Skip to content

Outside Of Time 1241

Outside of Time
BC

บทที่ 1241 ไม่มีศพก็ฝืนเก็บ

สนามรบในท้องฟ้าดารา ดวงดาวระยิบระยับ มีเสียงกลองพิเศษดังแว่วกังวาน เกิดเป็นเสียงที่แฝงด้วยวิชาเซียน สั่นสะเทือนไปทั่วความว่างเปล่า

C

นี่คือกลองสยบเทพ

เป็นอาวุธสำคัญของกองทัพคะนึงมังกรที่ออกลาดตระเวน เพื่อกวาดล้างเทพเจ้าที่ซ่อนตัวอยู่

มันสามารถสัมผัสรับรู้ถึงร่องรอยของเทพเจ้าทั้งหมดที่อยู่ในขอบเขต ไวต่อไอพลังประหลาดเป็นอย่างยิ่ง

ตอนนี้เสียงกลองได้เปลี่ยนเป็นสัญญาณ ในขณะที่จับเป้าหมายทุกทิศทาง ภายใต้โองการจากเสียงต่ำทุ้ม เรือเหาะทั้ง 5 ลำจากหน่วยลาดตระเวนก็พุ่งทะยานออกไป

มุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่เป้าหมาย

หน่วยลาดตระเวนที่เหลือก็ยังคงเดินทางเคลื่อนหน้าต่อไป ไปตรวจสอบพื้นที่อื่น และรอการรายงานกลับมาจากเรือเหาะที่ออกไปปฏิบัติภารกิจกวาดล้าง

เช่นนี้เอง เวลาค่อยๆ ผ่านไป

การสำรวจในพื้นที่อื่นยังไม่เสร็จสิ้น แต่เรือเหาะที่ออกไป กลับมีข้อมูลส่งกลับมาล่วงหน้า

“ใต้เท้า พวกข้าได้เดินทางตามการนำทางของเสียงกลองมาถึงดาวธุลีพิฆาตซึ่งเป็นสถานที่ตั้งแท่นบูชาของเทพเจ้าแล้ว แต่ที่นี่เต็มไปด้วยซากศพของเทพเจ้า อีกทั้งยัง…สะอาดหมดจด”

น้ำเสียงของผู้บำเพ็ญที่ส่งข้อมูลมาแฝงไปด้วยความแปลกประหลาด

“มีผู้ที่ไม่รู้จักมาถึงที่นี่ก่อนพวกเรา และกำจัดเหล่าองค์ท่านไปแล้ว”

ในท้องฟ้าดารา ภายในเรือเหาะของหน่วยลาดตระเวน ผู้รับผิดชอบภารกิจลาดตระเวนครั้งนี้ คือผู้บำเพ็ญวัยกลางคนที่มีสีหน้าเคร่งขรึมคนหนึ่ง

ผู้บำเพ็ญคนนี้สวมเกราะเกล็ดสีน้ำเงิน ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุดออกมา ไม่ธรรมดาเลย

ตอนนี้หลังจากรับรู้ถึงข้อมูลที่ส่งกลับในขณะที่นั่งเข้าณานแล้ว ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนคนนี้ก็ลืมตาทั้ง 2 ขึ้น ในดวงตาแฝงด้วยรอยครุ่นคิด

แนวรบแถบนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพคะนึงมังกร และในพื้นนี้ ก็มีเพียงหน่วยลาดตระเวนของเขาเท่านั้น

แต่ตอนนี้ กลับมีผู้ที่ไม่รู้จักลงมือก่อนพวกเขา…

ดังนั้นไม่นานนัก ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนก็ออกคำสั่งลงไป ในเสี้ยวพริบตาต่อมา เรือเหาะลาดตระเวนทั้งหมดก็เปลี่ยนทิศทาง พุ่งเข้าสู่ความว่างเปล่าในท้องฟ้าดารา และพุ่งทะยานไปยังดาวธุลีพิฆาต

หลังจากนั้นไม่นาน นอกดาวธุลีพิฆาตซึ่งเป็นที่ตั้งของกลุ่มย่อยทมิฬ ครอบงำ กาฬ วิญญาณ และวายุ ทั้ง 5 กลุ่ม ท่ามกลางระลอกคลื่นในท้องฟ้าดารา เรือเหาะลาดตระเวนแต่ละลำ…แต่ละลำ จากความว่างเปล่าปรากฏขึ้นมา พุ่งทะยานออกจากห้วงมิติ

ในทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น ก็มีผู้บำเพ็ญวัยกลางคนที่เป็นระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุดคนนั้นเป็นผู้นำ เงาร่างร้อยกว่าร่างพุ่งทะยานออกมา ราวกับดาวตกเป็นทางๆ มุ่งตรงไปยังดวงดาว

ลงมาเยือนในเสี้ยวพริบตา

หลังจากนั้น…สีหน้าของทุกคนต่างก็ประหลาดไป

สิ่งที่ปรากฏในสายตาของพวกเขา คือแท่นบูชาที่พังทลาย และซากศพของเทพเจ้าที่เกลื่อนกลาดอยู่ทั่ว

ศพเหล่านั้นล้วนแห้งเหี่ยว ทั้งยังไม่ใช่การสังหารให้แตกดับในคราเดียว แต่มีร่องรอยการถูกกระตุ้นอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าจะถูกฝืนบังคับเก็บเกี่ยวพลังงานต้นกำเนิดไป

และก็สะอาดหมดจดจริงๆ…

ไม่มีพลังงานต้นกำเนิดเหลืออยู่แม้แต่น้อย

เมื่อมองดูสิ่งเหล่านี้ ทุกคนต่างมองหน้ากัน

วิธีการเช่นนี้ ไม่เหมือนรูปแบบของกองทัพคะนึงมังกรของพวกเขาเลย

องครักษ์คนสนิทที่อยู่ข้างๆ ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนที่เป็นผู้รับผิดชอบภารกิจลาดตระเวนครั้งนี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ดูเหมือนกองเก็บกวาด…จะเก็บกวาดสะอาดเกินไป”

คำพูดนี้ พูดแทนใจของหลายๆ คน

ภาพที่อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็เหมือนว่ากองเก็บกวาดผ่านมาแล้ว

เพราะการเก็บเกี่ยวพลังงานต้นกำเนิดเป็นงานละเอียด หากเป็นพวกเขาก็ยากที่จะทำให้สะอาดหมดจดได้ขนาดนี้ นี่ต้องอาศัยความชำนาญซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“แต่กองเก็บกวาดพวกนั้นก็เหมือนอีแร้ง ปรากฏตัวในสนามรบที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น”

“สถานที่ที่มีเทพเจ้าแค่หลาย 10 องค์เช่นนี้ พวกเขาปกติแล้วจะไม่มาปรากฏตัว”

ก็มีคนตั้งคำถามขึ้นมา “หรือว่ามีหน่วยสอดแนมจากกองทัพอื่นมาที่นี่ แล้วมีกองเก็บกวาดติดตามมาด้วย นี่มันการจัดทัพแบบไหนกัน”

และในระหว่างที่ทุกคนกำลังวิเคราะห์ ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุดคนนั้น สายตากวาดมองไปยังซากศพทั้งหมด และมองไปยังแท่นบูชาที่พังทลาย ในที่สุดสายตาก็จับไปที่ศพหนึ่ง

มองดูศพนี้ ดวงตาของเขาก็ฉายประกายแสงลึกลับออกมา เอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ “เทพเจ้าองค์นี้เป็นระดับแท่นเทวะขั้นกลาง!”

“เหล่าองค์ท่านซ่อนตัวอยู่ที่นี่ จัดตั้งแท่นบูชา แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดใช้งาน สุดท้ายก็จำต้องเปิดใช้งานอย่างรีบร้อน”

“ดังนั้น ผู้ที่สังหารเหล่าองค์ท่าน ไม่ได้ใช้กลองสยบเทพค้นหาเหมือนกับเรา แต่…ได้จับตามองเหล่าองค์ท่านมานานแล้ว”

“สามารถใช้เวลาเพียงสั้นๆ เช่นนี้สังหารเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นกลางได้ ทั้งยังลบร่องรอยทั้งหมด ทำให้เราไม่ทันสังเกตเห็น ผู้ที่เราไม่รู้จักกลุ่มนี้ไม่ธรรมดาเลย”

