บทที่ 1041 พุ่งไปอย่างไร้ความหวาดเกรง
“ไม่ให้ข้าไปหรือ”
สวี่ชิงมองไปยังเทียนสีแดงที่อยู่ไกลๆ ร่างถอยไปข้างหลังเล็กน้อย หลบบริเวณแสงไฟของมัน เพียงไหววูบก็พุ่งตรงไปยังบริเวณรอยแยกของชั้นที่ 2 ที่ออกมาทางนั้นเมื่อก่อนหน้านี้
หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็เข้าไปใกล้ แต่รอยแยกทางนั้นหายลับไปแล้ว
“ไม่เพียงแต่ไม่ให้ข้าไปจากที่นี่ แม้แต่รอยแยกชั้น 2 ก็หายไปด้วย”
“สาเหตุของมัน…”
สวี่ชิงสีหน้าเคร่งขรึม
ในใจวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็ตั้งไว้ 3 ประเด็น
“1 คือผลกรรมเวรที่เกิดจากหน้ากากนั่น! บางทีมันอาจจะไปจากที่นี่ไม่ได้ หรือไม่ก็เป็นพลังเหนี่ยวนำของตัวมันทำให้ข้าจากไปไม่ได้ก่อนที่จะอธิษฐาน”
“2 คือเหตุจากตัวเทียนสีแดงเอง! เพราะความพิเศษบางอย่างในตัวข้า ดังนั้นมันจึงมีจิตคิดร้ายกับข้าอย่างมหาศาล คิดจะฝืนรั้งข้าเอาไว้ที่นี่”
“3 คืออำนาจเทพแห่งโชคเมื่อก่อนหน้านี้! พลังอำนาจเทพนี้แม้ข้าจะควบคุมได้เศษเสี้ยวหนึ่ง แต่จะอย่างไรก็ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสุดโต่งบางอย่าง เช่นหลังจากที่โชคดีก็จะเกิดเคราะห์หายนะขึ้นแบบนั้นหรือ”
สวี่ชิงสัมผัสรับรู้พลังอำนาจเทพเคราะห์หายนะในร่าง มองออกว่าระดับการเคลื่อนไหวของมันมากกว่าปกติเล็กน้อย
เพียงแต่อาศัยเรื่องนี้ ไม่อาจวิเคราะห์ได้อย่างสมบูรณ์
“และก็มีความเป็นไปได้ว่า เหตุผลทั้ง 3 ข้อล้วนกำลังส่งผลอยู่ทั้งหมด!”
“เช่นนั้นวิธีแก้ไข…”
สวี่ชิงขมวดคิ้ว สมองขบคิดอย่างรวดเร็ว และในตอนนี้เอง ความเย็นยะเยือกรอบๆ ก็พลันหลอมรวม เพียงพริบตาร่างของสวี่ชิงก็ถอยร่นไป
เสียงเปรี๊ยะๆ ดังก้อง บริเวณเหนือศีรษะของเขา ความว่างเปล่าตรงนั้นเกิดน้ำแข็งผนึกอย่างรวดเร็ว
จากดวงตาสวี่ชิงดำสนิทในพริบตา เจ้าเงาหลอมผสาน เขามองเห็นเงานับไม่ถ้วนทันที กำลังพุ่งมาอย่างรวดเร็วจากทั่วทุกสารทิศ คล้ายว่าถูกควบคุม แผ่จิตคิดร้ายเข้มข้นพุ่งตรงมาหาตน
เสี้ยวขณะต่อมา จากการที่ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นในร่างสวี่ชิง แสงเซียนอาทิตย์ทมิฬพลันปะทุ ก่อเป็นแสงเซียนนับไม่ถ้วนสาดไปทั้ง 4 ทิศ ทุกที่ที่พาดผ่าน ผนึกน้ำแข็งแตกร้าว เงานับมหาศาลโหยหวน
เวลาเพียงพริบตา เงารอบๆ สวี่ชิงก็น้อยลงไปกว่าครึ่ง
ร่างของเขาเพียงไหววูบก็พลันพุ่งออกไป
เพียงแต่เงาที่เหลืออยู่ก็มีจำนวนไม่น้อย ยังคงพุ่งมาจากทิศต่างๆ พุ่งตรงมาหาสวี่ชิง
“ไม่มีทางมีมากขนาดนี้!”
