ตอนที่ 334 : กระสุน
เทียนไขเพียงเล่มเดียวกำลังส่องแสงสีเหลืองนวลของมัน สร้างเงาดำพาดผ่านห้องนั่งเล่นบรรยากาศเงียบสงัด
ไคลน์เลือกนั่งในจุดใกล้ทางออก สายตาพลางกวาดสายตาสำรวจรอบตัว ชายหนุ่มมองเห็นเนตรแห่งปัญญาผู้มีร่องแก้มเด่นชัด และเห็นนักปรุงยาร่างท้วมพุงป่อง
หลังจากลองพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ถึงตอนนี้จะมีหน้ากากเหล็กปกปิดใบหน้าส่วนใหญ่ไว้ แต่เราก็มั่นใจว่า นักปรุงยาร่างท้วมคือคนเดียวกับชายในคณะละครสัตว์ไรซ์ผู้แกว่งปากหาเสี้ยน…
ไคลน์ครุ่นคิดพลางเบือนหน้าหนี นั่งรอให้ชุมนุมเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ มันยังไม่มั่นใจว่าแม่ค้าอาวุธเถื่อนผู้มีช่างฝีมือหนุนหลังจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ อีกฝ่ายนั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชนในระยะค่อนข้างห่าง ไม่มีทางยืนยันได้ว่าเป็นคนเดียวกัน ไคลน์จึงตัดสินใจไม่ผลีผลามจนกว่าเธอจะเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน
ถัดมาไม่กี่นาที เนตรแห่งปัญญาเงยหน้ามองนาฬิกากลไกบนผนังพลางเผยรอยยิ้ม
“วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ…”
“เริ่มสักทีเถอะน่า”
โดยไม่รอให้เนตรแห่งปัญญากล่าวจบ นักปรุงยาร่างท้วมเร่งเร้าอย่างร้อนรน
“ฉันต้องการสัตว์วิเศษสำหรับการศึกษา เป็นสัตว์ป่าได้ยิ่งดี และจะยิ่งดีมากถ้าถูกฝึกมาแล้วระยะหนึ่ง ขอแบบไม่อันตรายเกินไป”
สัตว์วิเศษประเภทสัตว์ป่า?
ไคลน์ประหลาดใจเล็กน้อย
มันยังจำได้แม่นยำ ว่าชายร่างท้วมในคณะละครสัตว์ไรซ์ผู้แกว่งปากหาเสี้ยน มีความสามารถประเภทอ่านใจสัตว์แสดง
เป็นแค่นักปรุงยาไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงมีพลังเกี่ยวกับสัตว์? ถึงขั้นลงทุนหาซื้อสัตว์วิเศษประเภทสัตว์ป่า…จริงสิ หลังจากเราขายผลึกแก่นน้ำพุเอลฟ์ไป เขาคงมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับปรุงโอสถ และพัฒนาตัวเองไปยังลำดับถัดไป…สรุปก็คือ โอสถต่อจากนักปรุงยามีพลังในด้านควบคุมสัตว์ป่า?
ไคลน์อนุมานตามข้อมูลในมือ
ทันใดนั้น ใครบางคนส่งเสียงเหยียดหยันนักปรุงยาร่างท้วม
“ใครจะไปเลี้ยงสัตว์วิเศษไว้กับตัว? ทั้งอันตรายและถูกพบได้ง่าย ถ้าฉันมีสัตว์วิเศษอยู่ข้างกายล่ะก็ คงเชือดมันทิ้งแล้วรอเอาวัตถุดิบโอสถมาขายดีกว่า”
ตามสันดานของนักปรุงยาร่างท้วม มันไม่เคยยอมแพ้ใครในการประชันฝีปาก จึงพ่นลมหายใจพลางเย้ยหยันกลับไปทันควัน
“คิดตื้นไปแล้ว! ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าสัตว์วิเศษจะมีตะกอนพลังแบบไหน และสามารถขายได้ราคาดีหรือไม่ แต่ในทางกลับกัน สัตว์วิเศษจะเป็นผู้ช่วยชั้นเลิศ เพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ได้หลายเท่า…”
ยิ่งเล่า เสียงของมันก็ยิ่งเบาลง ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่า ตนกำลังเปิดเผยข้อมูลสำคัญของโอสถตัวเองทีละนิด
บัดซบ! ทำไมเราถึงควบคุมปากของตัวเองไม่ได้ทุกที!