เมื่อคำพูดของผู้บำเพ็ญวัยกลางคนดังออกมา รอบๆ ก็เงียบสงัดในทันที

ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนก็ดึงสายตากลับมา

“รายงานเรื่องนี้ขึ้นไป น่าจะมีเพื่อนร่วมรบจากกองทัพอื่นที่ข้ามเขตเข้ามา”

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินไปก้าวหนึ่ง เดินขึ้นไปยังท้องฟ้าดารา ผู้บำเพ็ญที่อยู่ข้างๆ ต่างทะยานขึ้นไป กลับไปยังเรือเหาะ

แต่ในนั้นมีหลายคน ขณะกลับไปก็หันกลับมามองสนามรบ ในใจก็เกิดความรู้สึกมากมาย

“ข้ามเขตเข้ามาและยังพากองเก็บกวาดมาด้วยอีก…”

……

ขณะเดียวกัน ในท้องฟ้าดาราที่อยู่ห่างจากดาวธุลีพิฆาตระยะหนึ่ง พวกสวี่ชิงที่หน่วยลาดตระเวนของกองทัพคะนึงมังกรคิดว่าข้ามเขตมา ตอนนี้กำลังรีบเร่งเดินทางไปอย่างลับๆ พลางถ่ายทอดเสียงถึงกัน เพื่อสรุปผลการต่อสู้ในครั้งนี้

“ความเร็วในการเก็บเกี่ยวยังช้าเกินไป”

“แม้ว่าพวกเราจะถนัดการเก็บเกี่ยวทั้งเป็น แต่การเก็บเกี่ยวทั้งเป็นจำเป็นต้องผนึกเทพเจ้าก่อน ซึ่งไม่เร็วเท่าการสังหาร”

“และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ยังต้องกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง…”

“ปกติก็ยังพอไหว แต่ในสนามรบ ความจริงแล้วเก็บเกี่ยวจากซากเหมาะสมมากกว่า!”

“พวกเราต้องฝึกเก็บเกี่ยวจากซากให้มากขึ้นถึงจะถูก ความเร็วในการเก็บเกี่ยวที่เร็วขึ้น ยิ่งเหมาะกับสนามรบ”

ในระหว่างการสนทนาและสรุปผล สวี่ชิงก็กล่าวขึ้นเพื่อกำหนดทิศทาง “เช่นนั้นต่อจากนี้ นอกจากภารกิจเก็บกวาดร่วมกันแล้ว ก็ใช้วิธีอย่างก่อนหน้านี้ หากลุ่มย่อยเทพเจ้าที่เหมาะสม เก็บเกี่ยวและฝึกฝนไปด้วย!”

เมื่อคำพูดของสวี่ชิงที่ดังออกมา ทุกคนต่างพากันพยักหน้า จากนั้นก็แยกย้ายกันไป เพื่อหาเป้าหมายต่อไป

ในไม่ช้า ท่ามกลางท้องฟ้าดาราก็เหลือเพียงสวี่ชิงคนเดียว เขามองไปยังผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่จากไปเหล่านั้น หลังจากนั้นไม่นาน ก็หาอุกกาบาตดวงหนึ่ง เพื่อเป็นถ้ำที่พักชั่วคราวของเขา นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างในนั้น

เขาเตรียมที่จะดูดซับพลังงานต้นกำเนิดต่อไป เพื่อให้พลังบำเพ็ญของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สำหรับสงครามครั้งนี้ หลังจากเดินทางมาตลอดทาง ตอนนี้ขณะที่นั่งขัดสมาธิ ท่ามกลางความเงียบ สวี่ชิงก็ครุ่นคิด “โดยรวมแล้ว ความชักช้าที่เกิดขึ้นในแนวรบแนวหน้าปีกซ้ายนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นฉากละครที่ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมมือกัน”

“ต่างฝ่ายต่างมีจุดประสงค์”

“น่าเสียดายที่เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าจุดประสงค์ของพื้นที่ใจกลางกลางแนวรบคืออะไร”

“แต่ที่แน่ใจได้คือ…ด้วยสงครามขนาดนี้ และการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เช่นนั้นสิ่งที่จะต้องบรรลุนั้น จะต้องมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่งแน่นอน!”

