Skip to content

Outside Of Time 1224

Outside of Time
BC

บทที่ 1224 เทพแท้จริงฟื้นตื่น

รูปปั้นแมงมุมที่เป็นที่ตั้งของเรือนจำเทพเจ้า ในตอนนี้คำรามเลื่อนลั่น สั่นไหวอย่างรุนแรง

C

เสาแสงสีทองทั้งหมด 33 ต้นทะลวงพื้นดินขึ้นมา มาพร้อมด้วยไอพลังประหลาดเข้มข้นและพลังกดดันของเทพเจ้า พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

เนื่องจากที่นี่คือนภาไร้แถบ ไม่มีกลิ่นอายของเซียน ดังนั้นการปรากฏขึ้นของไอพลังประหลาดและกลิ่นอายเทพเจ้าจึงไม่มีอุปสรรคใดๆ สั่นสะเทือนไปทั่วทุกทิศทาง

ขณะเดียวกัน ระลอกคลื่นพลังปั่นป่วนของเทพเจ้าที่มากยิ่งขึ้นก็กำลังระเบิดออกมาจากภายในรูปปั้น

ฟ้าดินวุ่นวาย

แต่สวี่ชิงสีหน้าสงบนิ่ง เสียงของเขาราวลมหนาว คล้ายว่าพัดมาจากยมโลก ปกคลุมไปทั่วทั้งเรือนจำเทพเจ้า ในขณะเดียวกับที่หอบกวาดไปทั่วท้องฟ้าดารา เสียงของเขาก็ทำให้ผู้คุมเรือนจำที่นี่เหล่านั้นตลอดจนพัศดี 2 คนนั่นจิตใจสงบลง

สำหรับพัศดี 2 คนนั้น ไม่ว่าจุดประสงค์ของพวกสวี่ชิงก่อนหน้านี้จะเป็นอะไร แต่อย่างน้อยในเสี้ยวขณะนี้ ความสงบของสวี่ชิงก็ทำให้พวกเขามีความมั่นใจ

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น รีบก้าวไปข้างหน้าทันที โค้งคารวะทำความเคารพสวี่ชิง หยิบแผ่นหยกที่เป็นสิทธิ์ในการควบคุมเรือนจำของพวกเขาออกมาอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ยอมรับคำพูดของสวี่ชิงที่กล่าวว่าจะรับช่วงควบคุมดูแลเรือนจำในเวลานี้

สวี่ชิงก็ไม่พูดจาให้มากความ ยกมือขึ้นคว้า หลังจากคว้าเอาแผ่นหยกสิทธิ์การควบคุมเรือนจำมาได้ ก็รีบใช้สิทธิ์นี้เปิดค่ายกลผนึกภายในเรือนจำอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกันก็มองไปยังพัศดีที่อยู่ตรงหน้า

“ท่านทั้ง 2 ที่นี่มีการคุมขังเทพแท้จริงหรือไม่”

หากเป็นก่อนหน้านี้ สำหรับคำถามนี้พวกเขาจะไม่ตอบกลับใดๆ ทั้งสิ้น แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่กล้าที่จะปิดบังแม้แต่น้อย ตอบไปตามความเป็นจริง “มีซากร่างที่ถูกชำระล้างอยู่องค์หนึ่ง…”

คำพูดของทั้ง 2 ทำให้สวี่ชิงดวงตาหรี่ลง เขามองรูปปั้นที่อยู่ในบริเวณที่พวกเขาอยู่

ก่อนหน้านี้ตอนที่มาถึงที่นี่ เขาก็จับตามองรูปปั้นนี้อยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็เปลี่ยนความคิดที่จะเข้าไปในเรือนจำ ออกคำสั่งในทันที

“พวกเจ้า 2 คนรีบรายงานเรื่องนี้ไปยังสวรรค์นอกพิภพที่สังกัด พร้อมกันนั้นจงพาผู้คุมเรือนจำที่นี่ไปเฝ้าทางเข้าออกต่างๆ ห้ามไม่ให้เทพเจ้าตนใดหนีออกมา!”

“สาหร่าย จงสะกดควบคุมแสงของกลิ่นอายเทพเจ้าทั้งหมด รากของเจ้าให้เข้าไปในเรือนจำ เพื่อช่วยในการปราบปราม นอกจากนั้นจงแยกร่างจริงของเจ้าออกมา ปกคลุมไปยังรูปปั้นเรือนจำแห่งนี้ เพื่อเป็นแนวป้องกันที่ 2 !”

