บทที่ 1085 สบตาข้ามขอบฟ้า
ในสียงถอนหายใจนี้แฝงไว้ด้วยความเสียดายเล็กๆ แฝงไว้ด้วยความสะท้อนใจนิดๆ มาพร้อมด้วยความอิจฉา
แต่ไม่นานนัก องค์ท่านก็สังเกตว่าอารมณ์ของตัวเองผิดไป จะอย่างไรเสีย…นั่นก็นับว่าเป็นศัตรูในอดีตของเขา
สำหรับศัตรู ตัวเองไม่มีทางเกิดความอิจฉาเด็ดขาด
“ตายก็ตายไป ดันดิ้นรนตายถึง 2 ครั้ง ก็มีแต่เจ้าเท่านั้นแล้ว”
อวี้หลิวเฉินแค่นเสียงขึ้นจมูก ดึงสายตาที่ทอดมองไปยังปลายขอบฟ้ากลับมา
“เพียงแต่ ตอนนี้เทพแท้จริงหาได้ยากยิ่ง ยุคที่นายแห่งเทพหลับใหล เรื่องของเจ้ากำลังจะจบลง ส่วนเรื่องของข้า…กำลังจะเริ่มขึ้น”
……
แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกตอนนี้ว่างเปล่า
แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับดำ 4 แดนที่เคยลอยอยู่ที่นั่น ภายใต้คมกระบี่ของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็แหลกสลายไป 3 แดน
แดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารที่เหลือเพียงแห่งเดียว มหาจักรพรรดิครองกระบี่เพียงสะบัดมือก็ทำให้มันร่วงหล่นลงมา มอบให้กับจักรพรรดินี
มีเพียงมหาจักรพรรดิปีกมารเท่านั้นที่หนีไป หายไปไร้ร่องรอย
จากนั้นมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็ก้าวเท้าเดินไปทางทิศใต้ของท้องฟ้า
จักรพรรดินีและสวี่ชิงตามอยู่ข้างหลัง
เดิมเป็นระยะที่ไกลไร้ขอบเขต แต่ภายใต้กลิ่นอายอันน่าครั่นคร้ามของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ในตอนนี้คล้ายว่าถูกร่นระยะให้สั้นลง เพียงแค่ 1 ก้านธูป เขาก็พาทั้ง 2 ก้าวข้ามดินแดนมากมาย มาปรากฏอยู่ที่ฟ้าดินทางใต้ของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ที่ไกลๆ เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องประกายพร่างพราย 3 แดน
สนามรบทางใต้ไม่เหมือนกับทางตะวันออกที่มีค่ายกลปกป้อง เผ่าเอกภพแดนสีชาดที่อยู่ทางใต้แปรเปลี่ยนให้ทางใต้ทั้งผืนกลายเป็นทะเลเพลิง
ไฟเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับพวกเขา
ใช้ไฟเป็นทะเล สามารถสำแดงศักยภาพด้านกำลังรบทั้งหมดของเผ่าเอกภพแดนสีชาดออกมาได้
และในช่วงนี้ สงครามระหว่างพวกเขากับแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง
ยืนอยู่บนท้องฟ้า สวี่ชิงมองเห็นบนแผ่นดินที่ปกคลุมไปด้วยทะเลเพลิงเต็มไปด้วยศพไหม้เกรียม ยิ่งมีเศษชิ้นส่วนของสิ่งก่อสร้างและของวิเศษเวทที่แตกสลายนับไม่ถ้วน บ้างมาจากดินแดนของเผ่าพันธุ์ที่นี่ บ้าง…ก็มาจากการแหลกสลายของแดนศักดิ์สิทธิ์แดนหนึ่ง
ทางใต้ทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์ไป 1 แดน สังหารมหาจักรพรรดิไป 1 คน
ทำให้แดนศักดิ์สิทธิ์ 4 แดนแต่เดิมที่อยู่ที่นี่ตอนนี้เหลือเพียง 3 แดนเท่านั้น
และการมาเยือนของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็ดึงดูดสายตาของทั้งหลายฝ่ายทันที ดังนั้นผู้บำเพ็ญของเผ่าเอกภพแดนสีชาดต่างรูม่านตาหดเล็ก ภายใต้คำบัญชาจากเทพเจ้าของเผ่าพวกเขา ก็ถอยร่นไปราวคลื่นและการกลับมาของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็ดึงดูดสายตาของทั้ง 2 ฝ่ายทันที
ส่วนแดนศักดิ์สิทธิ์ก็เปิดค่ายกลป้องกันทุกด้าน มหาจักรพรรดิทั้ง 3 ในนั้นไม่กล้าปรากฏตัว
เรื่องที่เกิดขึ้นที่ทิศตะวันออกทั่วทั้ง 8 ทิศต่างรู้กันหมดแล้ว
เผชิญหน้ากับคนที่มีกำลังรบระดับเตรียมเซียนคิมหันต์อย่างเห็นได้ชัดคนหนึ่ง ไม่เพียงแต่ทำให้ทางแดนศักดิ์สิทธิ์เกิดความหวาดกลัวอย่างรุนแรงเท่านั้น แม้แต่เผ่าเอกภพแดนสีชาดก็ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน
แต่สำหรับมหาจักรพรรดิครองกระบี่แล้ว เผ่าเอกภพแดนสีชาดจะมีความระมัดระวังหรือไม่ ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ตอนนี้สิ่งที่เขาจะทำคือถ่ายทอดวิชากระบี่ของตัวเอง
ดังนั้น ในยามที่สายตาจับจ้องไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 เสียงของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็ดังก้องมาในใจจักรพรรดินีและสวี่ชิง
“กระบี่ที่ข้าบรรลุ กระบี่ที่ 2 ชื่อว่า…”
“แยกนภา!”
