ตอนที่ 363 : ตัวตนระดับสูง
บางที เราอาจใช้มันเป็น ‘สะพาน’ ได้…
เมื่อเสี้ยวความคิดเช่นนี้แล่นเข้ามาในหัว ไคลน์รีบใช้มือขวาคว้าเข็มกลัดทรงนกสุริยันสีทองคำเข้ม
ขณะเดียวกัน มันใช้พลังวิญญาณของตัวเองสร้างเกลียวคลื่นวังวนภายในเข็มกลัด ล่อให้มวลพลังมหาศาลรอบห้วงมิติ หลั่งไหลเข้ามาในวัตถุวิเศษประหนึ่งคลื่นน้ำซัดโถม
ยิ่งเวลาผ่านไป แรงสะเทือนภายในห้วงมิติก็ยิ่งหนักแน่นชัดเจน มวลละอองแสงสีขาวจำนวนมากเริ่มลอยมารวมตัวรอบเข็มกลัด
พวกมันบรรจงผสานเข้ากับพลังวิญญาณของไคลน์ทีละนิด
เข็มกลัดสีทองเข้มทรงนกสุริยันกำลังส่องสว่างด้วยแสงสุกใส ประกายแสงทวีความเข้มข้นและเจิดจ้าขึ้นทุกขณะ
จนกระทั่ง ของเหลวสีทองคำเริ่มหยดออกจากปลายเข็มกลัด
หนึ่งหยด.สองหยด
ทุกหยดควบแน่นและก่อตัวเป็นรูปทรงมนุษย์ส่วนสูงเท่าไคลน์ ผิวกายส่องแสงสีทองคำเปล่งปลั่ง กลิ่นอายเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่น
ได้ผล… นี่คือ ‘น้ำมนต์สุริยันศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งเกิดจากพลังของเราและห้วงมิติ เป็นพลังระดับสูงชนิดใกล้เคียงคำอวยพรของเทพ!
หัวใจไคลน์พลันท่วมท้นด้วยความปีติยินดี สายตาชำเลืองไปยังดาวแดงตัวแทนเดอะซัน จากนั้นก็หันกลับมามองร่างสีขาวโพลนของเด็กหนุ่ม ซึ่งกำลังหลับตาก้มหน้า รอทำพันธสัญญากับตัวตนผู้ยิ่งใหญ่
ส่วนทางด้าน ‘ร่างมนุษย์’ สีทองผู้มีความสูงเท่าไคลน์ รูปกายเช่นนี้มิได้เกิดจากอิทธิพลของเข็มกลัดสุริยัน แต่เป็นผลจากจิตใต้สำนึกของชายหนุ่มโดยตรง
มาถึงจุดนี้ ไคลน์สามารถสั่งให้ร่างทองคำของตน ย่างกรายไปด้านหน้า ผ่านดาวแดง และผสานเข้ากับร่างสีขาวของเด็กหนุ่มอันเป็นตัวแทนการทำพันธสัญญา
อำนาจของน้ำมนต์สุริยันศักดิ์สิทธิ์จะช่วยชำระล้าง ‘วิญญาณมาร’ ภายในร่างกายอีกฝ่าย ขณะเดียวกันก็จะมอบ ‘ความรู้’ และ ‘ประสบการณ์’ เหนือจินตนาการ ประหนึ่งทวยเทพประทานพร
ทว่า มันยังไม่มั่นใจในผลลัพธ์ จึงไม่กล้าลงอย่างบุ่มบ่าม
ในเมื่อพลังส่วนใหญ่เป็นของห้วงมิติ มิใช่ของตน ไคลน์จึงควบคุมการ ‘สร้างน้ำมนต์’ ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ร่างทองคำจึงถูกสร้างขึ้นอย่าง ‘ไม่กลมกลืน’ และ ‘ไม่เป็นหนึ่งเดียว’ หากใช้งานทั้งอย่างนี้ เกรงว่าประสิทธิภาพอาจมีไม่ถึง 10% จากความคาดหวัง
ในทางกลับกัน อามุนด์นั้นถูกคาดหมายว่าเป็นทายาทของเทพสุริยันบรรพกาล เกิดในตระกูลผู้เย้ยเทพแห่งราชวงศ์ทูดอร์จากยุคสมัย 4 ถึงแม้จะไม่ใช่ร่างจริง แต่ก็มีพลังพอจะเล็ดลอดสายตาของนักล่าปีศาจระดับสูงสุดในเมืองเงินพิสุทธิ์ แถมยังรอดพ้นจากสมบัติวิเศษลึกลับใต้หอคอย ซึ่งรับบทบาทค้ำจุนเมืองมานานหลายพันปี
