Skip to content

Outside Of Time 1187

Outside of Time
BC

บทที่ 1187 แพ้เขา เจ้าไม่เสียหน้า

ธารโลหิตเทพเจ้า ฟองคลื่นม้วนตลบ หอบกลิ่นคาวเลือดขึ้นมา ถูกลมพัดมาถึงฝั่งแดนดาราทิศใต้

C

หลอมรวมกับแสงเหนือบนฟ้า กลายเป็นส่วนหนึ่งกับสีโลหิต

ท่ามกลางสีเลือดเห็นเรือข้ามฟากปราศจากคนลำหนึ่ง เคลื่อนตัวเข้าส่วนลึกของสายธารซึ่งไม่เห็นจุดสิ้นสุดอย่างช้าๆ กระทั่งไม่เห็นร่องรอย

สวี่ชิงยืนบนสะพานท่าเรือริมแม่น้ำ ทอดมองเรือข้ามฟากซึ่งห่างออกไป

ของขวัญจากเซียนหลิงหวงลำนี้ ไม่อาจนำไปได้

มันแค่จอดเหนือธารโลหิตเทพเจ้า

รอสวี่ชิงเรียกอยู่ที่นี่

เนิ่นนานกว่าสวี่ชิงจะถอนสายตากลับ ก้มมองฝุ่นละอองลอยพลิ้วข้างกาย

“หลักการสวรรค์…” สวี่ชิงพึมพำเสียงเบา

นี่คือสิ่งที่ตกตะกอนออกมาหลังจากเขาสังหารซิงหวนจื่อ!

สวี่ชิงจ้องมองฝุ่นละอองพลางครุ่นคิด ‘คล้ายบัญญัติเหมือนหลักเกณฑ์ แต่กลับไม่ใช่บัญญัติหรือหลักเกณฑ์ ทั้งเหมือนสิ่งที่จินตนาการออกมา แม้ดำรงอยู่ แต่กลับไม่มีตัวตน’

เขาไม่ได้หลอมสิ่งนี้เข้าไปในร่าง แต่คิดใช้มันเป็นสมบัตินอกกาย ช่วงนี้ยามอยู่บนธารโลหิต เขาเคยค้นคว้ามาบ้าง

ส่วนซิงหวนจื่อ…

ในสภาพแวดล้อมพิเศษอย่างธารโลหิตเทพเจ้า ทุกครั้งยามเขาฟื้นคืนชีพ ได้แค่อยู่บนเรือ ทั้งอ่อนแอลงทุกครั้ง

สวี่ชิงจึงทำได้เพียงนั่งรอตรงนั้น

สุดท้ายหลังจากตายครั้งที่ 7 ค่อยจิตสิ้นวิญญาณสลาย

‘แม้ว่าได้ป้ายอนุมัตินครเซียนของซิงหวนจื่อ แต่การตายของเขายังรอพิสูจน์’

‘ถึงอย่างไรการรอเขามาก็มีเบาะแสระดับหนึ่ง’

เมื่อนึกถึงตรงนี้ นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววล้ำลึก จากนั้นค่อยสะบัดมือเก็บละอองหลักการสวรรค์ ก่อนเยื้องย่างจากสะพานท่าเรือไป

ห่างจากธารโลหิต เดินรับลมกลางฟ้าดินแห่งแดนดาราทิศใต้

ยามห้อตะบึงสวี่ชิงคลายผนึกป้ายอนุมัตินครเซียนของตน ครู่ต่อมากลิ่นอายชวนประหวั่นพลันปะทุออกมาจากตัวเขา กลายเป็นลำแสงสีแดงชาดทะลวงนภา

ผสานรวมกับแสงเหนือบนเวิ้งฟ้า ก่อตัวเป็นวังวนซึ่งเห็นด้วยตาเปล่า

ยามคลื่นวนดังกึกก้อง กลิ่นอายสวี่ชิงยิ่งใหญ่น่าอัศจรรย์ ห้วงอากาศบิดเบี้ยว ทั่วทิศพร่าเลือน

กลิ่นอายส่วนหนึ่งมาจากตัวเขา อีกส่วนหนึ่งมาจากป้ายอนุมัตินครเซียน

ตอนนี้เมื่อปะทุ ถึงขั้นชักนำแผนภาพดาวหลังม่านนภาทิศใต้ออกมา หมู่ดาวส่องประกาย มีดาว 3 ดวงเจิดจรัสที่สุด

ดวงแรกคือสวี่ชิง อีก 2 ดวง…คือ 2 มหาดาราแห่งทิศใต้!

