Skip to content

Outside Of Time 1200

Outside of Time
BC

บทที่ 1200 จักรวาลหลอมเต๋า

“เครื่องสังเวย…”

C

ได้ยินคำพูดจิ้งจอกดิน สายตาสวี่ชิงมองเหวลึก จมสู่ห้วงคิด

สักพักเขาถอนสายตากลับ กล่าวอย่างราบเรียบ “ในเมื่อสำรวจลำบากก็พักไว้ก่อน”

เมื่อกล่าวจบ ร่างสวี่ชิงวาบไหว ท่องเหินออกจากแดนทมิฬแห่งนี้

จิ้งจอกดินอยู่ด้านหลัง ในใจเป่าปากโล่งอก

หลังจากนึกออกว่านี่เป็นสถานที่แบบไหน นางรู้สึกกระสับกระส่ายถ้าสำรวจต่อ ถึงขั้นได้กลิ่นสนิมนั่นแล้วหวาดหวั่น

ถึงอย่างไรใครต่างก็ไม่รู้ว่าหมุดดาวบรรพกาลที่ถูกดึงออกไปจะกลับมาเมื่อไหร่กันแน่…

หากบังเอิญกลับมายามพวกเขาสำรวจ เมื่อตอกหมุดลงที่นี่ก็ถึงคราวนางกับสวี่ชิงจิตสิ้นวิญญาณสลาย

แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้ จิ้งจอกดินทราบว่าโอกาสไม่มากนัก

ดังนั้นสิ่งที่นางหวาดหวั่นจริงๆ คือปริศนาล่างแดนทมิฬแห่งนี้

นั่นคือปริศนาและอันตรายเหนือการรับรู้ของนาง

ตอนนี้เมื่อเห็นสวี่ชิงยอมปล่อย จิ้งจอกดินโล่งอก ตามไปทันที

ผลัดกันนำหน้าออกจากแดนทมิฬพร้อมสวี่ชิง เมื่อถึงข้างนอก สวี่ชิงเงื้อมือเหวี่ยงคันเบ็ดให้จิ้งจอกดิน

จิ้งจอกดินรับมา ในใจคาดเดาได้ ดังนั้นเลยเผยสีหน้าขุ่นเคือง

“น้องชายตัวแสบ เจ้าจะออกไปเที่ยวเล่น ให้ข้าตกปลาแทนเจ้าที่นี่หรือ”

สวี่ชิงพยักหน้าน้อยๆ

เขาคิดเช่นนี้จริงๆ

“ก่อนมุ่งหน้าไปจักรวาลนำทาง เหลืออีก 10 เดือน เวลามีจำกัด ดังนั้นรางวัลจากการท่องเหิน ข้าต้องนำไปด้วย”

“ช่วงนี้รบกวนเทพชั้นสูง ช่วยข้าตกปลาที่นี่ต่อ สำหรับแก่นตั้งต้น แน่นอนว่ายิ่งมากยิ่งดี”

เมื่อกล่าวจบ ไม่รอจิ้งจอกดินเห็นชอบ ร่างสวี่ชิงวาบไหว นำหน้าจากไปก่อน

จิ้งจอกดินแค่นเสียงคราหนึ่ง มองเงาร่างสวี่ชิงที่จากไป ก่อนเบะปากเล็กน้อย

“ปากเอ่ยวาจาสุภาพ แต่น้ำเสียงกลับแฝงความไม่ยอมให้กังขา การกระทำก็เช่นกัน เจ้าเด็กคนนี้…เติบโตแล้ว”

“กล้าพูดกับข้าเช่นนี้!”

