บทที่ 1248 สู้กับเทพแท้จริง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สวี่ชิงได้เห็นเทพแท้จริง!
แต่กลับเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเทพแท้จริงในความหมายที่แท้จริง!
เทพแห่งความทุกข์ทนปี้หมัวซือเมื่อครั้งก่อนคืออยู่ในระหว่างการฟื้นคืน ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นรายละเอียดหลายอย่างจึงไม่ได้สำแดงออกมาอย่างเต็มที่
อย่างเช่น ศาลเจ้า เทพในศาลเจ้า หรือคุณสมบัติเทพ…
“เทพในศาลเจ้านั่นถึงจะเป็นร่างจริงของท่านนี้ เกือบจะขาดเป็น 2 ท่อน เห็นได้ชัดว่ามาจากการลงมือของจอมเซียนหลิงเคอ เทพองค์นี้…ได้รับบาดเจ็บสาหัส!”
ร่างของสวี่ชิงถอยหลังไปในทันที ดวงตาทั้ง 2 ส่องประกาย จับจ้องไปที่ศาลเจ้า
ผู้โบยบินสู่สวรรค์คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายก็ต่างปะทุพลังบำเพ็ญของตัวเองเช่นกัน ทำเช่นนี้กันทุกคน
และตอนนี้ศาลเจ้าส่งเสียงคำรามลั่น แผ่แสงสีทองระยิบระยับพร่างพรายออกมา
ถึงแม้ว่าโดยรวมจะทรุดโทรม แต่อำนาจเทพที่มาจากเทพในศาลเจ้านั้นก็ยิ่งใหญ่ดุจมหาสมุทร จากการเดินออกมาของเทพเจ้าในนั้นก็ปะทุออกไปสู่ภายนอกด้วยเสียงสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น
พลังอำนาจนี้ถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร แฝงด้วยเจตจำนงจะทำลายล้างทุกสิ่ง กลายเป็นพายุแห่งลมหายใจเทพ
พัดกวาดไปทั่วทุกสารทิศ
ท้องฟ้าดาราบิดเบี้ยว มิติแตกสลาย พวกสวี่ชิงต่างจิตใจปั่นป่วนรุนแรง
ความหวาดกลัวที่ดูเหมือนจะมาจากสัญชาตญาณของชีวิต มาจากวิญญาณก็เติบโตขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ กลายเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวที่ฝังลึกไปในจิตสำนึกของพวกเขา
จากนั้นจากเสียงของเทพที่สะท้อนก้อง
“ความหวาดกลัว!”
ทันทีที่เสียงเทพดังขึ้น เมล็ดพันธุ์ก็เติบโตขึ้นทันที ออกดอกออกผล ทำให้ความหวาดกลัวแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของทุกคน
เสี้ยวพริบตาถัดมา ทุกคนก็พ่นเลือดออกมา และเกิดการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดขึ้น
ร่างกายมีเกล็ดงอกออกมา แขนเปลี่ยนมาเรียวยาวขึ้น ใบหน้าบิดเบี้ยว และในปากมีเขี้ยวงอกออกมา…
หน้าตาของพวกเขาถูกบังคับเปลี่ยนไปให้เหมือนกับรูปลักษณ์ของเทพองค์นั้น!
ยิ่งอยู่ภายในจิตใจ ภายใต้การผลิดอกออกผลจากความหวาดกลัว ความรู้สึกหวาดกลัวก็ราวกับทะเลยิ่งใหญ่ปั่นป่วนขึ้นมา
ราวกับจะทำให้วิญญาณแปดเปื้อนไปด้วย
และทันทีที่สำเร็จ แม้ว่าจะไม่ถึงกับกายและจิตดับสลาย แต่ก็ไม่ต่างอะไรเท่าไรแล้ว
เพราะสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่ใช่พวกเขาอีกต่อไป
แต่เป็นสาวกและภาชนะของเทพแท้จริงองค์นั้น!