สวี่ชิงทะยานไปอย่างรวดเร็วพลางแผ่แสงเซียน ทำการไล่ล่าที่ยากจะเลี่ยงไปในแดนลับต้นกำเนิดโลกแห่งนี้ อีกทั้งระหว่างนี้ แสงไฟจากเทียนสีแดงก็ยังคงกะพริบครั้งแล้วครั้งเล่า
ทุกครั้งล้วนทำให้ภาพดวงดาวแต่ละภาพๆ ที่นี่เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันแสงเทียนส่องมาบนร่างสวี่ชิงก็ทำให้วิญญาณของเขาเกิดความรู้สึกแผดเผา
“เงาพวกนี้ไม่ใช่แค่ผู้บำเพ็ญจากแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารที่ตายอยู่ที่นี่ในอดีตเนิ่นนานเท่านั้น!”
“ความเก่าแก่ของแดนลับต้นกำเนิดโลกมากยิ่งกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นก่อนที่มันจะลงมาเยือนยังแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ จะต้องอยู่ในโลกอื่นมาก่อนอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้…ถึงได้สะสมเงามหาศาลได้ขนาดนี้!”
จิตสังหารในดวงตาสวี่ชิงฉายวาบ ความพิเศษของเงาเหล่านี้คือมองเห็นถึงจะสังหารได้ ดังนั้นสำหรับสวี่ชิงแล้ว ตอนนี้มองเห็น เช่นนั้นไม่ใช่แค่แสงเซียนฆ่าได้ วิชาอื่นๆ ของเขาก็ทำได้เช่นกัน
ดังนั้นไม่นานนัก จากเสียงกึกก้องเลื่อนลั่นที่ดังสนั่นหวั่นไหว ไหมวิญญาณสายเซียนต่างวิถีจำนวนมหาศาล ก็ราวสายน้ำโหมบ่าทะลักออกมาจากร่างสวี่ชิง มาพร้อมด้วยพลังอำนาจเทพ ทำการโจมตี
ทุกที่ที่พาดผ่าน เงาแตกร้าวสูญสลายเป็นกลุ่มๆ
แต่ความรู้สึกอันตรายของสวี่ชิงไม่เพียงแต่ไม่ลดลง แต่กลับรุนแรงขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เพราะใต้แสงเทียนสีแดงเล่มนั้น ความรู้สึกแผดเผาของวิญญาณรุนแรงยิ่งขึ้นแล้ว
ขณะเดียวกันภาพดาวแต่ละภาพๆ ที่เกิดขึ้นในแดนลับต้นกำเนิดโลก หลังจากที่การเปลี่ยนแปลงของพวกมันเร่งเร็วขึ้นก็เหมือนดวงตามากมายถูกวาดออกมา ฉายความละโมบอย่างไร้ที่สิ้นสุด จ้องมองสวี่ชิง
และการจ้องมองของมัน ความรู้สึกอันตรายที่นำมาให้เขาก็ปะทุพวยพุ่งขึ้นทันที
วิญญาณของเขานอกจากจะรู้สึกแผดเผาแล้ว กระทั่งว่ายังเกิดสัญญาณฉีกขาด คล้ายว่าดวงตาที่วาดออกมาจากดวงดาวเหล่านั้นแผ่แรงเหนี่ยวนำที่น่ากลัวออกมา จะดูดวิญญาณของสวี่ชิงไป
ไม่เพียงแต่เช่นนี้เท่านั้น สิ่งที่ทำให้จิตใจสวี่ชิงหนักอึ้งคือเขาสามารถสัมผัสได้ว่า วิญญาณของตัวเองจากที่ไร้รูปร่างกำลังเปลี่ยนมามีรูปร่างอย่างรวดเร็ว
รูปร่างนี้คือภาพ!
เขากำลังเปลี่ยนเป็นภาพภาพหนึ่งอย่างช้าๆ !