“โจวเจิ้งลี่ เจ้าเข้าไปในเรือนจำ ติดต่อกับสหายทั้งหมด ในขณะเดียวกับที่ปราบปรามเทพเจ้า ก็ทำการตรวจสอบการกบฏอย่างละเอียดด้วย ด้วยพลังของพวกเจ้า ตราบใดที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับเทพแท้จริง ก็สามารถปราบปรามได้”

“ส่วนรูปปั้นเทพแท้จริงนี้…”

ประกายแสงเย็นเยือกฉายวาบในดวงตาของสวี่ชิง “ข้าจะจัดการเอง!”

โจวเจิ้งลี่รับคำทันที ร่างของเขาเพียงไหววูบก็พุ่งตรงไปยังเรือนจำ ตามคำสั่งของสวี่ชิง ติดต่อกับผู้โบยบินสู่สวรรค์ทั้งหมด ส่วนวิธีการโดยละเอียดตลอดจนจะปราบปรามอย่างไร เขามีวิธีของเขาเอง

สวี่ชิงก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก สำหรับความสามารถของโจวเจิ้งลี่ เขาได้เห็นแล้วกับตาแล้ว และรู้ว่านอกเสียจากอีกฝ่ายจะจงใจ ไม่เช่นนั้นแล้วก็สามารถจัดการได้ดีอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน พัศดี 2 คนนั้น ก็ทำตามคำสั่งของสวี่ชิง รายงานเรื่องนี้ไปพร้อมกับพาผู้คุมเรือนจำที่นี่ แยกย้ายกันไปทำการสะกดควบคุมทางเข้าออกต่างๆ

และบนท้องฟ้า สาหร่ายทะเลปรากฏตัวขึ้น ใบทั้ง 20 ใบของมันขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็ร่วงลงมาราวปกคลุมท้องฟ้า ปกคลุมไปยังเสาแสงสีทองเป็นทาง…เป็นทาง นั่น

ผนึกแสงสีทองเอาไว้

ร่างจริงของมันก็ปรากฏบนท้องฟ้าดาราด้วยเช่นกัน ร่างขนาดมหึมาขยายออกไป ในขณะเดียวกับที่ล้อมรอบรูปปั้นนี้ รากจำนวนมหาศาลก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้า ส่วนหนึ่งไปปกคลุมแสงสีทองอื่นๆ อีกส่วนหนึ่งก็ไปตามประตู เข้าไปในส่วนลึกของเรือนจำ!

ในขณะที่ทุกคนทำตามหน้าที่ของตนเอง ทุกอย่างก็เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่วุ่นวาย

เช่นนี้เอง เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ

ชั้นนอกถูกควบคุมทีละน้อย ส่วนภายในจากการเข้าไปของโจวเจิ้งลี่ก็ได้ผลอย่างรวดเร็ว

แต่ก็มีอุปสรรคบ้างเป็นบางครั้ง อย่างเช่นในขณะนี้ รูปปั้นที่ค่อยๆ สงบลง จู่ๆ ก็สั่นไหวขึ้นมา ท่ามกลางความรางเลือนราวกับมีเสียงคำรามของเทพเจ้าที่ดังก้องในจิตใจของผู้บำเพ็ญทุกคน ดังก้องไปในทุกสิ่ง

และไม่ใช่แค่เสียงเดียว แต่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเหนี่ยวนำพลังงานต้นกำเนิด รวมกันเป็นอำนาจเทพที่นี่

ดูเหมือนว่าการปราบปรามในเรือนจำ ก็มาถึงจุดสำคัญแล้ว

ในดวงตาสวี่ชิงฉายประกายวาบขึ้น ก้าวไปยังท้องฟ้า นั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศ ก้มลงมองรูปปั้นเทพเจ้าข้างล่าง จากนั้นก็โคจรพลังบำเพ็ญในร่าง พลังระดับเตรียมเซียนพลันปะทุออกมา

ก่อเป็นพลังกดดันที่น่าครั่นคร้าม ปกคลุมไปทั่วทุกทิศทาง

บิดเบี้ยวความว่างเปล่า ทำให้ทุกอย่างพร่ามัว เปลี่ยนกฎเกณฑ์ ส่งผลกระทบต่อกาลอวกาศ

หลังจากนั้น ภายใต้ระลอกคลื่นความคิดของเขา ตัวอ่อนเซียนของเขาก็พลันปรากฏออกมานอกร่าง

ตอนแรกก็เป็นเพียงไม่กี่จั้ง จากนั้นก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สุดท้าย สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในฟ้าดินแห่งนี้ ก็คือร่างอันยิ่งใหญ่!