“แต่เขาที่เป็นแบบนี้ ข้ายิ่งชอบ”

หลังจากเบะปาก จิ้งจอกดินเลียริมฝีปากอย่างอดไม่ได้ สะบัดมือหยกนอกแดนทมิฬ รอบตัวปรากฏทะลบุปผาทันที เมื่อบุปผาเบ่งบาน หญิงงามอ่อนช้อยมากมายก้าวออกมาจากในนั้น

นี่ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างจากวิชาเทพของจิ้งจอกดิน ทุกอย่างเสมือนจริง

รายล้อมด้วยเหล่าหญิงงาม ทั้งมีเสียงดนตรีสะท้อนก้อง

คล้ายหวนกลับไปยังวังร้อยบุปผา

ดังนั้นแน่นอนว่ามีเก้าอี้ยาวตามมาด้วย

ขณะเดียวกันยังมาพร้อมกับสุราวิญญาณผลไม้เซียนบางส่วน

จิ้งจอกดินรู้จักเสพสุข ตอนนี้กำลังนอนบนเก้าอี้ยาวเหมือนกุ้ยเฟย เหวี่ยงคันเบ็ด หย่อนสายลงแดนทมิฬ จากนั้นค่อยกินผลไม้เซียนพลางดื่มสุราวิญญาณ ฟังลำนำอย่างมีความสุข

“ใช้ชีวิตอย่าเอาเปรียบตัวเองนัก”

ภาพการตกปลาอย่างสบายที่เกิดขึ้นนอกแดนทมิฬ ก่อนจากไปสวี่ชิงยังสังเกตเห็น

ความชอบของแต่ละคนต่างกันไป การรับรู้ย่อมต่างกัน

จิ้งจอกดินชอบเสพสุข ชอบความครึกครื้น แต่สวี่ชิงชอบความเงียบสงบ

ฝ่ายแรกคิดว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ ในใจฝ่ายหลังอาจเป็นความสงบอย่างหนึ่ง

ดังนั้นไม่ว่ากระบวนการเป็นอย่างไร พวกเขาแค่เลือกทางต่างกันเท่านั้น สุดท้ายขอเพียงตกแก่นตั้งต้นออกมาได้ก็พอ

สวี่ชิงมีความคิดเช่นนี้ ใช้ป้ายเซียนของตนออกจากจักรวาลตะวันมืด มุ่งหน้าไป… จักรวาลหลอมเต๋า!

ไม่ว่าเป็นการชะล้างของวิเศษเวท หรือโอกาสหลอมอาวุธจากเซียนชั้นล่าง ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นด้วยการหลอมเต๋า

แน่นอนว่าจักรวาลหลอมเต๋าไม่ธรรมดา ถึงขั้นกล่าวว่าเป็นจักรวาลแห่งทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ก็ยังเหมาะสม

เนื่องจากจักรวาลแห่งนี้ ในด้านหลอมอาวุธถือเป็นแกนกลางของนภา 9 ฝั่ง

การเปลี่ยนแปลงจากคนในนั้นย่อมยิ่งใหญ่สะเทือนใต้หล้า

จักรวาลหลอมเต๋า ไม่มีแดนดารา ไม่มีระบบดาว ไม่มีดวงดารา

มีแค่เตาขนาดใหญ่!

เตานี้ครองพื้นที่ 7 ส่วนของจักรวาลหลอมเต๋า เท่านี้ย่อมจินตนาการออกว่าความใหญ่ของเตาถึงขั้นน่าเหลือเชื่อแล้ว

เพลิงหลอมเต๋าในเตามาจาก…ดาวฤกษ์นับไม่ถ้วน!

ดาวฤกษ์ทั่วจักรวาลหลอมเต๋าล้วนถูกเคลื่อนย้ายมาที่นี่ นำมาเสริมกำลังไฟที่นี่

แต่สิ่งที่ก่อตัวเป็นเพลิงหลอมเต๋า ไม่ใช่แค่ดาวฤกษ์ของจักรวาลนี้

มีส่วนหนึ่งทำให้เพลิงหลอมเต๋าโชติช่วง ดังนั้นเลยส่งมาจากจักรวาลอื่นด้วย

อีกส่วนหนึ่งมาจากเพลิงเทพเจ้า

เมื่อรวมกันก็ก่อตัวเป็นเตาหลอมเต๋าชวนประหวั่นซึ่งรองรับช่างหลอมนับหมื่นแสนกับการหลอมอาวุธของพวกเขาได้