สวี่ชิงพึมพำ

มีเพียงการวิเคราะห์สถานการณ์ของสงครามเท่านั้น ถึงจะสามารถได้รับสิ่งที่ต้องการได้ดีขึ้นจากในนั้น

“ตอนนี้ข้าเป็นระดับเตรียมเซียนช่วงต้น หากต้องการไปถึงขั้นบริบูรณ์ ต้องใช้พลังงานต้นกำเนิดจำนวนมหาศาล…”

“และเวลา…ก็เหลือไม่มากแล้ว”

“ทุกอย่างจะต้องหาวิธีเร่งความเร็ว!”

สวี่ชิงพึมพำ ขณะยกมือขึ้นก็นำพลังงานต้นกำเนิดที่เก็บเกี่ยวมาตลอดทางออกมา และเริ่มดูดซับ

เวลาค่อยๆ ผ่านไปเช่นนี้เอง

3 เดือนผ่านไปในชั่วพริบตา

ในช่วง 3 เดือนนี้ ในแนวรบที่กองทัพคะนึงมังกรรับผิดชอบ เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนดาวธุลีพิฆาตก็เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง

ทุกครั้งล้วนเกิดขึ้นก่อนที่หน่วยลาดตระเวนจะมาถึง เทพเจ้าที่ซ่อนตัวอยู่ก็จะถูกกำจัด และพลังงานต้นกำเนิดจะถูกเก็บเกี่ยวไป

และทั้งความเร็วในการต่อสู้และการเก็บเกี่ยวก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ

ระดับความสะอาดในการทำความสะอาดสนามรบก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นในหมู่หน่วยลาดตระเวนหลายๆ หน่วยก็เริ่มมีข่าวลือ

มีข่าวลือว่ามีกลุ่มย่อยจากกองทัพอื่นข้ามเขตเข้ามาในพื้นที่ของกองทัพคะนึงมังกร และยังกำเริบเสิบสานพากองเก็บกวาดมาด้วย ทุกครั้งที่ลงมือก็รวดเร็ว แม่นยำ สะอาด และโหดเหี้ยม

เรื่องนี้ค่อยๆ สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับกองเก็บกวาดในแนวรบแถบนี้

ขณะเดียวกันก็ดึงดูดความสนใจจากผู้นำระดับสูงของกองทัพ แต่ในตอนที่พวกเขาเตรียมที่จะสืบสวนอย่างละเอียด กลุ่มย่อยลึกลับนี้ก็หายไป ไม่ปรากฏตัวอีก

เนื่องจากเรื่องราวที่คล้ายคลึงกันนี้ ความจริงก็เกิดขึ้นในแนวรบต่างๆ เป็นครั้งคราว ดังนั้นเมื่อพบว่ากลุ่มย่อยนี้หายไป กองทัพคะนึงมังกรก็ไม่ได้แบ่งสมาธิไปสืบสวน

นอกจากนี้ยังอีกเหตุผลหนึ่งคือ สงครามในพื้นที่รบนี้ มีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆ

และตอนนี้ บนดาวขนาดมหึมาสีขาวดวงหนึ่ง การต่อสู้ขนาดเล็กระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายที่มีกำลังพลหลายพันคนกำลังปะทุขึ้น

เสียงระเบิดคำรามสนั่นหวั่นไหวดังต่ำทุ้มมาจากที่ไกลๆ

วิชาเทพและวิชาเซียนก็แผ่ประกายแสงสีสันพร่างพราย ส่องสว่างเจิดจ้าไปทั่วทุกทิศทาง

การต่อสู้ของทั้ง 2 ฝ่ายดุเดือดอย่างยิ่ง

และที่ชายขอบของสนามรบ บนภูเขาลูกมหึมาสีขาว กลุ่มผู้บำเพ็ญกองเก็บกวาดกลุ่มหนึ่งกำลังรออยู่ที่นั่น

ในนั้นก็มีชายชราที่เคยให้คำแนะนำกับพวกสวี่ชิงเมื่อหลายเดือนก่อน

และพวกสวี่ชิงก็อยู่ในนี้เช่นกัน ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งขัดสมาธิทำสมาธิ และแผ่ประสาทสัมผัสรับรู้ออกไป สำรวจสงครามการต่อสู้ข้างหน้า