นี่คือความแข็งแกร่งของเทพแท้จริง
แต่เห็นได้ชัดว่า การบาดเจ็บสาหัสจากจอมเซียนหลิงเคอ ตลอดจนการควบคุมจากเจตจำนงวิญญาณเซียน ทำให้สภาวะของเทพแท้จริงตนนี้ย่ำแย่มาก ตอนนี้ก็ทำได้เพียงฝืนรักษาไว้เท่านั้น
หากเป้าหมายที่องค์ท่านสยบกำราบเป็นผู้บำเพ็ญทั่วไปก็ยังพอไหว ความอ่อนแอจะไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจนขนาดนี้
แต่พวกสวี่ชิง แต่ละคนล้วนไม่ใช่คนธรรมดาเลย
ดังนั้นในทันทีที่พลังของเทพแท้จริงแพร่กระจายและปะทุขึ้น สวี่ชิงและคนอื่นๆ ต่างก็สำแดงไพ่ตายของตัวเองออกมาเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นพิษร้ายของหลี่เมิ่งถู่หลังจากที่เลื่อนระดับเป็นเตรียมเซียน หรือกระบี่หักลึกลับในมือของเสียหลิงจื่อเล่มนั้น หรือจะเป็นดวงตาพยากรณ์ของโจวเจิ้งลี่…
ในเสี้ยวขณะนี้ก็ใช้วิชาป้องกัน สำแดงขั้นสูงสุดออกมา
ยังมีซิงหวนจื่อ หย่วนซานซู่ เชียนจวินและปี้อี้ ต่างก็ทุ่มสุดกำลังเช่นกัน
ควบคุมเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงประหลาด
อีกทั้ง…ค่ายกลของพวกเขาไม่เกิดความวุ่นวาย แต่กลับล้อมรอบสวี่ชิงอย่างเป็นระเบียบ
การป้องกันที่เกิดจากไพ่ตายของแต่ละคนไม่ได้ปกป้องแค่ตัวเองเท่านั้น
แต่ยังแผ่กระจายออกไป ซ้อนทับกันบนร่างของทุกคน ระหว่างกันก็แทบจะผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว และยังปกคลุมไปยังสวี่ชิงที่อยู่ที่ใจกลางไว้โดยสมบูรณ์อีกด้วย!
ราวกับว่าสร้างเป็นกำแพงปราการเป็นชั้นๆ ไว้นอกร่างของสวี่ชิง!
นี่ทำให้สวี่ชิงที่อยู่ภายในกำแพง ไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงการป้องกัน สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือ…โจมตี!
นี่ก็คือวิธีการต่อสู้ที่ทุกคนได้หารือกันไว้ระหว่างที่เดินทาง
สวี่ชิงเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา ดังนั้นหัวใจสำคัญของการต่อสู้ก็คือการเสริมพลังให้กับสวี่ชิง
ดังนั้นในเสี้ยวพริบตาถัดมา ในขณะที่กายเนื้อของทุกคนเปลี่ยนแปลงไป วิญญาณแปดเปื้อน และจิตสำนึกเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกับที่พวกเขายังคงป้องกันอย่างเต็มที่ ทางสวี่ชิง ตัวอ่อนเซียนที่อยู่ในร่างก็พลันปรากฏออกมา
ร่างตัวอ่อนเซียนขนาดใหญ่ ครอบคลุมไปทั่วทุกทิศทางในทันทีที่ยืนตระหง่านในท้องฟ้าดารา
วังเซียนแสงเรืองรองที่อยู่ในนั้น กำลังส่องแสง
และมือของตัวอ่อนเซียนยิ่งยกขึ้น แล้วฟาดลงไปที่ศาลเจ้าทันที
ท้องฟ้าดาราสั่นไหว พลังกดดันพวยพุ่งขึ้นอีกครั้ง
มือของตัวอ่อนเซียนอันใหญ่ยักษ์ ฟาดลงมาในเสี้ยวพริบตาด้วยพลังที่น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง แต่ในทันทีที่จะสัมผัสกับศาลเจ้า เทพแท้จริงในศาลเจ้าก็เดินออกมา
