Skip to content

Outside Of Time 1257

Outside of Time
BC

บทที่ 1257 สถานการณ์พลิกผัน

เสียงนี้เหนือกว่าเสียงสวรรค์ เหนือกว่าจิตมรรค เหนือกว่าระเบียบและกฎเกณฑ์ทั้งปวง

C

คล้ายเทพเจ้านับไม่ถ้วนกล่าวพึมพำพร้อมกัน มีอานุภาพทำลายฟ้าดารา ล้มจิตวิญญาณสรรพชีวิต ดับสิ้นทุกตัวตน แม้แต่จักรวาลก็ยังแตกละเอียด

เลือดเนื้อสีดำนับไม่ถ้วนลอดออกมาจากรอยแตกเหล่านั้น เติบโตอย่างบ้าคลั่ง คล้ายต้องการปกคลุมห้วงอากาศที่สัมผัสได้เป็นแดนประหลาด

ผู้พูดคือ…จักรพรรดิเทพหลีจู!

องค์ท่านประทับบัลลังก์ซึ่งสร้างจากจักรวาลนับไม่ถ้วน ตอนนี้กำลังลืมตา แผ่จิตเทพสัมผัสก้อนน้ำแข็งซึ่งแตกเป็นเสี่ยงทั้งหมด คล้ายก้มมองปวงสวรรค์

เพียงชั่วขณะฝ่ายผู้บำเพ็ญเกือบทั้งหมดจิตวิญญาณปั่นป่วน เพลิงชีวิตคล้ายกำลังดับมอด

เซียนก็ไม่ยกเว้น!

เศษหินนับไม่ถ้วนที่ลอยเหนือสมรภูมิเก่าแก่สั่นสะเทือนดังสนั่น ซากปรักหักพังซึ่งหลับใหลตั้งแต่อดีตกาลลอยขึ้นมา ด้วยการมาเยือนของเจตจำนงผู้นำเทพ กลายเป็นธารผลึกคล้ายอนุภาค

ส่วนแท่นบูชาตรงกลาง ฝาโลงศพทองแดงมาร 360 โลงเปิดออก ก่อตัวเป็นปราณดำล้นฟ้าเอ่อท้นทั่วทิศ รวมตัวเป็นคลื่นกาลอวกาศซึ่งฉีกทึ้งวิญญาณเทพได้

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเพราะประโยคเดียวจากผู้นำเทพ!

สวี่ชิงอยู่ตรงขอบแท่นบูชา ความรู้สึกยิ่งเด่นชัด ตอนนี้สมองว่างเปล่า ในใจเหมือนเงียบสงัด ทั้งตัวเหมือนเสียการรับรู้

คล้ายเป็น…ฝุ่นละอองหนึ่ง

ต่อหน้าระดับผู้นำเทพ ตอนนี้เขา…เป็นเพียงฝุ่นละอองหนึ่งเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์แปรเปลี่ยนครั้งใหญ่ ตอนนี้เสียงนิ่งสงบหนึ่งดังราบเรียบออกมาจากม้วนภาพมหึมาซึ่งประจันหน้ากับผู้นำเทพ

“ผิดสัญญาแล้วอย่างไร!”

เมื่อเสียงดังขึ้น สมรภูมิบนฟ้าดาราแปรเปลี่ยนอีกครั้ง

ธารน้ำแข็งแตกละเอียดก็ดี ผลึกซึ่งก่อตัวขึ้นก็ดี อานุภาพเทพกับไอพลังประหลาดม้วนซัด เลือดเนื้อประหลาดซึ่งเจริญเติบโตไม่หยุด ทั้งหมดชะงักค้างชั่วพริบตา

กลายเป็นหมอกดำไร้สิ้นสุด มุ่งตรงไปทางม้วนภาพ รวมตัวบนนิ้วชี้ข้างขวาของผู้นำเซียนที่นั่งขัดสมาธิกลางม้วนภาพ

สุดท้ายค่อยสลายหายไป

มีเพียงปลายนิ้วที่ยังเหลือแสงริบหรี่ คล้ายมีน้ำแข็งทมิฬก่อตัวเป็นวงแหวนว่างเปล่า

ผู้นำเซียนดีดนิ้วเบาๆ

น้ำแข็งทมิฬตรงปลายนิ้วละลายทันที เพลิงสีขาวโลดแล่นบนปลายนิ้ว ทิ้งรอยไหม้เหมือนทรายดาราไว้

ขณะเดียวกันทุกอย่างบนสนามรบแปรเปลี่ยน ฝาโลงศพทองแดงมารตรงแท่นบูชาถูกปิดทันที คลื่นกาลอวกาศที่ก่อตัวถูกกำจัดชั่วพริบตา

ส่วนธารผลึกที่ม้วนกลืนทั่วทิศ ยิ่งตวัดม้วนเป็นทะเลเพลิง ปราณวิญญาณเซียนเข้มข้นลุกโชน!

