Skip to content

Outside Of Time 1262

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา

บทที่ 1262 เทพตกสวรรค์ตกลงสู่โลกมนุษย์

ตุ๊กตาจิ้งจอกเลียริมฝีปาก สายตาหลังจากที่ประเมินไปยังร่างธิดาเทพ ก็หัวเราะพลางกล่าวกับสวี่ชิง “นายน้อย วิธีของท่านก่อนหน้านี้หยาบเกินไป และไม่รู้จักถนอมบุปผาเอาเสียเลย”

สวี่ชิงขมวดคิ้ว

“อีกทั้งการกระตุ้นแบบนั้นก็เป็นแค่ภายนอกเท่านั้น ทำให้เกิดความเคยชินได้ง่าย ท่านน่ะ ก็ยังคงเข้าใจเทพเจ้าได้ไม่สู้ข้า โดยเฉพาะไม่เข้าใจเทพเจ้าผู้หญิง…”

ตุ๊กตาจิ้งจอกหัวเราะเบาๆ มืองามยกขึ้นลูบไล้ผิวหนังบริเวณลำคอของธิดาเทพแล้วลากลงไปช้าๆ

ทุกที่ที่ลากผ่าน ความระแวดระวังในใจของธิดาเทพก็รุนแรงอย่างมหาศาล ร่างกายแข็งทื่อ จ้องตุ๊กตาจิ้งจอกเบื้องหน้าเขม็งคำรามเสียงต่ำทุ้ม “บังอาจ!”

เสียงขององค์ท่านแฝงด้วยตำแหน่งสายเลือดของตัวเอง นี่สำหรับเทพเจ้าทั่วไปแล้วมีพลังกดดันที่รุนแรง ทำให้นิ้วของตุ๊กตาจิ้งจอกหยุดชะงักไป

ทว่าไม่นานนัก ในดวงตาของตุ๊กตาจิ้งจอกก็ฉายประกายเจิดจ้ารุนแรง ราวกับว่ายิ่งธิดาเทพแสดงออกเช่นนี้ ยิ่งท่าทีเย่อหยิ่งมากเท่าไร องค์ท่านก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น

“ความรู้สึกแบบนี้แหละ!”

ตุ๊กตาจิ้งจอกในใจแผ่ระลอกคลื่นอารมณ์ นางก้มตัวลงกระซิบข้างหูของธิดาเทพพร้อมกับเป่าลมออกมา 1 ที

“น้องหญิง เจ้ารู้ไหมว่าพี่สาวมองเจ้ามานานแล้ว จำไว้ว่านับจากนี้ไป จะต้องรักษาท่าทีนี้เอาไว้ตลอด”

ลมหายใจนี้กระทบไปที่หูธิดาเทพ ทำให้ร่างกายของนางพลันสั่นสะท้าน ในใจพลันผุดความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้ นางเกิดความวู่วามที่อยากจะหลีกหนีขึ้นไปโดยสัญชาตญาณ

เพราะคำพูดของตุ๊กตาจิ้งจอกทำให้ความรู้สึกไม่สบายใจขององค์ท่านรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

แต่องค์ท่านก็รู้ดี หากตัวเองแสดงท่าทีหวาดกลัวออกไปก็เท่ากับว่านางได้เผยจุดอ่อนออกมา

ดังนั้นองค์ท่านจึงพยายามอดทนไว้ จ้องมองตุ๊กตาจิ้งจอกอย่างเย็นชาและแสดงความสูงศักดิ์ของสายเลือดออกมา

ตุ๊กตาจิ้งจอกหัวเราะเบาๆ พร้อมโบกมือ

เพียงพริบตาห้องลับห้องนี้ก็บิดเบี้ยว ทันใดนั้นตุ๊กตาจิ้งจอกได้นำแท่นหยกขาวออกมา ปรากฏขึ้นตรงกลางห้องลับ

หลังจากนั้น ร่างของธิดาเทพภายใต้การเหนี่ยวนำจากตุ๊กตาจิ้งจอกก็ลอยลงมายังแท่นหยกขาวถูกพันธนาการไว้ที่นั่น