ร่างกายที่บิดเบี้ยวจนเกือบจะหักเป็น 2 ท่อน แปลกประหลาดอย่างยิ่ง แขนเรียวยาวยกขึ้น ชี้ไปยังมือของตัวอ่อนเซียนที่กำลังลงมาเยือนทันที
พลังเทพแท้จริงปะทุขึ้นอีกครั้ง
จากการชี้ครั้งนี้ ตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงก็ส่งเสียงระเบิดคำรามขึ้น พร่ามัวไป ในนั้นเกิดไอพลังประหลาดขึ้น ถูกแยกส่วนอย่างรวดเร็ว สุดท้าย ไม่ทันที่จะร่วงลงมาก็แหลกสลายไป
ผลสะท้อนกลับและการบาดเจ็บสาหัสที่เกิดขึ้นไหลทะลักมายังสวี่ชิงทันที แล้วแบ่งให้ทุกคนแบ่งรับไป
ดังนั้นทุกคนต่างกระอักเลือดออกมา กลิ่นอายปั่นป่วนแผ่ระลอกคลื่น
ดวงตาของสวี่ชิงเต็มไปด้วยเส้นเลือด หลอมรวมตัวอ่อนเซียนขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนเทพแท้จริงองค์นั้น ร่างกายเพียงไหววูบก็หายไปในทันที เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาอยู่หน้าทุกคน นิ้วเรียวยาวกดไปข้างหน้า
ความรู้สึกหวาดกลัวพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งมีอำนาจเทพแท้จริง ดุจภูเขากดทับ ลงมาเยือนอย่างไร้รูป
เสียงระเบิดตูมๆ ดังสะท้อนก้องในเสี้ยวพริบตา
สวี่ชิงและคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าซีดเซียว เลือดไหลไปทั่ว ร่างกายกำลังเหี่ยวเฉา วิญญาณบิดเบี้ยว กำลังถูกทำให้แปดเปื้อนอย่างรุนแรง
การป้องกันต่างๆ กำลังสลายไป
พิษของหลี่เมิ่งถู่ก็บางลงอย่างต่อเนื่อง
ดวงตาของโจวเจิ้งลี่แตกสลายไปแล้ว
โซ่เหล็กของซิงหวนจื่อก็พังทลายอย่างต่อเนื่อง
เชียนจวินและปี้อี้ยิ่งร้องโหยหวน
กระทั่งว่ามีผู้โบยบินสู่สวรรค์ 2 คนก็มาถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว เปลวเพลิงแห่งชีวิตจะมอดดับลงแล้ว
แต่พวกเขาก็ไม่เสียดายค่าตอบแทน กระทั่งว่าสำแดงวิชาลับกระตุ้น ฝืนยืนหยัดต่อไป
ภาพนี้ทำให้เทพแท้จริงองค์นั้นขมวดคิ้วเช่นกัน
องค์ท่านสภาวะย่ำแย่มาก การลงมือ 2-3 ครั้งก่อนหน้านี้ก็ฝืนเต็มทีแล้ว และคนที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เซียนชั้นล่าง แต่ก็เป็นเตรียมเซียนทั้งหมด อีกทั้งแต่ละคนก็ไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะคนที่พวกเขาปกป้อง พลังของตัวอ่อนเซียนที่สำแดงออกมา ในช่วงที่องค์อยู่ในสภาวะสมบูรณ์พร้อมจะไม่สนใจก็ได้ แต่องค์ท่านในตอนนี้อยู่ในสภาวะอ่อนแอก็สามารถรับรู้ถึงอันตรายได้
นอกจากนี้ เวลาเป็นสิ่งที่ทำให้องค์ท่านให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
ศึกนี้จะต้องรีบสู้รีบจบ
ดังนั้นเทพแท้จริงองค์นี้สายตากวาดไป มองไปยังธิดาเทพที่เฝ้ามองสงครามนี้อยู่ที่ไกลมาโดยตลอด
“องค์หญิง ลงมือพร้อมกันพะย่ะค่ะ!”
