Skip to content

Outside Of Time 1230

Outside of Time
BC

บทที่ 1230 ไอพลังประหลาดแปดเปื้อนวิญญาณ กลิ่นอายวิญญาณเซียนเทพรังเกียจ

36 ระบบดาวชั้นบน ความจริงแล้วสามารถมองเป็นแผนที่ดาวขนาดมหึมาที่ต่างเป็นอิสระจากกันได้

C

ภายในของระบบดาวทุกระบบล้วนกว้างใหญ่ไพศาลไร้ซึ่งขอบเขต

แต่ถ้ามองโดยรวมแล้ว เช่นนั้น 36 ระบบดาวชั้นบนนี้ ความจริงแล้วต่างเชื่อมต่อกัน จับกลุ่มกันเป็นวงแหวนขนาดมหึมาไร้ระเบียบ ที่ยิ่งใหญ่จนทำให้สรรพชีวิตทั้งหลายต้องตื่นตะลึงสั่นสะท้าน

ส่วนวงแหวนที่จับกลุ่มขึ้นมาจาก 36 ระบบดาวชั้นบน ที่บริเวณตรงกลางเป็นมหาสมุทรที่เป็นสีดำและเต็มไปด้วยไอพลังประหลาดเข้มข้น!

อาณาบริเวณของมันยิ่งใหญ่เกินกว่าทุกสิ่ง

ชื่อของมันคือมหาสมุทรพลังงานต้นกำเนิด

ที่นั่นเต็มไปด้วยความลึกลับเกินหยั่ง ไม่อาจจินตนาการได้ ไม่สามารถเข้าใจได้ พื้นที่แกนกลางของมัน ต่อให้เป็นระดับผู้นำเทพก็ยากจะบุกเข้าไปได้ง่ายๆ

และมันมีแม่น้ำสายหลัก 36 สาย ทอดตัวไปยังระบบดาวทั้ง 36 แห่ง ขณะเดียวกันในระบบดาวของพวกมันเอง ก็แตกแขนงออกเป็นแม่น้ำสายย่อยมากมาย กลายเป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญและเทพเจ้าเรียกกันว่า…มหาสมุทรนอก!

สงครามระหว่างระบบดาวที่ 4 และระบบดาวที่ 5 เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ทั้ง 2 ระบบดาวบรรจบกัน

ตรงนั้น พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นของระบบดาวที่ 5 อีกส่วนหนึ่งเป็นของระบบดาวที่ 4

การต่อสู้ของทั้ง 2 ฝ่ายเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างเซียนกับเทพเจ้า ดำเนินมาเป็นเวลาเนิ่นนานนับไม่ถ้วน เดิมทีก็เข้าสู่ภาวะชะงักงัน แต่ละฝ่ายไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ ดังนั้นจึงต่างสะกดกลั้น ยังไม่เกิดสงครามในระดับผู้นำเทพขึ้น

จนกระทั่งระบบดาวที่ 4 ได้มีผู้นำเทพคนใหม่ปรากฏขึ้น!

ดังนั้น ภายใต้การนำของผู้นำเทพองค์นี้ และยังมาเยือนด้วยตัวเอง จังหวะของสงครามก็เร็วขึ้น เปลี่ยนมารุนแรงกว่าที่เคย

ผู้นำเซียนจั้นหลูที่ประจำการอยู่ที่ชายแดน ก็ได้พบกับคู่ต่อสู้ในชั่วชีวิตนี้ของเขาแล้ว!

และการต่อสู้ในระดับนั้น ก็ไม่ใช่แค่วิชาเต๋าและวิชาเทพอีกต่อไป การต่อสู้ระหว่างพวกเขายิ่งไม่ใช่สิ่งที่เทพเจ้าและผู้บำเพ็ญธรรมดาจะมองเห็นได้อย่างกระจ่างชัด

ต่อให้ถึงระดับเทพแท้จริงและเซียนชั้นล่างแล้วก็ตาม สำหรับการต่อสู้ของผู้นำเทพและผู้นำเซียน ก็ไม่อาจที่จะเข้าใจได้ ทำได้เพียงรับรู้ได้รางๆ เท่านั้น

เพราะระดับผู้นำเทพและผู้นำเซียน แกนหลักของการต่อสู้นั้น เกี่ยวข้องกับพลังอำนาจ!