มหาจักรพรรดิครองกระบี่เอ่ยราบเรียบ มือขวายกขึ้นกดไปทางแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มกำลังป้องกันทุกด้านทั้ง 3 แดนเบาๆ
จากการกดนี้ ท่ามกลางจิตใจที่พลุ่งพล่านของเผ่าเอกภพแดนสีชาด ภายใต้ความหมองหม่นในเสี้ยวขณะนี้ของท้องฟ้า ท่ามกลางการมอดดับในเสี้ยวพริบตาของทะเลเพลิงบนพื้น…
แดนศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้าทั้ง 3 พร้อมด้วยอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลรอบๆ ก็พลันรางเลือน
พลังน่ากลัวกลุ่มหนึ่งคล้ายว่ากดอัดลงมาจากความว่างเปล่า ซัดลงมาที่พื้นที่แถบนั้น สกัดกั้นมันกับโลกภายนอกออกจากกัน
จากนั้น พลังนี้ก็ปะทุ เหมือนว่าดึงเอากลิ่นอายของพื้นที่แถบนั้นไป!
และเสียงสุขุมลึกซึ้งของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็อธิบายกระบี่นี้ของตน
“กระบี่นี้สร้างขึ้นเมื่อครั้งติดตามจักรพรรดิโบราณออกสู้กับหมื่นเผ่า เพื่อกวาดล้างศัตรูเป็นวงกว้าง ทั้งสามารถเก็บพลังสังหาร และสามารถทำลายล้างศัตรูได้เป็นบริเวณกว้าง…ดังนั้น หลักการของมันก็คือดึงเอาพลังชีวิตทุกอย่างในพื้นที่นั้นไป”
“ทำให้ที่นั่นกลายเป็นสุญญากาศ”
“ใช้พลังกดอัดที่เกิดจากการยุบตัวของสุญญากาศทำลายมิติ ทำลายทุกอย่างที่อยู่ในนั้น และร่องรอยแหลกสลายของพวกมันก็คือรอยกระบี่”
“รอยกระบี่เหล่านี้กว้างไกลไร้ขอบเขต รวมเข้าด้วยกันก็จะเกิดเป็นกระบี่แหวกนภา!”
