Skip to content

Outside Of Time 1192

Outside of Time
BC

บทที่ 1192 เหยียบรุ้งยาว ชมหมู่เขา

นามเฉินป้าเทียน สวี่ชิงคุ้นเคยดี

C

ถึงอย่างไรเมื่อการทดสอบนครเซียนเริ่มนับถอยหลัง 1 เดือน ชื่อเขาก็ปรากฏบนแผนภาพดาวของการทดสอบ สายตานับหมื่นจับจ้อง ผู้บำเพ็ญทั่ววงแหวนที่ 5 คนไม่ทราบเรื่องมีเพียงบางตา

ถึงขั้นว่าข่าวลือและการคาดเดาเกี่ยวกับคนผู้นี้ยังมากขึ้นเรื่อยๆ

ทว่าบรรดาข่าวลือมากมายนั้น ต่อให้เพ้อฝันเพียงใดก็ยังไม่มีข่าวลือไหนสอดคล้องกับความเป็นจริง

ความจริงคือ…ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึง อันดับ 1 แห่งการทดสอบนครเซียนกลับเป็นของขวัญชิ้นหนึ่ง

ทั้งถูกคนสร้างขึ้นมา ปั้นแต่งเป็นของกำนัล

ปัจจุบันผู้สร้างของขวัญชิ้นนี้กำลังค้อมตัวอย่างนอบน้อม ยิ้มอย่างถ่อมตน

นี่ก็คือความน่ากลัวของโจวเจิ้งลี่

เมื่อก่อนมีซิงหวนจื่อกำราบ ดังนั้นเขาเลยระวังตัวตลอด ไม่เผยคมประกาย ถึงขั้นสวี่ชิงยังคิดว่าคนผู้นี้กับเสียหลิงจื่อคงไม่ขัดแย้งกันหรือต่อสู้จนเอาชีวิตเข้าแลก

ทุกอย่างอาจเป็นเพราะโจวเจิ้งลี่กับเสียหลิงจื่อต่างเข้าใจ พวกเขาจำเป็นต้องทำเช่นนี้ จำเป็นต้องสร้างความขัดแย้ง จำเป็นต้องมีภาพลักษณ์เช่นนี้…

เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ยิ่งใหญ่ถึงจะเป็นสุข

ต่อให้ผู้ยิ่งใหญ่ทราบว่าพวกเขากำลังแสดงละคร แต่ยังยินดีเล่นละคร ยอมเป็นนักแสดงในสายตาของผู้ยิ่งใหญ่ต่อไป นี่คือการยอมจำนนอย่างหนึ่ง

สวี่ชิงไม่คิดว่าตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งไม่คิดว่าตนเป็นซิงหวนจื่อคนที่ 2

ด้วยเขาไม่ได้ต้องการเอาชนะคนอื่น

วงแหวนที่ 5 ก็ดี นครเซียนซึ่งต้องไปต่อก็ช่าง สำหรับเขาถือเป็นเพียงจุดพักบนเส้นทางชีวิตเท่านั้น

จุดพักนี้เขาระวังตัว…แต่ยังทำตามความปรารถนา

ไม่ว่าโจวเจิ้งลี่มีเป้าหมายซ่อนแฝงอะไร สวี่ชิงก็ไม่ใส่ใจ

ด้วยยามอสรพิษยังไม่เผยเขี้ยวอาจงดงาม

แต่ถ้าเผยเขี้ยวพิษ ย่อมเหมือนสิ่งที่สวี่ชิงบอกโจวเจิ้งลี่เมื่อตอนนั้น…

เขาชอบกินงู ยิ่งเป็นงูพิษ รสชาติยิ่งสดใหม่

ความทรงจำวัยเด็ก ประสบการณ์บนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ มรดกจากสำนัก รวมถึงสิ่งที่พบเห็นยามติดตามเอ้อร์หนิวล้วนทำให้สวี่ชิง…พิษแรงขึ้น

ดังนั้นเขาแค่เหลือบสายตามองโจวเจิ้งลี่ จากนั้นค่อยเหลือบมองเฉินป้าเทียนที่อยู่ด้านข้าง