ไคลน์จึงไม่มั่นใจเลยสักนิดว่า 10% ของตนจะจัดการอีกฝ่ายสำเร็จ
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลองเสี่ยงดวง และหากไม่ได้ผลจริง ก็คงต้องกีดกันเดอะซันไปก่อนชั่วคราว จากนั้นค่อยเชื่อมต่ออีกครั้งเมื่อพบวิธีรับมือ
อย่างไรก็ตาม มาถึงจุดนี้ทั้งที ไคลน์ก็หวังจะให้ทุกสิ่งผ่านไปอย่างราบรื่นในคราวเดียว
อุตส่าห์ปลอมตัวเป็นบุคคลระดับทัดเทียมเทพอย่างเดอะฟูล เราเองก็มีศักดิ์ศรี ไม่อยากทำตัวอับอายต่อหน้าสมาชิก…
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มจืดชืด ขณะเดียวกันก็พยายามมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพให้กับร่างสีทองของตน จะได้แข็งแกร่งพอต่อการรับมือสิ่งชั่วร้าย
แต่เราจะคิดนานไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพิธีกรรมจะขาดช่วงและถูกยกเลิก…
ไคลน์ใช้สายตากวาดไปรอบตัวอีกครั้ง ภายในหัวกำลังนึกถึงเพียงคำเดียว
“ตัวตนระดับสูง”
ทันใดนั้น สัมผัสวิญญาณของนักทำนาย พลันดลบันดาลให้สายตาไคลน์หันไปจดจ่อวัตถุหนึ่งชิ้น
ไพ่เย้ยเทพ ไพ่จักรพรรดิมืด!
จากบรรดาวัตถุทั้งหมดในการครอบครองของชายหนุ่ม ไม่มีสิ่งใดมี ‘ระดับตัวตน’ สูงไปกว่าไพ่จักรพรรดิมืดอีกแล้ว!
ในกรณีของนกหวีดทองแดงอะซิก ไคลน์จำได้แม่นยำว่า สมัยตนยังเป็นเหยี่ยวราตรีเมืองทิงเก็น นกหวีดทองแดงแทบจะไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทารกในครรภ์เมกูส-ทายาทพระผู้สร้างแท้จริง
แต่ในทางกลับกัน ไพ่จักรพรรดิมืดมีระดับตัวตนสูงเพราะอัดแน่นด้วยความรู้มหาศาล…
แถมโรซายยังเคยกล่าวไว้ว่า หากผู้วิเศษลำดับสูงของเส้นทางจักรพรรดิมืดได้ครอบครองไพ่ บุคคลดังกล่าวจะมีอำนาจดึงดูดให้วัตถุดิบโอสถโคจรเข้ามาหา และไม่เพียงเท่านั้น ตัวไพ่ยังมีพลังต่อต้านการทำนายในระดับสูงมาก…
ต้องไม่ใช่วัตถุระดับต่ำแน่นอน…
ถึงจะไม่มีพลังด้านต่อสู้ก็ไม่เป็นไร เราเพียงต้องการวัตถุ ‘ระดับสูง’ เพื่อคานอำนาจกับพลังของมิติสายหมอกและลดความไม่กลมกลืนของร่างทองคำลง…
ไม่ขอมากไปกว่านี้…
เมื่อได้ข้อสรุปให้ ไคลน์รีบเหยียดแขนออกไปคว้าไพ่จักรพรรดิมืดซึ่งอยู่ในสภาพคว่ำหน้า
ในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มบังเอิญเหลือบเห็นเหตุการณ์สุดน่าสะพรึงจากมุมสายตา
ใกล้กับร่างสีขาวของเดอะซันซึ่งถูกสร้างจากริ้วแสงของดาวแดง ฝ่ามือเหี่ยวย่นข้างหนึ่ง ลักษณะผอมแห้งเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก พลันพุ่งพรวดออกจากดาวแดงตัวแทนเดอะซัน และพยายามไขว่คว้าไปในอากาศรอบข้าง
มอบความรู้สึกคล้ายกับ มันเตรียมส่งจิตจากโลกจริงเข้ามาในห้วงมิติลึกลับแห่งนี้!