นักปรุงยาสบถด่าตัวเอง
กะแล้วเชียว…ไคลน์พยักหน้า
และไม่ผิดคาด ข้อเสนอของนักปรุงยาถูกปัดตกไป สมาชิกชุมนุมนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้วิเศษลำดับต่ำ และสถานะทางสังคมก็ไม่ได้มั่งคั่งอะไรนัก ด้วยความเป็นผู้วิเศษผิดกฎหมาย การระวังตัวจึงสูงกว่าคนปรกติ ยังไม่รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่าย แล้วจะให้เลี้ยงสิ่งมีชีวิตฟุ่มเฟือยอย่างสัตว์วิเศษได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดก็คือ สัตว์วิเศษส่วนมากจะไม่เป็นมิตรกับมนุษย์ การเผชิญหน้ามักลงเอยด้วยความตาย ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง ฉะนั้น หากใครต้องการจับสัตว์วิเศษแบบยังมีชีวิต ต้องหาทีมผู้วิเศษทรงพลังมาช่วยล้อมและทำให้อ่อนแรงลง หรือไม่ก็ ตัวเองต้องแข็งกว่าสัตว์วิเศษเป็นอย่างมาก
จริงอยู่ อาจมีผู้วิเศษในบางเส้นทางถนัดทำเรื่องแบบนี้เป็นพิเศษ
หลังจากประสบความผิดหวัง นักปรุงยาร่างท้วมกระแอมเสียงค่อย
“ฉันมีขวดยามาขาย ทุกคนคงทราบสรรพคุณดีอยู่แล้ว หากต้องการชนิดใดเป็นพิเศษ ให้ติดต่อฉันก่อนจบการชุมนุม”
ยาสมานแผล ยากินระงับประสาท และยากินแล้วปึ๋งปั๋งเรื่องบนเตียง…ใช่ไหม?
ไคลน์พึมพำเงียบงัน พร้อมกับหัวเราะและมอบคำแนะนำ
“คุณสามารถซื้อโอสถลำดับ 9 และรวบรวมวัตถุดิบหลักให้ครบ จากนั้นก็ปรุงโอสถให้สัตว์ป่าในอุดมคติของคุณดื่ม หากใช้วิธีนี้ คุณจะมีสัตว์เลี้ยงเป็นสัตว์วิเศษลำดับ 9 คอยรับใช้ข้างกาย แถมยังเลือกเส้นทางได้ตามใจชอบ และจะเลื่อนลำดับตอนไหนก็ได้ แน่นอน เงื่อนไขสำคัญก็คือ คุณต้องร่ำรวยถึงขั้นไม่เสียดายเงินทองหากการทดลองล้มเหลวติดต่อกัน”
นักปรุงยาร่างท้วมพลันผงะ มันนำคำพูดไปคิดจริงจังหลายวินาที ก่อนจะเกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว
“สิ้นเปลืองเกินไป แค่การเก็บเงินซื้อสูตรโอสถให้ตัวเองก็เต็มกลืนแล้ว แถมยังมีความเสี่ยงว่าสัตว์ป่าจะคลุ้มคลั่งหลังจากดื่มโอสถเข้าไป คงต้องใช้โอสถหลายชุดกว่าจะสำเร็จ หากใครคิดทำแบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นเจ้าของเหมืองแร่หรือไม่ก็เจ้าของธนาคาร”
แต่มิสจัสติสแห่งชุมนุมทาโรต์ของฉันเลี้ยงสัตว์วิเศษไว้หนึ่งตัว.