“เฉินป้าเทียนคนนี้ ข้าเลือกมาอย่างดี คนผู้นี้ไม่มีกฎกรรมล้ำลึก” โจวเจิ้งลี่กล่าวเสียงเบา

“อีกอย่างคนผู้นี้ยังก่อกรรมทำชั่ว มักมากด้านกามารมณ์”

โจวเจิ้งลี่ทราบดีว่าการมอบของขวัญ จำเป็นต้องทำให้ผู้รับของขวัญสบายใจ

ดังนั้นคนที่เขาเลือกจึงไม่มีกฎกรรมเบื้องหลัง ขณะเดียวกันยังต้องเป็นคนที่ตัวเองสังหารได้

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงจะทำให้ผู้รับของขวัญสบายใจ

อีกอย่างเพื่อทำให้ผู้รับของขวัญวางใจ เขาคารวะคราหนึ่ง ก่อนถอย 2-3 ก้าว เว้นระยะห่างของตนกับเฉินป้าเทียน ทั้งห่างจากสวี่ชิง

ด้วยเฉินป้าเทียนหายใจรวยรินแล้ว ตอนนี้เพลิงชีวิตกำลังดับมอด

ระหว่างพาตัวมา เขาได้ใช้กลวิธีบางอย่างกับเฉินป้าเทียน ทำให้ตายตามธรรมชาติ ใกล้ถึงเวลาแล้ว…

เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมไม่เกิดความเข้าใจผิด

ไม่ทำให้คนคิดว่าตนฝังเข็มไว้ในของขวัญ

ถูกเขาสังหารทางอ้อม ไม่เกี่ยวกับผู้รับของกำนัล

ผู้บำเพ็ญซึ่งตายเช่นนี้ เมื่อสิ้นชีพป้ายอนุมัตินครเซียนจะแผ่พลังออกมา ถูกผู้เข้าใกล้ดูดซับไป

ดังนั้นเขาเลยถอยห่าง

สวี่ชิงไม่เอ่ยวาจา

ผ่านไปราว 10 อึดใจ ลมหายใจสุดท้ายของเฉินป้าเทียนค่อยซ่านสลาย

เมื่อสิ้นชีพป้ายอนุมัตินครเซียนลอยออกมาจากตัวเขา ส่องแสงเจิดจรัส

ลอยเด่นก่อนตรงมาทางสวี่ชิง ชั่วพริบตายามหลอมรวมกับตัวเขา ทั่วเวิ้งฟ้าดังกัมปนาท เมื่อแผนภาพดาวปรากฏ ลำดับชื่อบนนั้นเปลี่ยนแปลง

อันดับ 1 เปลี่ยนเป็นสวี่ชิง!

โจวเจิ้งลี่ค้อมตัวคารวะสวี่ชิง

จากนั้นค่อยถอยหลังช้าๆ กระทั่งออกจากเขาไท่อา ท่องเหินเข้าขอบฟ้า หายลับจากไป

สวี่ชิงไม่ขัดขวาง สายตาจ้องมองขอบฟ้า เนิ่นนานกว่าจะเก็บกลับไป ร่างรางเลือน ก้าวสู่กาลอวกาศ

ใช้วิชากาลอวกาศ จากไปโดยไร้สุ้มเสียง ทั้งไม่มีร่องรอยของกฎกรรม

สักพักเวิ้งฟ้าเกิดคลื่นสะเทือนเล็กน้อย เงาร่างปรากฏอีกครั้ง เขาก้มมองเขาไท่อาพลางครุ่นคิด ‘ต่างจากซิงหวนจื่อจริงๆ’

‘หากเป็นซิงหวนจื่อ เมื่อเป็นฝ่ายได้เปรียบเช่นนี้ ทั้งมีความสามารถขนาดนั้น ความละเอียดรอบคอบย่อมน้อยลงมาก ถึงขั้นว่าอาจเลือกอยู่ที่นี่ รอการทดสอบสิ้นสุด’

‘แต่สวี่ชิง…เห็นชัดว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ ทั้งกำราบดาวหมดแล้ว ซ้ำข้ากับเสียหลิงจื่อยังทยอยมอบของขวัญอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน แต่เขากลับระวังตัวเช่นนี้’

‘ไม่เหมือนเจตนาทำ แต่เหมือน…สัญชาตญาณ!’