อามุนด์อาศัยการเชื่อมต่อระหว่างเดอะฟูลและเดอะซัน ฉีกทำลายอุโมงค์มิติและสอดแขนเข้ามาด้านใน!
ฟ้าวววว!
ห้วงมิติเหนือสายหมอกเทาเกิดความโกลาหลเป็นครั้งแรกนับแต่เริ่มประกอบพิธีกรรม กระแสการไหลของคลื่นพลังรอบมิติเริ่มถูกรบกวน เกลียวคลื่นทวีความเกรี้ยวกราดในลักษณะคล้ายกับน้ำวนขนาดใหญ่
ตาดำไคลน์พลันหดเกร็ง มันไม่มัวลังเลอีกต่อไป มือขวารีบคว้าไพ่จักรพรรดิมืดขึ้นมาถือ
ในวินาทีร่างวิญญาณของชายหนุ่มสัมผัสกับไพ่เย้ยเทพ มันรับรู้ได้ทันทีว่ามวลพลังของมิติสายหมอกไม่สามารถสะกดข่มตนได้อีก
ทันใดนั้น ร่างทองคำพลันขยายขนาดอย่างผิดธรรมชาติ กึ่งกลางแผ่นหลังเริ่มมีปีกสีดำขนาดใหญ่งอกเงย
และไม่ใช่แค่คู่เดียว แต่มากถึงสิบสองคู่!
แต่ละคู่มีสีดำเข้ม แวววาวงดงาม พื้นผิวสลักอักขระเวทมนตร์ซับซ้อนจำนวนมาก
สีทองคำและสีดำเงาตัดกันอย่างลงตัว ร่างกายขนาดมหึมาเริ่มถูกบงการโดยไคลน์ ชายหนุ่มออกคำสั่งให้สยายปีกทั้ง 12 คู่อย่างพร้อมเพรียง แผ่ปกคลุมพระราชวังโบราณอันมีกลิ่นอายคล้ายถิ่นพักอาศัยของยักษา
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างเงียบงัน
สิ่งมีชีวิตกึ่งศักดิ์สิทธิ์กึ่งชั่วร้ายขนาดใหญ่ กำลังแผ่แสงสว่างเจิดจ้าพร้อมกับสร้างเงาดำอันมืดมิด ปกคลุมร่างสีขาวขนาดลีบเล็กของเดอะซันข้างดาวแดง
แสงและเงาตัดกันจนเกิดภาพงดงาม
สายลมกระโชกหมุนวนเกรี้ยวกราดไปทั่วห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา ฝ่ามือเหี่ยวย่นอันปราศจากไขมันและกล้ามเนื้อ ฝ่ามือซึ่งเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เกิดสั่นเกร็งพร้อมกับรีบใช้ฝ่ามือคว้าขอบดาวแดงไว้แน่นถนัด ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมถอนตัวกลับโลกเดิมของมัน
ประหนึ่งใครบางคนพลัดตกจากหน้าผา และกำลังใช้ฝ่ามือข้างเดียวเกาะขอบหินไว้อย่างสุดความสามารถ ไม่คิดปล่อยมือออกเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ฟ้าว!