เมื่อมองดูไปเรื่อยๆ แตกต่างจากการทำงานตามกฎระเบียบของผู้บำเพ็ญกองเก็บกวาดอื่นๆ ผู้โบยบินสู่สวรรค์อย่างพวกสวี่ชิงแต่ละคนต่างอดรนทนไม่ไหวแล้ว

เพราะในช่วงนี้ การออกปฏิบัติภารกิจหลายครั้งของพวกเขา ได้ผลเก็บเกี่ยวที่ไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งความเร็วในการเก็บเกี่ยวก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พลังบำเพ็ญของแต่ละคนล้วนเพิ่มขึ้น

เพียงแต่การปะทุของสงครามอย่างบ่อยครั้งในแนวรบ ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาไปหาประโยชน์ต่อ ทำได้เพียงเข้าร่วมภารกิจเก็บกวาดครั้งแล้วครั้งเล่า

ตอนนี้พวกเขาได้รออยู่ที่นี่เป็นเวลานานแล้ว แต่การต่อสู้ของทั้ง 2 ฝ่ายตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน ไม่สามารถตัดสินแพ้ชนะได้ในเวลาสั้นๆ

ดังนั้นแต่ละคนในดวงตามีประกายแสงวาววาม ส่วนใหญ่มองไปที่สวี่ชิง

สวี่ชิงก็ขมวดคิ้วเช่นกัน ในช่วง 3 เดือนนี้ ผลเก็บเกี่ยวจากพลังงานต้นกำเนิดทำให้พลังบำเพ็ญของเขาเพิ่มขึ้น ตอนนี้เขาก็รีบเร่งอยากจะไปยังสนามรบต่อไปเช่นกัน

แต่เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ในที่นี้ไม่สามารถจบลงได้ในทันที

ดังนั้นหลังจากครุ่นคิดแล้ว สวี่ชิงก็พลันลุกขึ้น ก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง

ทันทีที่เท้าก้าวลงไป ผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่อยู่รอบๆ แต่ละคนก็ตื่นเต้นฮึกเหิม ทยอยกันลุกขึ้นตามมา

ส่วนกองเก็บกวาดอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลต่างประหลาดใจ

โดยเฉพาะชายชราที่เคยให้คำแนะนำกับสวี่ชิงคนนั้น เมื่อมองไป และกำลังจะเอ่ยปาก

แต่เสี้ยวพริบตาต่อมา ความเร็วของสวี่ชิงพลันปะทุขึ้น ท่ามกลางเสียงคำราม ร่างของเขาทั้งร่างกลายเป็นสายรุ้งยาวทางหนึ่ง ราวกับคมมีด พุ่งตรงไปยังสนามรบ

ด้านหลัง พวกโจวเจิ้งลี่ก็ไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น พุ่งทะยานไปพร้อมกัน

เมื่อมองไป พวกเขา 10 กว่าคนนี้ก็เหมือนกับอีแร้ง ทั้งยังเหมือนกับฝูงหมาป่า ทำให้ผู้บำเพ็ญเก็บกวาดคนอื่นๆ บนยอดเขาต่างจิตใจสั่นสะท้าน

ชายชราคนนั้นเบิกตากว้าง

“นี่คือจะเข้าไปก่อนเวลาหรือ นี่…” ชายชราอุทานอย่างตกใจ

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ที่ไกลๆ พวกสวี่ชิงฝืนลงไปเยือนแล้ว

บุกเข้าไปในสนามรบ!

เพียงเสี้ยวพริบตา เสียงระเบิดคำรามสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นข้างหูของพวกเขาอย่างชัดเจน ระลอกคลื่นวิชาเวทก็แผ่ระลอกมาบนร่างของพวกเขา

สวี่ชิงเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไป ความเร็วของเขาปะทุขึ้นอย่างเต็มที่ แปรเปลี่ยนเป็นรอยเงา พุ่งทะลวงไปในสนามรบ มาปรากฏยังข้างศพของเทพเจ้าระดับเพลิงเทวะขั้นสูงสุดทันที

มือขวายกขึ้น กดลงไปบนหน้าอกของศพนั้น ต่อหน้าทั้ง 2 ฝ่ายที่กำลังต่อสู้กันในสนามรบ บนสนามรบแห่งนี้ เริ่มเก็บเกี่ยวพลังงานต้นกำเนิด!