โจวเจิ้งลี่ทอดถอนใจ

‘ล่วงเกินไม่ได้ง่ายๆ’

จากนั้นร่างค่อยวาบไหว หายไปอีกครั้ง

เวลาล่วงเลย การทดสอบนครเซียนนับถอยหลัง เหลือเพียง 7 วัน

ช่วงนี้เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของอันดับแผนภาพดาว รวมถึงลำดับบนกระดานแต่ละสำนัก ชื่อสวี่ชิงก่อเกิดคลื่นลมบนวงแหวนที่ 5 สะท้านฟ้าสะเทือนดิน

เฉินป้าเทียนหายไป สวี่ชิงกลายเป็นอันดับ 1 !

ดังนั้นช่วงนี้ข่าวลือเกี่ยวกับสวี่ชิงจึงมากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากเขาเป็นอันดับ 1 ผลกระทบต่อเหล่าผู้บำเพ็ญซึ่งเกี่ยวพันกับเขาก็ไม่น้อยเช่นกัน

แดนดาราตะวันตก หลี่เมิ่งถู่กำลังพยายาม

ต่อให้ตอนนี้เขาอยู่อันดับ 5 การเข้านครเซียนเป็นเรื่องแน่นอน

แต่เมื่อทราบอันดับ หลังจากนิ่งเงียบเขาเลือกรวบรวมป้ายอนุมัตินครเซียนต่อ

“แม้ว่าไม่อาจก้าวข้าม แต่กลับรั้งท้ายมากไม่ได้”

แดนดาราทิศใต้ มีเสียงคล้ายคลึงกัน

ดังมาจากตระกูลหย่วนซาน

ดังมาจากเขามหาเซียน

หย่วนซานซู่กำลังปิดด่าน ก่อนการทดสอบสิ้นสุด นางต้องเลื่อนขั้นพลังของตน ก้าวสู่ระดับกึ่งเซียน ตอนนี้นี่คือวิธีเดียวเพื่อเข้านครเซียนของนาง

“ข้าทำได้!”

ส่วนเจียงฝาน สิ่งที่เขาเลือกคือเส้นทางเดียวกับหย่วนซานซู่ กำลังทุ่มเทเต็มที่เช่นกัน

ฝ่ายเชียนจวินกับปี้อี้แห่งแดนดาราทิศเหนือ ด้วยความสัมพันธ์กับอาจารย์ของพวกเขา ดังนั้นเลยสบายกว่าเจียงฝานกับหย่วนซานซู่นัก

พวกเขามีป้ายใหม่ แต่ต้องเริ่มต้นอีกครั้ง

ด้วยพลังบำเพ็ญกับพลังต่อสู้ของพวกเขา ขั้นตอนนี้ถือว่าไม่ยากนัก แต่ต้องต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งเวลากระชั้นแล้ว ดังนั้นช่วงนี้พวกเขา 2 พี่น้องจึงเรียกได้ว่ายุ่งง่วน

ทุกครั้งเมื่อเลื่อนอันดับ พวกเขาจะก่นด่าสาปแช่งสวี่ชิง ใช้วิธีนี้เพิ่มแรงขับให้ตัวเอง

แดนดาราตะวันออก ต่างจากสถานที่อื่น

อันดับของเสียหลิงจื่อกับโจวเจิ้งลี่ยังมั่นคง คนหนึ่งอันดับ 2 คนหนึ่งอันดับ 3

ทั้ง 2 ละทิ้งการเลื่อนขั้น แค่รอการทดสอบนครเซียนสิ้นสุดเท่านั้น

พวกเขาต่างอยู่ตรงสถานที่ของตน ทิศทางซึ่งมองบ่อยที่สุดคือ…หอคอยวงแหวน!

ถ้าการทดสอบนครเซียนครั้งนี้ยังเหลือตัวแปรสุดท้าย จากมุมมองของพวกเขา 2 คนย่อมอยู่ตรงหอคอยวงแหวน!