ขณะเดียวกับที่มหาจักรพรรดิครองกระบี่เอ่ยวาจา แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 ตลอดจนพื้นที่ที่ถูกสกัดกั้นรอบๆ แถบนั้นก็พลันพังทลาย
จากพลังชีวิตที่ถูกดึงออกมาทั้งหมด พลังกดอัดปะทุทุกด้าน รวมกับการเพิ่มพลังจากเจตจำนงของมหาจักรพรรคครองกระบี่แล้ว สรรพชีวิตทั้งหลายในพื้นที่แถบนั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนมาตื่นตระหนกหวาดผวาสุดขีด
สิ่งที่เกิดรอยแตกก่อนเป็นอันดับแรกคือค่ายกลป้องกันของแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3
ภายใต้แรงกดอัดสุญญากาศนี้ ค่ายกลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกร้าวบนนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ จวบจนกระทั่งค่ายกลในสุดท้ายแล้วก็ไม่อาจทนรับได้ต่อไป แตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ระเบิดมา
ดังนั้นพลังกดอัดสุญญากาศที่รุนแรงกว่าเดิมปะทุขึ้นในแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3
เพียงพริบตา เสียงกรีดร้องครวญคร่ำดังระงมไปทั่ว
ทว่าเสียงโหยหวนครวญครางไม่อาจดังเล็ดลอดออกมา ถูกกักกั้นเอาไว้ในนั้น
มีเพียงผู้แข็งแกร่งของแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 อย่างมหาจักรพรรดิ อย่างเจ้าเหนือหัวเท่านั้น ในเสี้ยวพริบตานี้ในดวงตาแดงก่ำ ต่างสำแดงไพ่ตาย ลองทำการต้านทาน
แต่…ไร้ความหมาย
การแตกสลายดำเนินต่อไป รอยร้าวเพิ่มมากขึ้น
เส้นรอยแตกร้าวเหล่านั้นล้วนแปรเปลี่ยนเป็นรอยกระบี่
จวบจนกระทั่งสุดท้าย รอยกระบี่นับไม่ถ้วนปรากฏลอยขึ้น รวมเป็นกระบี่น่าครั่นคร้ามเล่มหนึ่ง อยู่ในดินแดนสุญญากาศที่ถูกสกัดกั้นผืนนั้น แสงกระบี่แผ่ซ่าน ปราณกระบี่แข็งแกร่งไม่อาจต้านทาน จิตกระบี่สะท้านฟ้าดิน
นานหลังจากนั้นการสกัดกั้นหายไป เศษชิ้นส่วนแดนศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนร่วงลงสู่ผืนดิน
ไม่มีเลือดเนื้อ สิ่งที่ร่วงลงมาพร้อมกับเศษชิ้นส่วนคือธุลีที่แปรเปลี่ยนมาจากสิ่งมีชีวิต
และพลังชีวิตทั้งหมดล้วนกลายเป็นสารอาการหล่อเลี้ยงที่ช่วยพลักดันให้มหาจักรพรรดิครองกระบี่เคลื่อนไปข้างหน้า โหมซัดไปในร่างกายของเขา ทำให้เสี้ยวขณะนี้กำลังรบของเขาพุ่งเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ภายใต้การกวาดโหมของพลังนี้ เทพเจ้าของเผ่าเอกภพแดนสีชาดต่างก็เลือกที่จะหลบหลีก ไม่คิดเผชิญหน้า
ครู่หนึ่ง หลังจากที่มหาจักรพรรดิครองกระบี่พาสวี่ชิงและจักรพรรดินีจากไปแล้วถึงได้มีเสียงสงบนิ่งดังเนิบนาบออกมาจากในเผ่าเอกภพแดนสีชาด “เทพแท้จริงไม่ปรากฏตัวออกมา เผชิญหน้ากับเซียนคิมหันต์…พวกเรายากที่จะต่อกร”
ขณะเดียวกัน การแหลกสลายของแดนศักดิ์สิทธิ์หลายแดน การแตกดับของมหาจักรพรรดิ เรื่องนี้ประดุจลมพายุพัดหอบไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ทำให้เผ่าพันธุ์ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์จำนวนนับไม่ถ้วนใจสั่นสะท้าน เทพเจ้ามากมายเลือกที่จะเงียบนิ่ง
และความรุ่งโรจน์ในอดีตของเผ่ามนุษย์ก็ปรากฏขึ้นมาในใจของเผ่าพันธุ์ทั้งหลายในเสี้ยวขณะนี้
ขณะเดียวกัน แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับดำที่อยู่ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ สิ่งที่พายุลูกนี้นำมาให้พวกเขาคือความหวาดกลัวและสยดสยองอย่างประมาณไม่ได้
ดังนั้น แดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ทั้ง 2 เขตนี้ต่างติดต่อกัน ด้านหนึ่งก็เปิดค่ายกลอย่างสุดกำลัง อีกด้านหนึ่งคือขอความช่วยเหลือกับดวงดาวที่อยู่นอกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ขณะเดียวกันก็เลือกที่จะไปจากดินแดนตัวเองอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ต่างรวมตัวกัน