พูดให้ถูกคือภาพวิญญาณที่ใช้กายเนื้อเป็นกระดานวาดออกมา
“สภาวะที่ข้าหลอมผสานกับเจ้าเงาทำให้มองเห็นเงาพวกนั้นได้ ดังนั้นจึงโจมตีสังหารพวกมันได้ แต่…”
“สรรพสิ่งทั้งหลายล้วนมีด้านตรงข้าม ในขณะที่ข้ามองเห็นพวกมัน การมีตัวตนของข้าเช่นนี้เทียนสีแดงนั่นก็มองเห็นเช่นกัน…ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงถึงได้ถูกเร่งให้เร็วขึ้น”
“แต่หากคลายสภาวะในตอนนี้ เงาพวกนั้นที่นี่ ข้าเนื่องจากมองไม่เห็นก็จะฆ่าไม่ได้!”
นี่เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกัน เหมือนวงจรที่ไม่จบสิ้นสวี่ชิงสีหน้าเคร่งเครียด แต่ก็ยังคงคลายการหลอมผสานกับเจ้าเงาอย่างรวดเร็ว จากการคลายไปของเจ้าเงา ในยามที่ดวงตาทั้ง 2 ของสวี่ชิงไม่ดำมืดแล้ว ความรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกเหนี่ยวนำออกไปในที่สุดก็หายไป
แต่ว่าเงาจากรอบๆ สวี่ชิงเนื่องจากมองไม่เห็น ยากจะสังหาร ทำได้เพียงหลบเลี่ยงอย่างสุดกำลัง ขณะเดียวกันก็หาวิธีจากไป
แต่มีเทียนสีแดงเล่มนั้นอยู่ การทดลองจากไปทุกวิธีของสวี่ชิงล้วนล้มเหลว
การเปิดของป้ายทุกครั้งล้วนหักทันทีทั้งหมด
สุดท้ายแล้ว แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้หลอมรวมกับเจ้าเงาต่อไป แต่แสงจากเทียนสีแดงก็ยังทำให้สวี่ชิงแสดงสัญญาณของการถูกกลืนอยู่ดี
กายเนื้อของเขายังเป็นปกติ แต่วิญญาณไม่คุ้นเคยไปทีละนิดๆ แม้แต่ความคิดก็เหมือนจะได้รับผลกระทบไปด้วย เหมือนว่าจิตใจเกิดคราบสนิม
ไม่ใช่แค่นี้เท่านั้น แม้แต่รอยแห่งชะตาที่สวี่ชิงได้รับมาขณะแปลงกายเป็นเสวี่ยเฉินจื่อ ก็ค่อยๆ หลอมละลายไปในเปลวไฟประหลาดของเทียนสีแดงดวงนี้
เขาไม่อาจคงสภาพเสี่ยเฉินจื่อที่แปลงกายมาได้ การปกปิดอำพรางทุกอย่าง การเชื่อมต่อทุกอย่าง ล้วนกำลังหลอมละลาย
และยังผีซ้ำด้ำพลอย บางทีเรื่องที่ 3 ที่สวี่ชิงวิเคราะห์ในตอนนี้ก็เกิดผลขึ้นมาแล้ว หลังจากโชคดี เคราะห์หายนะที่เขาคุ้นเคยก็มาเยือน…
ข้างหน้าเขามีผู้บำเพ็ญคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น!