ในหอคอยวงแหวนตอนนี้ ในหอสูงไร้ขอบเขตบริเวณกึ่งกลาง ในหอคอยสูงสุดมีแสงดาวเหลือคณาถูกชักนำมา

ในหอคอยแสงดาวพร่างพราว หลอมรวมกับค่ายกลซับซ้อนหาใดเปรียบบนพื้น

กลางค่ายกลมีชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิอยู่

แสงดาวตกกระทบผ่านค่ายกล โถมเข้าตัวชายหนุ่ม ทำให้ทั่วร่างเผยเส้นลมปราณซึ่งวิวัฒน์จากแสงดาวมากมาย

ระหว่างนี้ตัวเขาเหมือนหลอมรวมกับหอคอยดาราแห่งนี้

ทั้งมีกลิ่นอายวิญญาณเซียนเข้มข้นแผ่จากตัว เมื่อมองอย่างละเอียด กลิ่นอายมาจาก…ตัวอ่อนเซียนของชายหนุ่ม!

นั่นคือตัวอ่อนเซียนซึ่งเติบใหญ่ หลังจากผ่านภาพมายาและความอมตะ

ทั้งเป็นสัญลักษณ์ของกึ่งเซียน

ใช้แสงดาวเป็นชีพจร ใช้หอคอยดาราแทนกระดูก ใช้ตัวอ่อนเซียนเป็นเลือดเนื้อ!

สร้าง…ซิงหวนจื่อขึ้นใหม่!

“หากปราศจากเคราะห์ ความรุ่งเรืองจากจุดต่ำสุดมีหรือจะปรากฏ!”

เสียงแหบพร่าดังก้องหอคอยดารา

“ศิษย์เอ๋ย เจ้าผจญเคราะห์แล้ว ทั้งดับสิ้นกลางเคราะห์ นี่คือชะตาชีวิตของเจ้า”

“ด้วยเป็นเช่นนี้ อาจารย์จึงสร้างเจ้าขึ้นใหม่ ปรากฏบนจักรวาล เส้นทางเซียนราบเรียบ!”

เมื่อเสียงดังก้อง ซิงหวนจื่อซึ่งนั่งขัดสมาธิบนค่ายกลพลันลืมตาขึ้น แสงดาวไร้สิ้นสุด แผ่กระจายออกจากดวงตาเขา ทำให้หอคอยดาราเปล่งประกาย

“เขารอเจ้าอยู่ข้างนอกตลอด” เสียงแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้ง

ซิงหวนจื่อเงียบไป สักพักค่อยส่ายศีรษะเล็กน้อย “ไม่ไปดีกว่า”

“ทำไมถึงไม่ไป”

“ตอนนี้ยังชนะไม่ได้ การสู้กับเขาก่อนหน้านี้เสียชื่อดาวแล้ว ไม่ต้องฝืนอีก การต่อสู้ของข้ากับเขา…อยู่บนนครเซียน!”

“ดี!”

นอกหอคอยวงแหวน มีภูเขาลูกหนึ่ง

นามว่า 9 สวรรค์

ยอดเขา 9 สวรรค์แห่งนี้ สวี่ชิงนั่งสมาธิอยู่ตรงนั้น เบื้องหน้าเขาคือหอคอยวงแหวนไร้สิ้นสุด

ภายใต้แสงเหนือแดงชาด แสงดาวที่หอคอยดึงดูดมาชัดเจนยิ่ง จุดรวมแสงดาวเหล่านั้นคือตำแหน่งที่สวี่ชิงจ้องมอง

เขากำลังรอซิงหวนจื่อ

เมื่อมาแดนดาราตะวันออก เขาสัมผัสถึงกลิ่นอายอีกฝ่ายได้รางๆ

ทั้งทราบว่าซิงหวนจื่อ…กลับมาอีกครั้ง

ดังนั้นเขาเลยมานอกหอคอยวงแหวน นั่งอยู่ตรงนี้ รออีกฝ่ายมาประลอง

แต่น่าเสียดาย รอถึงตอนนี้ยังไม่เห็นซิงหวนจื่อมา

สีหน้าสวี่ชิงเหมือนปกติ

ในเมื่อไม่มาก็ย่อมไม่ฝืน

เขาจึงหลับตา

ปล่อยเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า

กระทั่งนับถอยหลังวันสุดท้ายของการทดสอบนครเซียน 1 ชั่วยามสุดท้าย 1 เค่อสุดท้าย…

ล่วงเลยผันผ่าน!

