Skip to content

Outside Of Time 1075

Outside of Time
BC

บทที่ 1075 ร่างของเจ้า ข้าจะครอบครองมันแน่แล้ว

ตอนนั้นที่อยู่ในโลกความทรงจำของเผ่าสวรรค์สร้างสืบ สวี่ชิงเคยวิเคราะห์ว่าบางทีอาจมีความไม่ชอบมาพากล

C

และได้ทำการทดลองอยู่หลายครั้ง แม้สุดท้ายแล้วก็ยังดูดซับสระน้ำอยู่ดี แต่วิเคราะห์ว่าวาสนาครั้งนั้นหากมีคนวางแผนก็มีความเป็นไปได้มากว่าคงเป็นหมากไม่หวังผลตาหนึ่ง

จนกระทั่งตอนนี้ สีหน้าของเขาย่ำแย่มาก

“นั่นไม่ใช่หมากไม่หวังผล แต่เป็นแผนที่วางไว้เพื่อข้าโดยเฉพาะ!”

“เป้าหมายของผู้วางวางแผน…”

สวี่ชิงไม่จำเป็นต้องไปคิดให้มาก เขากระจ่างแจ้งแล้ว ในเมื่อดูจากก่อนหน้านี้ เป้าหมายแรกของมหาจักรพรรดิหมิงเหยียนก็คือมหาจักรพรรดิปีกมาร และสถานที่ปิดด่านความจริงแล้วก็เพื่อล่อให้มหาจักรพรรดิปีกมารมาในช่วงเวลาสำคัญ

เห็นได้ชัดว่า การปรากฏขึ้นของตน…ทำให้แผนของหมิงเหยียนเปลี่ยนแปลง

“ไม่รู้ว่าข้าเป็นตัวเลือกหลักหรือเป็นตัวสำรอง”

“ในเมื่อร่างเลือดเนื้อซ่างฮวงของข้าร่างนี้มีผลกรรมเวรหนักหนา เขาจะกล้าไม่สนผลกรรมเวรในอนาคต ทำการช่วงชิงจริงๆ หรือไม่”

ในยามที่สมองของสวี่ชิงแล่นอย่างรวดเร็ว ในก้อนเนื้อแต่ละก้อนๆ ที่อยู่รอบๆ เสียงครวญครางยิ่งโหยหวนน่าขนลุก

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงชุดชาววังคนนั้นหรือจะเป็นเด็กหนุ่ม หรือจะเป็นบัณฑิตกับชายชรา ทั้งยังมีเจ้าเหนือหัวที่ 5 ที่แปลงเป็นหลินคุน ตอนนี้พวกเขาต่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กายเนื้อแห้งเหี่ยวอย่างรวดเร็ว

ชีวิต พลังบำเพ็ญ ตลอดจนต้นกำเนิดทุกสิ่ง ล้วนถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่อาจควบคุมได้ กลายเป็นของเหลวไหลบ่าเข้าไปในก้อนเนื้อที่สวี่ชิงอยู่

ท่วมจมข้อเท้า ตอนนี้มาถึงเข่าแล้ว

อีกทั้งของเหลวเหมือนมีเจตจำนง แทรกซึมเข้าไปในร่างสวี่ชิงอย่างบ้าคลั่ง ไหลเวียนไปในร่างของเขา ในขณะที่หล่อเลี้ยงกายเนื้อก็ทำการเตรียมที่จะแปรสภาพอะไรบางอย่าง

ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่นำมาให้ในระหว่างนั้นเจ็บราวใจแทบขาด

สวี่ชิงต้านทานไปตามสัญชาตญาณ

ส่วนเจตจำนงในของเหลวหลังจากที่รับรู้ถึงการต่อต้านของสวี่ชิงก็ใช้พลังที่แข็งกร้าว ลองพยายามลบวิญญาณของสวี่ชิง

ทำให้สติการรับรู้ของสวี่ชิงเกิดความรู้สึกเหมือนแตกสลาย การหลอมรวมของวิญญาณและกายเนื้อกำลังถูกแยกออก

