บทที่ 1206 บุคคลที่ไม่คาดคิด
เชียนจวินและปี้อี้หน้าเปลี่ยนสี
ซิงหวนจื่อขมวดคิ้ว สายตาเย็นชา มองผู้ที่เดินมา เอ่ยเสียงเย็นเยือก “ไสหัวไป!”
คำเดียวเพียงดังออกมา ลมเย็นพัดขึ้น
จิตสังหารอยู่ภายใน รวมตัวกันจากทุกทิศทาง
นิสัยของซิงหวนจื่อเป็นเช่นนี้มาตลอด แม้จะถูกสวี่ชิงสังหารไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งก็ยังคงเป็นเช่นนั้น
ความเย่อหยิ่ง ความเย็นชา บุคลิกภาพล้วนสลักอยู่ในวิญญาณ
แม้จะเผชิญหน้ากับระดับเตรียมเซียนเช่นกัน แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีคนจำนวนมากและแข็งแกร่งกว่า แม้จะมีชายชราที่เกือบจะถึงจุดสูงสุดของเตรียมเซียนอยู่ด้วย
แต่กฎระเบียบที่เขาฝึกบำเพ็ญ ยอมหักไม่ยอมงอ!
ได้ยินคำตอบของซิงหวนจื่อ ผู้บำเพ็ญชายกลางคนคนนั้นก็หัวเราะ “อารมณ์ร้ายไม่เบา”
ในดวงตาของเขาแสงเย็นเยือกฉายวาบขึ้น หันหลังกลับไปโค้งคารวะผู้นำของตน
ชายชราที่เขาโค้งคาวระคนนั้นขมวดคิ้ว แต่ก็ยังพยักหน้า
เสี้ยวขณะต่อมา กลิ่นอายบนร่างของผู้บำเพ็ญวัยกลางคนก็พลันปะทุขึ้นมา
ราวกับยืมพลังจากภายนอก!
จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้น กดไปข้างล่าง ทันใดนั้นทะเลดำแผ่ระลอกคลื่นมา ในผิวน้ำมีหนอนบินสีดำมากมายพุ่งออกมา
หนอนบินเหล่านี้หน้าเหี้ยมเกรียม ดูแล้วอัปลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังไม่ใช่ร่างจริงอีกด้วย
จำนวนมากมายมหาศาล เพียงชั่วครู่ก็หนาแน่นจนไร้ขอบเขต
พวกมันลอยขึ้นจากทะเลสีดำ พุ่งเข้าหาซิงหวนจื่อทันที
ในดวงตาของซิงหวนจื่อแสงเย็นวาบ เสี้ยวพริบตาต่อมา โซ่เหล็กนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ในขณะที่เสียงเคร้งคร้างก้องกังวาน โซ่เหล่านั้นหมุนวนกลายเป็นคลื่นวน แล้วกระจายออกไปทันที
พลังกฎระเบียบสยบซึ่งทุกสิ่ง
วิถีแห่งความสมดุลทำลายทุกอย่าง
เชียนจวินและปี้อี้ก็ร่วมลงมือด้วยในเสี้ยวขณะนี้เช่นกัน แผ่ปราณกระบี่ออกไป ร่วมกับซิงหวนจื่อ ทุ่มสุดกำลัง
ทุกที่ที่พลังวิเศษของพวกเขาพาดผ่าน หนอนบินสีดำต่างแหลกสลาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่นวนที่เกิดจากโซ่เหล็กกฎระเบียบของซิงหวนจื่อ ประดุจพายุที่พัดโหมกระหน่ำ
มองไปไกลๆ หนอนบินสีดำเหี้ยมเกรียมเหล่านั้น ดูเหมือนจะเปราะบางมาก
แตกสลายอย่างต่อเนื่อง
เพียงแต่ หนอนบินที่แหลกสลายเหล่านั้นไม่ได้หายไปโดยสมบูรณ์ ทว่ากลับทิ้งฝุ่นสีเทาดำเอาไว้ ราวกับผงแป้ง ราวกับหมอก ปลิวกระจายไปทั่ว
ยิ่งกว่านั้นภายใต้การประสานปางมือชี้ของผู้บำเพ็ญวัยกลางคน
ฝุ่นผงสีเทาดำที่ลอยเต็มท้องฟ้าต่างปั่นป่วนขึ้น รวมตัวกันกลับมาโดยมีผู้บำเพ็ญวัยกลางคนเป็นศูนย์กลาง ปกคลุมไปบนร่างของเขา ปกคลุมเป็นชั้นๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย
แม้แต่ใบหน้าก็เช่นกัน
ราวกับสร้างร่างกายให้เขาขึ้นมาใหม่
เพียงพริบตา หน้าตาของผู้บำเพ็ญวัยกลางคนก็หายไป ราวกับคลุมอาภรณ์ไร้ใบหน้า
จากนั้น บริเวณใบหน้าก็บิดเบี้ยว เสี้ยวพริบตาต่อมาก็ปรากฏใบหน้าขึ้นใหม่ แต่หน้าตาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
กลายเป็นรูปร่างหน้าตาของซิงหวนจื่อ!
ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือสีหน้า แม้กระทั่งกลิ่นอายและวิญญาณ ก็ล้วนเหมือนกันทุกประการ
ยิ่งกว่านั้น หลังจากที่ก่อตัวขึ้นแล้ว ทั้ 2 ข้างของศีรษะของเขา ก็ยังมีฝุ่นผงสีดำรวมกันอยู่ เพียงพริบตาก็ก่อเป็นศีรษะขึ้นมาอีก 2 ศีรษะ
กลายเป็นรูปร่างหน้าตาของเชียนจวินและปี้อี้
ฉากนี้ ทำให้ผู้โบยบินสู่สวรรค์เหล่านั้นต่างจิตใจหนักอึ้ง
จากนั้น ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนคนนี้ก็ยิ้มให้ทั้ง 3 คนของซิงหวนจื่อ ด้วยรูปร่างที่น่ากลัว 3 ศีรษะ 1 ร่างนี้
ต่อมา เขาก็ไม่ได้สนใจซิงหวนจื่ออีกต่อไป แต่หันหลังกลับไปหาสหายร่วมกลุ่มของตน
สหายร่วมกลุ่มของเขา เห็นทุกสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าเคยชินกับมันแล้ว ส่วนชายชราที่เป็นผู้นำนั้นไม่แม้แต่จะมอง หันหลังเดินไปยังที่ไกลออกไป
คนกลุ่มหนึ่ง กำลังจะจากไปเช่นนี้เอง
และภาพที่แปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นในตอนนี้เอง
การเดินจากไปของผู้บำเพ็ญวัยกลางคน ได้ดึงดูดซิงหวนจื่อและเชียนจวินและปี้อี้ไปอย่างไร้รูปร่าง
ทำให้พวกเขา…เหมือนถูกควบคุม สูญเสียการควบคุมร่างกาย เดินไปข้างหน้าพร้อมกัน
เชียนจวินและปี้อี้แม้แต่สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเหม่อลอย ราวกับว่าวิญญาณก็ถูกแย่งชิงไปด้วย
ส่วนซิงหวนจื่อ แม้ร่างกายจะเดินไปข้างหน้า แต่ในดวงตากลับเผยประกายที่เฉียบคม ทุกย่างก้าวที่เดินออกไป ในร่างกายก็มีเสียงเคร้งคร้างดังสะท้อนก้อง ราวกับว่าการควบคุมของเขากำลังแตกสลายอย่างต่อเนื่อง
ภาพนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนร้องอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ชายชราที่เป็นผู้นำของเขาก็หันกลับมาเช่นกัน มองซิงหวนจื่อเล็กครู่หนึ่ง และครุ่นคิด
“ไม่เลวเลย พาเขาไปเถอะ” ชายชราเอ่ยราบเรียบ
คำพูดของเขาเมื่อดังออกมา สมาชิกในกลุ่มของเขาก็เดินออกมา 3 คน พุ่งตรงไปยังซิงหวนจื่อ
เห็นเป็นเช่นนั้น โจวเจิ้งลี่ครุ่นคิด เสียหลิงจื่อเลียริมฝีปาก ส่วนหยวนซานซู่ขมวดคิ้ว ส่วนผู้โบยบินสู่สวรรค์คนอื่นๆ ขณะที่ต่างเงียบนิ่ง สายตาของพวกเขามีความเฉียบคมอยู่บ้าง
ผู้บำเพ็ญที่สามารถเป็นผู้โบยบินสู่สวรรค์จากการฆ่าฟันมาได้ ทุกคนล้วนมีความเย่อหยิ่งในตัวเอง
และเมื่อเห็นสหายร่วมทางถูกปฏิบัติเช่นนี้ แม้ว่า…ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่ถึงขั้นต้องช่วยเหลือ แต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่สบายใจนัก
เพียงแต่ คนกลุ่มนั้นแข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีผู้บำเพ็ญระดับเตรียมเซียนหลายคน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีชายชราที่มีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวคนนั้นอีก
ความแตกต่างระหว่างกันมากเหลือเกิน
ดังนั้น หลายครั้งที่แม้ในใจจะเกิดระลอกคลื่นอารมณ์แต่สุดท้ายแล้วในเสี้ยวขณะนี้ก็ไม่มีใครเดินออกมา
ในใจของสวี่ชิงก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
กระบี่ 2 เล่มนั้น เป็นของเขา
ส่วนซิงหวนจื่อ…