องค์หญิงซิงโหมวได้ยินเช่นนั้นก็ยกเท้าขึ้น แต่ในยามที่จะก้าวลงไป ดวงตาขององค์ท่านประกายแสงเย็นเยือกก็ฉายวูบ แม้ว่าจะก้าวลงไป แต่ก็ไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า กลับถอยไปในระยะหนึ่ง
ใต้เท้าขององค์ท่านมีค่ายกลเทพส่งข้ามปรากฏขึ้นรางเลือน
ค่ายกลนี้ยิ่งกำลังเปิดขึ้น!
และสายตาขององค์ท่านก็มองไปยังสวี่ชิงที่ทำให้องค์ท่านรู้สึกหวาดกลัวที่สุด พลันเอ่ยปากขึ้น “ค่ายกลนี้จะสำเร็จใน 20 อึดใจ!”
คำพูดนี้เมื่อดังออกมา สวี่ชิงก็เงยหน้าขึ้นพลัน ดวงตาทั้ง 2 หรี่ตาลง มองเห็นถึงความเด็ดขาดมุ่งมั่นของธิดาเทพ
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น โจวเจิ้งลี่และพวกซิงหวนจื่อ ในการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดนี้ ท่ามกลางความเจ็บปวด และภายใต้วิญญาณที่ถูกแปดเปื้อน ภายใต้การยืนหยัดอย่างเต็มที่ต่างก็เงยหน้าขึ้น และขมวดคิ้วเช่นกัน
สวี่ชิงถอนหายใจเบาๆ ในบรรดาคนทั้งหลายยกเว้นเชียนจวินและปี้อี้แล้ว ส่วนใหญ่ต่างก็เสียดายกันทั้งนั้น
เพราะระหว่างทางที่มา พวกเขามีแผนการแล้ว ภายใต้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน พวกเขาสามารถสร้างการโจมตีที่เรียกได้ว่าเป็นท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุด!
นี่คือท่าไม้ตาย แต่มีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น!
ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว การดำเนินการที่ดีที่สุดคือให้ธิดาเทพเข้าร่วมกับเทพแท้จริงองค์นั้นด้วย
เช่นนี้ก็จะไม่ทำให้ท่าไม้ตายนี้สูญเปล่า
แต่ธิดาเทพกลับเด็ดขาดเช่นนี้ แม้ว่าสภาวะที่พวกเขาแสดงออกมาในตอนนี้ ขอเพียงธิดาเทพร่วมมือกับเทพแท้จริงก็สามารถทำลายล้างพวกเขาได้ในทันที
แต่…องค์ท่านก็ยังไม่เข้าร่วมมาด้วย!
และสภาวะของพวกเขาตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องโกหก ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถยืนหยัดต่อไปได้อีกแล้วจริงๆ …
ใจของสวี่ชิงก็ตัดสินใจในทันที
จิตสังหารในดวงตาก็ปะทุขึ้นทันที
ตัวอ่อนเซียนที่พังทลายลงก่อนหน้านี้ จากการเดือดพล่านขึ้นของพลังบำเพ็ญก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง และในครั้งนี้…ภายในนั้นไม่เพียงแต่มีวังเซียนแสงเรืองรองที่ส่องแสงวูบวาบเท่านั้น แต่ยังมีเหล็กแหลมเล่มหนึ่งด้วย!
แผ่ความเฉียบคมออกมาจากในวังเซียน!
นอกจากนี้ ยังมีธรรมนูญของทุกคน!