อาภรณ์ที่ขาดวิ่นขององค์ท่านท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกระแสก็กลายเป็นชุดผ้าโปร่งบางสีชมพู

กระทั่งว่าเพื่อให้อีกฝ่ายได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ตุ๊กตาจิ้งจอกไม่เสียดายพลังงานต้นกำเนิดของตัวเอง ส่งออกไปส่วนหนึ่งด้วย ดังนั้นทำให้ในยามที่มองไปมีหยกขาวเป็นพื้นหลัง ผ้าโปร่งบางสีชมพูพลิ้วไหว ยิ่งขับเน้นให้ธิดาเทพที่นอนอยู่บนนั้นให้โดดเด่นมากขึ้น

ร่างกายขององค์ท่านกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ดุจหยกมันแพะ ดวงตาเปล่งประกายดุจดวงดาวระยิบระยับท่ามกลางท้องฟ้าราตรี ฉายความสูงส่งและเยือกเย็นที่มีมาแต่กำเนิด ตอนนี้องค์ท่านคำรามเสียงต่ำ “กับแค่เทพชั้นล่าง ต่ำต้อยเป็นที่สุด เจ้ารนหาที่ตายหรือ!”

“อย่าใจร้อนสิ น้องหญิง พี่สาวยังต้องใช้อุปกรณ์บางอย่างด้วย”

ดวงตาทั้ง 2 ของตุ๊กตาจิ้งจอกตอนนี้อยู่ท่ามกลางความตื่นเต้นในใจก็ได้กลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวแล้ว ยกมือขึ้นคว้าเอาขวดสีแดงเล็กๆ ออกมาใบหนึ่ง

ต่อหน้าสวี่ชิงและธิดาเทพ องค์ท่านบีบขวดใบเล็กแหลกละเอียด ทันใดนั้น ของเหลวลักษณะเหมือนน้ำมันก็พลันลอยออกมา ส่งกลิ่นหอม ลอยล่องไปทั่วทั้งห้องลับพร้อมกับเสียงของตุ๊กตาจิ้งจอก

“น้ำมันเป็นน้ำมันที่ข้าสกัดมาจากพืชประหลาดชนิดหนึ่งที่เติบโตในแผ่นดินเทวะ”

“ผ่านการหลอมมานับร้อยปีจากข้า และการตกตะกอนมานับพันปี ผสมรวมกับของล้ำค่าในฟ้าดินต่างๆ สุดท้ายจึงได้น้ำมันอันล้ำค่านี้มา”

“หากไม่ใช่ว่าน้องหญิงเจ้ามีสายเลือดที่สูงส่ง ข้าก็คงไม่กล้าใช้มัน ข้าเตรียมจะใช้น้ำมันนี้หลอมรวมให้เป็นเทียน แต่ยังขาดไส้เทียน”

ตุ๊กตาจิ้งจอกพูดแล้วก็ยกมือไปที่ผมยาวราวน้ำตกของธิดาเทพแล้วกระชากออกมา 2-3 กลุ่มถักทอเป็นไส้เทียน

ในที่สุดก็หลอมรวมของทั้ง 2 สิ่งเข้าด้วยกันกลายเป็นเทียนไขสีเขียวครามเล่มหนึ่ง!

ธิดาเทพขมวดคิ้ว มองเทียนไข องค์ท่านไม่รู้ว่าเทพชั้นล่างที่อยู่ข้างหน้าองค์นี้กำลังคิดจะทำอะไร ดังนั้นจึงสรุปเอาจากความรู้ความเข้าใจของตัวเอง ในใจมีการคาดเดา

“จะใช้วิธีสะกดจิตแบบนี้อย่างนั้นหรือ เจ้ายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเทพชั้นสูงเลย!” ธิดาเทพกล่าวอย่างเรียบเฉย

ตุ๊กตาจิ้งจอกเมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ นางยกมือขึ้นชี้ ทันใดนั้นเทียนไขก็ถูกจุดขึ้น เปลวไฟเต้นไหวระริกทันที

