนี้มากกว่าใคร โดยเฉพาะร่างวิญญาณแสนสะดวกสบาย ด้วยความเป็นลำดับห้า คงหนีรอดจากหน่วยจิตแห่งจักรกลสองสามคนได้ไม่ยากนัก…แต่ปัญหาก็คือ ไพ่เย้ยเทพถือเป็นสมบัติระดับโลก มูลค่าของมันสูงจนผู้วิเศษยอมฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิง และเราไม่ได้สนิทกับมาดามชารอนถึงขั้นนั้น…
…
ไคลน์พยายามวิเคราะห์หาผู้ช่วยอย่างเหมาะสม
ทันใดนั้น อีกหนึ่งชื่อพลันผุดในสมอง
จัสติส…?
หรือเราควรให้บอกเธอใช้ความมั่งคั่งและอำนาจของตระกูลขุนนางใหญ่ เพื่อขออภิสิทธิ์เข้าไปใกล้กับแผ่นคั่นหนังสือเป็นกรณีพิเศษ โดยนำความอยากรู้อยากเห็นของลูกคุณหนูมาเป็นข้ออ้าง…?
แบบนี้ได้ผลแน่! เธอมีโอกาสมากมาย และการกระทำของคุณหนูจัสติสจะไม่ผิดวิสัยในสายตาคนของโบสถ์ ส่งผลให้ระบบรักษาความปลอดภัยไม่เพิ่มขึ้นจากเดิมหากเราลอบเข้ามาขโมยภายหลัง…
ยิ่งครุ่นคิด ไคลน์ก็ยิ่งพบว่ามีโอกาสสำเร็จค่อนข้างสูง
ส่วนวิธีทดสอบว่า แผ่นคั่นหนังสือดังกล่าวเป็นไพ่เย้ยเทพจริงหรือไม่…
ในเมื่อไพ่เย้ยเทพต่อต้านพลังทำนายและการตรวจสอบด้วยเนตร จึงเหลือเพียงวิธีเดียวให้ทดสอบคือ…ทำให้เสียหาย!
ตัดเทคนิคทำนายออกไปได้เลย วัตถุต่อต้านพลังทำนาย ไม่ใช่ว่าทำนายถึงแล้วจะได้ผลลัพธ์ล้มเหลว หากแต่เป็น การทำนายถึงจะได้ผลลัพธ์เท่ากับการทำนายด้วยวัตถุธรรมดาไร้พลังวิญญาณ
ไม่อย่างนั้น ไพ่เย้ยเทพคงถูกพบความจริงนานแล้ว แค่ลองจับมาทำนาย และตรวจสอบว่าผลลัพธ์ล้มเหลวหรือไม่ ก็จะทราบทันทีว่าวัตถุชนิดนี้คือไพ่เย้ยเทพ ซึ่งโรซายล์ไม่ทำแบบนั้นแน่ หรือหากทำ ไพ่เย้ยเทพก็คงตกอยู่ในมือโบสถ์จักรกลไอน้ำตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อน
ในเมื่อวิธีเดียวสำหรับปลดผนึกไพ่เย้ยเทพคือการท่องคาถา ‘รหัสผ่าน’ ของจักรพรรดิโรซายล์ให้ถูกต้อง การทดสอบของเราจึงเหลือเพียง ‘ทดสอบทำให้ไพ่เย้ยเทพเสียหาย’
แน่นอน การใช้วิธีนี้อาจทำให้ไพ่ใบจริงเกิดความเสียหายและใช้งานไม่ได้ แต่นั่นก็แปลว่าเราไม่มีวาสนากับมัน…แต่เราไม่คิดว่าโรซายล์จะปล่อยให้ผลงานชิ้นเอกของตนถูกทำลายง่ายดายนัก…จริงสิ เราต้องให้จัสติสลองเดา ‘รหัสผ่าน’ ก่อนลงมือทำให้เสียหาย…
ในฐานะผู้เคยอ่านไดอารีโรซายล์มาแล้วหลายแผ่น ไคลน์มองว่าตนพอจะมีโอกาสเดารหัสผ่านถูกอยู่บ้าง
ยกตัวอย่างเช่น โรซายล์เคยกล่าวติดตลกไว้ในไดอารีแผ่นแรกๆ ว่า
“สมบัติทั้งหมดของฉัน พวกแกเชิญมาเอาไปได้เลย แต่ต้องหาให้เจอเสียก่อน ฉันซ่อนมันไว้ในทะเลสายหมอก!”
…หรือโรซายล์จะตั้งรหัสว่า ‘วันพีช’ เป็นภาษาเฮอร์มิสโบราณ?
ไม่น่าใช่ ถ้ามันทำแบบนั้น คนบนโลกปัจจุบันไม่มีทางถอดรหัสสำเร็จแน่ นอกเสียจากจะมีผู้เดินทางข้ามโลกชาวจีนเพิ่ม…
สิ่งนี้ขัดต่อเจตจำนงของโรซายล์ ผู้ต้องการสร้างความปั่นป่วนโกลาหลให้กับโลกมนุษย์…
หรือจะเป็นคำว่า ‘ราชาโจรสลัด’ ในภาษาเฮอมิส หรือไม่ก็เฮอมิสโบราณ…?