มีขนาดเท่ากับตัวรูปปั้น ทำให้คนรู้สึกศักดิ์สิทธิ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนั้นยังมีแสงหลักไหลเวียน เสริมพลังให้ตัวอ่อนเซียน ทำให้พลังเซียนในเสี้ยวขณะนี้หนักขึ้นอีกหลายเท่า

และในแสงหลักนั้น ก็มีวังเซียนตั้งอยู่!

วังเซียนนั่นแผ่การเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาและความเก่าแก่ แฝงไว้ซึ่งความสูงส่งสูงสุด และเชื่อมโยงกับ…สวรรค์นอกพิภพแห่งหนึ่ง!

สูงส่งโดยธรรมชาติ!

ในเสี้ยวขณะนี้ กำลังส่องแสง

นั่นคือวังเซียนแสงเรืองรอง!

การปรากฏขึ้นของมัน ทำให้ตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงให้ความรู้สึกถึงความรุ่งโรจน์ ราวกับไม่ใช่ภาพลวงตาอีกต่อไป แต่ใกล้เคียงกับความจริง และกลิ่นอายที่มาจากตัวเขา ในเสี้ยวขณะนี้ก็แข็งแกร่งทรงพลังไร้เทียมทานประดุจถล่มภูเขา ล่มมหาสมุทร

ซัดลงไปยังรูปปั้นเรือนจำ

รูปปั้นส่งเสียงเปรี๊ยะๆ ไอพลังประหลาดทั้งหมดที่แผ่ออกมาถูกสะกดควบคุมในทันที

ไม่อาจแผ่ออกมาได้แม้เพียงเล็กน้อย

แม้แต่เสียงคำรามของเทพเจ้านั่น ก็ถูกลบเลือนไปในเสี้ยวขณะนี้

ขณะเดียวกัน พลังของสวี่ชิงก็แทรกซึมเข้าไปในรูปปั้น กวาดไปทั่วเรือนจำ จากบนลงล่าง ลงมือไปเป็นชั้นๆ

อย่างไรก็ตาม การลงมือของเขาก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ในเสี้ยวขณะนี้ในดวงตาของสวี่ชิงฉายประกายแสงวาววาม มือขวาของตัวอ่อนเซียนยกขึ้น ประสานปางมือ สะสมพลังของตัวเอง

พลังงานต้นกำเนิดที่เข้มข้นมาจากทุกทิศทาง พลังของตัวอ่อนเซียนก็เพิ่มขึ้นถึงขีดสูงสุด

ขณะเดียวกัน เหล็กแหลมเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างสวี่ชิง ส่งเสียงวู้มออกมา กำลังสะสมพลังเช่นกัน

แผ่ความแหลมคมที่มากขึ้นเรื่อยๆ ออกมา ราวกับว่าสามารถทะลุผ่านทุกสิ่งได้

ยิ่งมีธรรมนูญคู่ขนานปะทุออกมา ก่อตัวเป็นกาลอวกาศนับไม่ถ้วน ปรากฏซ้อนทับกันรอบสวี่ชิง

ภาพนี้เรียกได้กระทั่งว่าปรากฏการณ์ประหลาด

เมื่อเงยหน้าขึ้นไปดู จะทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับสวรรค์มากมาย

เป็นเพราะในกาลอวกาศที่ก่อตัวขึ้นเหล่านั้น ทุกแห่งล้วนมีร่างตัวอ่อนเซียนที่ยิ่งใหญ่ไพศาลของสวี่ชิง ตอนนี้กำลังก้มมองจากท้องฟ้า ราวกับว่าเซียนจากสรวงสวรรค์ทั้งหมดลงมาเยือน

เช่นนี้เอง พลังกดดันจึงน่าสะพรึงกลัวไปตามธรรมชาติ

บนรูปปั้น ผู้คุมเรือนจำที่ควบคุมทางเข้าและพัศดี 2 คนนั้น ตอนนี้ต่างจิตใจสั่นสะท้านรุนแรง

ฝ่ายแรกร่างกายสั่นเทา ในฐานะที่เป็นต่างเผ่า เดิมก็ถูกเผ่ามนุษย์ปกครองอยู่แล้ว ตอนนี้กลิ่นอายของสวี่ชิงก็เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ทรงพลัง ทำให้พวกเขาราวกับได้พบเซียน

ส่วนพัศดี 2 คนนั้น ก็หายใจหอบถี่เช่นกัน ความรู้สึกของพวกเขาลึกซึ้งกว่าผู้คุมเรือนจำเหล่านั้น

