ตอนที่ 341 : แลกเปลี่ยนแบบส่วนตัว
ฉากของเสาหินต้นใหญ่กำลังค้ำจุนโดมพระราชวังโบราณสูงตระหง่าน รวมถึงฉากของโต๊ะทองแดงยาวเก่าแก่อายุหลายพันปีพร้อมด้วยเก้าอี้เรียงรายกว่ายี่สิบตัว กำลังปรากฏในสายตาเด็กสาว
แม้ออเดรย์จะเคยเห็นภาพเหล่านี้บ่อยครั้ง แต่ก็อดรู้สึกทึ่งและตกตะลึงไม่ได้เมื่อจิตถูกย้ายมายังดินแดนแห่งนี้อย่างกะทันหัน
มุมสายตาเด็กสาวกวาดมองไปรอบห้องพร้อมกับยืนยันว่าไม่มีสมาชิกใหม่ จึงหันไปทางบุรุษผู้ถูกรายล้อมด้วยม่านหมอกสีเทาหนาทึบและโค้งคำนับ
“ทิวาสวัดดิ์ค่ะ มิสเตอร์ฟูล~”
ขณะเปล่งเสียง สายตาเหลือบเห็นไพ่ลวดลายลึกลับวางอยู่บนขอบโต๊ะทองแดงฝั่งขวามือของเดอะฟูล
นอนแน่นิ่งในลักษณะเงียบงัน ไม่ส่งเสียงหรือสัญญาณความผิดปรกติให้เห็น ประหนึ่งเป็นเพียงวัตถุอันดาษดื่นบนโลกมนุษย์
น…นั่นคือไพ่เย้ยเทพ? ไพ่ซึ่งเก็บซ่อนเส้นทางสู่ความเป็นเทพเอาไว้! ออเดรย์เริ่มเข้าใจสถานการณ์
เมื่อเห็นเดอะฟูลพยักหน้ารับคำทักทาย เด็กสาวรีบหันไปมองแฮงแมน เดอะซัน เมจิกเชี่ยน และพบว่าพวกมันกำลังสนใจไพ่ใบใหม่ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน
แต่สายตาทุกคนบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังฉงนหนัก คล้ายกับพยายามคาดเดาความหมายของไพ่.
ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว หากมิสเตอร์ฟูลให้ความสำคัญกับสิ่งใด วัตถุดังกล่าวต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
แต่ท่าทีตอบสนองของมิสเตอร์เวิร์ลค่อนข้างแปลก เขาไม่เหลือบมองไพ่แม้แต่นิดเดียว รวมถึงไม่แสดงอารมณ์ใดออกมาทางสีหน้าแววตา สามารถปิดบังภาษากายได้แนบเนียนระดับนี้เชียวหรือ…เส้นทางของเขาคงเป็นประเภทได้เปรียบเส้นทางผู้ชม.
ออเดรย์มั่นใจ หากไม่นับมิสเตอร์ฟูล ไม่มีใครในชุมนุมทาโรต์ทราบตัวตนแท้จริงของไพ่เย้ยเทพนอกจากเธอ
เด็กสาวรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย คล้ายกับกำลังปิดบังความลับระหว่างตัวเองและพ่อแม่โดยไม่ให้พี่ชายรับรู้
ไพ่เย้ยเทพจากฝีมือจักรพรรดิโรซายล์…สมบัติแสนล้ำค่าแห่งโลกผู้วิเศษ!