หลังจากได้ข้อสรุป ไคลน์เริ่มจดจำโครงสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอย่างละเอียด โดยเฉพาะบริเวณโถงจัดแสดง
ถัดจากนั้นไม่นาน วิทยากรหญิงเดินนำกลุ่มของไคลน์ออกจากห้องอ่านหนังสือ และตรงเข้าไปห้องจัดแสดงถัดไป
เมื่อการพาเที่ยวชมจบลง ถึงเวลาทุกคนแยกย้ายไปตามจุดต่างๆ อย่างอิสระ ไคลน์เดินเข้าไปหาวิทยากรสาวสวยและกล่าวด้วยสีหน้าเคอะเขิน
“ขอประทานโทษครับ แต่ผมต้องการทราบว่า ห้องน้ำไปทางไหน ชั้นบนหรือ?”
“ไม่ค่ะ ข้างบนเป็นสำนักงานของพวกเรา คุณต้องเดินไปจนสุดทางและเลี้ยวซ้าย” วิทยากรอธิบายพลางชี้นิ้วอย่างสุภาพ
ถัดมา ไคลน์ฉวยโอกาสจดจำโครงสร้างอาคารส่วนอื่น วิเคราะห์หาทางหนีทีไล่ และเก็บบันทึกเป็นภาพวาดไว้ในความทรงจำ
เที่ยงตรง ชายหนุ่มออกจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติโดยไม่ได้ทำสิ่งใดเพิ่ม เป้าหมายคือการเดินทางกลับบ้านหมายเลข 15 ถนนมินส์
เดิมที ไคลน์คิดจะใช้เสียงของเดอะฟูลแจ้งไปหามิสจัสติส ว่าหนึ่งในผู้รับใช้ของตนต้องการความช่วยเหลือ แต่เมื่อลองไตร่ตรองอย่างรอบคอบ มันกลับพบว่า การทำเช่นนั้นจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเดอะฟูลเสื่อมเสีย
ในฐานะตัวตนอันยิ่งใหญ่ ตนจำเป็นต้องสุมขุมลุ่มลึกให้มาก ไม่ควรคอยยื่นมือช่วยเหลือผู้รับใช้หนแล้วหนเล่า แบบนั้นดูไม่งาม หรืออย่างน้อยก็ไม่ควรออกหน้าด้วยตัวเอง…
ผ่านไปสักพัก ไคลน์ได้ข้อสรุปว่ามันควรต้องทำอย่างไร
คำตอบคือ มันจะนำภาพและเสียงของ ‘ผู้รับใช้’ ขณะกำลังสวดภาวนาถึงเดอะฟูล ส่งต่อไปหามิสจัสติสอีกทอดหนึ่ง
ด้วยวิธีนี้ มิสเตอร์ฟูลก็ไม่ต้องเปล่งเสียงพูดแม้แต่คำเดียว!
ฟู่ว! ไคลน์ถอนหายใจผ่อนคลาย ก่อนจะปิดม่านห้องนอนมิดชิด และนำสองมือมาลูบแก้มพลางสวดภาวนาถึงตัวเอง
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสายหมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ ผมต้องการความช่วยเหลือจากท่าน ผมต้องการให้ใครสักคน ผู้สามารถเข้าใกล้กับแผ่นคั่นหนังสือ ซึ่งถูกสอดแทรกอยู่ในหนังสือต้นแบบพิมพ์เขียวความคิดสร้างสรรค์ของจักรพรรดิโรซายล์ ช่วยผมทำตำหนิเล็กๆ ชนิดแทบมองไม่เห็นลงบนแผ่นคั่นหนังสือดังกล่าว และแจ้งผลลัพธ์กลับมาให้ทราบ ขณะทำตำหนิ ผู้รับงานจะต้องท่องคาถาเป็นภาษาเฮอมิสหรือเฮอมิสโบราณว่า ‘ราชาโจรสลัด’ ใกล้กับแผ่นคั่นหนังสือ ไม่ว่าใครจะรับงานนี้ และต่อให้แผ่นคั่นหนังสือไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ผมยินดีจ่ายห้าร้อยปอนด์เบื้องต้น สามารถหักออกจากยอดค้างชำระเดิมห้าพันปอนด์ได้ แต่ถ้าแผ่นคั่นหนังสือมีปฏิกิริยา ผมจะตอบแทนด้วยรางวัลก้อนใหญ่”
…
เมื่อท่องเสร็จ ไคลน์รอจังหวะสักพัก ก่อนจะส่งจิตเข้าไปในห้วงมิติสายหมอกเทา และได้พบภาพการสวดภาวนาเมื่อครู่ถูกฉายบนม่านแสงเบื้องหน้าเก้าอี้เดอะฟูล
ชายหนุ่มไม่รีบร้อน ก่อนอื่น มันใช้พลังทำนายถามถึง ‘ผลลัพธ์ของแผนจารกรรมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ’ และได้รับคำตอบยืนยันว่ามีอันตรายจริง แต่อยู่ในขอบเขตรับได้
ถัดมา มันบิดเบือนภาพการสวดภาวนาของตัวเองให้พร่ามัวจนมองเห็นใบหน้าไม่ชัด และบิดเบือนเสียงให้แหบพร่า ก่อนจะส่งภาพเคลื่อนไหวดังกล่าวเข้าไปในดาวแดงตัวแทนมิสจัสติส
………………….