ความรู้สึกที่ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับเซียนชั้นล่างนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก

“เขาไม่ใช่เซียนชั้นล่าง แต่แรงกดดันนี้ ก็ใกล้เคียงอย่างยิ่ง…”

ทั้ง 2 คนในใจรู้สึกเคารพยำเกรง และก็รู้สึกโล่งใจ

พวกเขาเห็นแล้วว่าการกบฏของเทพเจ้าในครั้งนี้ ภายใต้การปราบปราม 2 ชั้นทั้งภายในและภายนอกของพวกสวี่ชิง ตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาใหญ่อะไรแล้ว

และความจริงก็เป็นเช่นนั้น เทพเจ้าที่นี่ ก่อนหน้านี้จะอย่างไรก็อยู่ในสภาพถูกคุมขัง แม้ว่าเหล่าองค์ท่านจะมีความคิดที่จะก่อกบฏ แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็ยังไม่ได้เตรียมพร้อม

การลงมืออย่างรีบร้อนในเสี้ยวขณะนี้ ย่อมมีข้อบกพร่องมากมาย

ดังนั้นกลิ่นอายของเทพเจ้าจึงค่อยๆ ลดลง และค่อยๆ สงบลง

แต่สีหน้าของสวี่ชิงกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงจากความสงบนี้เลย ตรงกันข้าม กลับยิ่งเคร่งขรึมมากขึ้น การสะสมพลังก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย แต่กลับยิ่งรวมตัวกันมากขึ้น

เพราะเขาสัมผัสได้ถึงการฟื้นคืนชีพที่ซ่อนเร้นเป็นอย่างยิ่งกลุ่มหนึ่ง กำลังเพิ่มขึ้นในรูปปั้นนี้

ภาพฉากนี้ เขาไม่ได้สัมผัสได้เป็นครั้งแรก!

“ในตอนนั้นที่มหาสมุทรนอกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ข้าและศิษย์พี่ใหญ่จากคำขอของอวี้หลิวเฉิน ก็เป็นเหยื่อล่อให้เขา ออกไปยังมหาสมุทรนอก ช่วยองค์ท่านตกปลา…”

“ตอนนั้นสิ่งที่เขาต้องการจะตก คือเทพแท้จริงที่กำลังจะกลับมาองค์หนึ่ง!”

“ความรู้สึกในตอนนั้น เหมือนกับในตอนนี้เลย!”

แทบจะในทันทีที่ความคิดของสวี่ชิงผุดขึ้นมา รูปปั้นที่เป็นที่ตั้งของเรือนจำเทพเจ้าก็พลันส่งเสียงคำรามเลื่อนลั่น ราวกับมีพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ระเบิดออกมาจากภายใน

พวยพุ่งขึ้นท่วมฟ้า!

แสงสีทองเป็นทางๆ พุ่งออกมาจากรูปปั้น ใบของสาหร่ายทะเลก็ไม่อาจปกปิดได้ กลิ่นอายของเทพเจ้าเป็นกลุ่มๆ ก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเช่นกัน

ก่อตัวเป็นเสาหมอกไอพลังประหลาด ดึงดูดด้านบน

เสียงพึมพำที่สามารถบิดเบือนจิตใจของผู้คนเป็นระลอกๆ ก็ดังก้องออกมาจากเรือนจำในเสี้ยวขณะนี้ ทำให้ทุกคนที่ได้ยินสีหน้าเปลี่ยนไป

ขณะเดียวกัน แผ่นดินปั่นป่วน จากทางเข้าแต่ละแห่ง เงาร่างมากมายก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว

คนที่ปรากฏตัว คือผู้บำเพ็ญที่โบยบินสู่สวรรค์เหล่านั้นนั่นเอง ซิงหวนจื่อ เสียหลิงจื่อ หลี่เมิ่งถู่ และหย่วนซานซู่ รวมถึงเชียนจวินและปี้อี้ก็อยู่ในนั้น

พวกเขาแต่ละคนสีหน้าเคร่งขรึม หลายคนมีบาดแผลอยู่บนตัว โจวเจิ้งลี่ก็อยู่ในหมู่พวกเขา ทันทีที่ที่บินออกมา เสียงของเขาก็ดังออกมาอย่างรวดเร็ว “นายท่าน เทพเจ้าส่วนใหญ่ที่ก่อกบฏด้านล่าง ถูกปราบปรามแล้ว แต่พิธีกรรมของเหล่าองค์ท่านได้เสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่อาจพลิกย้อนสถานการณ์ได้”

“เหล่าองค์ท่านกำลังฟื้นคืนชีพเทพแท้จริงองค์หนึ่ง!”