ไคลน์รำพันอย่างเห็นใจนักปรุงยา
ว่ากันตามตรง หากใครต้องการเป็นผู้วิเศษเพื่อหาเงิน ในบรรดาโอสถลำดับตั้งทั้งหมด นักปรุงยาถือว่าตอบโจทย์กว่าทุกเส้นทาง แต่ติดปัญหาคือ ผู้วิเศษอาชีพดังกล่าวจะถูกเพ่งเล็งจากหน่วยของทางการได้ง่าย
ถัดมาเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนของสมาชิกอีกสองสามครั้ง แต่ก็ล้มเหลวทั้งหมด จนกระทั่งไคลน์ได้ยินเสียงจงใจดัดให้แหลมของใครบางคน
“วันนี้ฉันมีอาวุธมาขายแค่อย่างเดียว เป็นกระสุนปืนห้าสิบนัด มาพร้อมพลังพิเศษแตกต่างกันไป ยี่สิบนัดถูกสลักด้วยอักษรเวทมนตร์ของสุริยัน มีประสิทธิภาพคล้ายยันต์แผ่นหนึ่ง สามารถชำระล้างสิ่งมีชีวิตจำพวกภูตผี สร้างความเสียหายรุนแรงแก่วิญญาณอาฆาตและภูตเงาดำ ชื่อของมันคือกระสุนชำระล้าง ส่วนอีกยี่สิบนัดถัดมามีสรรพคุณกัดกร่อนสิ่งมีชีวิต ชื่อว่ากระสุนปราบมาร และสิบนัดสุดท้ายเป็นประเภทต่อต้านมีชีวิตประเภทมาร ชื่อกระสุนปัดเป่า กระสุนทุกนัดสามารถเก็บไว้ได้นาน 18 เดือนหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย”
“50 นัดราคา 500 ปอนด์ หรือแลกกับสูตรโอสถคนเถื่อน ทางนี้ยินดีแถมปืนซึ่งมีลำกล้องตรงกับขนาดกระสุนให้ใช้หนึ่งกระบอก”
พวกเขาผลิตกระสุนปืนตามคำแนะนำของเราในการชุมนุมคราวก่อน จากการประเมินอย่างคร่าว กระสุนเหล่านี้คงมีโครงสร้างซับซ้อนกว่าอาวุธวิเศษทั่วไป เพราะใช้เวลานานหลายสัปดาห์กว่าจะผลิตออกมาได้หนึ่งชุด.
ไคลน์ไม่คิดปล่อยให้สมาชิกคนอื่นแย่งชิงกระสุนแสนสำคัญไปได้ มันเปิดประเด็นด้วยหมัดหนัก
“ผมมีสูตรโอสถคนเถื่อน”
ในเวลาเดียวกัน ชายรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยอมเพิ่มราคาจากมาตรฐาน
“550 ปอนด์”
ในยุคสมัยปัจจุบัน ปืนลูกโม่ดัดแปลงคืออาวุธประสิทธิภาพสูงและพกพาสะดวกสำหรับผู้วิเศษทุกเส้นทาง
หญิงสาวค้าอาวุธเถื่อนผู้พยายามบีบเสียงให้เล็กลงมาตลอด ยามนี้กลับมิอาจเก็บซ่อนอาการตื่นเต้นไว้ได้มิดชิด
“ต้องขออภัยด้วย แต่ดิฉันให้ความสำคัญกับสูตรโอสถมากกว่า”
“600 ปอนด์” ชายร่างโย่งยังคงเพิ่มราคา
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจำนวนเงิน” แม่ค้าอาวุธเถื่อนผู้มีช่างฝีมือคอยหนุนหลังรีบหันมาจ้องไคลน์เขม็ง
“ตกลง! แต่รบกวนช่วยส่งสูตรโอสถให้มิสเตอร์เนตรแห่งปัญญารับรองก่อน”
ฟู่ว! โชคดีว่าเราได้ไพ่จักรพรรดิมืดก่อนเข้าร่วมชุมนุม ไม่อย่างนั้น หากต้องแข่งราคากับสมาชิกเงินหนาผู้เพิ่มราคาทีละ 50 ปอนด์โดยไม่สั่นคลอน เกรงว่าเราคงต้องเสียเงินก้อนโตในคราวเดียว.