เริ่มลุกไหม้

ทันใดนั้นกลิ่นหอมของน้ำมันก่อนหน้า ภายใต้การลุกไหม้ก็ส่งกลิ่นออกมาอย่างเข้มข้นขึ้น กระจายไปทั่วห้องลับและ รมไปบนตัวของธิดาเทพ

ธิดาเทพตั้งใจที่จะปิดกั้นมัน แต่กลิ่นหอมนี้กลับซึมซาบเข้าสู่ร่างกายขององค์ท่านไปตามผิวหนัง ไม่นานนัก ลมหายใจขององค์ท่านก็ถี่รัวขั้นเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุมได้

รูม่านตาขององค์ท่านหดเล็ก สัมผัสได้รางๆ ว่ากลิ่นหอมนี้ไม่ชอบมาพากล!

ตัวเองรู้สึกเหมือนว่าจะเกิดอารมณ์อื่นๆ ขึ้นนอกเหนือจากสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด!

ความรู้สึกแบบนี้องค์ท่านไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย

ขณะเดียวกันเสียงของตุ๊กตาจิ้งจอกก็ล่องลอยไปทั่ว

“พืชที่ใช้หลอมเทียนไข 3,000 ปีถึงจะออกดอก 1 ครั้ง เมื่อดอกบาน ในรัศมีล้านลี้ล้วนถูกปกคลุมอยู่ในหมอกลึกลับ”

“หมอกนั้นสามารถทำให้วิญญาณตกต่ำ ยิ่งสามารถสร้างอารมณ์ที่เกินจินตนาการได้ สำหรับเทพแล้วมันก็เหมือนกับฝิ่นสำหรับมนุษย์”

คำพูดนี้ทำให้จิตใจของธิดาเทพสั่นสะท้านในทันที สายเลือดของตนเองโคจรขึ้น คิดจะสะกดอารมณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นในจิตใจ

แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมาตุ๊กตาจิ้งจอกก็ถือเทียนไขเดินมาถึงหน้าแท่นหยกขาวแล้วเอียงเทียนให้น้ำตาเทียนหยดลงไปบน…ผิวหนังบริเวณลำคอของธิดาเทพ!

ทันทีที่หยดเทียนหยดลงไป ธิดาเทพเงยคอขึ้นทันที ผิวขาวราวหิมะเกิดลวดลายสีทองสั่นไหวขึ้นมา ประกายระยิบระยับในดวงตาหงส์ ถูกพลังอารมณ์ในใจแผ่ระลอกคลื่นปั่นป่วนกวนจนกลายเป็นประกายแสงระยิบระยับ

แต่ไม่นานมันก็ถูกพลังสายเลือดขององค์ท่าน ฝืนสะกดลงไป

ทำให้ระลอกคลื่นสลายไปอารมณ์ที่ไม่คุ้นเคยถูกสะกดไว้ต่อไป

ทว่าภาพฉากนี้ทำให้ความตื่นเต้นในสายตาของตุ๊กตาจิ้งจอกยิ่งเข้มข้นขึ้น

องค์ท่านขยับเทียนไขไปเรื่อยๆ หยดน้ำตาเทียนลงบนตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายธิดาเทพตามจังหวะที่กำหนดเอาไว้

ทุกหยดที่หยดลงไปสำหรับธิดาเทพแล้วก็เหมือนกับพายุในจิตใจแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกึกก้องกัมปนาทและคลื่นลูกใหญ่ที่ไร้ขอบเขตสิ้นสุด

จะทะลวงการต่อต้านขององค์ท่านและทำลายการสะกดควบคุมขององค์ท่าน!

ยิ่งจะกระตุ้นระลอกคลื่นอารมณ์อีกมากมายมหาศาล!

ในใจของธิดาเทพก็สั่นคลอนไปในเสี้ยวขณะนี้เช่นกัน แต่องค์ท่านไม่มีทางยอมศิโรราบ ดังนั้นสายตาที่มองตุ๊กตาจิ้งจอกจึงไม่ได้แฝงความหวาดกลัวแต่กลับสงบนิ่ง “เทพชั้นล่างต่ำต้อย!”