สวี่ชิงคิดดูแล้ว เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง
หากเป็นโลกภายนอกก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ที่นี่คือดวงดาวนำทาง
พวกเขาที่เป็นผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่เพิ่งขึ้นมาใหม่เหล่านี้กำลังรอการจัดสรรหน้าที่
หากมีคนถูกเกณฑ์ไปเช่นนี้ การนำทางที่ว่านี้ ก็ดูจะเป็นการละเล่นของเด็กเกินไปหน่อย
“เรื่องราวไม่ชอบมาพากล!” สวี่ชิงหรี่ตาลง ตัดสินใจเดินไปข้างหน้า ก้าวออกไป 1 ก้าว
ทันทีที่ฝีเท้าเหยียบลงไป กลิ่นอายของเขาก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ธรรมนูญกาลอวกาศปกคลุมฟ้าดินในทันที กระดิ่งลูกหนึ่งพุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของเขาทันที
เสี้ยวพริบตาต่อมา เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้น
เสียงกริ๊งๆ มาพร้อมกับความศักดิ์สิทธิ์ ดังก้องกังวานไปทั่วโลกและในจิตใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันที
ไม่ว่าจะเป็นผู้โบยบินสู่สวรรค์รุ่นเดียวกับสวี่ชิง หรือกลุ่มผู้บำเพ็ญกลุ่มนั้น ต่างสีหน้าเปลี่ยนไปกันทุกคน
เสียงกระดิ่งนั้นดังขึ้นในหูของพวกเขา ราวกับสายอัสนีบาตน่าหวาดหวั่น สั่นสะท้านจิตใจ แผ่ระลอกคลื่นพลังไปยังร่างกาย ทำให้พลังบำเพ็ญหยุดนิ่ง ทำให้วิชาเวททั้งหมด…ไร้ผล!
เสี้ยวพริบตาต่อมา ร่างของคนจำนวนไม่น้อยก็ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ
ผู้บำเพ็ญ 3 คนที่พุ่งไปหาซิงหวนจื่อ ร่างกายก็สั่นสะท้านเช่นกัน ดวงตาเผยความหวาดหวั่นตื่นตะลึง ไม่สามารถพุ่งไปต่อได้
ส่วน 2 พี่น้องเชียนจวินและปี้อี้ในเสี้ยวขณะนี้ ร่างกายสั่นสะเทือน ภายใต้เสียงกระดิ่ง ก็มีสัญญาณว่าจะตื่นขึ้น
ซิงหวนจื่อทางนั้น ก่อนหน้านี้ก็อยู่บนชายขอบของการฟื้นตื่นอยู่แล้ว ในเสี้ยวขณะนี้เมื่อตกอยู่ภายใต้เสียงกระดิ่ง ก็ตื่นขึ้นทันที!
จิตสังหารในดวงตาของเขา รุนแรงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
แต่เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้บำเพ็ญวัยกลางคนคนนั้น
ศีรษะทั้ง 3 ของเขาแหลกสลายไปในพริบตา กายเนื้อที่สร้างจากฝุ่นผงสีดำก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ทันที ฝุ่นผงสีเทาดำนับไม่ถ้วนกระจายฟุ้งออกไปรอบๆ เผยให้เห็นร่างจริงของเขา
รูม่านตาทั้ง 2 ของร่างจริงนี้หดเล็กลง พลันมองไปยังสวี่ชิง สีหน้าเคร่งขรึมถึงขีดสุด ราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ในใจเต็มไปด้วยลมพายุหลังจากรอดตายมาได้
เพราะตรงหน้าเขา มีเหล็กแหลมอันหนึ่งปรากฏขึ้นไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร!
เหล็กแหลมนี้ แหลมคมถึงขีดสุด ความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมา สะกดวิญญาณของผู้บำเพ็ญวัยกลางคนเอาไว้
เขาไม่รู้ว่าเหล็กแหลมนี้ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไร แต่เขารู้ว่า เขาเกือบจะถูกเหล็กแหลมอันนี้แทงทะลุหว่างคิ้วแล้ว
และในเสี้ยวขณะนี้ มีนิ้ว 2 นิ้วคีบเหล็กแหลมไว้ ถึงหยุดความเฉียบคมของมันไว้ได้
คนที่คีบเหล็กแหลมไว้ ก็คือผู้นำของเขา ชายชราที่เข้าใกล้จุดสูงสุดของเตรียมเซียนคนนั้นนั่นเอง!