ทุกอย่างไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้

สวี่ชิงทำได้เพียงใช้มีดสลักชะตาวาสนาของตัวเองปกป้องวิญญาณของตัวเองเอาไว้ ประดุจเรือเดียวดายท่ามกลางคลื่นคลั่ง ฝืนอดทนยืนหยัดได้

ขณะเดียวกันก็ลองวิธีต่างๆ คิดจะดิ้นรนให้หลุดพ้น

แต่ล้วนล้มเหลวทั้งสิ้น

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้…”

สวี่ชิงสีหน้าเคร่งเครียด ในดวงตามีประกายเย็นเยือกฉายวาบขึ้น ในใจตัดสินใจเด็ดเดี่ยว นั่งขัดสมาธิลงไปทันที ปล่อยให้ร่างกายดูดซับโดยไม่ต่อต้านอีกต่อไป

เช่นนี้แล้ว เนื่องจากไม่ต่อต้าน ดังนั้นพลังที่จะลบวิญญาณของสวี่ชิงในเจตจำนงที่อยู่ในของเหลวก็ลดลง ร่างของเขาส่งเสียงระเบิดลั่นทันที พลังชีวิตเข้มข้นมหาศาลโหมบ่า การหล่อเลี้ยงกายเนื้อพุ่งทะยานไปยังจุดสูงสุด

เอ้อร์หนิวที่อยู่ข้างๆ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เขาสูดลมหายใจ กำลังจะช่วย แต่ในยามที่สังเกตว่าของเหลวที่นี่มีพลังที่เหลือเชื่อ เขากะพริบตาปริบๆ

แล้วยังพบว่าสวี่ชิงกำลังดูดซับอย่างเต็มกำลังอีก

ดังนั้นในดวงตาฉายประกายแปลกประหลาด เอ่ยเสียงดัง “ศิษย์น้องเล็ก ข้าช่วยเจ้าเอง”

พูดแล้วเขาก็นั่งขัดสมาธิลง ทำท่าจะช่วยสวี่ชิงดูดซับไปด้วยกัน

เพียงแต่ การกระทำของเขาเห็นได้ชัดว่าไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นทันทีที่เขาดูดซับ พลังต่อต้านมหาศาลก็ปะทุขึ้นในก้อนเนื้อก้อนนี้

จากการระเบิดในก้อนเนื้อ ร่างของเอ้อร์หนิวอยู่ภายใต้แรงต่อต้านนี้ก็ถูกพ่นออกมาจากก้อนเนื้อ

ดวงตาทั้ง 2 ของสวี่ชิงพลันลืมขึ้นมา เคลื่อนย้ายชั่วพริบตาไปด้วย

เพียงแต่พลังดูดก็ปะทุขึ้นในเสี้ยวขณะนี้เช่นกัน ครอบคลุมสวี่ชิงมาในเสี้ยวพริบตา กระชากเขาอย่างเต็มแรง ทำให้เขาไม่อาจจากไปได้

เช่นนี้เอง เอ้อร์หนิวก็กลายเป็นคนที่ 3 ที่หลุดพ้นจากก้อนเนื้อได้ต่อจากจักรพรรดินีและมหาจักรพรรดิปีกมาร

ทว่าหลังจากที่ถูกขับไล่ออกไป จิตสังหารก็ตามมา

พลังกลุ่มนี้ระเบิดกึกก้องขึ้นมาทันที ซัดกวาดไปทั่วร่างของเอ้อร์หนิว ภายใต้เสียงกร๊อบๆ เสียงร้องครวญครางของเอ้อร์หนิวดังไปทั่วทิศ กระดูกทั่วทั้งร่างแหลกละเอียด เลือดเนื้อถูกบดขยี้ ระเบิดแหลกไม่หยุด กลายเป็นเศษชิ้นเนื้อมหาศาล ร่วงลงสู่มหาสมุทรโปร่งแสงข้างล่าง