หลังจากที่มาถึงแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ พวกเขาไม่อาจจากไปได้ เส้นทางที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาตอนนี้มีเพียงแค่ต้องเกาะกลุ่มกันไว้เท่านั้น
เช่นนี้ รวบรวมพลังแดนศักดิ์สิทธิ์หลายๆ แห่ง ถึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะยืนหยัดต่อไป รอเมื่อแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับพสุธาและแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับนภาที่มีเพียงแดนเดียวจากนอกพิภพลงมาเยือน
เพียงแต่แผนการของพวกเขาไม่มีทางราบรื่น
เผ่ากระดูกต้นกำเนิดแห่งยมโลกที่อยู่ทางทิศตะวันตกตลอดจนเผ่าราชันประกาศิตอุดรที่อยู่ทางทิศเหนือ ในวันนี้ที่ต่อสู้กับแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ลงมาเยือนในดินแดนของเผ่า เมื่อเผชิญหน้ากับโอกาสนี้ ก็ย่อมต้องคว้าเอาไว้อย่างสุดกำลัง
ดังนั้นเสี้ยวขณะต่อมา สงครามทางทิศตะวันตกและทางทิศเหนือก็ปะทุอย่างดุเดือดยิ่งขึ้น
ผู้บำเพ็ญ 2 เผ่าออกเคลื่อนไหวทุกด้าน ขัดขวางการจากไปของแดนศักดิ์สิทธิ์ในเขตพื้นที่ต่างๆ ของแต่ละเผ่า
เช่นนี้เอง เสียงตะโกนสังหารฆ่าฟันจากศึกขัดขวางครั้งนี้ ทันทีที่ดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ เงาร่างของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็มาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าทางทิศตะวันตกของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
“กระบี่ที่ข้าบรรลุ กระบี่ที่ 3…”
“ชื่อว่าวังสวรรค์”
“กระบี่นี้ ข้าบรรลุได้จากการทำศึกกับหมื่นเผ่าในยุคก่อนที่จักรพรรดิโบราณเสวียนโยวจะรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง จิตสังหารของมันร้ายกาจเหลือประมาณนัก อีกทั้งวิธีการก็โหดเหี้ยม มุ่งโจมตีเพียงผู้บำเพ็ญเท่านั้น เมื่อใช้แล้วผิดต่อหลักธรรมแห่งสวรรค์นัก…นับจากที่เทพเจ้าลงมาเยือนข้าก็ไม่เคยใช้อีกเลย”
มหาจักรพรรดิครองกระบี่มองแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ข้างหน้า เอ่ยแผ่วเบา
จากนั้นก็ยกมือ สะบัดไปข้างหน้า
ภายใต้การสะบัดนี้ ภาพที่ทำให้สวี่ชิงทางนี้รูม่านตาหดเล็กก็พลันปรากฏขึ้น
ก่อนหน้านี้การพังทลายของแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ใจกลางและทางใต้ สวี่ชิงแม้จะตื่นตะลึงทว่าก็ไม่รุนแรงเท่าตอนนี้
มันช่าง…กระบี่วังสวรรค์ช่างเหมือนกับที่มหาจักรพรรดิครองกระบี่กล่าวเอาไว้จริงๆ มุ่งโจมตีแต่ผู้บำเพ็ญเท่านั้นอีกทั้งยังโหดเหี้ยม ใช้แล้วผิดต่อกฎแห่งสวรรค์
เพราะ…วังสวรรค์ที่ว่าไม่ใช่วังบนท้องฟ้า แต่เป็นวังสวรรค์ที่สร้างขึ้นมาในร่างของผู้บำเพ็ญระดับหลอมตันเถียนและเหนือขึ้นไปจากนั้นทุกคน!
วังสวรรค์ของพวกเขาในเสี้ยวพริบตานี้พังทลายทั้งหมด ประดุจถูกควบคุม แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่มายาเล่มหนึ่ง ทะลวงร่างออกมา
โหดเหี้ยมเป็นอย่างยิ่ง
เสียงร้องครวญครางมหาศาลนับไม่ถ้วน
ราวค่ายกลสังหาร ภายใต้การหลอมรวมอย่างต่อเนื่องก็แปรเปลี่ยนทะเลกระบี่ เคลื่อนไปอย่างเร็วรี่ในฟ้าดิน ปกคลุมแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดทางทิศตะวันตก
นี่คือเคราะห์กรรมของผู้บำเพ็ญตั้งแต่ระดับหลอมตันเถียนขึ้นไป
ส่วนระดับหลอมตันเถียนลงมายิ่งยากจะหนีความเป็นตาย ท่ามกลางการกวาดโหมของทะเลกระบี่ก็แหลกสลายไปทั้งหมด
ส่วนแดนศักดิ์สิทธิ์ภายใต้ความแข็งแกร่งไร้เทียมทานของทะเลกระบี่นั้นก็แตกสลาย
สรรพสิ่งระเบิดแหลก สรรพชีวิต
มีเพียงเสียงของมหาจักรพรรดิครองกระบี่เท่านั้นที่ทำลายความเงียบสงบ ดังก้องอยู่ข้างหูสวี่ชิงและจักรพรรดินี
“ใช้วังสวรรค์ของศัตรูเป็นกระบี่ นี่คือกระบี่วังสวรรค์”
“ส่วนกระบี่ที่ 4 ต่อจากนี้…”
“ชื่อของมันคือประกายดารา!”