กฎระเบียบและความสมดุลของซิงหวนจื่อ รวมกับกฎแห่งสวรรค์ ทั้งหมดต่างรวมมาที่เหล็กแหลมเล่มนี้
เนตรพยากรณ์ของโจวเจิ้งลี่ก็กลายเป็นลำแสง วนล้อมรอบเหล็กแหลม
ยังมีหลี่เมิ่งถู่ หย่วนซานซู่ เสียหลิงจื่อ และผู้โบยบินสู่สวรรค์คนอื่นๆ ธรรมนูญของแต่ละคน ในเสี้ยวพริบตานี้ต่างกลายเป็นลำแสง วนล้อมรอบไปด้วย
ส่วนเชียนจวินและปี้อี้ก็แปลงเป็นกระบี่เซียน ผสานหลอมรวมไปกับเหล็กแหลม
หลอมรวมอำนาจเตรียมเซียนของคนทั้งหลาย ทำให้เหล็กแหลมเล่มนั้นกะพริบแสงวูบวาบที่ทำให้ท้องฟ้าดาราทั้งหมดสว่างไสว
นอกจากนี้ยังมีการหล่อเลี้ยงจากตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิง ทำให้เหล็กแหลมพลังอำนาจสะท้านฟ้า
ทั้งยังไม่จบแค่นั้น…ในเสี้ยวพริบตาถัดมา ในตัวอ่อนเซียน ผืนฟ้านภาครามก็ลงมาเยือน!!
ทันทีที่ผืนฟ้านภาครามปรากฏออกมา ท้องฟ้าดาราระเบิดกึกก้อง เทพแท้จริงก็หน้าเปลี่ยนสีไปเช่นกัน
และในความรางเลือน ก็จะเห็นผืนฟ้านภาครามมีคลื่นวน และในคลื่นวนมีโลงศพใบหนึ่งลอยขึ้นมา!
ในโลงศพนั้น มีเทพแห่งความทุกข์ทนนอนอยู่!
อำนาจเทพขององค์ท่านถูกดึงออกมา ผสานไปในเหล็กแหลมเล่มนี้ เพียงพริบตา เหล็กแหลมที่ปรากฏบนสนามรบก็ปะทุพลังที่ยิ่งใหญ่สะท้านฟ้าสะเทือนดินออกมา
และเมื่อมาถึงตรงนี้ ก็ยังไม่จบแค่นั้น
ในเสี้ยวพริบตาถัดมา ธรรมนูญกาลอวกาศของสวี่ชิงก็ซ้อนทับกันออกมา ท่ามกลางเสียงครืนครั่นเลื่อนลั่น ภาพกาลอวกาศแต่ละแห่ง…แต่ละแห่ง ต่างสะท้อนภาพเหล็กแหลมที่สะสมพลังออกมา
ดังนั้นเมื่อกวาดตามองไป รอบๆ ตัวสวี่ชิง ในกาลอวกาศมากมาย ในกาลอกาศทุกแห่งล้วนมีเหล็กแหลมปรากฏขึ้น!
เหล็กแหลมนับร้อยแท่ง จากจิตสังหารในดวงตาของสวี่ชิงรุนแรงขึ้น ก็ยกมือสะบัด
ทะลุผ่านไปในกาลอวกาศที่มันอยู่ทันที รวมเข้าด้วยกัน!
เหล็กแหลมนับร้อยเล่มกลายเป็นตะปู 1 ดอก!
จากนั้น ตะปูที่แฝงด้วยอำนาจสูงสุด และรวบรวมพลังของทุกคน ด้วยธรรมนูญ 19 สาย ด้วยพลังแห่งแสงเรืองรอง และด้วยพลังของผืนฟ้านภาคราม ก็พุ่งไปยังเทพแท้จริงองค์นั้นในทันที!
ไม่อาจใช้ความเร็วมาพรรณาได้ เพราะในพริบตาที่ตะปูพุ่งไป ความจริงแล้วเหตุการณ์ที่ทุกคนเห็น ก็เกิดขึ้นเพียงในรอยเงาของอดีตเท่านั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตคือ ตะปูดอกนี้ได้ตอกลงไปบนร่างของเทพแท้จริงองค์นั้นแล้ว!