ถ้ามองจากไกลๆ ความจริงเตานี้นับว่าไม่ต่างจากดวงอาทิตย์นัก แค่ชวนตะลึงทั้งยิ่งใหญ่กว่า กลายเป็นแก่นฟ้าเพียงหนึ่งเดียวของจักรวาลนี้

ขณะเดียวกันยังมีแถบมายานับไม่ถ้วน แผ่ออกมาจากเตาหลอมเต๋า ลอยล่องทั่วทิศ

บนแถบมายาแต่ละสายมีผู้บำเพ็ญสัญจรไปมาแน่นขนัด

ทั่วนภา 9 ฝั่ง ขอเพียงต้องการหลอมอาวุธ ทั้งเป็นผู้มีคุณสมบัติ ทุกคนย่อมมาที่นี่ ดังนั้นเลยทำให้จักรวาลหลอมเต๋าครึกครื้นตลอดเวลา

เมื่อสวี่ชิงปรากฏตัว เขาอยู่บนแถบมายาหนึ่ง ไม่ว่าเป็นสิ่งที่เห็นตรงหน้าหรือเสียงจากรอบข้าง รวมถึงคลื่นความร้อนซึ่งถาโถมเข้าใส่ ทุกอย่างทำให้สวี่ชิงมึนงงทันที

‘เตาเช่นนี้…’ สวี่ชิงพึมพำในใจ ไม่ได้ชะงักฝีเท้า ห้อตะบึงไปข้างหน้า

เลียบแถบมายา เดินผ่านฝูงชนซึ่งสัญจรไปมา กระทั่งเข้าใกล้ปลายทาง

เข้าแถวรอหน้าแท่นบูชาสีดำซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่นี่

เนื่องจากความต้องการหลอมอาวุธของจักรวาลหลอมเต๋ามหาศาล ดังนั้นฝูงชนที่รอบนแถบมายาจึงมีจำนวนไม่น้อย ดีว่านักหลอมอาวุธมีจำนวนมากจนน่าทึ่ง ดังนั้นเวลาเข้าแถวจึงไม่เนิ่นนานนัก

ทั้งส่วนใหญ่ยังนั่งสมาธิหลับตา ฝึกบำเพ็ญระหว่างรอ เมื่อถึงคราวตนค่อยก้าวขึ้นแท่นบูชา บีบแผ่นหยกจนละเอียด กลายเป็นลำแสงส่งข้ามถึงชั้นเตาหลอมเต๋า

เขารอที่นี่เช่นนี้ กระทั่งผ่านไปหลายวัน

หลายวันนี้สวี่ชิงสังเกตเตาหลอมเต๋าอย่างละเอียด

เตานี้แบ่งเป็น 9 ระดับ บน-กลาง-ล่าง ยิ่งเป็นชั้นล่าง ปากทางหลอมอาวุธยิ่งมีจำนวนมหาศาล มีเพียงปากทางหลอมอาวุธชั้นบนที่จำนวนไม่มาก

ผู้บำเพ็ญส่งข้ามบนแถบมายาทั่วทิศ ส่วนใหญ่เลือกเข้า 3 ชั้นล่าง ผู้เลือกเข้า 3 ชั้นกลางไม่ค่อยพบเห็นนัก

ส่วน 3 ชั้นบนสวี่ชิงไม่เคยเห็น

ในใจจึงวิเคราะห์ออกบางส่วน

กระทั่งผ่านไปอีก 2-3 ชั่วยาม เมื่อผู้บำเพ็ญข้างหน้าเขาก้าวขึ้นแท่นบูชา หลังจากเคลื่อนย้ายหายไป ในที่สุดสวี่ชิงก็อยู่อันดับแรก