จากพลังงานต้นกำเนิดจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บเกี่ยว ศพของเทพเจ้าองค์นี้ก็แห้งเหี่ยวอย่างรวดเร็ว

ส่วนทั้ง 2 ฝ่ายที่กำลังต่อสู้อยู่ในบริเวณใกล้เคียง หลังจากที่สายตาและจิตเทพสังเกตเห็นภาพนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญหรือเทพเจ้าต่างตกตะลึงกันไปทั้งสิ้น

พวกเขาไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อน

และในไม่ช้า ผู้ที่อึ้งตะลึงก็ไม่ได้มีแค่ทั้ง 2 ฝ่ายที่ต่อสู้อยู่รอบๆ สวี่ชิงเท่านั้น จากการมาถึงโจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ผู้โบยบินสู่สวรรค์เหล่านี้ก็แยกย้ายกันไป แต่ละคนพุ่งตรงไปยังซากศพ

เก็บเกี่ยวอย่างบ้าคลั่ง!

การกระทำของพวกเขาคล่องแคล่ว รวดเร็วยิ่งนัก เมื่อเก็บเกี่ยวศพหนึ่งเสร็จแล้ว ก็พุ่งไปยังอีกศพหนึ่งอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายที่ต่อสู้กันอยู่จำนวนมาก จึงต่างได้เห็นภาพที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่งแต่ละฉาก…แต่ละฉาก ในสนามรบนี้

ทั้งๆ ที่ 2 ฝ่ายต่างกำลังต่อสู้เป็นตายกัน แต่จู่ๆ กลับมีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น และเก็บเกี่ยวจากซากต่อหน้าต่อตาพวกเขา

สำหรับผู้บำเพ็ญแล้ว ถึงแม้จะรู้สึกประหลาด แต่พวกเขาถึงอย่างไรก็เป็นเผ่ามนุษย์เหมือนกัน แต่สำหรับเทพเจ้าเหล่านั้นแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการยั่วยุอย่างมาก ดังนั้นเทพเจ้าที่อยู่ใกล้เคียงจึงลงมือในทันที

แต่กองเก็บกวาดที่บุกเข้ามาในสนามรบเหล่านี้ มีเป้าหมายที่ชัดเจน เมื่อเจอการขัดขวางก็จะรีบล้มเลิกทันที จากไปอย่างรวดเร็ว ไม่คิดที่จะต่อสู้ และออกไปหาศพเทพเจ้าอื่นๆ

และในสนามรบ ทั้ง 2 ฝ่ายก็อยู่ในภาวะชะงักงัน ความเป็นความตายอยู่ทุกชั่วขณะ หากพวกเขาเสียสมาธิไปกับกองเก็บกวาดหรือไล่ตามไป เช่นนั้นผู้บำเพ็ญของกองทัพคะนึงมังกรที่ต่อสู้กับเหล่าองค์ท่านก็จะฉวยโอกาสในทันที

เช่นนี้เอง ฝ่ายเทพเจ้าจึงต้องยอมรามือ นอกจากนี้ ผู้บำเพ็ญเก็บกวาดเหล่านี้ก็มีพลังที่ไม่ธรรมดา ทำให้พวกเขาอยู่ในสนามรบนี้ได้ ราวกับปลาได้น้ำ

เก็บเกี่ยวศพเทพเจ้าทีละศพ…ทีละศพ อย่างบ้าคลั่ง

แต่ถ้าเป็นเพียงแค่นั้นก็ช่างเถิด เพราะผู้บำเพ็ญเก็บกวาดที่เข้ามาเหล่านี้ มีจำนวนเพียงไม่กี่ 10 คนเท่านั้น ผลกระทบที่ส่งต่อสนามรบโดยรวมน้อยมาก

แต่…ไม่นานนัก ภาพแตกต่างออกไป ก็ปรากฏขึ้นทางสวี่ชิงทางนั้น

ในระหว่างที่กำลังพุ่งไปยังศพเทพเจ้าองค์หนึ่ง ข้างหน้าสวี่ชิงมีเทพเจ้าระดับเพลิงเทวะขั้นสูงสุดองค์หนึ่งกำลังต่อสู้เป็นตายกับผู้บำเพ็ญของกองทัพคะนึงมังกร