ไคลน์ถกผ้าคลุมขึ้น หยิบกระดาษเขียนสูตรโอสถคนเถื่อนซึ่งเตรียมไว้ และก้มหน้าอ่านตรวจทานสักพัก
– หญ้าแห่งความบ้าคลั่งหนึ่งกำ
– เขาผลึกของแรดธรณี
วัตถุดิบรอง :
– วอลนัตลายเข้มหนึ่งผล
– หญ้าแตนหอมหนึ่งต้น
– น้ำแช่เปลือกไม้พ็อพลาร์ 10 มิลลิลิตร
– แอลกอฮอล์ 100 มิลลิลิตร”
หลังจากยืนยันว่าทั้งหมดถูกต้อง ไคลน์พับกระดาษและส่งให้ผู้ช่วย
เฉกเช่นคราวก่อน เนตรแห่งปัญญาหยิบแหวนฝังเพชรพลอยขนาดเล็กหลายเม็ดออกมาถือ พร้อมกับสำแดงพลังของ ‘ผู้รับรอง’ และยืนยันว่าสูตรโอสถดังกล่าวเป็นของจริง
เมื่อได้ยินชายชราประกาศว่า ‘ของจริง’ หญิงสาวค้าอาวุธเถื่อนถอนหายใจอย่างผ่อนคลายสุดขีด ก่อนจะรีบหยิบกล่องเหล็กขนาดเท่าฝ่ามือชายโตเต็มวัยออกมาส่งให้ผู้ช่วย
หญิงสาวรีบหยิบกระดาษจดสูตรโอสถไปจากมือช่วยช่วย เธอคลี่อ่านราวกับต้องการจดจำให้ได้ในวินาทีนี้ ส่วนทางด้านไคลน์ ชายหนุ่มเพียงเปิดฝากล่องเหล็กและมองเข้าไป
ด้านในบรรจุกระสุนสามชุด ชุดหนึ่งส่องแสงสีทองแวววาวราวกับเพิ่งถูกนำขึ้นมาจากน้ำเดือด ชุดสองส่องแสงสีเงินแวววาว ลลักลวดลายปริศนา มอบความเย็นและศักดิ์สิทธิ์ และชุดสุดท้ายมีจำนวนน้อยสุด ปลอกกระสุนส่องประกายสีทองเจือทองเหลือง ไคลน์มองเห็นอักษรเวทมนตร์ซับซ้อนสลักอยู่
ไม่ผิดแน่ ทั้งหมดเป็นของจริง.
ไคลน์สามารถแยกแยะกระสุนพิเศษออกจากกระสุนทั่วไปด้วยหลักของศาสตร์เร้นลับ ถัดมา ชายหนุ่มปิดฝากล่องโลหะและนำไปซุกไว้ใต้ชุดคลุม
ในส่วนของลูกโม่กระบอกแถม ไม่มีสิ่งใดแตกต่างจากลูกโม่ทั่วไป ผิวโลหะทำจากทองเหลืองสีเข้ม บริเวณด้านจับทำจากไม้วอลนัต
เนื่องจากซองปืนรักแร้สูญหายไปในเหตุการณ์เผชิญหน้ากับตำรวจเมื่อนานมาแล้ว ไคลน์จึงต้องเหน็บปืนไว้ข้างเอวและใช้เสื้อผ้าปกปิด
หลังจากเสร็จสิ้นการซื้อขาย มันกวาดสายตามองรอบห้องหนึ่งครั้ง พร้อมกับจงใจกล่าวด้วยเสียงดังกว่าปรกติ
“ลำดับ 8 คนเถื่อน วัตถุดิบหลัก :…ผมต้องการซื้อวัตถุแฝงพลังชำระล้างรุนแรง ประสิทธิภาพคล้ายกับน้ำมนตร์สุริยันหรือตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยัน ยินดีจ่ายด้วยทองปอนด์ หรือแลกเปลี่ยนด้วยสูตรโอสถหลากหลายชนิด ตัวอย่างเช่นลำดับถัดจากคนเถื่อน-นักติดสินบน รวมถึง หากมีคำถามในเรื่องเหนือธรรมชาติ ผมสามารถให้คำตอบได้บางข้อ แต่ขอไม่รับประกัน”
เมื่อนักปรุงยาร่างท้วมได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของมันพลันเบิกโพลงและสั่นเทา มันเริ่มคลับคล้ายคลับคลาว่า ชายคนนี้อาจเป็น ‘เจ้าหนุ่มโชคดี’ จากการชุมนุมหนก่อน
แต่เมื่อประเมินอย่างใจเย็นว่า อีกฝ่ายเพิ่งเป็นผู้วิเศษได้ไม่นาน คงไม่มีทางครอบครองสมบัติมูลค่าสูงมากมายเช่นนี้แน่
ทว่า ยิ่งมันคิดตามก็ยิ่งหงุดหงิด กรามถูกขบแน่นจนเกิดเสียงกรอด นึกเสียดายว่าตนไม่น่าเลือกเส้นทางนักปรุงยา
ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าโชคอีกแล้ว!