หนึ่งคือเจียงฝาน อีกคนคือหย่วนซานซู่!

‘ป้ายอนุมัตินครเซียนของซิงหวนจื่อ รอยประทับแฝงซ่อนไม่มากนัก ดังนั้นหลังจากสังหารเขาแล้ว อันดับข้าถึงแค่จัดอยู่ในร้อยอันดับแรก’

‘ตอนนี้คืออันดับ 73 ของวงแหวนที่ 5’

สำหรับอันดับหลังจากซึมซับป้ายอนุมัตินครเซียนของซิงหวนจื่อ ตอนแรกสวี่ชิงผิดคาดอยู่บ้าง ทว่าไม่นานก็คาดเดาได้

คิดว่าก่อนหน้านี้ซิงหวนจื่อจดจ่อและให้ความสำคัญกับการฝึกบำเพ็ญ ดังนั้นเลยไม่ได้รวบรวมป้ายคนอื่นมากนัก

น่าจะคิดว่าหลังจากก้าวสู่ระดับกึ่งเซียนในวังเซียนแสงเหนือเสร็จแล้วค่อยจัดการ

สวี่ชิงเงยหน้ามองม่านนภา

‘ไม่เหมือน 2 คนนี้ ทางเลือกพวกเขาต่างจากซิงหวนจื่อ ก่อนช่วงที่ 3 ก็ได้รอยประทับมากพอแล้ว ตอนนี้เมื่อถึงช่วงที่ 3 ยิ่งเป็นเช่นนี้’

‘ผู้บำเพ็ญแห่งวงแหวนที่ 5 เข้าสู่นครเซียนด้วย 2 วิธี’

‘1 คือช่วงการทดสอบนครเซียน อย่างน้อยมีชื่อในร้อยอันดับแรก เมื่อเป็นเช่นนี้ถึงจะรับรองการเลื่อนขั้นได้’

‘ส่วนวิธีที่ 2 สำหรับเหล่าผู้บำเพ็ญซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบ สิ่งที่พวกเขาต้องทำนั้นยากกว่า จำเป็นต้องบรรลุระดับกึ่งเซียน ทั้งหลังจากเลื่อนเป็นระดับกึ่งเซียน ใน 500 ปี… ต้องบรรลุระดับเซียนชั้นล่าง!’

‘วิธีที่ 2 ไม่เกี่ยวกับข้า’

‘สำหรับข้าแล้วมีเพียงวิธีแรก…’

สวี่ชิงหรี่ตา นัยน์ตาส่องประกาย

‘วิธีแรกนี้ แม้ว่าร้อยอันดับแรกมีโอกาสเลื่อนขั้น แต่ความต่างของอันดับย่อมส่งผลต่อทรัพยากรที่จะได้รับหลังจากเข้าสู่นครเซียน!’

สวี่ชิงรู้ดีว่าสิ่งสำคัญในการฝึกบำเพ็ญของตนต่อจากนี้ ไม่ใช่การยกระดับบัญญัติ แต่เป็นการชิงแก่นตั้งต้นวงแหวน!

‘แก่นตั้งต้นเพียงพอย่อมทำให้ตัวอ่อนเซียนของข้าเติบโตรวดเร็ว หลังจากเติบใหญ่ ถ้าหวังให้ตัวอ่อนเซียนถึงขั้นสมบูรณ์ก็ต้องอาศัยแก่นตั้งต้น!’

‘ดังนั้นเป้าหมายของข้าคือ…อันดับ 1 !’