ตุ๊กตาจิ้งจอกเลิกคิ้ว

ส่วนสวี่ชิง มองภาพฉากนี้ สีหน้าของเขาประหลาดๆ ลุกขึ้นยืนทันที “ข้าออกไปข้างนอกสักครู่”

พูดแล้วสวี่ชิงก็เดินออกไปข้างนอก

ตุ๊กตาจิ้งจอกเงยหน้าขึ้น ในใจรู้สึกเสียดายเล็กน้อย องค์ท่านอยากให้สวี่ชิงดูไปตลอด แต่ในเมื่อสวี่ชิงไม่ต้องการดู องค์ท่านย่อมบังคับไม่ได้ ดังนั้นจึงยิ้มเอ่ย “นายน้อยโปรดวางใจ เมื่อท่านกลับมาทุกอย่างจะต้องสมบูรณ์แบบแน่นอน”

สวี่ชิงไม่ได้พูดอะไร ร่างของเขาหายไป

เมื่อเห็นสวี่ชิงจากไปตุ๊กตาจิ้งจอกก็วางเทียนไขลงแล้วบิดขี้เกียจ จากนั้นก็มองธิดาเทพที่ดื้อรั้นด้วยรอยยิ้ม “เขาออกไปก็ดีเหมือนกัน บางวิธีของข้าก็ยิ่งสะดวกที่จะลงมือแล้ว”

ขณะพูดตุ๊กตาจิ้งจอกก็สะบัดมือ

ทันใดนั้นสิ่งของมากมายก็ลอยออกมา มีทั้งเชือก แหนบ แส้ ขวดยา ที่ปิดปาก กระทั่งว่ายังมีกระจกทองแดงบานใหญ่อีกบานหนึ่งด้วย…

มองสิ่งของเหล่านั้นที่ไม่รู้ว่าเอาไว้ใช้ทำอะไร จิตใจของธิดาเทพก็สั่นสะท้านอีกครั้ง

ส่วนตุ๊กตาจิ้งจอกตอนนี้กำลังเลียริมฝีปากของนาง กระทั่งว่าแก้มทั้ง 2 ข้างก็เริ่มแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น หัวเราะเบาๆ “การละเล่น…เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”

……

ส่วนสวี่ชิงตอนนี้กำลังพุ่งทะยานอยู่บนท้องฟ้าดารา

อาศัยไอพลังประหลาดที่เหนี่ยวนำมาตากฟ้าดิน และการปกคลุมจากเจ้าเงา นอกเสียจากจะพบกับผู้แข็แกร่งเทพแท้จริง ไม่เช่นนั้นแล้ว เขาก็มีความมั่นใจว่าปกปิดตัวเองช่วงเวลาสั้นๆ โดยไม่มีอุปสรรค

และสาเหตุที่เขาเดินทางออกมาข้างนอกในครั้งนี้ นอกจากที่เขาขี้เกียจที่จะดูตุ๊กตาจิ้งจอกต่อแล้ว ยิ่งอยากจะได้แผนที่ดารา ได้รู้ทิศทางในการกลับไปจากการนั้น

ส่วนเป้าหมายเขาได้เลือกไว้นานแล้ว

เป็นเทพผีเสื้อที่ได้รับการบูชาในศาลเจ้าของเผ่าพันธุ์วัวเกล็ดปีกค้างคาว!

จากการสำรวจก่อนหน้านี้ของสวี่ชิง นั่นเป็นเพียงระดับแท่นเทวะ อีกทั้งยังเป็นเพียงช่วงต้นเท่านั้น

เทพเจ้าในระดับนี้ ด้วยกำลังรบของสวี่ชิงในตอนนี้สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย

สิ่งเดียวที่เขาต้องกังวลก็คือการลงมือจะต้องรวดเร็วและแอบซ่อน ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสแผ่ระลอกคลื่นใดๆ ออกมาได้เลย

ดังนั้นหลังจากที่เขาออกมาแล้ว ขณะเดียวกับที่ซ่อนอำพราง ความเร็วก็สำแดงจนถึงขีดสุด ทั้งร่างกลายเป็นรอยที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กระทั่งจิตเทพทั่วไปก็ไม่อาจสัมผัสรับรู้ได้ พุ่งผ่านผืนแผ่นดินและเทือกเขา

