บทที่ 1228 อำพันกาลเวลา
วัยเด็กสวี่ชิงต้องร่อนเร่พเนจร ผ่านความทรมานบนโลกมากมาย แต่ด้วยความพยายามจะอยู่รอด เขาทุ่มเททุกอย่าง กระทั่งผ่านมาได้
ประสบการณ์เช่นนี้บ่มเพาะเขาจนรอบคอบ พฤติกรรมเจ้าคิดเจ้าแค้น ขณะเดียวกันยังเข่นฆ่าสังหารอย่างเลือดเย็น แต่ด้วยกระหายความรู้ ปรารถนาสิ่งดีงาม ทำให้เปลี่ยนเป็นแสงนิรันดร์ในใจเขา
ทว่าในใจเขาปิดกั้นตัวเอง ไม่เปิดรับคนนอกง่ายๆ
จากนั้นชีวิตพลิกผันทั้งราบรื่น โดยรวมเมื่อพิจารณาจากทิศทางการก้าวเดิน เทียบกับวัยเด็กแล้วถือว่าดีกว่ามากนัก ใจเขาเริ่มรับช้าๆ
แม้ว่าเส้นทางนี้มีดอกไม้เบ่งบาน แต่ยังแฝงความแห้งเหี่ยว
หลังจากสวี่ชิงเติบใหญ่ เขาเปิดใจยอมรับโลก ในนั้นมีคนเข้ามามากขึ้น…
ใจเขาเกิดคลื่นถาโถม
ทั้งมีพายุโทสะถึงขีดสุด!
ครั้งแรกที่เดือดดาลเช่นนี้ นั่นคือยามหัวหน้าเหลยตาย
จากนั้นคือปรมาจารย์ไป่ถูกทำร้าย
ต่อมาคือศีรษะท่านปู่หกถูกพี่ชายตนเหวี่ยงลงตรงหน้า รวมถึงรู้ความจริงของเมืองเป็นเอก
ส่วนครั้งที่ 4 คือการสิ้นชีพของมหาจักรพรรดิครองกระบี่
ตอนนี้คือครั้งที่ 5
ทุกอย่างในเขตแดนมายา เมื่อพิจารณายามตื่นขึ้นแล้วมีข้อบกพร่องมากมาย แต่เมื่ออยู่ภายในนั้นกลับรู้สึกต่างไป เขาเหมือนเจอสิ่งเหล่านั้นจริงๆ หลังจากทราบว่าคนที่คุ้นเคยหายไปหมด ความเจ็บปวดถึงขีดสุดนั้น ความว่างเปล่าในใจนั่น
ความรู้สึกเช่นนี้ตื่นขึ้นพร้อมสวี่ชิง ความเจ็บปวดตอนนั้นเด่นชัดเพียงใด ความเดือดดาลตอนนี้ก็ท่วมท้นเท่านั้น
เมื่อได้ยินเสียงเทพแท้ซึ่งยังไม่ฟื้นคืนกลับมา ทั้งอยู่ระหว่างกระบวนการ สวี่ชิงไม่ตอบรับคำพูดนั้น
กลิ่นอายบนตัวเขา เส้นเลือดตรงตาเขา รวมถึงคลื่นถาโถมทั่วตัว กลายเป็นจิตสังหารขั้นสูงสุดแผ่ออกมาทั่วร่าง ผสานกับตัวอ่อนเซียนของเขา หลอมรวมกับวังเซียนแสงเหนือ
ฟ้าดาราสะเทือนเลื่อนลั่น นภานอกพิภพเกิดคลื่นระลอก ในฟ้าดาราแห่งนี้ตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงถือว่าไร้เทียมทาน วังเซียนแสงเหนือปรากฏตัวอย่างสมบูรณ์ หอบพลังสะท้านฟ้าสะเทือนดิน กระหน่ำซัดเทพครึ่งคนครึ่งแมงมุมทันที!