แม่ค้าอาวุธเถื่อนผู้เพิ่งซื้อสูตรโอสถคนเถื่อนไปเมื่อครู่ คล้ายกับเธอไม่สามารถระงับความปรารถนาไว้ได้ เกือบหลุดพูดด้วยเสียงจริงออกมา โชคดีว่ายั้งไว้ทัน
“ดิฉันไม่มีสิ่งของแลกเปลี่ยนกับคุณ แต่สามารถจ่ายเป็นเงินสดได้ทันที!…800 ปอนด์เป็นไง!”
ไคลน์ฝืนกลืนคำว่า ‘ตกลง’ เข้าปาก และทำเพียงคิกคักเล็กน้อยพลางมอบคำตอบ
“ต้องขอโทษด้วย แต่สำหรับช่วงนี้ ผมจะเก็บมันไว้ใช้แลกเปลี่ยนเท่านั้น ผมจะพยายามเข้าร่วมการชุมนุมหลังจากนี้ทุกครั้ง ฉะนั้น คุณสามารถตามหาสิ่งของมาแลกเปลี่ยนกันได้”
ยังไม่ขายช่วงนี้…? แม่ค้าอาวุธเถื่อนทวนคำพูดอีกฝ่ายซ้ำ ก่อนจะพยักหน้ารับ
“เข้าใจแล้ว”
ความเงียบงันสักพักปกคลุมห้องนักเล่นอยู่พักหนึ่ง ส่งผลให้ข้อเสนอของไคลน์ถูกปัดตก เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะสำหรับกรุงเบ็คลันด์ อาณาจักรโลเอ็น สาวกของโบสถ์สุริยันเจิดจรัสจะถูกมองว่าเป็นพวกนอกรีตเพราะความขัดแย้งอย่างรุนแรงทางศาสนา จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและวัตถุเกี่ยวกับเส้นทางสุริยันเพียงน้อยนิด
ไคลน์ค่อนข้างผิดหวัง แต่ก็ไม่เสียใจนัก เพราะตนยังมีแผนสำรอง
มันจำได้แม่นยำ ครั้งหนึ่ง มิสซิลเคยว่าจ้างผู้วิเศษเส้นทางสุริยัน ให้ช่วยประกอบพิธีกรรมชำระล้างการรังควานจากเดอะฟูล!
ไม่เพียงเท่านั้น แม่ค้าอาวุธเถื่อนผู้กระหายสูตรโอสถนักติดสินบน คงพยายามอย่างสุดฝีมือเพื่อจะต่อติดกับสาวกสุริยันและหาสมบัติวิเศษประเภทดังกล่าวมาให้เรา.
ไคลน์ไม่กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงนั่งฟังการแลกเปลี่ยนของสมาชิกคนอื่นอย่างเงียบงัน
เมื่อการชุมนุมใกล้จบลง บุคคลรูปร่างปานกลางและไม่มีจุดเด่นใดเลย กดหน้ากากเหล็กบนใบหน้าพลางกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำไพเราะ
“ผมต้องการต่อมใยของแมงมุมแม่หม้ายดำโตเต็มวัย”
ต่อมใยของแมงมุมแม่หม้ายดำโตเต็มวัย? ทำไมเราถึงได้คุ้นชื่อวัตถุดิบนัก ต้องเคยได้ยินมาจากไหนสักแห่งแน่.
ไคลน์ขมวดคิ้ว พร้อมกับพยายามนึกเค้นด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งพาพลังทำนาย
ทันใดนั้น มันระลึกได้แล้วว่าต้นตอของความคุ้นเคยมาจากสิ่งใด
ต่อมใยแมงมุมแม่หม้ายดำคือวัตถุดิบหลักของโอสถ ‘แม่มดสุขสม’!
………………….