‘อาศัยฐานะอันดับ 1 ก้าวสู่นครเซียน!’

สวี่ชิงคิดในใจ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว กลิ่นอายเขาปั่นป่วนทั่วฟ้าดิน สักพักค่อยทอดมองห่างออกไป

สิ่งที่มองเขามหาเซียน

ในบรรดา 2 มหาดาราแห่งทิศใต้ เจียงฝาน…อยู่ตรงนั้น!

‘กำจัดดาวทั้งหมดทีละคน ชิงป้ายพวกเขามา ข้าย่อมเป็นอันดับ 1 ได้ นี่คือเส้นทางซึ่งง่ายที่สุด’

‘ถ้าอย่างนั้นอัจฉริยะหลี่…’

นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเฉียบคม โผทะยานไปทางเขามหาเซียน

10 วันต่อมา เงาร่างสวี่ชิงปรากฏตรงศูนย์กลางแดนดาราทิศใต้

เมื่อมองจากไกลๆ ย่อมเห็นเทือกเขาสะท้านฟ้าไร้ขอบเขต สะท้อนเข้าสู่สายตาสวี่ชิง

ทิวเขาทอดยาวต่อเนื่อง ยอดเขาสูงเรียงราย เกรงว่าจำนวนไม่ต่ำกว่าแสน

โดยรอบมีหมอกขาวอบอวลนานปี เห็นเงาร่างเซียนรางๆ บางครั้งยามลมแรงพัดหมอกจนบางเบาจะเห็นตำหนักงามวิจิตรบรรจงหลายแห่งเป็นระยะ…ระยะ

ชวนรู้สึกว่าเหมือนเขตแดนเซียน

ส่วนกลิ่นอายวิญญาณเซียนยิ่งเหนือกว่าพื้นที่อื่นบนแดนใต้ ถือเป็นแนวหน้าของแดนใต้แห่งวงแหวนที่ 5

ที่นี่คือสายหลักแห่งแดนดาราทิศใต้ เขามหาเซียน!

ทั้งเป็นสำนักของเจียงฝาน!

สวี่ชิงทอดมองเทือกเขา ไม่บุกเข้าไป เขารู้ว่าถึงแม้พลังต่อสู้ของตนแข็งแกร่งในหมู่คนรุ่นเดียวกัน ทั้งสู้กับกึ่งเซียนได้ ทว่า…ในเขามหาเซียนมีกลิ่นอายระดับกึ่งเซียนมากนัก

ทั้งมีพลังขับเคลื่อนเสี้ยวหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกหวั่นหวาดอบอวลอยู่

นั่นคืออานุภาพของเซียนชั้นล่าง

‘แต่ยึดตามระเบียบการทดสอบนครเซียน มหาจักรพรรดิเตรียมเซียนซึ่งไม่ใช่ผู้เข้าร่วมการทดสอบไม่อาจก้าวก่าย เซียนชั้นล่างก็เช่นกัน ดังนั้นศึกนี้…แค่ประลองอย่างผ่าเผยก็พอ’ สวี่ชิงพึมพำในใจ จากนั้นค่อยหยัดยืนกลางฟ้าดิน อานุภาพล้นฟ้า กลิ่นอายจากป้ายอนุมัตินครเซียนยิ่งปะทุออกมา สุดท้ายค่อยหลอมรวมเป็นเจตจำนงต่อสู้สะท้านฟ้าสะเทือนดิน

ปกคลุมเขามหาเซียนฉับพลัน คล้ายส่งสาส์นท้ารบ!

เสียงเยียบเย็นดังออกจากปาก “เจียงฝาน ประลองกันหรือไม่!”

เสียงกึกก้องพร้อมเจตจำนงต่อสู้ ดังกัมปนาททั่วทิศ

เพียงพริบตาจิตเทพมากมายจากเขามหาเซียน ทั้งหมดเพ่งเล็งสวี่ชิงพร้อมแฝงแววพิจารณา

บรรดาจิตเทพเหล่านี้ ไม่ขาดระดับกึ่งเซียน

แต่ทั้งหมดไม่ได้ขัดขวาง

สาส์นประลองของสวี่ชิงเปิดเผยยิ่ง คนมากมายเป็นพยาน กฎการทดสอบนครเซียนไม่อาจถูกสั่นคลอน

นี่คือศึกการทดสอบ ทั้งเป็นการต่อสู้นครเซียน!