เสียงดังกัมปนาท เหนือกว่าก่อนหน้า
วังเซียนแสงเหนือเปล่งแสงเซียนไร้สิ้นสุด เมื่อตกกระทบ เทพแท้ซึ่งกำลังหวนคืนคิดหลีกหลบ แต่…
ตอนนี้กำลังหวนคืนสภาพ ดังนั้นจึงอ่อนแอยิ่ง
ขณะเดียวกันพลังสะท้อนกลับของวิชาคุณสมบัติเทพ ทำให้เขาเจ็บปวดสาหัสถึงจิตวิญญาณ ร้องโหยหวนอย่างไม่อาจควบคุมได้
อีกอย่างแรงกดดันจากนภานอกพิภพ ไม่ใช่สิ่งที่เทพแท้ซึ่งกำลังอ่อนแอต้านทานได้
เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกัน ทำให้การหลบหนีของเขาไม่สำเร็จ
ถูกวังเซียนยิ่งใหญ่ชวนตะลึงนั่นทับร่างทันที
ภายใต้การโจมตีเดียว ทั่วร่างเทพแท้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทรุดตัวลงอย่างควบคุมไม่ได้ กระอักเลือดสีทองออกมา ร่างสื่อกลางของเขาเกิดรอยร้าวมากมาย ความเจ็บปวดยิ่งกว่าเคลื่อนกวาดราวพายุ
องค์ท่านคิดตอบโต้
แต่ครู่ต่อมาสวี่ชิงซึ่งกำลังเดือดดาลถึงขีดสุด มีหรือจะให้โอกาสเขา
วังเซียนแสงเหนือเปล่งประกายอีกครั้ง แสงเจิดจรัสสาดส่องฟ้าดารา ชักนำพลังมากขึ้น ก่อนทับลงมา…อีกครั้ง!
เสียงอึกทึกดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนดังก้องของเทพแท้
เทพแท้ซึ่งกำลังหวนคืนองค์นี้ มีรอยแยกบนกายเนื้อมากขึ้น โดยเฉพาะส่วนครึ่งร่างแมงมุม ตอนนี้กำลังแตกละเอียด แผ่แก่นตั้งต้นเข้มข้นออกมา
แต่องค์ท่านยังดิ้นรน อาศัยแก่นตั้งต้นซึ่งแผ่ออกมาสร้างวิชาเทพ
ทว่าก่อนหน้านี้สวี่ชิงเพิ่งพ้นอันตราย มีหรือจะไม่ระวังตัว ตอนนี้เขาก้าวเข้าวังเซียนแสงเหนือ นั่งขัดสมาธิในตำหนัก
ในโลกภายนอกวังเซียนแสงเหนือเหมือนภาพมายา แต่บนนภานอกพิภพ มันคือของจริง
เมื่อนั่งในนั้น เขาย่อมกุมอำนาจ ตอนนี้สวี่ชิงคือเจ้านภานอกพิภพ
ต่อให้พลังบำเพ็ญเขาไม่พอ ทักษะเขาไม่ค่อยมีผลต่อเทพแท้ แต่…วังเซียนของตนคืออาวุธสังหารซึ่งดีที่สุด!
เขาไม่ต้องการพลังวิเศษ ตอนนี้วิชามรรคใดก็ไม่อาจทำให้โทสะในใจสวี่ชิงระบายออกมาได้อย่างสมบูรณ์ มีเพียง…ทำลายล้างเท่านั้น!
ดังนั้นเมื่อเขาขับเคลื่อนความคิด วังเซียนแสงเหนือทับเทพแท้ซึ่งกำลังหวนคืนนั่นอีกครั้ง!
1 ครั้ง, 2 ครั้ง, 3 ครั้ง…
สวี่ชิงกำลังระบายอารมณ์!
เสียงดังครั่นครื้น อึกทึกสนั่นหู กลบเสียงหวีดร้องของเทพแท้
รอยแยกบนตัวแน่นขนัด สุดท้ายท่ามกลางเสียงร้องโหยหวน ส่วนร่างแมงมุมพังทลาย แตกกระจายเป็นเสี่ยง
ร่างมนุษย์อีกครึ่งที่เหลือ ตอนนี้แสงตรงนัยน์ตาอ่อนกำลังลงมาก
แต่ความเจ็บปวดด้านจิตวิญญาณและกายเนื้อ ทุกอย่างไม่ใช่ต้นเหตุความหวาดกลัวของเทพแท้องค์นี้
สิ่งที่หวาดกลัวอย่างแท้จริงคือ…หลุมดำเบื้องล่าง!
นั่นคือกรงขังซึ่งวิวัฒน์จากพลังนภานอกพิภพ ทั้งเป็นคุกแห่งความสิ้นหวัง เมื่อตกลงไปในนั้น ชีวิตนี้คิดหวนคืนอีกครั้ง นั่นแทบเป็นไปไม่ได้!
เมื่อวังเซียนกระหน่ำทับครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายองค์ท่านเข้าใกล้หลุมดำอย่างต่อเนื่อง
ช่วงวิกฤติแสงตรงนัยน์ตาพลันเจิดจ้า กลายเป็นแสงสีทองแผ่ออกมาจากดวงตา ไม่ได้เผารอบๆ แต่ห้อมล้อมทั้งตัว
องค์ท่านเลือกเผาตัวเอง!
คิดทำลายตัวเอง!