ท้องฟ้าเหนือวงแหวนที่ 5 มีเสียงอัสนีดังก้อง

ตอนแรกเสียงอัสนียังไม่ดัง ทว่าไม่นานกลับดังทั่วทิศตะวันออก แผ่กระจายทั่ววงแหวนที่ 5

เสียงฟ้าคำรามสะท้านโลก ไม่ว่าผู้บำเพ็ญมากมายกำลังทำอะไร ตอนนี้ล้วนวางมือทั้งสิ้น นิ่งเงียบตามสัญชาตญาณ ทยอยเงยหน้าขึ้น

เสียงน่าเกรงขามดังก้องกลางอัสนีบาต

“การทดสอบนครเซียนสิ้นสุด ร้อยอันดับแรก เข้าสู่นครเซียน!”

เมื่อเสียงดังขึ้น ท่ามกลางความตื่นเต้นและเฝ้ารอของผู้บำเพ็ญมากมายแห่งวงแหวนที่ 5 ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยานับไม่ถ้วน รุ้งหลากสีมากมายทิ้งตัวลงมาจากแสงเหนือบนเวิ้งฟ้า

รวมทั้งหมด 99 สาย สถานที่ทิ้งตัวต่างกันไป กระจายทั่ว 4 แดนดาราใหญ่ ตอบสนองกับผู้มีสิทธิ์เข้านครเซียน

ทิ้งตัวลงตรงหน้าพวกเขา!

นี่คือรุ้งนำทาง!

นี่คือเส้นทางสู่นครเซียนซึ่งผู้บำเพ็ญแห่งวงแหวนที่ 5 ถวิลหามาตลอดชีวิต!

ตอนนี้หน้าสายรุ้งพวกนั้น เหล่าผู้บำเพ็ญซึ่งผ่านการห้ำหั่น ด่านเคราะห์ เลื่อนขั้นจากการฆ่านองเลือดในการทดสอบ ในใจทยอยเกิดคลื่นสะเทือน แม้แต่ลมหายใจยังกระชั้นถี่ต่างกันไป

สิ่งที่พวกเขารอคือเวลานี้!

พวกเขาทยอยยกเท้าขึ้น เหยียบบนสายรุ้งตรงหน้า

เมื่อพวกเขากำลังจะก้าวขึ้นไป อัสนีบนเวิ้งฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง ทั่ววงแหวนที่ 5 ดังกัมปนาท

ท่ามกลางสายตาคนมากมาย พวกเขาเห็นรุ้งยาวมหึมากว่าสายรุ้งอื่น สะท้านฟ้าสะเทือนดิน ทอดยาวราวสายธาร

สายรุ้งอื่นเทียบกับมันแล้ว ได้แค่บอกว่าเป็นสายน้ำเล็กๆ

สายธารนี้เปี่ยมอานุภาพยิ่งใหญ่ชวนตะลึง ส่องแสงประกายบาดตา

ทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้า

จรดแดนตะวันออก เหนือเขา 9 สวรรค์

สรรพสิ่งตกตะลึง

สวี่ชิงลืมตา มองทางเปล่งแสงเจิดจ้าตรงหน้า เขาหยัดร่างขึ้น ก้าวเดินออกไป

เหยียบบนรุ้งยาว สัญจรผ่านเวิ้งฟ้า

ลอยขึ้นห้วงนภาเหมือนท่องเหิน พร้อมผู้เลื่อนขั้นคนอื่นซึ่งอยู่ต่างสถานที่กัน

ร่วมก้าวสู่แดนหลังห้วงนภา…นครเซียนอันยิ่งใหญ่

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!