เมื่อถึงคราวเขา สวี่ชิงสูดหายใจลึก ก้าวเข้าแท่นบูชา หยิบป้ายเซียนรางวัลจากการท่องเหินของตนออกมา

จากการกระทำคนอื่นที่เห็นหลายวันนี้ สวี่ชิงบีบป้ายเซียนจนแหลก

เสียงดังสนั่น ป้ายเซียนแตกละเอียด หลอมรวมกับแท่นบูชา ก่อตัวเป็นพลังกระตุ้น กลายเป็นลำแสงสายหนึ่งพวยพุ่ง

ทิศทางของลำแสงคือ…3 ชั้นบนของเตาหลอมเต๋า ชั้นที่ 2 !!

การปรากฏตัวของลำแสง ดึงดูดความสนใจของผู้บำเพ็ญบนแถบมายาโดยรอบทันที สายตาเจือแววตกตะลึงมากมายทยอยมุ่งเป้ามา

ทั้งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ดังก้องท่ามกลางเหล่าผู้บำเพ็ญ

“ถึงขั้นได้เห็นผู้บำเพ็ญเข้าสู่ชั้น 2 !”

“3 ชั้นบนของเตาหลอมเต๋าคือการหลอมอาวุธเซียน!”

“โดยทั่วไปนอกเสียจากว่ามีผลงานใหญ่ ถึงจะมีสิทธิ์เช่นนี้…”

“น่าจะเป็นผู้ท่องเหินมาใหม่ครั้งนี้ 10 อันดับแรกย่อมได้รับเกียรติเช่นนี้!”

บรรดาเสียงวิจารณ์เหล่านี้ ส่วนใหญ่ล้วนเจือความอิจฉา

โอกาสหลอมอาวุธจากมือเซียนคิมหันต์นับว่าหายากจริงๆ

ทุกอย่างบนโลกภายนอก สวี่ชิงไม่รับรู้ ตอนนี้เขาเคลื่อนตามลำแสง ยามปรากฏตัวก็ถึงปากทางหลอมอาวุธแห่งหนึ่งบนชั้น 2 แล้ว

ความร้อนระอุรายล้อม ข้างหน้าคือหลุมไฟมหึมาหนึ่ง

ชายชราสวมชุดคลุมยาวสีแดงคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิเหนือหลุมไฟ ทั้งตัวแผ่กลิ่นอายชวนประหวั่นถึงขีดสุด หลังจากสวี่ชิงสัมผัสได้ สีหน้าพลันครัดเคร่ง

ชี้ชัดว่าคนผู้นี้เป็นเซียนทันที!

ดังนั้นจึงค้อมตัวคารวะ

“ต้องการหลอมสมบัติอะไร”

ชายชราชุดแดงไม่ลืมตา นั่งขัดสมาธิเหนือหลุมไฟดังเดิม แต่กลับส่งจิตเทพดังก้อง

สวี่ชิงไม่ได้ลังเล สะบัดมือคราหนึ่ง หยิบจานเข็มทิศสมบัติบัญญัติซึ่งได้รับครั้งนั้นออกมาทันที ทั้งนำละอองหลักการสวรรค์ออกมาด้วย

จากนั้นค่อยครุ่นคิด นำหอคอยดาราของตนออกมาวางด้านข้าง

หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ เขาค่อยเอ่ยปากอย่างนอบน้อม “ผู้อาวุโส ผู้น้อยต้องการหลอมจานเข็มทิศนี้ ใช้มันเป็นวัตถุดิบ ร่วมกับหลักการสวรรค์ เสริมด้วยบัญญัติของผู้น้อย สร้างเป็นสมบัติซึ่งขานรับกับบัญญัติข้า!”