ออเดรย์ฉวยโอกาสยกมือเป็นคนแรกหลังจากเมชิกเชี่ยน เดอะซัน และคนอื่นกล่าวคำทักทายครบ
“ท่านเดอะฟูลผู้ยิ่งใหญ่ ดิฉันมีบางสิ่งต้องการรายงานเป็นการส่วนตัว”
ส่วนตัว? อัลเจอร์ขมวดคิ้ว ตามด้วยการพยายามนึกหาเหตุผลปะติดปะต่อ แต่แน่นอนว่าไม่สำเร็จ
เดอร์ริคและคนอื่นต่างก็ฉงน แต่ไม่ได้คิดอะไรมากมาย
ไคลน์พยักหน้ารับ
“ไม่มีปัญหา”
ด้วยความสัตย์จริง มันไม่ทราบเลยสักนิดว่ามิสจัสติสกำลังจะรายงานเรื่องใด
ผ่านไปสองวินาที ไคลน์ทำการปิดกั้นการมองเห็นและได้ยินของสมาชิกอื่นพร้อมกับส่งสัญญาณมือบอกเด็กสาว
ออเดรย์นั่งในกิริยาท่าทางสง่างามและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันได้ประกาศขอซื้อสูตรโอสถ ‘ผู้ชม’ ภายในชุมนุมลับแห่งหนึ่ง โดยหลังจากนั้นก็มีผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นสมาชิกสมาคมแปรจิตจำนวนสองคน มาติดต่อกับดิฉันผ่านทางแวดวงชนชั้นสูง ดิฉันต้องการเข้าร่วม แต่ใจหนึ่งก็เป็นกังวลความปลอดภัยของตัวเอง ท่านมีความเห็นว่าอย่างไรบ้างคะ? ดิฉันค่อนข้างกังวลในเรื่องนี้”
สมาคมแปรจิต…จากข้อมูลหลายแหล่งของเรา องค์กรลับดังกล่าวยังไม่เข้าข่ายกลุ่มก่อการร้าย และไม่เคยได้ยินว่านับถือเทพองค์ใดเป็นพิเศษในปัจจุบัน เป้าหมายหลักคือการสำรวจจิต สติ และพลังวิญญาณของมนุษย์ คล้ายกับองค์กรนักวิทยาศาสตร์มากกว่าลัทธิหรือนิกายเถื่อน แต่ในสายตาเจ็ดโบถส์หลักซึ่งมีเทพคอยยึดเหนี่ยวจิตใจ สมาคมแปรจิตยังถูกจัดให้เป็นพวกนอกรีตอยู่ดี.
และจากคำบอกเล่าของนายแพท์ดักซ์เตอร์ อาวุโสระดับสูงของสมาคมแปรจิตส่วนใหญ่จะมีความโน้มเอียงไปทาง ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’ มากกว่า โดยเป็นความ ‘นับถือ’ ในเชิงวิทยาศาสตร์ หาใช่การกราบไหว้บูชาอย่างหน้ามืดตามัวเยี่ยงคนเถื่อน.
ไคลน์ตรึกตรองหลายสิ่งภายในเวลาสั้นๆ จากนั้นก็ยิ้มตอบ
“ถ้าคิดว่าเหมาะสมกับตัวเอง เจ้าสามารถเข้าร่วมได้อย่างอิสระ หากวันใดเกิดปัญหา ให้ขอความช่วยเหลือจากสมาชิกชุมนุมทาโรต์โดยไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ” ออเดรย์ถอนหายใจโล่งอก
ไคลน์ครุ่นคิดอีกสักพักก่อนจะเสริม
“ภายในสมาคมแปรจิตนั้นมีสายลับของโบสถ์หลักอยู่มาก ไม่ว่าจะทูตพิพากษาหรือเหยี่ยวราตรี เจ้าต้องเก็บซ่อนความลับของตัวเองให้มิดชิด”
มิสเตอร์ฟูลใจดีจัง อุตส่าห์เป็นห่วงและเตือนให้เราระวังตัว…ออเดรย์ฉีกยิ้มกว้างพลางตอบกลับ
“ในอนาคต สมาคมแปรจิตจะมีสายลับจากชุมนุมทาโรต์เพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งคนค่ะ!”