ดวงตาของเทพเจ้าองค์นี้เย็นชา วิชาเทพกำลังปะทุ พลังงานต้นกำเนิดในร่างกายก็กำลังพวยพุ่ง แผ่กลิ่นอายที่เย้ายวนออกมา

และผู้บำเพ็ญของกองทัพคะนึงมังกรคนนั้น ดวงตาทั้ง 2 แดงก่ำ กำลังสู้สุดชีวิต

แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา ผู้บำเพ็ญและเทพเจ้าองค์นั้น ต่างเบื้องหน้าพร่าเลือน

เงาร่างของสวี่ชิงพลันปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขา

ยังไม่ทันที่จะได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ สวี่ชิงที่มาเยือนก็ยกมือขวาขึ้น และคว้าคอของเทพเจ้าองค์นั้นไว้แล้ว พลังของตัวอ่อนเซียนปะทุซัดโหม ราวกับน้ำบ่าไหลหลากท่วมฟ้า ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเทพเจ้า

เสียงกรีดร้องโหยหวนน่าเวทนาดังออกมาจากปากของเทพเจ้าองค์นั้นในทันที พลังชีวิตขององค์ท่านดับลงในเสี้ยวพริบตา คอระเบิดเสียงดังตูมก็แหลกละเอียดไปทันใด

กลายเป็นศพ

สวี่ชิงนั่งยองๆ ลง เริ่มเก็บเกี่ยวในขณะที่ศพยังอุ่นอยู่

ผู้บำเพ็ญของกองทัพคะนึงมังกรที่เดิมทีจะสู้ตาย หลังจากอึ้งงุนงงไปครู่หนึ่ง ในดวงตาก็ฉายความซาบซึ้งออกมา

และภาพนี้ เสียหลิงจื่อก็สังเกตเห็นเข้า เขาเลียริมฝีปากและลงมือเช่นกัน พุ่งสังหารไปยังเทพเจ้าองค์หนึ่งที่กำลังต่อสู้กับผู้บำเพ็ญ

ฝืนเก็บกวาด

ไม่นานนัก ผู้โบยบินสู่สวรรค์คนอื่นๆ ก็ทยอยกันทำเช่นนี้ แต่ละคนราวกับหมาป่าที่หิวโหย ต่างลงมือ

หากมีศพอยู่ข้างๆ ก็เก็บเกี่ยวศพ หากเจอสิ่งเย้ายวนใจระหว่างทางก็จะฝืนเก็บกวาด

หากสู้ได้ก็สู้ หากลอบโจมตีได้ก็ลอบโจมตี หากสู้ไม่ได้ ก็จะใช้วิชาเอาตัวรอดหลบหนีอย่างไม่ลังเลไปในทันที

เช่นนี้เอง ในสนามรบนี้ ก็ค่อยๆ เกิดระลอกคลื่นขึ้น

แม้ว่าในตอนแรกระลอกคลื่นนี้จะไม่ใหญ่ แต่จากเวลาที่ผ่านไป จากความบ้าคลั่งของพวกสวี่ชิง คนกลุ่มนี้ก็ค่อยๆ กลายเป็นจุดสนใจ

ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายของการต่อสู้ครั้งนี้ต่างสังเกตเห็นเช่นกัน

และเมื่อเทียบกับฝ่ายเทพเจ้าที่ขมวดคิ้วแล้ว ผู้นำของฝ่ายผู้บำเพ็ญที่เป็นระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุดคนนั้นกลับมีแสงประกายแปลกประหลาดในดวงตา

สำหรับกองเก็บกวาดอื่นๆ บนภูเขาที่อยู่ไกลออกไป รวมถึงชายชราคนนั้น พวกเขาแต่ละคนต่างก็รู้สึกตกใจอย่างรุนแรง ตกตะลึงเบิกตาอ้าปากค้างไปนานแล้ว

“นี่คือการเก็บกวาดหรือ”

สหายร่วมกลุ่มที่อยู่ข้างๆ เมื่อได้ยินก็พึมพำ “เป็นการเก็บกวาด ข้าเห็นได้ชัดแจ๋วเลยว่าหลังจากสังหารแล้วก็เริ่มเก็บกวาดเลย…”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!