สำหรับผู้บำเพ็ญในสนามรบแล้ว ผู้นำเซียนจั้นหลู คือพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของผู้บำเพ็ญ เป็นตัวตนที่เหนือกว่ากฎสวรรค์ เป็นส่วนหนึ่งของเจตจำนงของระบบดาวที่ 5 ยิ่งเป็นเจตจำนงสูงสุดในสนามรบ

เขาอยู่ที่ตรงนั้นก็สามารถทำให้กลิ่นอายวิญญาณเซียนที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้บำเพ็ญ แผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง ขับไล่ไอพลังประหลาดทั้งหมดไปได้!

หากขับไล่ไอพลังประหลาดที่นี่ไปได้ทั้งหมด เหลือไว้เพียงกลิ่นวิญญาณเซียนเท่านั้น เช่นนั้น สถานการณ์ของสงครามก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

จนกระทั่งเมื่อมองไปที่ระบบดาวที่ 4 ทั้งหมด หากวันหนึ่ง ไอพลังประหลาดในระบบดาวที่ 4 ถูกแทนที่ด้วยวิญญาณเซียนไปทั้งหมด เช่นนั้น…

ไม่มีไอพลังประหลาด ไม่มีกลิ่นอายเทพเจ้า สำหรับเทพเจ้า…ก็เหมือนปลาที่ขาดน้ำ แม้จะยังดิ้นรนได้ แต่จุดจบก็จะไม่แตกต่างจากเทพเจ้าในระบบดาวที่ 5 แต่เดิมนั่นมากนัก

นี่ก็คือวิธีที่ระบบดาวที่ 5 ได้คิดค้นขึ้นมาสยบกำราบเทพเจ้า

กลิ่นอายเทพเจ้าไอพลังประหลาด คือพิษของผู้บำเพ็ญ หากสัมผัสวิญญาณจะแปดเปื้อน

กลิ่นอายวิญญาณเซียน ทำให้เทพเจ้ารังเกียจ หากได้กลิ่นจะได้รับความเสียหาย

นี่ก็คือพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่

ส่วนผู้นำเทพย่อมเข้าใจเรื่องสำคัญเรื่องนี้ ดังนั้นทันทีที่ที่ปรากฏขึ้นในสนามรบ ไอพลังประหลาดมหาศาลที่เกิดขึ้นจากกลิ่นอายเทพเจ้าเข้มข้น ก็แผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง

ใช้ไอพลังประหลาด ท่วมจมทุกสิ่ง ซึ่งรวมถึงกลิ่นอายเซียนด้วย

ดังนั้น สงครามที่เกิดขึ้นระหว่างระบบดาวที่ 4 และระบบดาวที่ 5 มองจากระดับสูง คือการต่อสู้ระหว่างผู้นำเทพกับผู้นำเซียน และยังเป็นการปะทะกันระหว่างไอพลังประหลาดและกลิ่นอายวิญญาณเซียน

ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ให้กับฝ่ายของตัวเอง!

แม้ว่าฝ่ายเทพเจ้าจะไม่ทำตามกฎการต่อสู้เช่นนี้ ฝืนลงมือ แต่จุดจบก็จะไม่เปลี่ยนไป เพราะการสยบอีกฝ่ายจากรากฐาน สุดท้ายก็จะกลายเป็นการปะทะกันระหว่างไอพลังประหลาดและวิญญาณเซียน

อย่างไรเสีย เมื่อเทียบกับความเข้มข้นของไอพลังประหลาดในระบบดาวที่ 4 กลิ่นอายวิญญาณเซียนในระบบดาวที่ 5 ก็เช่นกัน ดังนั้นฝ่ายใดก็ตามที่ก้าวเข้าสู่ระบบดาวของฝ่ายตรงข้าม ก็จะถูกลดทอนพลังให้อ่อนแอลงอย่างไร้รูปร่าง

ดังนั้น การค่อยๆ กลืนกินและยึดครองทิศทางของสถานการณ์ จึงจะเป็นกุญแจสำคัญของสงคราม

ดังนั้น เทพเจ้าและผู้บำเพ็ญที่ต่ำกว่าระดับผู้นำลงไป บทบาทของพวกเขาในสนามรบก็เปลี่ยนมามีความสำคัญอย่างยิ่ง

พวกเขาต้องเสริมสร้างและแย่งชิงทิศทางของสถานการณ์ให้กับผู้นำของแต่ละฝ่าย

เพราะการต่อสู้ระหว่างผู้นำเทพกับผู้นำเซียนที่ผู้บำเพ็ญระดับต่ำไม่เข้าใจ จะปรากฏออกมาทั้งหมดในรูปของการไหลและการแพร่กระจายของกลิ่นอายวิญญาณเซียนและไอพลังประหลาด