นี่เป็นคนเป็นๆ ที่สวี่ชิงได้เห็นเป็นครั้งแรกหลังจากมาเยือนแดนลับแห่งนี้
นั่นเป็นผู้บำเพ็ญระดับเตรียมสู่เทวะ 3 โลก เหมือนว่ามาที่นี่ยังไม่ได้นานนัก เดิมกำลังจะสัมผัสรับรู้ แต่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมหาศาลที่นี่ จึงบินออกมาจากบริเวณที่ปิดด่าน ในยามที่ทอดสายตามองรอบๆ อย่างตื่นตระหนกตกใจ ก็สังเกตเห็นสวี่ชิง
ในพริบตาที่เห็นสวี่ชิง ผู้บำเพ็ญเผ่าปีกมารคนนี้อึ้งตะลึงไปอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นสีหน้าก็ฉายแววไม่คาดคิด พูดออกมาทันที “สวี่ชิงหรือ”
การปกปิดอำพรางหลอมละลาย อีกทั้งชื่อเสียงของสวี่ชิงในเผ่ามนุษย์ยังโด่งดัง ตอนนี้ถูกจำได้ในเสี้ยวพริบตาก็เป็นเรื่องที่สมเหตุผล และหลังจากที่จำสวี่ชิงได้ ผู้บำเพ็ญคนนี้ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เอาป้ายคำสั่งแผ่นหนึ่งออกมา เพียงบีบก็คิดจะจากไป
ข้างกายเขา จากการบีบป้ายก็เกิดคลื่นวนขึ้น
เห็นว่าเขาจะจากไปแล้ว ประกายเย็นเยือกในดวงตาสวี่ชิงฉายวาบ สังเกตเห็นคลื่นวนรอบๆ อีกฝ่าย ทั้งตัวเขาก็ปะทุความเร็วถึงขีดจำกัดสูงสุดทันที
เสียงบึ้มดังขึ้น เข้าไปใกล้ทันที
แต่ในพริบตาที่เขาเข้าไปใกล้ เทียนสีแดงก็พลันกะพริบวาบ คลื่นวนข้างกายของผู้บำเพ็ญคนนั้นหายไปทันที ทำให้การส่งข้ามของผู้บำเพ็ญเผ่าปีกมารคนนั้นถูกขัดจังหวะ
และทำให้สวี่ชิงไม่อาจอาศัยจังหวะจากไปได้
ก็ไม่รู้ว่าเคราะห์หายนะนี้เกิดกับสวี่ชิง หรือเกิดกับผู้บำเพ็ญคนนั้น หรือเกิดกับทั้งคู่ก็ไม่ทราบได้
ในเมื่อสวี่ชิงเองก็กุมอำนาจเทพเคราะห์หายนะเอาไว้…
เหตุผลโดยละเอียด สวี่ชิงตอนนี้ไม่มีเวลาไปวิเคราะห์ เห็นการส่งข้ามของอีกฝ่ายยุติลง สวี่ชิงสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนผู้บำเพ็ญเผ่าปีกมารคนนั้นท่ามกลางความหวาดกลัวก็ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
เพียงแต่เขาถอยร่นไปไม่ถึง 10 จั้ง จู่ๆ ร่างก็พลันสะท้านเฮือก ในดวงตาฉายแววเหม่อลอย คล้ายว่าถูกควบคุม พลันมองมาทางสวี่ชิง ฉายความละโมบเข้มข้น ไม่หนีอีกต่อไป แต่ระเบิดตัวเองมาหาสวี่ชิง
เสียงระเบิดบึ้มดังก้องขึ้นมาทันที
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง สวี่ชิงจากไป
การระเบิดตัวเองของระดับเตรียมสู่เทวะ 3 โลกยังไม่อาจสั่นคลอนกายเนื้อของเขาได้ เพียงแต่สำหรับเขาที่ค่อยๆ ถูกเปลี่ยนแปลง การสั่นสะเทือนที่เกิดกับวิญญาณนั้นมี
ดีที่หลังจากนั้น สวี่ชิงไม่เจอผู้บำเพ็ญที่เข้ามาสัมผัสรับรู้ที่นี่อีก
อย่างไรเสียแต้มความชอบที่ต้องใช้ในการเข้าแดนลับต้นกำเนิดโลกแห่งนี้จำนวนมหาศาลนัก ดังนั้นผู้บำเพ็ญที่เข้ามาที่นี่พร้อมกันไม่มีทางมีจำนวนมาก
แต่สวี่ชิงก็ยังคิดวิธีจากไปไม่ออก
เงาที่ไล่มาข้างหลังมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงสาหัสขึ้นเรื่อยๆ