ในเสี้ยวพริบตาที่คำพูดดังออกมา ท้องฟ้าคำรามลั่น ประดุจเบิกนภา กลางวันในเสี้ยวขณะนี้เลือนหายไป กลายเป็นกลางคืน
และในราตรีมืด ดาวนับไม่ถ้วนส่องประกายระยิบระยับพร่างพราย
แสงดาวนับไม่ถ้วนปรากฏในฟ้าดินกลายเป็นแสงกระบี่เป็นทางๆ กลายเป็นกระบี่ยาวมากมาย โปรยปรายสู่พิภพ
มหาจักรพรรดิครองกระบี่เดินไปก้าวหนึ่ง เหยียบไปบนแสงดาวทางหนึ่ง หอบม้วนสวี่ชิงและจักรพรรดินี อาศัยแสงดาวลอยต่ำลงมายังที่ราบน้ำแข็งทางทิศเหนือของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ภายใต้หิมะขาวสะอาดสุดลูกหูลูกตาเป็นภาพทิวทัศน์เบื้องหลัง แสงดาวพราวพร่าวส่องสะท้อนกับหิมะ ประกายแสงระยิบระยับพร่างพราย ท่วมจมแดนศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ไปในนั้น
มองไปไกลๆ ที่นี่มีคลื่นวนแสงดาวมหึมาลูกหนึ่งปรากฏขึ้น กลืนกินทุกสิ่ง
นับจากนั้น แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เงียบสงัด
หมื่นเผ่าเงียบงัน เทพเจ้าจ้องมอง
มหาจักรพรรดิครองกระบี่กลายเป็นดวงดาวที่เจิดจรัสที่สุดของทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในเสี้ยวขณะนี้ ลอยขึ้นมาจากในคลื่นวนแสงดาว
ท่ามกลางการทะลักโหมบ่าเข้ามาจากพลังชีวิตนับไม่ถ้วน กลิ่นอายของเขาพุ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลักดันกำลังรบของตัวเองให้ไต่ระดับขึ้นสู่ขีดสูงสุดของขอบเขตเซียนคิมหันต์
ท้องฟ้าสั่นสะเทือน แผ่นดินคำรามกึกก้อง
เพียงแต่ กลิ่นอายความตายบนร่างของเขาในเสี้ยวพริบตานี้ก็เข้มข้นจึถึงขีดสูงสุดเช่นกัน
เสียงของเขาเปลี่ยนมาแหบแห้ง
“ส่วนกระบี่สุดท้าย…ข้าจะเก็บไว้ใช้ที่นั่น”
มหาจักรพรรดิครองกระบี่เงยหน้า สายตาคล้ายว่ามองทะลุม่านฟ้าได้ ทอดสายตาไปยังนอกห้วงดารา
ตอนนี้ ในห้วงดาราแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ มีแดนศักดิ์สิทธิ์ที่น่าหวาดหวั่นครั่นคร้ามมาถึงแล้ว
ที่อยู่ข้างหน้าสุดคือ 4 แดน
ไม่ว่าจะเป็นขนาด ไม่ว่าจะเป็นพลัง ล้วนอยู่เหนือกว่าระดับดำทั้งสิ้น
พวกมันคือแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับพสุธา
ส่วนแดนสุดท้าย…รูปร่างเหมือนหัวใจขนาดมหึมาดวงหนึ่ง ใจมันที่ขยับเต้นก็ปะทุพลังน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่งที่เหนือซึ่งทุกสิ่งออกมา
นั่นคือ…แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับนภาที่มีเพียง 1 เดียวเท่านั้น!
บนแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับนภานี้ บนเจดีย์เก่าแก่องค์หนึ่งมีชายชราสวมชุดคลุมยาวสีดำคนหนึ่งยืนอยู่
เขาเอามือไพล่หลัง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น สีหน้าลึกซึ้งผ่านห้วงกาล คล้ายว่าข้ามผ่านวันเวลามาเนิ่นนาน เป็นสักขีพยานให้กับประวัติศาสตร์ทุกอย่าง ตอนนี้หวนคืนกลับมา
สายตาจับต้องไปทางแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
สบสายตากับมหาจักรพรรดิครองกระบี่ข้ามขอบฟ้ามา
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