ฝ่ายผู้บำเพ็ญทยอยฟื้นคืนจิตวิญญาณ แต่ละคนรัวกลองศึกโดยไม่ลังเล

ทำให้เสียงกลองกระหน่ำก้องฟ้าดารา

ฝ่ายสวี่ชิงกำลังคืนสติเช่นกัน ในใจเขาปั่นป่วนรุนแรง ถอยร่นต่อเนื่องโดยไม่ลังเล

เขาไม่ได้ด่วนสรุปว่าตนถูกวงแหวนที่ 5 หักหลัง

ไม่ได้คิดว่าตนสำคัญเช่นนั้น ทั้งไม่ใช่คนที่ถูกหักหลังได้

ว่ากันตามจริงคือทั้งหมดล้วนบ่งบอกว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้มีนัยซ่อนเร้นอื่น

อย่างมากตนก็แค่ปรากฏตัว ทำให้การแลกเปลี่ยนครั้งนี้เริ่มต้นอย่างราบรื่น…

ชั่วพริบตายามความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นในสมองเขา ธารเทวะเหนือฟ้าดาราปั่นป่วน ผู้นำเทพหลีจูที่นั่งตรงนั้นลุกขึ้นช้าๆ ความสูงขององค์ท่านเหมือนฟ้าดาราไม่อาจแบกรับ

เผยอานุภาพเทพชวนประหวั่นราวย้ายภูเขาคว่ำสมุทร จากนั้นเสียงค่อยดังขึ้น “ผิดสัญญาเพราะระดับกึ่งเซียนคนเดียวหรือ”

สิ่งที่ตอบองค์ท่าน ไม่ใช่ผู้นำเซียนจั้นหลูในม้วนภาพ แต่เป็นอริยะเซียนจี้เต้าที่ก้าวออกมาจากกองทัพผู้บำเพ็ญ

เขาเยื้องย่างมาหน้ากองทัพ ทอดมองธารเทวะ ปากกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “จักรพรรดิเทพหลีจู ด้วยระดับของเจ้า ไม่ต้องเอ่ยวาจาซ่อนเร้นเหล่านี้ เป้าหมายของเจ้า เดิมไม่ใช่กึ่งเซียนคนหนึ่ง เจ้าแค่ทำให้อาจารย์ข้าเชื่อในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ เจตนาเพิ่มข้อนี้ด้วยเท่านั้น”

“แค่อาจารย์ข้าปรากฏตัวที่นี่ เป้าหมายเจ้าก็สำเร็จแล้ว”

“เป้าหมายแท้จริงของเจ้า แค่กักตัวอาจารย์ข้าไว้ ทำให้รอยร้าวตรงแนวรบปีกขวาที่แฝงซ่อนและเตรียมปะทุเกิดขึ้นอย่างราบรื่น ที่นั่น…อาจารย์ข้ากระจ่างแจ้งและวางแผนไว้แล้ว คิดว่าด้วยปัญญารอบรู้ของจักรพรรดิเทพคงทราบสถานการณ์การรบที่นั่นทั้งหมดแล้ว”

เมื่ออริยะเซียนจี้เต้ากล่าวออกมา ผู้นำเทพเหนือธารเทวะ ใบหน้าไร้ความรู้สึก ไม่เอ่ยวาจา

“แต่สำหรับฝ่ายข้า ผู้นำเทพอย่างเจ้าปรากฏตัวที่นี่ ถือเป็นเป้าหมายของพวกเรา ที่นี่…พวกเราจะส่งผู้นำเทพกลับบ้านเกิด!”

“หลังจากสังหารเจ้าแล้ว สงครามย่อมยกระดับ…คำพูดเจ้ามีเหตุผล แต่หลังจากฆ่าเจ้า กำลังรบของพวกเรา 2 ฝ่ายย่อมปรับสมดุลใหม่ เปิดศึกรอบด้านอีกครั้งแล้วอย่างไร!”