จนสุดท้าย สวี่ชิงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าทั้งแดนลับนี้กำลังแผ่จิตคิดร้ายเข้มข้นออกมา กระทั่งว่าตลอดทางที่เขาเคลื่อนไปข้างหน้าก็จะมีดวงดาวหรือไม่ก็โลก ในสภาวะที่ไม่มีทางแตกสลายได้กลับถูกแสงไฟจบชีวิตในเสี้ยวพริบตา พลันดับสลาย
ทั้งยังมีในพื้นที่ว่างโล่ง จู่ๆ มีดาวปรากฏขึ้นจากนั้นก็ระเบิดตัวเองทันที
พลังทำลายล้างที่เกิดขึ้นจากทุกอย่างนี้ทำให้สวี่ชิงสุดจะป้องกัน
ที่เกินสมควรคือความอดทนของเทียนสีแดง เหมือนว่าจะน้อยลงทุกทีๆ ดังนั้นแสงไฟหลังจากที่ฉาบวาบอย่างเจิดจ้ารุนแรงครั้งหนึ่ง ก็ระเบิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
เหมือนการปะทุของภูเขาไฟ แสงที่เจิดจ้ารุนแรงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้สาดส่องแดนลับต้นกำเนิดโลกสว่างเป็นอย่างยิ่ง คลื่นความร้อนก็เช่นกัน หลอมละลายซึ่งทุกสิ่ง
กวาดตามองไป ทุกอย่างในแดนลับแห่งนี้ล้วนกำลังหลอมละลาย
ดวงดาว โลก ฝุ่น…
นอกจากเทียนสีแดง ทุกอย่างล้วนกำลังลุกไหม้ ส่วนเทียนก็หายไปเล็กน้อยอย่างมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“นี่คือจะสังหารข้าให้สิ้นซาก ไม่ให้ความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิตใดๆ ทั้งสิ้น”
“นอกเสียจากข้าจะรอจนถึงจักรพรรดินีสังเกตถึงความผิดปกติที่นี่ หรือไม่ก็อดทนจนเทียนไหม้จนหมด”
“อย่างหน้าข้าอยู่ในสภาวะถูกกระทำ อย่างหลังข้าไม่แน่ใจว่าจะไหม้จนหมด และไม่อาจเริ่มใหม่แต่ต้นทุกอย่างได้ จะอย่างไรก็มีความเป็นไปได้ว่าเป็นผลกรรมเวรที่เกิดขึ้นจากหน้ากาก!”
“และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือข้าไม่อาจอดทนยืนหยัดได้นานขนาดนั้น”
สวี่ชิงที่หลบหนีมาจนถึงตอนนี้ หลังจากทดลงวิธีมากมายแต่ก็ไร้ผล จิตสังหารในตาเขาก็พลันปะทุขึ้น เขาเหลือเพียงวิธีสุดท้ายเท่านั้น!
ดังนั้นแล้วร่างพลันหยุดชะงัก ทอดสายตามองเปลวไฟ สีหน้าฉายแววเด็ดเดี่ยว
เขารู้หากเป็นแบบนี้ต่อไป ตัวเองเคราะห์ร้ายมากกว่าดี
“ในเมื่อเจ้าไม่ให้ข้าออกไป คิดจะหลอมข้าไปด้วยกัน…”
ในดวงตาสวี่ชิงฉายแววบ้าคลั่งและเหี้ยมโหด ตัดสินใจพุ่งไปยังใจเทียนสีแดง กลางแดนลับต้นกำเนิดโลกนั่นด้วยความเร็วทั้งหมด
วิธีสุดท้ายของเขาวิธีนั้นมีความเสี่ยงอย่างมหาศาล แต่วิธีนี้หากสำเร็จ เหตุผล 3 ข้อที่เขาวิเคราะห์นั่น ไม่ว่าจะเป็นข้อไหนก็จะแก้ได้ในทันที
หน้ากากผลกรรมเวรส่งผลกระทบต่อเทียน ทำให้ตัวเองจากไปไม่ได้
เทียนเกิดความละโมบขึ้น คิดจะหลอมตนไปด้วย
หลังจากพลังอำนาจเทพแห่งชะตา เคราะห์หายนะก็ลงมาเยือน
“เช่นนั้น ข้าจะหลอมเจ้า!”
เส้นเลือดในดวงตาสวี่ชิง ท่ามกลางแสงไฟของเทียนสีแดง ท่ามกลางการหลอมรวมของเงานับไม่ถ้วน เขาเหมือนดาวตกดวงหนึ่ง ทั้งยังเหมือนแมงเม่า พุ่งตรงไปยังเทียนไขทางนั้น…อย่างไร้ซึ่งความหวาดเกรง!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