มาปรากฏตัวบนที่ราบผลึกแห่งนั้น มองเห็นศาลเจ้าสีเขียวดำแห่งนั้นที่เผ่าวัวเกล็ดจำนวนนับไม่ถ้วนบูชาเอาไว้ในอาณาจักรที่พวกมันสร้างขึ้น

จากนั้นก็พุ่งเข้าไป ท่ามกลางโลกภายนอกไม่รับรู้อะไรเลยแม้แต่น้อย จวบจนกระทั่งย่างก้าวเข้าไปในศาลเจ้า พุ่งเข้าไปที่หว่างคิ้วของเทวรูปผีเสื้อในศาลเจ้า ใช้ความเร็วอย่างยิ่งยวด พุ่งเข้าไปในนั้น!

เทวรูปนั่นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ราวกับกำลังจะดิ้นรน แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้นก็สงบลง

ไม่นานนัก เลือดสีทองก็ไหลออกมา อาบย้อมไปทั่วทั้งเทวรูป และไหลย้อนกลับไปในทันที ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กระทั่งว่านอกศาลเจ้าตอนนี้ก็ยังคงมีการเซ่นไหว้อยู่

และผีเสื้อก็ลืมตาขึ้น

เขาไม่ได้สังหารเทพผีเสื้อตนนั้นโดยสิ้นเชิง แต่ลบล้างสติปัญญาเทพออกไป เสกเสื้อผ้าชุดหนึ่งและสวมไว้บนร่างกายของตัวเอง ด้วยวิธีการที่คล้ายกับการยืมพลังจากตุ๊กตาจิ้งจอกเป็นตัวกลาง รับทุกสิ่งของเทพเจ้าองค์นี้มาทั้งหมด

“ที่แท้ ที่นี่ห่างจากระบบดาวที่ 5 เพียงหมื่นจักรวาลเท่านั้น…”

ในดวงตาของเขามีแผนที่ดาราส่องประกาย

“และยังมีลักษณะของเทพเจ้าในระบบดาวที่ 4 ก็คล้ายกับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ส่วนใหญ่ล้วนมีอาณาเขตของตนเอง มีเผ่าพันธุ์ที่นับถือพวกองค์ท่าน ต่างแบ่งเขตกันอย่างชัดเจน…”

“เทพเจ้าบนดวงดาวนี้ก็เป็นเช่นนี้ และเหนือพวกองค์ท่านก็มีเทพเจ้าในระดับที่สูงกว่าคอยดูแล”

“ผู้ที่ดูแลดวงดาวนี้ก็คือรัศมีมรกต 360 วงนั้น… นั่นคือตระกูลเทพที่เคยมีเทพแท้จริงปรากฏขึ้นตระกูลหนึ่ง!”

“ส่วนการตรวจสอบบนเกาะที่ข้าปรากฏตัวก่อนหน้านี้เป็นเพราะตระกูลเทพนั่นได้ค้นพบว่าตรงนั้นมีร่องรอยการแตกร้าวของมิติ… แต่เรื่องแบบนี้บนดาวทุกดวงล้วนมีเกิดขึ้นบ้าง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”

“และระบบดาวที่ 4 ก็ใหญ่ขนาดนี้ พวกองค์ท่านดูเหมือนจะไม่คิดว่าเรื่องบังเอิญขนาดนั้น”

สวี่ชิงสายตาครุ่นคิด จากนั้นร่างเพียงไหววูบก็ควบคุมเทวรูปผีเสื้อให้บินออกจากศาลเจ้า

ทันทีที่ปรากฏตัวที่ภายนอก วัวเกล็ดนับไม่ถ้วนก็หมอบคารวะ

สวี่ชิงไม่สนใจ สยายปีกหายไปในฟ้าดิน มุ่งหน้าบินไปยังเทือกเขาผลึกม่วงที่ตั้งของถ้ำที่พัก

“ไม่รู้ว่าตุ๊กตาจิ้งจอกทางนั้นจะแก้พันธนาการพลังงานต้นกำเนิดของธิดาเทพได้หรือยัง” สวี่ชิงพึมพำในใจ