ท่ามกลางเสียงมายาโกลาหล แสงและเงาพลันระเบิดพร้อมกับสำแดงแสนยานุภาพระดับทัดเทียมทวยเทพ ท่อนแขนและฝ่ามือเหี่ยวย่นพ่ายแพ้ในพริบตา แรงระเบิดได้สลายทุกสรรพสิ่ง เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า
ร่างทองคำปีกดำสิบสองคู่ก็เช่นกัน
ไม่กี่อึดใจถัดมา สายหมอกสีเทาเบื้องล่างและห้วงมิติลึกลับด้านบน กลับสู่ความสงบสุขตามครรลองเดิมของมัน ราวกับไม่มีใครเคยย่างกรายเข้ามาด้านในตลอดหลายพันปี
ไคลน์รีบเพ่งมองเข้าไปในดาวแดง และพบว่าร่างกายอันพร่ามัวของเดอะซันบนโลกจริง ไม่ถูกรัดพันจากร่างมายาของอามุนด์แล้ว
ฟู่ว!
ไคลน์ถอนหายใจอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
ในวินาทีถัดมา มันรีบเสกร่างสีทองปีกดำสิบสองคู่ขึ้นมาใหม่ และส่งเข้าไปผสานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างแสง-ตัวแทนพันธสัญญาของเดอะซัน
หวังให้อีกฝ่ายได้ลิ้มรสประสบการณ์อันเหนือพรรณนาจนยากจะหาคำใดมาอธิบาย
…
เมืองเงินพิสุทธิ์ บ้านตระกูลเบเกอร์
เดอร์ริคกำลังรู้สึกกึ่งตื่นกึ่งล่องลอย
ภาพการมองเห็นของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยหลากสีสัน แสงเงาแวววาว บ้างดำมืดประหนึ่งหลุมดำในห้วงอวกาศ บ้างสว่างเจิดจ้าประหนึ่งจ้องมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า
และมาพร้อม ‘ข้อมูล’ ปริมาณมหาศาล
เหนือสิ่งอื่นใด เด็กหนุ่มมองเห็นร่างทองคำคล้ายมนุษย์ขนาดมหึมา แผ่นหลังมีปีกดำสิบสองคู่ใหญ่สยายออก กำลังยืนปกคลุมทั่วทั้งห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา ศีรษะก้มมองลงมาราวกับดูแคลนทุกสรรพสิ่ง
ร่างทองคำปีกสิบสองคู่ กำลังยืนเคียงข้างเดอะฟูลผู้มีม่านหมอกสีเทาบดบัง
ไม่เพียงร่างกายและจิตใจของเดอร์ริคจะเกิดความปลอดโปร่งกะทันหัน มันยังได้รับ ‘ข้อมูล’ เกี่ยวกับศาสตร์เร้นลับอีกหลายเรื่อง เช่นการอัญเชิญแสงสุริยัน วิธีการสร้างน้ำมนต์สุริยันศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงความรู้ด้านการชำระล้างสิ่งมีชีวิตประเภทวิญญาณ
ขณะเดียวกันก็มี ‘ข้อมูล’ เกินความเข้าใจหลั่งไหลเข้ามาในสมอง มันตีความไม่ออกแม้แต่เรื่องเดียว ยกตัวอย่างเช่น วิธีการสร้างสุสานพีระมิดยักษ์
ท่ามกลางประสบการณ์อันล่องลอยและไม่มีสิ่งใดสมจริง เดอร์ริครู้สึกราวกับตัวเองได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้ฝันเห็นดวงอาทิตย์แท้จริงแผ่แสงปกคลุมทั่วดินแดนอันมืดมิด
ทันใดนั้น ทุกสิ่งพลันสลายไป รอบตัวกลับกลายเป็นเครื่องเรือนแสนธรรมดาและบรรยากาศห้องนอน
นี่คือ… พิธีกรรมพันธสัญญาลับ…!