“…”
แม่สาวน้อย เธอยังไม่ทันได้เป็นสมาชิกของทางนั้น ก็เตรียมคิดถึงเรื่องทรยศไว้ในหัวแล้วหรือ…ไคลน์แอบวาดสัญลักษณ์จันทร์แดงเพื่อแสดงความอาลัยต่อสมาคมแปรจิต
หลังจากรายงานประเด็นหลักเสร็จ เธอไม่รีบจบการสนทนาส่วนตัว เด็กสาวกล่าวต่อไป
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันสามารถจดจำไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ได้ทั้งสิ้นสองแผ่น”
นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลให้ออเดรย์ต้องการสนทนาส่วนตัวกับเดอะฟูล หากเธอเขียนไดอารีจักรพรรดิโรซายล์และมอบให้เดอะฟูลต่อหน้าเมชิกเชี่ยน-ฟอร์ส อีกฝ่ายจะต้องรีบติดต่อ ‘คุณหนูออเดรย์’ และขอยืมไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ในวันรุ่งขึ้นแน่นอน
ออเดรย์ไม่สามารถมอบไดอารีเหล่านั้นให้กับฟอร์สเพราะเหตุผลข้อเดียว-มิสเตอร์ฟูลเคยอ่านหมดทุกแผ่นแล้ว!
คราวก่อนเราลืมสนิท แต่ภายในสองสามวันหลังจากนี้ ต้องหาโอกาสบอกกับฟอร์สให้ได้ว่า ไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ของเราถูกซูซี่กัดขาดหมดแล้ว ใช่! ขาดแบบไม่เหลือชิ้นดี! ไม่มีทางซ่อมแซมกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก.
ฉันขอโทษนะซูซี่…ออเดรย์สารภาพบาป
“ทำได้ดี” ไคลน์ใช้มือเคาะขอบโต๊ะทองแดงเพื่อเสกปากกาและกระดาษให้จัสติสเขียนไดอารี
ถัดมา เมื่อชายหนุ่มได้รับกระดาษเนื้อหาอักษรภาษาจีนกลางมาอยู่ในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าของมันพลันเลือนราง
บรรทัดแรกเขียนไว้ว่า :
“6 มีนาคม บ้าจริง! เราเกือบท้องเสียเพราะกินอาหารของโลกนี้เข้าไป!”
.
เราเคยอ่านไดอารีหน้านี้ในนิทรรศการรำลึกจักรพรรดิโรซายล์.
ไคลน์เก็บซ่อนสีหน้าผิดหวังและพลิกกลับไปอ่านอีกหน้าหนึ่ง และพบว่าเนื้อหาเป็นการพรรณนาความรู้สึกหลังจากเพิ่งเดินทางข้ามโลกได้ไม่นาน ไม่มีสาระสำคัญอันใดในแง่ศาสตร์เร้นลับ
มันฝืนยิ้มแห้ง
“เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใด หรือจะให้เราหักออกจากหนี้เก่า?”
ออเดรย์มอบคำตอบโดยไม่ลังเล
“ดิฉันอยากทราบว่าไพ่เย้ยเทพในมือท่านเป็นของเส้นทางใดค่ะ!”
เด็กคนนี้ไม่เสียดายเงินเลยหรือไง.
ไคลน์แอบถอนหายใจ ใบหน้ายังคงเผยรอยยิ้มขณะมอบคำตอบ
“ไพ่จักรพรรดิมืด ลำดับ 9 คือนักกฎหมาย”
อย่างนั้นเองหรือ…หลังจากได้รับคำตอบ ออเดรย์รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อบทสนทนาส่วนตัวจบลง มิสเมจิกเชี่ยน ฟอร์ส หันไปมองเดอะเวิร์ลผู้นั่งอีกฝั่งหนึ่งของมุมโต๊ะทองแดง
“มิสเตอร์เวิร์ล ดิฉันจะเร่งมือเสาะหาสมบัติวิเศษในขอบเขตสุริยันมาแลกเปลี่ยนโดยเร็ว”
“พวกคุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่หรือ?”
ออเดรย์รู้จักฟอร์สค่อนข้างดี และไม่เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้มาก่อน จึงส่งเสียงซักถามด้วยความอยากรู้
ฟอร์สถอนหายใจเบา
“มิสเตอร์เวิร์ลช่วยดิฉันหาสูตรโอสถนักตุกติกพบแล้ว”
มิสเตอร์เวิร์ลอีกแล้ว? เขาตามหาสูตรโอสถได้รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ…มีเส้นสายทางด้านนี้เป็นพิเศษหรือ?