สำหรับผู้บำเพ็ญแล้ว ในยามที่ผู้นำเซียนได้เปรียบ กลิ่นอายวิญญาณเซียนพุ่งเพิ่มมหาศาล ขับไล่ไอพลังประหลาดในพื้นที่แห่งหนึ่งไปได้ พวกเขาก็จะต้องมุ่งหน้าไปที่นั่นทันที สร้างธงวิถีพิเศษที่เป็นของระบบดาวที่ 5 ขึ้นที่บริเวณสุดปลายขอบเขตขึ้นอย่างรวดเร็ว

หน้าที่ของธงวิถี คือการทำให้กลิ่นอายวิญญาณเซียนในพื้นที่นั้นคงที่ ทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นอาณาเขตของระบบดาวที่ 5

ขณะเดียวกัน ตามคำบัญชา ก็จะไปมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ของเทพเจ้า ไปทำลายรากฐานเทพเจ้าที่นั่น

จากนั้นก็เหมือนกับการปั้นก้อนหิมะ ยึดครองให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ก่อตัวแนวโน้มของทิศทางสถานการณ์ และส่งผลกลับไปยังผู้นำเซียน ทำให้การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในระดับผู้นำเกิดการเปลี่ยนแปลง

ส่วนฝ่ายเทพเจ้าก็เช่นกัน ในด้านหนึ่งคือต้องเสริมสร้างข้อได้เปรียบที่ผู้นำเทพได้รับ อีกด้านหนึ่งก็ต้องขัดขวางไม่ให้ผู้บำเพ็ญปักธงวิถี และขณะเดียวกันก็ไปทำลายทุกสิ่ง ทำให้ไอพลังประหลาดแพร่กระจายไปมากขึ้น รุกรานไปทั่วทุกทิศ

สิ่งที่ปรากฏขึ้นบนสนามรบ เมื่อมองจากมุมสูงลงมา ก็จะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่านั่นคือการผสมผสานระหว่างสีดำและสีขาว

สีดำ คือไอพลังประหลาด

สีขาว คือวิญญาณเซียน

ราวกับภาพวาดหมึกขาวดำ ที่ต่างเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โต้ตอบไปมา ชิงพื้นที่กันทุกกระเบียดนิ้ว

นี่ก็คือมหาศึกของเทพเจ้าและเซียน

สงครามในระดับเจ้าเหนือหัว มีทิศทางของสถานการณ์เป็นหัวใจสำคัญ ทุกการลงมือจะส่งผลกระทบต่อสนามรบด้านล่าง ขณะเดียวกันกองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายในสนามรบด้านล่าง ก็ส่งผลต่อการต่อสู้สะท้อนกลับมายังผู้นำของแต่ละฝ่ายเช่นกัน

ดังนั้นจึงมีความรุนแรง

ความตายเกิดขึ้นตลอดเวลา

การที่ผู้อ่อนแอต้องเจอกับผู้แข็งแกร่งก็มีอยู่ทุกที่เช่นกัน

ตอนนี้ บนสนามรบที่ครอบคลุมจักรวาลนับไม่ถ้วนนี้ ที่ด้านซ้ายด้านหลังของพื้นที่ผู้บำเพ็ญ มีกลุ่มย่อยจากกรมรวบรวมทรัพยากรร้อยกว่ากลุ่ม กำลังทยอยส่งข้ามมา

หนึ่งในนั้น กลุ่มที่เคยมีข้อขัดแย้งกับซิงหวนจื่อและสวี่ชิงบนดวงดาวกรมรวบรวมทรัพยากรก็อยู่ในนั้นด้วย

ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น สีหน้าของพวกเขาล้วนเปลี่ยนไปทั้งหมด สีหน้าเคร่งขรึม ภายใต้สายตาที่เย็นชาจากกองทัพที่เฝ้าคุ้มกันรักษาพื้นที่ส่งข้ามแห่งนี้ แต่ละกลุ่มก็รีบพุ่งทะยานไปยังที่ไกลออกไป

ผู้บำเพ็ญจากกรมรวบรวมทรัพยากรทุกคนฐานะเปลี่ยนไป กลายเป็นผู้ขนส่งที่มาถึงที่นี่ ภารกิจของพวกเขาคือการแบ่งกลุ่มเล็กๆ พุ่งทะยานไปในสนามรบ ใช้ความเร็วที่เร็วที่สุด ส่งพลังงานต้นกำเนิดที่รวบรวมได้ ไปส่งยังสนามรบด้านปีกซ้าย

ที่นั่น ต้องการพลังงานต้นกำเนิดอย่างเร่งด่วน!