ด้วยสำหรับองค์ท่าน แม้ว่าการกำจัดสื่อนำเท่ากับคืนชีพล้มเหลว แต่ลบร่องรอยทั้งหมดขององค์ท่านได้เช่นกัน!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ใช่ว่าอนาคตองค์ท่านจะไม่มีโอกาสหวนคืนมา
แต่หากเหลือสื่อกลางไว้ เมื่อถูกกำราบลงหลุมดำ องค์ท่านย่อมไม่มีโอกาสแล้วจริงๆ
ตอนนี้องค์ท่านจึงไม่ลังเล ไม่เพียงแต่เผาสื่อกลาง แต่ยังเผาคุณสมบัติเทพซึ่งตอนนี้คืนกลับมาครึ่งหนึ่งในกายด้วย ต้องการกำจัดคุณสมบัติเทพพร้อมกัน
ต่อให้องค์ท่านต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะฟื้นคืนกลับมาใหม่
แต่สำหรับเทพเจ้าแล้ว สิ่งที่ไม่ขาดก็คือเวลา
องค์ท่านรอต่อไปได้!
การแผดเผาขององค์ท่าน เด็ดขาดหาใดเปรียบ ทั้งรวดเร็วยิ่ง แทบขัดขวางไม่ได้
เพียงพริบตาก็เผาเกือบหมด ตอนนี้ตัวองค์ท่านอ่อนแอถึงขีดสุด
แต่ยังดูถูกสวี่ชิง!
สวี่ชิงซึ่งนั่งขัดสมาธิในวังเซียน จ้องเทพแท้ที่เลือกเผาตัวเองเขม็ง แววเยียบเย็นตรงดวงตายังเด่นชัด
เขารู้ว่าเทพแท้เป็นอมตะ
ดังนั้นการลงมือครั้งนี้ แน่นอนว่าเป้าหมายไม่ใช่การสังหาร เขาต้องการให้อีกฝ่ายเจ็บปวดถึงขีดสุด!
ดังนั้นมีหรือจะให้อีกฝ่ายจากไป ฟื้นคืนชีพสำเร็จ…
ใช่ว่าเจ้าอยากเลิกก็เลิกได้!
ครู่ต่อมาสวี่ชิงพลันยกมือขวาขึ้น ปากเอ่ยท่วงทำนองเต๋า “ผนึก!”
นภาครามสั่นสะเทือน อาณาเขตไร้สิ้นสุด ดวงดาวนับไม่ถ้วน ระบบดาวเหลือคณา จักรวาลมากมาย ใต้อำนาจวังเซียนของสวี่ชิง ใต้การควบคุมนภานอกพิภพของเขา…
ทั้งหมดโดนผนึกชั่วพริบตา!
นภานอกพิภพแห่งนี้ตัดขาดกับภายนอกทันที!
เปลี่ยนนภานอกพิภพเป็นคุกกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง!
ทว่านภานอกพิภพเป็นส่วนหนึ่งของวงแหวนชั้นบน เทพแท้เป็นอมตะ การหวนคืนและสละนามแท้จริงเป็นสิทธิพิเศษของวงแหวนชั้นบนที่มีต่อเทพเจ้า คล้ายปลาแหวกว่ายกลางทะเล
ดังนั้นการตัดขาดเลยไม่สมบูรณ์ คล้ายตาข่ายจับปลา แม้ว่าปกคลุมลงมา แต่ยังมีช่องว่าง
ทว่าแผนการของสวี่ชิงไม่ได้มีเพียงเท่านี้
ขณะเดียวกันตัวสวี่ชิงยังมีของอย่างหนึ่ง พุ่งออกมาจากวังเซียนฉับพลัน!
ลอยกลางฟ้าดารานอกวังเซียน!
นั่นคือนาฬิกาทราย!
นั่นคือสิ่งที่เขาได้มาจากประวัติศาสตร์จำลองของวังเซียนแสงเหนือ…ยอดสมบัติกาลอวกาศ!
สิ่งที่ซ่อนแฝงในนั้นคือเวลา 1 ชั่วยามซึ่งเหนือกว่ากาลอวกาศนี้!
เพิ่มเวลาอีก 1 ชั่วยามได้ทุกกาลเวลา
ทั้งไม่อาจถูกกำจัด!
มันอยู่เหนือกาลอวกาศ อยู่เหนือกาลเวลา!
ไม่ถูกจำกัดด้วยกาลอวกาศใด!
แต่ผู้ถูกควบคุมด้วยบัญญัติกาลอวกาศใช้ได้ตามใจ ไม่ว่าเคลื่อนคล้อยตามปกติหรือเร่งความเร็ว ถึงขั้นชะลอออกไป
ขีดจำกัดคือ 1 ชั่วยาม!