“ดังนั้นอาจารย์ข้าเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องในการแลกเปลี่ยนกับเจ้า เนื่องจากตอนนั้นอาจารย์ข้ายังไม่มั่นใจเรื่องคุณสมบัติเทพของเจ้า ตอนนี้เข้าใจถ่องแท้แล้ว ถึงตัดสินใจ…สังหารเจ้าที่นี่!”

เมื่อเอ่ยวาจานี้ ฝ่ายผู้บำเพ็ญรัวกลองรบยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกพลุ่งพล่านขึ้นมา สร้างความฮึกเหิมปลุกระดม

ฝ่ายเทพเจ้าตกสู่ความเงียบงัน

ผู้นำเทพกลางธารเทวะ แววตาล้ำลึก มองผู้นำเซียนจั้นหลูกลางม้วนภาพ

“จั้นหลู ดูท่าว่าเจ้าล่วงรู้ความลับเกี่ยวกับคุณสมบัติเทพของข้าจริงๆ ดังนั้นเลยให้ศิษย์เจ้าอธิบายแทน ไม่ได้เอ่ยปากด้วยตัวเจ้าเอง”

“แต่เจ้าค้นพบช้าไป”

“ผู้บำเพ็ญอย่างพวกเจ้า มักคิดว่าตัวเองถูก อุบายนานัปการก่อนหน้านี้ คิดว่าข้าไม่รู้จริงหรือ”

ธารเทวะปั่นป่วน ในนั้นอานุภาพจักรพรรดิเทพแผ่ขยายทั่วทิศ

“ข้ารู้ความลับเรื่องแสงตะเกียงปีกซ้ายของเจ้านานแล้ว รู้ว่าผู้บัญชาการปีกขวาของข้าตายอย่างประหลาด มองออกว่านี่เป็นแผนล่อลวงบุตรสาวข้า”

“ทั้งรู้ว่าเจ้าต้องการสืบเรื่องคุณสมบัติเทพของข้าด้วย!”

ขณะเอ่ยคำนี้ องค์ท่านเดินออกมาจากธารเทวะทีละก้าว มุ่งหน้ามาทางภาพวาด

ทุกก้าวทำให้ฟ้าดาราแตกละเอียด สมรภูมิสั่นสะเทือน จักรวาลพลิกคว่ำ

เสียงเทพดังก้องต่อเนื่อง

“ดังนั้นข้าเลยปล่อยให้เป็นไปตามที่เจ้าต้องการ แสร้งทำเป็นไม่รู้ ให้ธิดาเทพมาที่นี่ ให้นางถูกพวกเจ้าจับตัว”

“เจ้าจั้นหลูอยากสืบเรื่องข้า ข้าก็ต้องการสืบเรื่องเจ้า!”

“เจ้าสืบเรื่องอำนาจเทพของข้าผ่านธิดาเทพ ความจริงข้าก็สืบเรื่องบัญญัติเจ้าผ่านนางเช่นกัน”

“นี่ก็คือเป้าหมายการแลกเปลี่ยนของข้า ใช้จักรวาลลอยล่องเป็นเงื่อนไข เจ้าไม่มีทางปฏิเสธ”

“ส่วนข้าแค่ต้องการเห็นนางบนสนามรบ ฟังนางกล่าวประโยคหนึ่ง เท่านี้ก็รู้ทุกเรื่องของนาง รวมถึงผลการสำรวจแบบย้อนกลับที่ข้าวางแผนไว้”

“ตอนนี้เจ้ารู้คุณสมบัติเทพของข้า ข้ารู้บัญญัติเจ้า จั้นหลู…เจ้าจะชนะข้าได้อย่างไร!”

เสียงจักรพรรดิเทพสะเทือนจักรวาล ทั้งมีบัญญัติฝ่ายผู้บำเพ็ญระเบิดออกจากตัวองค์ท่าน กลายเป็นหน้ากากซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอด ส่องประกายตรงปลายนิ้ว

หน้ากากนั่นมีทั้งชาย หญิง เด็ก แก่ ต่างอายุ ต่างระดับพลัง แต่สีหน้ากลับเหมือนกัน ทั้งหมดกำลังยิ้ม เปี่ยมด้วยความเบิกบาน อบอวลด้วยความสุข

ผู้นำเทพมองหน้ากากสรรพชีวิตนี้อย่างชื่นชม

“บัญญัติผู้บำเพ็ญเซียนไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงขั้นเลียนแบบคุณสมบัติเทพได้…ทั้งบุกเบิกเส้นทางใหม่ สร้างวิถีที่ 2 ของแก่นตั้งต้น!”