เราเคยอ่านเจอแค่ในตำราเรียน…
นับตั้งแต่เมืองพิสุทธิ์เริ่มลงมือจดบันทึกประวัติศาสตร์เมื่อสองพันปีก่อน ยังไม่เคยมีผู้ใดประสบความสำเร็จในพิธีกรรมพันธสัญญาลับแม้แต่คนเดียว!
ทันใดนั้น ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและความเดียวดายของเดอร์ริคพลันสลายเป็นปลิดทิ้ง ใบหน้าเด็กหนุ่มกำลังเผยรอยยิ้มสดใสเปี่ยมสุข
ท่านเดอะฟูลจงใจทดลองเพื่อพิสูจน์ให้เราเห็นว่า แม้แต่เมืองเงินพิสุทธิ์ก็สามารถประกอบพิธีกรรมพันธสัญญาลับได้เช่นกัน…
และท่านได้ตอบแทนเราด้วยความปลอดโปร่ง อิ่มเอมใจ และความรู้ปริมาณมหาศาล!
เดอร์ริครีบก้มศีรษะต่ำพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ
“ขอบคุณมากครับ มิสเตอร์ฟูล”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง การมองเห็นของเด็กหนุ่มพลันพร่ามัวโดยมีหมอกสีเทารายล้อม เบื้องหน้าไม่ใช่ใครอื่น เป็นเดอะฟูลบนเก้าอี้ตัวใหญ่กำลังนั่งในอิริยาบถสง่างาม
ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มมองเห็นภาพตัวเองกำลังถูกร่างโปร่งใสของใครบางคนรัดพันเป็นเกลียวรอบตัว
ร่างดังกล่าวสวมชุดคลุมยาวสีดำ หมวกปลายแหลมสีเข้าชุด และแว่นตาคริสตัลขาเดียว กำลังเลื้อยคดเคี้ยวรอบตนในลักษณะไม่ต่างจากงูเหลือม!
นี่มัน… อามุนด์ยังไม่ตาย!
มันเล็ดลอดจากการตรวจจับของสมบัติวิเศษใต้หอคอย เล็ดลอดจากสายตาของท่านผู้นำ และแฝงเข้ามาเป็นปรสิตในตัวเรา!
ตาดำเดอร์ริคเริ่มหดเกร็ง ดวงตาเบิกกว้าง
ไม่กี่วินาทีถัดมา ฉากตรงหน้าเปลี่ยนไป กลายเป็นภาพของเด็กหนุ่มในสภาพปรกติ ปราศจากวิญญาณอามุนด์ตามรังควาน
มิสเตอร์ฟูลมองเห็น… จึงขจัดมันให้เรา?
หัวใจเดอร์ริคพลันหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดกลางหน้าผากและสองข้างแก้ม สีหน้าเผยความหวาดกลัวโดยไม่เก็บซ่อน
ถัดมา มันเริ่มอมยิ้มมุมปาก ดวงตาอัดแน่นความเทิดทูนยกย่อง ริมฝีปากเปล่งถ้อยคำออกไปตามสัญชาตญาณ เป็นวลีซึ่งเคยพบเห็นแค่ในตำราเรียนประวัติศาสตร์
“ท่านเดอะฟูลจงเจริญ!”