ชายชราคนนี้ค่อยๆ หันกลับมา สายตาจับจ้องไปที่สวี่ชิง
สวี่ชิงไม่หลบสายตา มองกลับไปอย่างสงบนิ่ง เอ่ยราบเรียบ “นั่นคือกระบี่ของข้า และเป็นคนของข้าด้วยเช่นกัน”
สายตาของชายชรามีความหมายลึกซึ้ง จากนั้นก็ดึงสายตากลับไป มองไปยังท้องฟ้า ก้มตัวโค้งคาวะ
“ท่านจอมเซียน กลุ่มของข้าได้ทำภารกิจพิเศษที่ท่านจัดสรรให้เสร็จสิ้นแล้ว สามารถจากไปได้หรือไม่”
เมื่อคำพูดของเขาดังออกมา จิตใจของทุกคนรอบๆ ล้วนไหววูบ ต่างก็เงยหน้าขึ้นมอง
สวี่ชิงก็มองไปยังท้องฟ้าเช่นกัน
เห็นเพียงท้องฟ้าที่เงียบสงบ เกิดปั่นป่วนขึ้นในทันที ท้องฟ้าที่เดิมมืดมน ตอนนี้ก็กลับมามีสีสันอีกครั้ง
สีสันเหล่านั้น สดใสมาก มีหลากหลายสีสัน และหลังจากปรากฏขึ้น ก็ถักทอเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นสีสันพร่างพรายงดงามเป็นแถบๆ
และในความพร่างพรายนั้น ก็ค่อยๆ ก่อเค้าร่างหนึ่งขึ้น ก้าวเดินมา
นี่เป็นชายชราที่มีรูปร่างหน้าตาไม่โดดเด่นคนหนึ่ง
สวมเสื้อผ้ากระสอบหยาบๆ ทั้งตัวเหมือนชาวนาแก่ๆ ในมือยังถือไม้เท้าไม้หยาบๆ ด้ามหนึ่งไว้ด้วย
ไม้เท้าเต็มไปด้วยรอยแตก คล้ายกับริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเขา
ทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้น ชายชราที่เข้าใกล้จุดสูงสุดของเตรียมเซียนคนนั้น ก็ก้มหน้าลงทันที สมาชิกในกลุ่มของเขาทุกคนก็ทำเช่นเดียวกัน
และทันทีที่เห็นคนผู้นี้ สีหน้าของหลี่เมิ่งถู่ก็เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล ดวงตาเบิกกว้าง เผยความไม่อยากเชื่อออกมา ก็ไม่รู้ว่าจงใจหรือไม่ ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ “อาจารย์!”
สวี่ชิงก็ใจสั่นไหวไปในทันทีเช่นกัน
เขาสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยบนตัวของชายชราผู้นี้
มาจากธรรมนูญที่เขาเคยสละไปในตอนนั้น!
ผู้มาเยือนก็คืออาจารย์ของหลี่เมิ่งถู่ เซียนของสำนักเซียนมรรคาในแดนดาราตะวันตก!
ราชาพิษ!
ในเสี้ยวขณะนี้ ความระมัดระวังในใจของสวี่ชิง ก็เพิ่มขึ้นถึงขีดสุด
เขารู้ดีว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน และธรรมนูญที่เขาเคยให้มานั้น ยิ่งไม่ใช่ความเมตตา ธรรมนูญนั้นแฝงด้วยผลกรรมเวรของการยืมและคืน
ตอนนั้นหากไม่ใช่ว่าเขาสัมผัสรับรู้ธรรมนูญกาลอวกาศแล้วล่ะก็น่ากลัวว่าผลลัพธ์ในภายหลังจะไม่มีที่สิ้นสุด
คงจะถูกยืมวิถีเต๋าไป
นี่คือเหตุผลที่เขาตัดสินใจปล่อยมือจากมันไปในตอนนั้น
เพียงแต่ไม่ว่าจะอย่างไร สวี่ชิงก็ไม่คาดคิดเลยว่า จะมาพบกับอีกฝ่ายที่นี่…
อีกทั้งดูจากฐานะของเขา…เห็นได้ชัดว่าราชาพิษคนนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ลาดตระเวนของสำนักเซียนมรรคาเท่านั้น เขายังมีหน้าที่อื่นอีกด้วย!
สายตาของราชาพิษมองทุกคนอย่างสงบนิ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ข้าคือหัวหน้าหน่วยรวบรวมทรัพยากร”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