“โดยเฉพาะจั้นหลู บัญญัติของเจ้า…คิดไม่ถึงว่าไม่ใช่การเข่นฆ่าสังหาร แต่เป็นความหวัง”

“รวบรวมความหวังที่เจ้าเคยเห็นทั้งชีวิต คอยปกป้อง ทะนุถนอม ไม่ลืมเลือน ด้วยทุกอย่างอยู่ที่นี่ ดังนั้นเลยคอยรักษา สร้างพลังเพื่อการต่อสู้!”

นัยน์ตาผู้นำเทพยิ่งฉายแววชื่นชม แต่ครู่ต่อมามุมปากองค์ท่านเผยรอยยิ้มเสี้ยวหนึ่ง ก่อนสะบัดปลายนิ้ว

มีปราณดำก่อเกิด ผสานเข้ากับหน้ากาก ทำให้สรรพชีวิตซึ่งเดิมเปี่ยมด้วยความเบิกบานบนหน้ากากเปลี่ยนไปทันที ไม่แย้มยิ้มอีก แต่ร้องไห้อย่างสิ้นหวัง!

เพียงชั่วขณะเสียงร้องไห้โหยหวนดังก้องฟ้า

องค์ท่านกำลังแทรกแซงบัญญัติของผู้นำเซียนจั้นหลู!

ขณะเดียวกันปราณดำไร้สิ้นสุดปะทุออกมาจากใต้ฝ่าเท้า แผ่ขยายทั่วทิศ ทำให้ไอพลังประหลาดมาเยือนทั่วบริเวณ

สร้างมลภาวะบนสนามรบชั่วพริบตา

จากนั้นจักรพรรดิเทพหลีจูค่อยก้าวเข้าม้วนภาพของผู้นำเซียนจั้นหลู!

“ดูสิว่าวันนี้เจ้าจะฆ่าข้า หรือข้าสังหารเจ้า!”

ปราณขาวดำพลิกตลบ ม้วนภาพรางเลือน

การต่อสู้ซึ่งไม่อาจหยั่งถึงเกิดขึ้นในนั้น

การห้ำหั่นของ 2 กองทัพใหญ่เปิดศึกรอบด้านในยามนี้!

กระบวนรบของ 2 กองทัพแผ่คลื่นสะเทือนจักรวาลพร้อมกัน

ฝ่ายผู้บำเพ็ญกระจายตัว คล้ายจุดหนาแน่นนับไม่ถ้วน เปลี่ยนเป็นคลื่นอัคคีม้วนกลืนท้องฟ้า

ในนั้นมีของวิเศษเวทมากมายส่องประกาย เปล่งสีสันเจิดจ้าลานตา

ทั้งมีดาวยักษ์แดงเคลื่อนที่เป็นแนวราบ เปลวสุริยะกลายเป็นเพลิงแท้ลุกโชน เผาเทพเจ้ากับไอพลังประหลาดโดยรอบเป็นหมอกควันแดงก่ำ

ทั้งมีธงศึกเคลื่อนกวาด สร้างม่านเพลิงดาวตก ข่มขวัญพร้อมกลองรบ!

เสียงสะเทือนเศษดาวระหว่างทาง ฝุ่นละอองยังไม่แผ่พลิ้วก็ถูกควบรวมเป็นผืนทรายเหลือบแสงรายรอบกระบวนทัพ

ฝ่ายเทพเจ้าก็เปิดศึก แสงเทพเปี่ยมไอทำลายล้างและมลพิษนับไม่ถ้วนกระหน่ำลงมาเหมือนดาวตก สำแดงอานุภาพซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

โดยเฉพาะปราการของเหล่าองค์ท่าน ตอนนี้คลื่นซัดกลืนวังวนจักรวาล อานุภาพยิ่งใหญ่ทำให้ดาวเคราะห์นับไม่ถ้วนตรงขอบวงแหวนที่ 5 โดนชักนำห่างจากวงโคจร