สีหน้าสวี่ชิงเหมือนปกติ ปล่อยให้จิตเทพเหล่านั้นเหลือบมอง ส่วนตนยืนกลางเวิ้งฟ้า รอคำตอบของเจียงฝาน

ในเขามหาเซียน ในตำหนักแห่งหนึ่ง ตอนนี้เจียงฝานนั่งขัดสมาธิ นิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา

เขาสัมผัสถึงกลิ่นอายบนโลกภายนอก ได้ยินเสียงของสวี่ชิง ทั้งทราบเรื่องสาส์นท้ารบของสวี่ชิง

ในสำนักไม่มีใครมาเร่งเขาออกไปสู้ เขาเลือกหดหัวไม่รับคำท้าได้

ด้วยเขาทราบว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสวี่ชิง

แต่เขากลับหยัดร่างขึ้น นัยน์ตาส่องประกาย กลิ่นอายบนตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก่อตัวเป็นอานุภาพยิ่งใหญ่ เมื่อก้าวออกจากตำหนัก เขาเห็นว่านอกตำหนักมีคนผู้หนึ่งยืนอยู่

เจียงฝานก้มหน้า ค้อมตัวคารวะ “อาจารย์”

คนผู้นี้เป็นชายวัยกลางคน ท่าทางไม่ธรรมดา สวมชุดคลุมยาวลายเมฆ ยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนภูผาเด่นตระหง่าน

นั่นคือคนที่มีฐานะและตำแหน่งเป็นรองเพียงจอมเซียนแห่งเขามหาเซียน…หลันอวิ๋น!

ทั้งเป็นอาจารย์ของเจียงฝานด้วย

“เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา” หลันอวิ๋นกล่าวราบเรียบ “ด้วยอันดับเจ้าตอนนี้ เลือกรออยู่ที่สำนักได้ หลังจากช่วงที่ 3 สิ้นสุด ตำแหน่งรายชื่อนครเซียนย่อมมีเจ้า”

เจียงฝานได้ยินแล้วเงียบชั่วขณะ จากนั้นค่อยส่ายศีรษะเล็กน้อย “อาจารย์ ข้าแพ้ได้ แต่ข้าไม่อาจยอมรับหากไม่กล้าแม้แต่จะสู้”

“แม้ว่าการเข้านครเซียนสำคัญกับข้ามาก แต่…ใช้วิธีเลี่ยงการต่อสู้เพื่อเข้าไป ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ!”

เมื่อกล่าวจบเขาคารวะอีกครั้ง ก่อนเยื้องย่างก้าวขึ้นเวิ้งฟ้า เดินออกจากเขามหาเซียน

ปรากฏตัวกลางฟ้าดิน…ตรงหน้าสวี่ชิง!

เจียงฝานมองสวี่ชิงเหมือนหวนนึกถึงโลกชั้น 4 ของวังเซียน ทุกเหตุการณ์วาบผ่านสมอง จากนั้นค่อยสูดหายใจลึก สะบัดมือขวาคราหนึ่ง

ภายใต้การชักนำของบัญญัติ ป้ายอนุมัตินครเซียนของเขาแยกออกจากร่าง ลอยออกมาอยู่ด้านข้าง

“ถ้าชนะข้า สิ่งนี้ย่อมเป็นของเจ้า!”