……

และขณะนี้ ในเทือกเขาผลึกม่วง ภายในถ้ำมืดสลัว แสงเทียนสั่นไหว

บรรยากาศที่น่ารัญจวนใจปกคลุมไปทั่วห้องลับ

บนแท่นหยกขาว ผิวหนังของธิดาเทพแดงก่ำไปทั้งแถบ ร่างกายกำลังสั่นสะท้าน

องค์ท่านยังคงสวมชุดผ้าโปร่งสีชมพูอยู่ เพียงแต่ร่างกายถูกมัดด้วยเชือกและวิธีการมัดนั้นก็เห็นได้ชัดว่าชำนาญเป็นอย่างยิ่ง มัดด้วยเงื่อนพิเศษ

แต่ละปมถูกมัดอย่างพอเหมาะพอเจาะ กลายเป็นสัญลักษณ์พันธนาการมากมาย

ในขณะเดียวกับที่รักษาท่าทางกำหนดเอาไว้ ก็ยังสามารถสร้างการเหนี่ยวรั้งของทั้งกายเนื้อและวิญญาณ ยิ่งดิ้นรนเท่าไรก็จะยิ่งรัดแน่นมากขึ้นเท่านั้น ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นนับไม่ถ้วนจับเอาไว้

ส่วนวัสดุของเชือกก็พิเศษเช่นกัน เปล่งประกายเจิดจ้าด้วยแสง 5 สีราวกับความฝันที่ไหลวน

เห็นได้ชัดว่าทำจากวัสดุแปลกประหลาดบางอย่างทำให้คนตกอยู่ในภาพลวงตาอันไม่สิ้นสุด

ความรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรงกำลังกระตุ้นธิดาเทพอย่างต่อเนื่อง ทำให้นางสั่นไปทั้งตัว ร่างบิดเกร็งโดยไม่สามารถควบคุมได้ พยายามที่จะหลุดพ้นจากการกระตุ้นที่ยากจะทนทานนี้ แต่เชือกบนร่างกลับจำกัดการเคลื่อนไหวของนางไว้

และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือเหนือศีรษะขององค์ท่านมีกระจกทองแดงบานใหญ่แขวนอยู่

ทำให้ธิดาเทพขอเพียงลืมตาก็จะเห็นตัวเองในกระจกได้

ความอัปยศทางจิตใจและความไม่สบายอันถึงขีดสุดของร่างกายผสมผสานกัน ทำให้ธิดาเทพถึงสุดขอบของขีดสุดความอดทนแล้ว

จวบจนกระทั่ง เมื่อตุ๊กตาจิ้งจอกหยิบเทียนไขขึ้นมาอีกครั้งและหยดน้ำตาเทียนลงไปเบาๆ 1 หยด

สมองของธิดาเทพก็มีสายฟ้าฟาดดังก้องทันที

การต่อต้านทุกอย่างต่างพังทลายลง แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟนับพันนับหมื่นสายสะท้อนอยู่ในดวงตาขององค์ท่าน แววตาที่เคยไหลเวียนไปด้วยแม่น้ำดาราอันกว้างใหญ่กำลังค่อยๆ สลายไป สุดท้ายท่ามกลางพายุกรรโชกที่กระตุ้นอารมณ์ ก็แหลกละเอียดกลายเป็นผง

ความรัก ความเกลียดชัง 7 อารมณ์ 6 ปรารถนา ในเสี้ยวพริบตานี้ต่างปะทุออกมาพร้อมกัน

สิ่งต่างๆ แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงในเสี้ยวขณะนี้ ราวกับว่ามีสีสันและรสชาติที่ไม่เคยถูกค้นพบเพิ่มเติมเข้ามา

สติสัมปชัญญะขององค์ท่านก็จมดิ่งลงไปโดยสมบูรณ์ ในความเลือนราง มีเพียงเสียงเดียวที่ดังก้อง

“ยินดีต้อนรับสู่โลกมนุษย์”

ตุ๊กตาจิ้งจอกโน้มตัวลง กระซิบเสียงแผ่วเบาข้างหูของธิดาเทพซิงโหมว

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!