ทั้งมีเทพเจ้านับไม่ถ้วนทยอยฝ่าฟันสังหาร

เมื่อสอดส่องสายตาไป สนามรบเหมือนโม่บดเนื้อ บุปผาโลหิตเบ่งบานนับไม่ถ้วน

ทั้งมีคลื่นกระทบของผู้นำเซียนกับผู้นำเทพออกมาจากม้วนภาพ สะเทือนสนามรบเป็นครั้งคราว พลังของผู้นำเซียนกลายเป็นรอยหมึก

ทุกรอยเปลี่ยนเป็นกำแพงเจตกระบี่พาดขวางฟ้าดารา สยบเทพเจ้า

ทำให้เทพมากมายแหลกสลาย เลือดเนื้อสาดกระจาย

ทว่าเศษเลือดเนื้อซ่านเซ็นยังไม่เย็นตัว ผนึกน้ำแข็งของผู้นำเทพสำแดงอานุภาพ ควบรวมทวนสังหารเซียนมากมาย ซัดใส่กองทัพผู้บำเพ็ญ

ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่าน เลือดเนื้อสาดกระจาย

ปราณขาวดำเหนือสนามรบไม่ผสานกันอีก แต่แปรสภาพเสมือนจริง แฝงเจตจำนง ห้ำหั่นดุเดือด

ทำให้ห้วงกาลอวกาศที่นี่แตกเป็นเสี่ยงๆ จักรวาลขนาดย่อมก่อเกิดดับสลายต่อเนื่อง

แท่นบูชาตรงกลางก็เช่นกัน โลงทองแดงมารกับไม้เซียนแยกออกจากกัน!

โลงศพทองแดงมารทยอยพังทลาย หมอกดำพวยพุ่งจับตัวเป็นหน้าเทพมหึมามากมาย ท่องทั่วทิศ กลืนกินทุกอย่าง

ไม้วิญญาณเซียนทยอยแตกหักเช่นกัน แบ่งออกเป็นเส้นกฎกรรมมากมาย เคลื่อนกวาดสมรภูมิ เทพเจ้าที่สัมผัสพากันจิตสิ้นวิญญาณสลาย!

ทั้งสนามรบอลหม่าน!

ห้วงมิติคลาดเคลื่อน แม้แต่เวลายังได้รับผลกระทบ กาลอวกาศกำลังพังทลาย

สวี่ชิงห้อตะบึงเสี่ยงอันตรายกลางสนามรบอลหม่าน!

ระเบิดพลังเต็มที่ พุ่งห่างออกไป

แต่ด้านหลังของเขา เทพหน้าหยกเกราะทองผมม่วงที่เดิมต้องการแลกเปลี่ยนกับเขา ตอนนี้นัยน์ตาเหลือบแสงทอง ทั่วร่างแผ่เจตจำนงแห่งอริยเทพ สูดหายใจเฮือกหนึ่ง…

ผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ 5 คนที่เป็นเป้าหมายการแลกเปลี่ยน ตอนนี้ล้วนตัวสั่น คล้ายสีสันเลือนหาย เผยโฉมหน้าแท้จริง

นั่นคือศพหลอมจิต 5 ร่าง!

พวกเขาตายนานแล้ว

ตอนนี้สิ่งที่ปรากฏเป็นเพียงหุ่นเชิดของเทพ!

เมื่อเทพหน้าหยกสูดหายใจ หุ่นเชิดทั้ง 5 กลายเป็นเถ้าถ่านลอยล่องชั่วพริบตา พลังต้นกำเนิดเทพที่ร่างกายแบกรับหลอมรวมกับร่างเทพหน้าหยกทันที

ทำให้เทพหน้าหยกเลื่อนขั้น หวนคืนระดับเทพแท้!

มุ่งตรงหาสวี่ชิงบนสนามรบอลหม่านแห่งนี้!

ภารกิจขององค์ท่านคือช่วยธิดาเทพกลับไป ขณะเดียวกันต้องสังหารสวี่ชิงด้วย!

เดิมเมื่อครู่ขอเพียงเข้าใกล้อีกหน่อย องค์ท่านย่อมทำสำเร็จชั่วพริบตา แต่การสังเกตเห็นและยอมถอยร่นของสวี่ชิง ทำให้เกิดสมรภูมินี้ขึ้นก่อน ทำให้ภารกิจองค์ท่านพลาดเป้า

ตอนนี้องค์ท่านต้องจัดการทุกอย่างให้กลับเป็นปกติ!

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!