เด็กสาวนั่งฟังอย่างประหลาดใจ
แฮงแมนอัลเจอร์ ผู้กำลังปกปิดอารมณ์ตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ภายในใจกำลังประเมินเดอะเวิร์ลในแง่มุมใหม่
ทางด้านเด็กหนุ่มเดอร์ริคเริ่มเกิดความคาดหวังมากขึ้น มันเชื่อว่า กว่าตนจะตนย่อยโอสถผู้ภาวนาแห่งแสงเสร็จ เดอะเวิร์ลต้องหาสูตรโอสถลำดับ 7 ‘ข้ารับใช้สุริยัน’ มาขายตนได้แน่
เดอะเวิร์ลยิ้มแห้งเมื่อสัมผัสถึงสายตาจำนวนมากกำลังจ้องมองมายังตน
“มิสเมจิกเชี่ยน ก่อนจะเสียเงินซื้อ รบกวนสวดภาวนาถึงท่านเดอะฟูลก่อน ให้ท่านช่วยส่งต่อข้อมูลของสมบัติวิเศษดังกล่าวมาถึงผม จะได้ช่วยตัดสินใจว่าควรซื้อหรือไม่ แน่นอน เรื่องนี้ได้รับอนุญาตจากท่านแล้ว มิสเตอร์ฟูลยินดีสนับสนุนพัฒนาการของสมาชิกทุกคน หากผมไม่พึงพอใจในสมบัติวิเศษของคุณ จะได้แนะนำให้เปลี่ยนได้ทัน ไม่ต้องเสียเงินซื้อของไม่มีประโยชน์กลับมา”
สำหรับสมบัติวิเศษเส้นทางสุริยัน ไคลน์มีแผนรองรับไว้สามทาง ไว้รอให้เวลากระชั้นชิดกว่านี้ มันค่อยประเมินในภายหลังว่าแผนใดเหมาะสมจะนำมาใช้มากกว่าแผนอื่น
หนึ่งในสามแผนก็คือ การซื้อ ‘เข็มกลัด’ ต่อจากมิสเตอร์เนตรแห่งปัญญาโดยตรง
เข็มกลัดมีพลังชำระล้างและขับไล่วิญญาณมาร ช่วยให้ผู้สวมใส่ใช้เวทมนตร์พื้นฐานในขอบเขตสุริยันได้บางชนิด
ผลข้างเคียงคือ ผู้สวมจะรู้สึกร้อนอบอ้าวตลอดเวลา ไม่มีทางกลับไปหนาวเย็นได้อีกจนกว่าจะถอดออก
นับตั้งแต่ได้ยินคุณสมบัติ ไคลน์ประเมินให้เข็มกลัดอยู่ในระดับ ‘พอใช้’ มาตลอด แถมราคาก็คงไม่ต่ำกว่า 2 000 ปอนด์ ตนยังมีเงินสดในมือไม่มากพอ
ส่วนอีกสองทางประกอบด้วย การฝากให้มิสเมจิกเชี่ยนและแม่ค้าอาวุธเถื่อนผู้มีช่างฝีมือหนุนหลังช่วยตามหา หากทั้งสองคนไม่มีความคืบหน้า ถ้าเวลากระชั้นชิดเข้ามา ไคลน์ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมขายสูตรโอสถ ‘นักติดสินบน’ ให้แม่ค้าอาวุธเถื่อน และนำเงินไปสมทบซื้อเข็มกลัดจากเนตรแห่งปัญญาแทน
“ตกลง ไม่เกินวันพรุ่งนี้ ดิฉันจะรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมอีกครั้ง” ฟอร์สมั่นใจว่ามิสเตอร์ A จะจัดการชุมนุมในคืนนี้ แต่เธอบอกเผื่อไว้สองสามวันเพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เมื่อบทสนทนาเรื่องเก่าจบลง อัลเจอร์หันไปมองทุกคนพร้อมกับเล่าอย่างคล่องแคล่วราวกับเตรียมคำพูดไว้นานแล้ว
“ผมเพิ่งได้รับภารกิจสืบสวนมาใหม่ บางที ใครสักคนในหมู่พวกคุณอาจมีเบาะแส ในช่วงสองสามปีหลัง ชาวเผ่าดั้งเดิมของทวีปใต้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นจำนวนมาก บางส่วนถูกจับมาขายเป็นทาส…ขณะเดียวกัน ทาสหลายคนในดินแดนอาณานิคมและหมู่เกาะกลางทะเล ได้หายตัวไปจากบ้านอย่างเป็นปริศนา เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นในอดีตก็จริง แต่ได้เงียบหายไปหลายปี เนื่องจากทวีปเหนือมีมติร่วมกันในการออกกฎหมายห้ามค้าทาสโดยเด็ดขาด พวกคุณเคยได้ยินเรื่องทำนองนี้บ้างไหม?”