ในตอนนี้ จากแสงส่งข้ามที่เลือนหายไป สวี่ชิงและคนอื่นๆ ก็ถูกส่งข้ามมาถึงแล้ว

ทันทีที่ปรากฏตัวบนแท่นค่ายกล ท้องฟ้าดาราที่ไม่คุ้นเคย บรรยากาศที่โหดเหี้ยมอำมหิต กลิ่นอายวิญญาณเซียนรอบๆ ที่เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด ตลอดจนและไอพลังประหลาดจางๆ ที่ลอยอยู่ในห้วงท้องฟ้าดารา

ก็พุ่งเข้าสู่สัมผัสการรับรู้ของทุกคนในทันที

ทำให้ผู้โบยบินสู่สวรรค์จำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก

สำหรับพวกเขาแล้ว สงครามเมื่อก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่อยู่ไกลตัวนัก

ในชีวิตนี้ แม้จะเคยต่อสู้มามากมาย แต่การเข้าร่วมสงครามแทบไม่เคยเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวที่ดังมาจากไกลๆ บ้างเป็นครั้งคราว ตลอดจนเสียงคำรามแปลกประหลาดที่ดูเหมือนจะดังมาจากจักรวาลหายๆ แห่ง ทั้งยังมีความปั่นป่วนของมิติที่มาจากทั่วทุกทิศทาง ตลอดจนความเย็นยะเยือกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เกิดขึ้นหลังจากความตายมหาศาล…

ยิ่งแพร่กระจายเข้าไปในจิตใจของพวกเขา

ทำให้ผู้โบยบินสู่สวรรค์เหล่านี้ส่วนใหญ่จิตใจเหม่อลอยไปในระดับที่แตกต่างกัน

มองสำรวจไปรอบๆ ไปโดยสัญชาตญาณ

แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้สำรวจอย่างละเอียด ในกองทัพผู้บำเพ็ญที่ประจำการพื้นที่แถบนี้ในที่ไกลๆ ก็มีเสียงตวาดต่ำทุ้มดังมาทันที

“พวกเจ้า! ยังไม่รีบไปส่งพลังงานต้นกำเนิดอีก!”

เสียงนี้ เหนือยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง ฟาดผ่าลงในใจของทุกคน กลายเป็นเสียงคำรามสะท้านฟ้า

พลังอำนาจที่แฝงอยู่ ยิ่งเหมือนถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร ราวกับกลายเป็นพายุที่ทำลายทุกสิ่ง

ทำให้คนทั้งหลายสีหน้าต่างเปลี่ยนไปอีกครั้ง

นั่นคือเสียงของเซียนชั้นล่าง!

รูม่านตาของสวี่ชิงหดเล็ก แต่สำหรับสงคราม เขาคุ้นเคยดี แม้จะไม่เคยเข้าร่วมสงครามขนาดนี้มาก่อน แต่ด้านจิตใจของเขาก็ดีกว่าคนอื่นๆ มากนัก

ดังนั้นร่างเพียงไหววูบ ก็พุ่งออกไปทันที

ผู้บำเพ็ญในกลุ่มคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหลังเขาต่างก็ทยอยพุ่งไป ตามอยู่ข้างหลังสวี่ชิง

ยิ่งมาถึงสนามรบ ยิ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อันตราย ความสามัคคีของกลุ่มของพวกเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

นี่ก็คือธรรมชาติของมนุษย์

เนื่องจากกำลังรบของสวี่ชิงก็อยู่บนจุดสูงสุดของทุกคน ฐานะของเขาก็ยิ่งแตกต่างออกไป ดังนั้นติดตามอยู่ข้างกายสวี่ชิง ความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิตในสนามรบ ก็ย่อมมากที่สุดเป็นธรรมชาติ

แต่ในใจของสวี่ชิง ในตอนนี้กลับเคร่งเครียด

เขาบินทะยานมาตลอดทาง ทอดสายตามองไปยังที่ไกลๆ สัมผัสรับรู้รอบตัว

สำหรับไอพลังประหลาด เขามีความไวกับมันมากกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นจึงสามารถสัมผัสได้ว่าไอพลังประหลาดในพื้นที่นี้ ดูเหมือนจากการเคลื่อนหน้าไป ก็กำลังเข้มข้นขึ้นทีละน้อยอย่างที่แทบจะไม่อาจตรวจสอบได้