จมลงสู่ก้นมหาสมุทร

สวี่ชิงได้ยินเสียงร้องน่าเวทนาของเอ้อร์หนิว และเห็นร่างที่ระเบิดแหลกของเอ้อร์หนิว แต่ตอนนี้ไม่อาจแบ่งสมาธิไปสนใจได้ อีกทั้งในความรู้ความเข้าใจของสวี่ชิง คิดจะฆ่าเอ้อร์หนิวให้ตาย ระดับความยากไม่น้อยเลย

นอกจากนี้เขาก็รู้ดีว่าตัวเองในตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตนี้

และเรื่องนี้ก็ยากที่จะไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น

ดังนั้นหากอยากจะหลุดพ้นออกไป มีเพียงช่วยเหลือตัวเองเท่านั้น

สวี่ชิงกัดฟันกรอด ประกายเย็นเยือกในดวงตาฉายวาบ ทำการดูดซับของเหลวรอบๆ ด้วยตัวเองต่อไป ผสานไปในนั้นไม่หยุด ของเหลวนี่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดิม

ของเหลวที่แปรเปลี่ยนมาจากพลังชีวิตของเจ้าเหนือหัวฝ่ายต่างๆ ท่วมจมหน้าอกของเขามาถึงคอแล้ว และยังคงเพิ่มขึ้น

ไม่นานนักก็ท่วมจมศีรษะ ห่อหุ้มสวี่ชิงไว้ข้างในโดยสมบูรณ์

ยังคงไม่จบสิ้น จากการดูดซับมาจากทางเจ้าเหนือหัวทุกคนทางนั้นไม่ขาดสาย ในยามที่เสียงร้องครวญครางของพวกเขาอ่อนแรงลง ในก้อนเนื้อที่สวี่ชิงอยู่ ของเหลวมีมากถึง 8 ส่วนแล้ว

แก่นพลังชีวิตที่เข้มข้นและจำนวนที่น่าตกใจเช่นนี้ สำหรับสวี่ชิงแล้ว การหล่อเลี้ยงร่างกายนี้ก็มาถึงระดับที่น่าเหลือเชื่อแล้ว

กายเนื้อของเขาประกอบขึ้นมาจากเลือดเนื้อของเสี้ยวหน้า ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่

ดังนั้นสวี่ชิงหลายปีมานี้พยายามให้มันหลอมผสานกันอย่างสมบูรณ์มาโดยตลอด ขณะเดียวกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือให้เวลากับการยกระดับพลังวิญญาณของตัวเอง

นี่ต้องการความสมดุล ต้องยกระดับก้าวไปพร้อมกันถึงจะปลอดภัยที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นปรอทเซียนในแรกเริ่มหรือจะเป็นรอยเต๋าอำนาจ เป้าหมายของเขาก็คือผลลัพธ์นี้

แต่เส้นทางนี้ช่างเนิบช้านัก

จวบจนกระทั่งตอนนี้เข้ามาในสถานที่ปิดด่านของมหาจักรพรรดิหมิงเหยียน สระน้ำของเผ่าสร้างสืบทำให้เลือดเนื้อได้รับการหล่อเลี้ยง และตอนนี้ดูดซับของเหลวเข้มข้นที่มาจากพลังชีวิตและพลังบำเพ็ญ ตอลดจนวิญญาณของเจ้าเหนือหัวหลายๆ คน ในที่สุดก็ทำให้กายเนื้อที่ไม่สมบูรณ์เป็นหนึ่งเดียวของสวี่ชิง เดินไปในทิศทางที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

กลิ่นอายเลือดเนื้อก็พุ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทะลวงพันธนาการของระดับเตรียมสู่เทวะ เลื่อนระดับไปยังขั้นเจ้าเหนือหัว

ผลลัพธ์นี้ หากวิญญาณของสวี่ชิงตามทัน นั่นย่อมดีอยู่แล้ว

แต่วิญญาณยังไม่ทันพัฒนาก็กระตุ้นกายเนื้อ นี่เหมือนใส่เสื้อเกราะเหล็กหนักพันจินให้กับเด็กเล็กๆ สุดท้ายวิญญาณของเขาหากไม่ถูกบดขยี้ ก็ถูกกายเนื้อต่อต้านอย่างรุนแรง

แต่หากต่อต้าน เจตจำนงในของเหลวก็จะปะทุพลังในการควบคุมวิญญาณ แข็งแกร่งไม่อาจต้าน จากความแข็งแกร่งของกายเนื้อ วิญญาณก็จะไม่อาจอยู่ในนั้นได้

ดูเหมือนว่าจะไม่มีหนทางให้เลือก

และการตัดสินใจของสวี่ชิงก็ยังคงเป็นดูดซับด้วยตัวเอง!