ตอนนี้หลังจากปรากฏ นาฬิกาทรายแตกดังเปรี๊ยะ ทรายในนั้นเปล่งแสงหลากสีฉับพลัน ชั่วพริบตายามเทพแท้เปี่ยมเพลิงลุกโชน ร่างกายกับคุณสมบัติเทพกำลังซ่านสลาย…
กรวดทรายเหล่านั้นปกคลุมลงมา!
ยืดเวลาอีก 1 ชั่วยามให้องค์ท่าน!
1 ชั่วยามซึ่งไม่มีกฎกรรม ทั้งไม่ขึ้นอยู่กับกาลอวกาศนี้!
ผลลัพธ์ขึ้นกับการควบคุมบัญญัติกาลอวกาศของสวี่ชิง นั่นคือยืดเวลาการจากไปและการเผาร่างขององค์ท่าน เปลี่ยนเป็นช้าลง
ทำให้ 1 อึดใจคือ 1 ชั่วยามบนโลกปัจจุบัน!
ถ้ากล่าวว่าการปิดผนึกของนภานอกพิภพเหมือนทอดแหลงทะเล ถ้าอย่างนั้นทรายกาลอวกาศก็ทำให้ปลาซึ่งกำลังหนีออกจากอวนเปลี่ยนเป็นช้าลง!
ทำให้องค์ท่านจากไปได้ไม่เร็วนัก!
ทำให้สภาวะอ่อนแอขององค์ท่านยืดเยื้อออกไป!
ภาพนี้ทำให้ฟ้าดาราปั่นป่วน เผยเจตจำนงนามแท้จริงรางๆ แฝงความยากจะเชื่อ ดังก้องกลางห้วงลึก
ตอนนี้สวี่ชิงยืนขึ้นในวังเซียน นัยน์ตาฉายแววเยียบเย็นถึงขีดสุด ก้าวออกมาปรากฏตัวกลางฟ้าดารา ยืนหน้าเทพแท้ซึ่งกำลังอ่อนแอถึงขีดสุด ทั้งถูกยืดเวลา 1 อึดใจเป็น 1 ชั่วยามนั่น
“ชอบเห็นคนอื่นเจ็บปวดหรือ” สวี่ชิงเอ่ยปากเนิบช้า กล่าวประโยคแรกตั้งแต่ประมือกันมา
ประโยคนี้แฝงความเยียบเย็น
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ลิ้มลองบ้าง”
สวี่ชิงวาดมือขึ้น โลงศพน้ำแข็งมหึมาพลันปรากฏ
โลงศพนี้แผ่ความหนาวเย็นออกมา ทั้งมี 9 สี
นั่นคือสิ่งที่สวี่ชิงได้มาจากราชวงศ์นภาปั่นป่วน โลงศพน้ำแข็งของนายน้อยจี๋กวงเมื่อปีนั้น!
โลงศพน้ำแข็งนี้คือสิ่งที่ 2 สามีภรรยาผู้นำเซียนจี๋กวงเตรียมไว้ให้บุตรของพวกเขา เคยผนึกนายน้อยจี๋กวงไว้ในนั้น ทำให้เขาคงความเป็นทารก
สิ่งที่แช่แข็งไม่ใช่แค่กายเนื้อ แต่มีจิตวิญญาณ ทั้งมีกาลเวลาด้วย
ถึงอย่างไรก็เป็นของผู้นำเซียน แน่นอนว่าอานุภาพย่อมชวนตะลึง
ตอนนี้สวี่ชิงนำมันออกมา ยามวาดมือโลงศพมุ่งตรงไปทางเทพแท้ซึ่งกำลังเผาไหม้ ปกคลุมตัวเขา เมื่อฝาโลงปิดลง ผนึกน้ำแข็งก็เสร็จสมบูรณ์!
ทำให้เทพแท้ซึ่งโดนแผดเผา ทั้งไม่ทันหวนคืนสภาพเดิมถูกผนึกไว้ในนั้น
รวมถึงผนึกเวลาพร้อมกัน!
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้สภาพฟื้นคืนของเทพแท้ชะงักค้างระดับหนึ่ง
ไม่อาจจากไปหรือฟื้นคืนกลับมาอย่างแท้จริง
คล้าย…อำพันกาลเวลา!
ต่อจากนั้นองค์ท่านจมอยู่กับความเจ็บปวดของการแผดเผาไร้สิ้นสุด ดิ่งลึกลงชั่วกาลนาน
เทพแท้เป็นอมตะ ไม่ใช่คำอวยพรของวงแหวนชั้นบนอีก หากแต่เป็นคำสาปแช่ง!
ขณะเดียวกันด้วยสภาพเช่นนี้ ทำให้มีแก่นตั้งต้นแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย คล้ายกับหินวิญญาณ!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