เมื่อเอ่ยวาจา อานุภาพบนตัวเจียงฝานสะท้านฟ้า หมอกหนาแน่นล้อมรอบตัวเขา ม้วนตลบต่อเนื่อง ปกคลุมทั่วทิศ ตั้งท่าม้วนกลืนฟ้าดิน อานุภาพกำราบจักรวาล พุ่งหาสวี่ชิงฉับพลัน

เห็นชัดว่าบัญญัติของเจียงฝานยกระดับกว่าก่อนเข้าวังเซียนไม่น้อย ตอนนี้อานุภาพหมอกเขากลืนกินสรรพสิ่ง ฝังกลบสรรพชีวิตได้

ครอบตัวสวี่ชิงชั่วพริบตา ถึงขั้นเริ่มแทรกซึมกาลอวกาศของเขาด้วย

ทำให้ห้วงกาลอวกาศซึ่งสวี่ชิงอยู่ถูกหมอกยึดครอง

ทว่า…ครู่ต่อมาเมื่อเจียงฝานกำลังจะลงมือ ฝีเท้าเขาพลันชะงักอย่างอดไม่ได้ ความขมขื่นผุดขึ้นในใจเขา

ด้วยสิ่งเขาเห็นคือ…ท้องฟ้า ผืนดิน ทั่วสารทิศ โลกใบนี้ล้วนเป็นกาลอวกาศของสวี่ชิง

คล้ายเป็นกล้องสลับลาย!

ท่ามกลางกาลอวกาศนับไม่ถ้วน มีเพียงหนึ่งเดียวถูกหมอกอบอวล สวี่ชิงที่อยู่กาลอวกาศอื่นต่างมองเขาอย่างนิ่งสงบ

กระทั่งสวี่ชิงจากกาลอวกาศหนึ่งในนั้น ก้าวออกมายืนหลังเจียงฝาน ยกมือขวาวางบนบ่า โดยที่เจียงฝานไม่อาจขัดขวางหรือต้านทาน

เพียงตบเบาๆ

ครู่ต่อมาร่างกายเจียงฝานเกิดเสียงดังก้อง ใต้ฝ่าเท้ามีเสียงเหมือนแตกหัก ใช่ว่าห้วงอากาศแหลกละเอียด ไม่ใช่เสียงจากพื้นดิน นั่นคือ…เสียงกาลอวกาศแตกร้าว

ไม่สืบเนื่อง ทั้งไม่ต้องทำอะไรต่อ

สวี่ชิงเดินผ่านเจียงฝานที่ยังตัวแข็งทื่อ หยิบป้ายอนุมัตินครเซียนขึ้นมา สะบัดมือสลายกาลอวกาศ เดินห่างออกไป

ไม่เอ่ยวาจาสักประโยค

กระทั่งห่างออกไป

ในเขามหาเซียน บนยอดเขาสูงสุด ในตำหนักศักดิ์สิทธิ์เหมือนแท่นบูชาส่องแสงเงินเจิดจรัส

สุขสงบร่มเย็นดังเดิม

ควันซึ่งแผ่ออกมาจากฐานจันทน์หอมยังห้อมล้อม โคมราชวังแปดเหลี่ยมซึ่งแขวนอยู่กลางตำหนักยังเปล่งแสงดังเดิม

ชายชราสวมชุดคลุมยาวสีเงินที่นั่งตรงตำแหน่งประธานยิ้มน้อยๆ

“หยั่งรู้กาลอวกาศ ต่อด้วยทางขนาน อาศัยระดับเจ้าเหนือหัว สร้างบัญญัติมหาจักรพรรดิ”

“เด็กคนนี้…ไม่ใช่ปลาเล็กในบ่อ มิน่าเล่าจอมเซียนถึงให้ความสำคัญ”

โลกภายนอก เจียงฝานนิ่งเงียบ

เขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสวี่ชิง แต่ความต่างมากเช่นนี้ ถึงขั้นไม่อาจต่อต้าน จุดนี้ทำให้ในใจเขาขมขื่นถึงขีดสุด

เนิ่นนานกว่าจะเกิดคลื่นอากาศข้างกาย เงาร่างหลันอวิ๋นอาจารย์เขาก้าวออกมา ยืนข้างกายเจียงฝาน มองทิศทางซึ่งสวี่ชิงจากไป ก่อนกล่าวราบเรียบ “แพ้เขา เจ้าไม่เสียหน้า”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!