แม้วิญญาณของเขาตอนนี้จะส่งความรู้สึกถูกฉีกทึ้ง การต่อต้านก็รุนแรง เขาก็ยังคงไม่ลังเลใดๆ ทั้งนั้น ดูดซับต่อไป ขณะเดียวกันในดวงตาทั้ง 2 ที่หลับอยู่นั้นก็มีประกายเย็นเยือกหล่อเลี้ยง

เขากำลังรอ

รอวิญญาณของตัวเองถูกกายเนื้อต่อต้านรุนแรงขึ้นอีกนิดจนถึงขีดสูงสุด

เช่นนี้เอง เวลาผ่านไปทีละนิดๆ

เสียงครวญครางจากเจ้าเหนือหัวฝ่ายต่างๆ ก็แผ่วเบาริบหรี่แล้ว

เศษเนื้อแหลกละเอียดทั้งหมดของเอ้อร์หนิวในมหาสมุทรโปร่งแสงก็จมลงไปทั้งหมดแล้ว ไม่เห็นเศษซากแม้แต่น้อย

ทว่าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นในเสี้ยวขณะนี้เอง

เสียงคำรามสะท้านฟ้าดินเสียงหนึ่งพลันดังออกมาจากในก้อนเนื้อที่จักรพรรดินีและมหาจักรพรรดิปีกมารพุ่งเข้าไป

จากนั้นก้อนเนื้อนี้ก็ขยายใหญ่ไปข้างนอกมากขึ้นเรื่อยๆ คล้ายว่าการต่อต้านในนั้นมาถึงขีดสูงสุดแล้ว สุดท้ายก้อนเนื้อก้อนนี้ก็ไม่อาจทนรับไหว ท่ามกลางเสียงดังกึกก้องที่ดังไม่ขาดสาย ก็แตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ระเบิดแหลกละเอียดมาจากข้างใน

เลือดเนื้อมหาศาลสาดกระเซ็น ร่วงไปยังผิวน้ำของมหาสมุทรโปร่งแสงแล้วต่างละลายไป

เงาของจักรพรรดินีและมหาจักรพรรดิปีกมาต่างพุ่งออกมาจากในนั้น หลังจากมาถึงยังกลางท้องฟ้า พวกเขาทั้ง 2 ฝ่ายต่างสีหน้าเย็นชา ในยามที่ต้องมองก้อนเนื้อที่แหลกสลายพวกนั้นก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ของโลกภายนอก

มองเห็นการแห้งเหี่ยวไปของเจ้าเหนือหัวพวกนั้น และมองเห็นกลิ่นอายที่พุ่งเพิ่มขึ้นของสวี่ชิงทางนั้นด้วยเช่นกัน

จักรพรรดินีขมวดคิ้ว

ทางมหาจักรพรรดิปีกมารทางนั้น สายตาหลังจากที่กวาดไปยังก้อนเนื้อที่สวี่ชิงอยู่ ดวงตาทั้ง 2 ก็หรี่ลง ฉายประกายแปลกประหลาด

ขณะเดียวกันนี้ จากการแแหลกสลายไปของก้อนเนื้อ หลังจากที่จักรพรรดินีและมหาจักรพรรดิปีกมาพุ่งออกมา มหาจักรพรรดิหมิงเหยียนที่อยู่ในนั้น ร่างก็ปรากฏขึ้นในนั้นอย่างชัดเจน