“ยิ่งไปกว่านั้น หากต้องการพลังงานต้นกำเนิดอย่างเร่งด่วนจริงๆ…ไม่ว่าจะส่งข้ามหรือจัดให้ผู้แข็งแกร่งขนส่ง ล้วนเป็นทางเลือกที่ราบรื่นและประหยัดเวลากว่า”

“ทำไมถึงต้องให้คนที่แทบจะไม่เคยผ่านสนามรบมาก่อน มาที่นี่เพื่อขนส่งด้วย”

ระหว่างทางที่มาถึง ความสงสัยนี้ก็ผุดขึ้นในใจของสวี่ชิงแล้ว

ตอนนี้เมื่อมาถึงสนามรบ หลังจากสัมผัสรับรู้ถึงไอพลังประหลาดที่ลอยอยู่ที่นี่ ความสงสัยนี้อยู่ในสมองของเขาก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลางความรางเลือน การคาดเดาหนึ่งก็ผุดขึ้นตามมา

และในเสี้ยวพริบตาที่การคาดเดาผุดขึ้น ข้างหลังสวี่ชิงก็มีเสียงกรีดหวีดหวิวดังมา ซิงหวนจื่อ โจวเจิ้งลี่ และเสียหลิงจื่อ รวมถึงหย่วนซานซู่และคนอื่นๆ ก็พุ่งตรงมาหาสวี่ชิง

ความเร็วของสวี่ชิงชะลอลง หลังจากให้พวกเขาตามตนได้ทัน ก็หรี่ตาลง มองไป

ซิงหวนจื่อสีหน้าเคร่งขรึม รีบถ่ายทอดเสียงทันที “สวี่ชิง ธรรมนูญของข้าสัมผัสได้ว่ากฎระเบียบที่นี่กำลังแตกสลาย ความปั่นป่วนวุ่นวายยิ่งชัดเจนขึ้น มีบางอย่างผิดปกติ!”

เสียหลิงจื่อเลียริมฝีปากของเขา ถ่ายทอดเสียงเช่นกัน “พวกเจ้าก็รู้ว่าข้าแตกต่างจากพวกเจ้า ข้าไม่ได้เข้าใจธรรมนูญด้วยตัวเอง แต่มีของวิเศษธรรมนูญพิเศษ กระบี่หักของข้าเล่มนั้นปล่อยความตื่นเต้นออกมา จากความเข้าใจที่ข้ามีต่อกระบี่เล่มนี้ ทุกครั้งที่ข้าต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตความตาย มันจะเป็นแบบนี้ตลอด”

“ตอนนี้ ความตื่นเต้นที่มันปล่อยออกมา มากอย่างไม่เคยมีมาก่อน!”

โจวเจิ้งลี่ที่อยู่ข้างๆ ก็สีหน้าเคร่งขรึมเป็นอย่างมากเช่นกัน หลังจากที่ซิงหวนจื่อและเสียหลิงจื่อทยอยกันพูดขึ้นมา เขาก็มองไปยังสวี่ชิง และส่งเสียงต่ำทุ้มออกมา “นายท่าน การมาถึงของพวกเรา ความจริงแล้วไม่สมเหตุสมผลเลย ดังนั้นข้าจึงมีการคาดเดาอย่างหนึ่ง…”

“เป็นไปได้หรือไม่ว่า พวกเรา…”

สายตาของโจวเจิ้งลี่กวาดไปยังทุกคน

“เป็นเหยื่อล่อ!”

“ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่กลุ่มของพวกเรา แต่เป็นพลังงานต้นกำเนิดที่กลุ่มรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดที่มาที่นี่นำมา…”

“จะกลายเป็นเหยื่อล่อ!”

ทันทีที่เสียงโจวเจิ้งลี่ดังออกมา ทุกคนก็ตกอยู่ในห้วงความคิด

ดวงตาของสวี่ชิงฉายประกายแสงเย็นยะเยือก การคาดเดาที่ผุดขึ้นในสมองของเขาก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนี้!

“ในพื้นที่ที่ยังคงเป็นค่ายของผู้บำเพ็ญตอนนี้ การโยนพวกเราออกมาเป็นเหยื่อล่อ นี่หมายความว่า…” สวี่ชิงค่อยๆ กล่าวขึ้น

หลังจากที่คำพูดของเขาดังออกมา หย่วนซานซู่ก็ตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา “หมายความว่า พื้นที่นี้กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง!”

“ดังนั้นจึงต้องดึงดูดเทพเจ้าที่ซ่อนตัวอยู่ในสนามรบแห่งนี้ออกมาล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการทำให้สถานการณ์มั่นคงหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!