“รูปแบบใด” ชายชราชุดแดงสื่อจิตออกมา

“ทำเป็นเหล็กแหลมหนึ่ง!” สวี่ชิงสะบัดมือ จำลองเหล็กแหลมที่ตัวเองใช้ประจำเมื่อปีนั้น อาศัยสิ่งนี้กำหนดลักษณะสมบัติที่ต้องการหลอม

จากนั้นค่อยชี้จานเข็มทิศ

“ส่วนบัญญัติจากจานเข็มทิศนี้ ผู้อาวุโสโปรดช่วยนำออกมา หลอมรวมกับหอคอยของข้า”

ครั้งนี้ชายชราชุดแดงบนหลุมไฟลืมตาเล็กน้อย อานุภาพกดดันชวนประหวั่นแผ่ออกมาจากนัยน์ตา กระทบตัวสวี่ชิง

“เจ้ามีโอกาสหลอมอาวุธเพียงครั้งเดียว”

สวี่ชิงก้มหน้า กล่าวราบเรียบ “ผู้น้อยยังมีโอกาสชะล้างสมบัติบัญญัติครั้งหนึ่ง”

“นั่นไม่ใช่งานของข้า” ชายชราชุดแดงเอ่ยราบเรียบ จากนั้นค่อยพิจารณาสวี่ชิงอย่างละเอียด ก่อนกล่าวฉับพลัน “เจ้าคือสวี่ชิงหรือ”

สวี่ชิงพยักหน้า

ชายชราชุดแดงยิ้มแล้ว

“ในเมื่อเป็นอันดับ 1 ครั้งนี้…ช่างเถอะ ข้าช่วยเจ้าครั้งหนึ่ง”

ชายชรากล่าวจบแล้วชี้นิ้ว อานุภาพสะท้านฟ้าแผ่ออกมาจากปลายนิ้ว จรดลงจานเข็มทิศทันที

จานเข็มทิศสั่นสะเทือน หลอมละลายอย่างรวดเร็ว สิ่งเจือปนซ่านสลาย เหลือเพียงแก่นพลัง ส่วนบัญญัติในนั้นถูกนำออกมาโดยไร้ความเสียหาย เมื่อชายชราชุดแดงเคลื่อนปลายนิ้ว บัญญัติของจานเข็มทิศมุ่งตรงไปทางหอคอยดาราด้านข้าง

ครู่ต่อมาหลุมไฟพ่นเปลวเพลิงออกมา ล้อมรอบหอคอยดารา หลอมรวมบัญญัติเป็นหนึ่งเดียว แม้แต่เศษหอคอยดารายังหลอมขึ้นใหม่ในเปลวเพลิง

ไม่เพียงฟื้นคืนกลับมา อานุภาพซึ่งแผ่ออกมายิ่งแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากทำสิ่งเหล่านี้ ชายชราเริ่มหลอมสมบัติวิเศษให้สวี่ชิง หลอมจานเข็มทิศบริสุทธิ์กับละอองหลักการสวรรค์เข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้นค่อยครุ่นคิด หยิบหินเขียวขนาดเท่าฝ่ามือออกมาวางลงไป

จากนั้นเปลวเพลิงทั่วหลุมไฟพวยพุ่ง แผดเผาทุกอย่าง หลอมละลายอย่างต่อเนื่อง เผยให้เห็นเหล็กแหลมหนึ่ง…กลางทะเลเพลิงรางๆ

เมื่อใกล้ก่อตัวเป็นรูปร่าง ชายชราชุดแดงพลันเอ่ยปาก “บัญญัติของเจ้า!”

เมื่อสวี่ชิงเห็นการหลอมอาวุธอย่างชำนาญเช่นนี้ เขาทราบว่าคนตรงหน้าต้องเป็นปรมาจารย์แน่ ในใจฮึกเหิมไม่ลังเล แผ่บัญญัติขนานของตนออกมา

หลอมรวมกับทะเลเพลิง ผสานเข้ากับเหล็กแหลม

เหล็กแหลมพลันสั่นสะเทือน คล้ายกลายเป็นกล้องสลับลาย เผยร่างมายานับไม่ถ้วน

“สำเร็จแล้ว!”

นัยน์ตาสวี่ชิงวาววาบ

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!