มุมปากแฝงด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง มองไปทางจักรพรรดินี “เจ้ามาที่นี่เป้าหมายไม่ใช่แค่วิญญาณของข้าเท่านั้น น่าจะอยากได้แดนเซียนปิดด่านของข้าด้วยกระมัง ให้ข้าเดา เจ้ามีคนที่อยากจะฟื้นคืนชีพให้ใช่หรือไม่”

จักรพรรดินีสีหน้าเป็นปกติ เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “เจ้าไม่ใช่หมิงเหยียนที่ครบถ้วนสมบูรณ์”

หมิงเหยียนหัวเราะ ไม่ได้ตอบไป แต่หันหลังก้มหน้าไปยังทะเลโปร่งแสง

เสี้ยวขณะต่อมา ทะเลโปร่งแสงทั้งผืนก็เกิดคลื่นวน เสียงครืนครั่นดังก้อง กลิ่นอายน่าหวาดกลัวแผ่ออกมา ปกคลุมมืดฟ้ามัวดิน ลมเมฆหอบทะลัก

เงาร่างแปลกประหลาดร่างหนึ่ง ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากในคลื่นวน

เงาร่างนี้ด้านซ้ายเป็นร่างมนุษย์ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งงอกขึ้นมาใหม่ ส่วนร่างด้านขวายังไม่ได้ชีวิตโดยสมบูรณ์ ดังนั้นจึงไม่มีผิวหนัง เกิดขึ้นมาจากเส้นเลือดมากมายประกอบขึ้นมา แผ่ลามไป น่าสยดสยองขนลุกขนพอง

ความรู้สึกที่ไม่สมบูรณ์ชัดเจนเป็นอย่างมาก

มองผู้มาเยือน มหาจักรพรรดิปีกมารลมหายใจหอบถี่ รูม่านตาหดเล็ก

และจากการปรากฏขึ้นของเงาร่างแปลกประหลาดร่างนี้ สายฟ้านับไม่ถ้วนแลบปลาบรอบๆ ท้องฟ้าสั่นสะเทือน น้ำทะเลโหมซัด พลังอำนาจกดดันที่ใกล้เคียงกับเซียนคิมหันต์อย่างสูงสุดกำลังปะทุ

“เป็นเทพเจ้าที่รอบรู้ทุกอย่างจริงๆ ด้วย”

เสียงต่ำทุ้มดังออกมาจากปากของเงาร่างนี้ จากนั้นเขาเงยหน้าสายตาราวกฎเกณฑ์ จับจ้องไปที่ร่างของจักรพรรดินี

“เขาไม่ใช่ข้าที่สมบูรณ์จริงๆ นั่นแหละ พูดให้ถูกต้องคือ เขาเป็นหนึ่งในร่างแยกทั้ง 2 ของข้า”

“มีผลกรรมเวรบางอย่างกับอัจฉริยะเผ่ามนุษย์ 2 คนนั้นของเจ้า เพราะก่อนที่หน้าตาจะเปลี่ยน เขาอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารมีฐานะของตัวเองเป็นมหาปรมาจารย์เซียนแห่งเผ่าปีกมารฝั่งบูรพา”

“เพื่อต้อนรับพวกเจ้า ข้าไม่เพียงแต่เตรียมหุ่นเชิดเซียนตัวนั้นไว้ที่วังใต้ดินก่อนหน้านี้เท่านั้น ขณะเดียวกันร่างแยกร่างนี้ก็ใช้เหตุผลเรื่องถ่ายทอดมรดก 6 รากราคะตัณหา ตายไปแล้วที่โลกภายนอก”

“ตอนนี้ เพื่อแสดงความเคารพ ร่างของข้าจึงมาเยือนด้วยตัวเอง”

หมิงเหยียนที่มีร่างครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นเส้นเลือดแย้มยิ้ม

“เช่นนั้นพิธียิ่งใหญ่ครั้งนี้ก็ควรสิ้นสุดลงได้แล้ว”

“มหาจักรพรรดิปีกมาร เรื่องที่ข้าคุยกับเจ้า เจ้าคิดอย่างไรบ้างเล่า”