แฮงแมนมองเข้าไปในดวงตาของจัสติส เมจิกเชี่ยน เดอะเวิร์ล แต่ไม่ได้สนใจเดอะซัน
ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น เด็กหนุ่มจากเมืองเงินพิสุทธิ์บนดินแดนเทพทอดทิ้งจะทราบเรื่องราวของทวีปเหนือได้อย่างไร?
ออเดรย์นั่งตรึกตรองข้อมูลในความทรงจำ เธอเคยเข้าร่วมการสนทนาระหว่างเหล่าขุนนางใหญ่บ่อยครั้ง จึงมักได้ยินเหตุการณ์สำคัญของโลกผ่านหูอย่างเนืองๆ
ทว่า เด็กสาวส่ายหัว
“ไม่ค่ะ ไม่เคยได้ยินมาก่อน”
ทางด้านเมจิกเชี่ยนและเดอะเวิร์ลก็มีภาษากายไม่แตกต่าง
กำลังจะบอกเป็นนัยว่า ธุรกิจค้าทาสได้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง? พวกมันต้องการนำทาสไปทำอะไรมากมายนัก?
ไคลน์บนเก้าอี้เดอะฟูลพยายามตรึกตรองหาเหตุผลอย่างจริงจัง
เมื่อพบว่าไม่มีใครทราบเบาะแส และเดอะฟูลก็มิได้ให้ความสนใจ อัลเจอร์จึงเล่าต่อไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“อีกหนึ่งเรื่องก็คือ ผมอยากให้พวกคุณช่วยตามหาสูตรโอสถผู้รับใช้วายุ…ยินดีตอบแทนด้วยราคาอันน่าพึงพอใจ”
สูตรโอสถผู้รับใช้วายุ? เขาย่อยโอสถนักเดินเรือใกล้เสร็จแล้วหรือ.
ไคลน์เปิดเนตรวิญญาณพร้อมกับชำเลืองไปทางแฮงแมน และไม่ผิดคาด มันได้เห็นชั้นวิญญาณดาราของแฮงแมนมีสีฟ้าครามนวลเป็นเนื้อเดียวกันจนคล้ายน้ำทะเล แถมยังเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมแผ่วเบา
ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด แฮงแมนใช้เวลาเพียงสี่เดือนในการย่อยโอสถนักเดินเรือ…
แต่ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไร เพราะเขาเอาแต่หมกตัวอยู่ในทะเล.
ออเดรย์วิเคราะห์จากข้อมูล
แต่ทางด้านฟอร์สกำลังสนใจว่า มิสเตอร์แฮงแมนคือผู้วิเศษลำดับ 7!
ลำดับกลาง…! หญิงสาวแอบพึมพำ
หลังจากแฮงแมนประกาศงานของตนเสร็จ เดอร์ริคยกมือพร้อมกับเล่าด้วยสีหน้าประหวั่น
“ผมถูกบรรจุในภารกิจสำรวจซากปรักหักพังของวิหารแห่งหนึ่ง เคยเล่าให้พวกคุณฟังไปแล้วในคราวก่อน…ถูกต้อง อีกไม่นาน ผมจะต้องเดินทางไปสำรวจโบราณสถานเกี่ยวข้องกับพระผู้สร้างเสื่อมทราม หัวหน้าทีมของภารกิจคราวนี้คือหนึ่งในหกสภาอาวุโส คนเลี้ยงแกะ โลเฟียร์ พวกคุณมีคำแนะนำบ้างไหม”
………………….