แทบจะในทันทีที่คำพูดของโจวเจิ้งลี่ดังออกมา แรงสั่นสะเทือนของรูปปั้นแมงมุมนี้ก็กลับมาอีกครั้ง ส่งเสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหวออกมา

พื้นผิวโลกแตกออก เกิดเป็นร่องลึกหลายร่อง ดวงตาทั้ง 2 ที่ปิดอยู่ของรูปปั้นแมงมุม ตอนนี้ภายใต้ความปั่นป่วนของผืนแผ่นดินก็ดูเหมือนจะกำลังลืมขึ้นมา

ขณะเดียวกัน พลังดึงดูดรางเลือนบางอย่างก็มาจากความว่างเปล่า แปรเปลี่ยนเป็นนามแท้จริง และหลอมรวมเข้าไปในเสียงพึมพำนั้น ทำให้ชัดเจนขึ้น กำลังร้องเรียกชื่อหนึ่ง!

“ปี้หมัวซือ!”

“ปี้หมัวซือ!”

“ปี้หมัวซือ!”

เทพแท้จริงไม่ดับสูญ ตราบใดที่นามแท้จริงยังคงอยู่ ตราบใดที่ยังมีคนจำได้ เช่นนั้นองค์ท่านแม้จะแตกดับ แต่ท้ายที่สุดก็ยังคงกลับมาได้!

ตอนนี้ เทพแท้จริงแห่งระบบดาวที่ 5 ที่ถูกผู้บำเพ็ญสยบกำราบไปในอดีต…

องค์ท่านกำลังกลับมา!

รูปปั้นแมงมุมแตกออกอย่างต่อเนื่อง ผู้บำเพ็ญทั้งหมดบนนั้น ตอนนี้ต่างบินขึ้นไป สีหน้าของแต่ละคนก็เปลี่ยนไปแตกต่างกัน

สวี่ชิงก็เคร่งขรึมเช่นกัน

สิ่งที่เขาคิดในหัว คืออวี้หลิวเฉินในตอนนั้น…

และในตอนนี้ รอบนอกของเรือนจำ คลื่นวนดวงดาวที่จับกลุ่มขึ้นมาจากฝุ่นแห่งมิติเหล่านั้นก็กำลังส่งเสียงคำรามเลื่อนลั่น นภาไร้แถบรอบๆ ก็บิดเบี้ยว ไอพลังประหลาดกำเนิดขึ้นมา กลิ่นอายเทพเจ้าพวยพุ่ง แปรเปลี่ยนเป็นเสียงเย็นยะเยือกดังเข้าไปในใจของผู้บำเพ็ญทั้งหมดที่อยู่ที่นี่

“ข้า ปี้หมัวซือ…”

เสียงนี้ ทำให้ผู้บำเพ็ญที่นี่จิตใจปั่นป่วนวุ่นวาย เจตจำนงถูกทำให้แปดเปื้อน

ยิ่งมีบางคนที่เลือดไหลออกมาจาก 7 ทวาร เนื้อและเลือดทั่วร่างก็เหมือนจะแยกออกจากกัน ราวกับว่าจะเกิดความคิดฟุ้งซ่านนับไม่ถ้วน และพวกมันล้วนก็ต้องการที่จะเป็นอิสระ

นี่คือพลังของเทพแท้จริง!

แต่ว่า ยังไม่ทันที่เสียงเทพแท้จริงจะจบลง จิตต่อสู้ในดวงตาของสวี่ชิงก็เข้มข้นขึ้นแล้ว

“ในตอนนั้น อวี้หลิวเฉินยังสามารถวางแผนเทพแท้จริงด้วยพลังระดับแท่นเทวะได้…”

“องค์ท่านทำได้ เช่นนั้นด้วยกำลังรบของข้าในตอนนี้ เผชิญหน้ากับเทพแท้จริงอ่อนแอที่อยู่ในช่วงกำลังกลับมานี้…ก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้!”

จิตสังหารในใจของสวี่ชิงรุนแรง

ยกมือขึ้นกด!

ตัวอ่อนเซียนของเขาส่องแสงในทันที เหล็กแหลมก็เผยความแหลมคม กาลอวกาศแต่ละแห่งปรากฏขึ้น การสะสมพลังทั้งหมดก่อนหน้านี้…

ระเบิดออกมาอย่างเต็มที่!

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!