หมิงเหยียนมองไปทางมหาจักรพรรดิปีกมาร

มหาจักรพรรดิปีกมารสีหน้าเคร่งขรึม หันไปมองก้อนเนื้อที่สวี่ชิงอยู่ผาดหนึ่ง จากนั้นในดวงตาก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว ร่างพลันขยับ พุ่งตรงไปยังจักรพรรดินี

ขณะเดียวกัน ร่างแยกหมิงเหยียนที่ต่อสู้โจมตีกับพวกเขาก่อนหน้านี้ บนร่างก็มีจิตสังหารปะทุพวยพุ่งขึ้นเช่นกัน พุ่งออกมาทันที พุ่งตรงไปหาจักรพรรดินี

3 ฝ่ายโรมรันพันตู

เพียงพริบตา ฟ้าดินพังถล่ม มิติแตกร้าว โลกใบนี้เหมือนกระจกที่แตกละเอียด แยกตัวออก

มีเพียงร่างจริงของมหาจักรพรรดิหมิงเหยียนเท่านั้นที่เดินไปทางก้อนเนื้อที่สวี่ชิงอยู่ในเศษชิ้นส่วนพลางเอ่ยอย่างสงบนิ่ง

“ข้าขอสาบานด้วยคำสาบานแห่งเต๋า มหาจักรพรรดิปีกมาร วิญญาณชะตาของเจ้า เมื่อเรื่องนี้จบลงก็จะคืนให้เจ้ากลับไปโดยไม่เรียกร้องสิ่งใด อีกทั้งไม่ล่วงเกินกันอีกต่อไป”

“ร่างแยก หลังจากเรื่องนี้จบลง ข้าจะมอบอิสระที่เจ้าเฝ้าฝันหาแม้ในยามหลับฝันให้”

“ส่วนจักรพรรดินี…หลังจากเรื่องนี้จบลง แดนเซียนนี้ก็จะเป็นของเจ้า เจ้าสามารถฟื้นคืนชีพคนที่เจ้าต้องการได้”

“และสิ่งที่ข้าต้องการก็คือพวกเจ้าอย่าได้รบกวนชีวิตใหม่ของข้า”

เสียงของหมิงเหยียนดังก้อง สายตาจับจ้องไปทางสวี่ชิงทางนั้นฉายความชื่นชมและละโมบออกมา ประดุจมองของล้ำค่า

แผนการเดิมของเขาคือสิงชิงร่างของมหาจักรพรรดิปีกมาร ใช้กายมหาจักรพรรดิของอีกฝ่ายมาสร้างชีวิตใหม่อีกครึ่งหนึ่งของตัวเองให้สำเร็จ นับจากนี้เลื่อนขั้นสู่ระดับเซียนคิมหันต์

แม้จะมีตำหนิ แต่เขามีความมั่นใจหลังจากนั้นช่วงหนึ่งก็จะซ่อมแซม

จวบจนกระทั่งเขาได้พบสวี่ชิง!

ความตื่นตะลึงในใจเขาพลิกตลบฟ้าดิน ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนแผน ไม่เพียงแต่ล้มเลิกการสิงชิงร่างมหาจักรพรรดิปีกมารเท่านั้น ยิ่งแอบติดต่อกับเขา

ทำให้แนวโน้มของเรื่องราวมาถึงระดับสมบูรณ์แบบในตอนนี้

“กายเนื้อเช่นนี้ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ผลกรรมเวรในนั้นข้ากลืนกินมันลงไปแล้วจะอย่างไร…” หมิงเหยียนพึมพำ เดินทีละก้าวๆ มายังข้างหน้าก้อนเนื้อที่สวี่ชิงอยู่ มองสวี่ชิงที่หลับตาอยู่ในนั้น เขาเลียริมฝีปาก ความละโมบในใจในเสี้ยวขณะนี้ไม่อาจสะกดไว้ได้อีก

“ร่างของเจ้า ข้าจะครอบครองมันแน่แล้ว”

มือขวาของเขายกขึ้น ล้วงไปยังก้อนเนื้อที่อยู่ข้างหน้า กดไปยังกระหม่อมของสวี่ชิง

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!