ตอกลงไปยังบริเวณที่องค์ท่านเดิมก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ซึ่งก็คือช่วงเอวที่เกือบจะหักขององค์ท่าน!
แทงเข้าไปเต็มแรง!
เสียงน่าเวทนาก็ดังกึกก้องท่วมฟ้า
เทพแท้จริงองค์นั้นสั่นสะเทือน อำนาจของเทพทุกอย่างในร่าง ในเสี้ยวขณะนี้ปั่นป่วนขึ้นมา ศาลเจ้ายิ่งพังทลายลง คุณสมบัติเทพหม่นหมองในทันที
เลือดเทพไหลทะลักออกมา
แต่องค์ท่านจะอย่างไรก็เป็นเทพแท้จริงไพ่ตายที่หลอมรวมมาจากพลังของพวกสวี่ชิง คิดจะสังหารเทพแท้จริง ต่อให้เป็นเทพแท้จริงที่อ่อนแอและบาดเจ็บสาหัสอย่างยิ่ง ก็ยังเป็นเรื่องยากมากที่จะทำได้
เว้นแต่ว่าองค์ท่านจะอยู่ในระหว่างการฟื้นคืนชีพเช่นเดียวกับเทพแห่งความทุกข์ทน เพราะขอเพียงทำลายการฟื้นคืนชีพได้ ก็จะชนะ
ดังนั้น การปะทุของตะปูนี้จึงไม่ได้ทำให้เทพแท้จริงองค์นี้แตกดับ
แต่…สถานะเทพแท้จริงขององค์ท่านถูกทำลายลงทันที!
ตอนนี้กลิ่นอายก็ลดฮวบลง ขอบเขตร่วงลงมา!
เช่นนี้เอง ความหวาดกลัวของวิชาเทพขององค์ท่าน พลังก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน ทำให้ความผิดปกติบนร่างกายของทุกคนกลับคืนสู่สภาพเดิมในทันที
เรื่องราวทั้งหมดนี้พูดแล้วเหมือนจะยาวนาน แต่ในความจริงแล้วเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ตอนนี้จากเสียงสะท้อนก้องของเสียงน่าเวทนา เทพชราที่ระดับตกลงองค์นั้น ในดวงตาฉายจิตสังหารรุนแรง กำลังจะโต้กลับ
แต่ในตอนนี้เอง รูม่านตาขององค์ท่านก็พลันหดเล็ก ร่างถอยหลังไปในทันที
เพราะ…ในท้องฟ้าดาราที่อยู่ไกลออกไป ในขณะนี้มีกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญมากมายกำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็วนั่นคือกองทัพคะนึงมังกรที่ได้รับรายงานจากพวกสวี่ชิงเมื่อก่อนหน้านี้
พวกเขากำลังมาแล้ว!
เมื่อเห็นเช่นนั้น เทพชราก็พุ่งตรงไปยังค่ายกลส่งข้ามที่ธิดาเทพอยู่ แต่…แทบจะในทันทีที่องค์ท่านถอยกลับมา ธิดาเทพซิงโหมวที่ยืนอยู่ในค่ายกลส่งข้ามก็พลันพูดขึ้นด้วยเสียงอันเย็นชา “ระเบิดตัวเอง สังหารคนคนนี้เสีย!”
“การฟื้นคืนชีพของเจ้า จะต้องเป็นตัวเจ้าเองอย่างแน่นอน อีกทั้งเทพบิดาของข้าจะเป็นผู้ชักนำด้วยตัวเองอย่างแน่นอน!”
“นี่คือคำมั่นสัญญาที่ข้าให้เจ้าด้วยสายเลือดของข้า!”
องค์หญิงซิงโหมวยกมือ และชี้ไปที่สวี่ชิง!
ร่างกายของเทพชราหยุดนิ่งไปในทันใด
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