…
ท่ามกลางความมืดสนิท
สายฟ้าฟาดผ่าลงมาเป็นระยะ คอยมอบแสงสว่างให้กับดินแดนเบื้องล่าง
บริเวณแถบนี้คือทุ่งกว้างซึ่งเต็มไปด้วยรอยแยกของผาชันและหุบเหวลึก ยักษ์ตาเดียวตนหนึ่ง ผิวหนังเขียวคล้ำ กำลังย่างกรายไปบนทุ่งกว้างอย่างไร้สติ
ดวงตาของมันเหม่อลอย ใบหน้าเปี่ยมด้วยหนองเน่าน่าขยะแขยง ควันสีเทาแผ่ออกจากร่างกายปะปนกับอากาศ ก่อตัวเป็นหมอกเทาหนาทึบตลอดเวลา ใต้ฝ่าเท้ายักษ์พอดิบพอดีมีร่องเหวลึกและมืดมิด
บนขอบผาชัน ชายปริศนาผู้หนึ่งกำลังยืนครุ่นคิดพลางใช้สายตาสอดส่องดินแดนอับแสงเบื้องล่าง
ต้องขอบคุณความสว่างจากสายฟ้า มันจึงมองเห็นอาคารหลังสีเทาอมขาวในจุดลึกสุดของก้นเหว
บุรุษผู้นี้สวมชุดคลุมยาวสีดำ หมวกปลายแหลมสีเดียวกัน เส้นผมดำขลับเงางามและหยักศกเล็กน้อย ดวงตาสีดำ หน้าผากกว้าง และคางเรียวแหลม
ถูกต้อง มันคือบุคคลผู้เคยตามหลอกหลอนเดอร์ริค·เบเกอร์จนถึงเมื่อครู่
ชายปริศนาใช้มือขยับกรอบแว่นคริสตัล ดวงตากำลังจ้องมองไปทางซ้าย คล้ายกับเพ่งความสนใจไปยังจุดห่างไกล
“นึกแล้วเชียว…”
มันพึมพำด้วยภาษาฟุซัคโบราณ
หลังจากเว้นวรรค ชายคนเดิมฉีกยิ้มกว้างพลางกล่าวอย่างมีเลศนัย
“เดอะฟูล…”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง มันทำการกระโดดทิ้งตัวลงไปยังหุบเหวลึกเบื้องล่าง
สายฟ้าด้านบนกำลังอับแสง ความมืดมิดจึงปกคลุมทุกสรรพสิ่งอย่างสมบูรณ์
…
หลังจากขจัดภัยอันตรายสำเร็จ ไคลน์ส่งตัวเองกลับมายังโลกจริงด้วยความรู้สึกต้องการพัฒนาลำดับโอสถ
วิญญาณอามุนด์เมื่อครู่ไม่ใช่ร่างหลัก…
หากมันคิดบุกรุกห้วงมิติเหนือสายหมอก คงต้องกลับไปเยือนเมืองเงินพิสุทธิ์อีกหนแน่…
เรานึกภาพไม่ออกเลยว่า สมบัติวิเศษเก่าแก่สองชิ้นภายในเมือง และนักล่าปีศาจอีกสามคน จะปกป้องตัวเองให้รอดพ้นจากเงื้อมมือปีศาจอามุนด์ได้อย่างไร…
ขนาดร่างแยกยังทรงพลังถึงเพียงนี้ แล้วร่างจริงจะแข็งแกร่งระดับใดกัน?
ไม่ได้การ! เราต้องรีบค้นหากฎของนักมายากลโดยเร็ว เร่งพัฒนาลำดับ ขณะเดียวกันก็ค้นหาความลับของมิติเหนือสายหมอกเทาไปพร้อมกัน…
บางที หนึ่งในหกสภาอาวุโส คนเลี้ยงแกะ โลเฟียร์ อาจมีประโยชน์กับเมืองเงินพิสุทธิ์…
หากจิตใจของเธอบิดเบี้ยวเพราะอิทธิพลของพระผู้สร้างแท้จริง ทางเมืองเงินพิสุทธิ์อาจใช้เธอรับมือกับอามุนด์ได้…
ไคลน์เปิดประตูห้องน้ำชั้นบนและก้าวลงบันไดพลางครุ่นคิดหลายสิ่ง
………………….



