Skip to content

Outside Of Time 1267

Outside of Time
BC

บทที่ 1267 ร่องรอยของสถานการณ์โดยรวม

สวี่ชิงรู้ดีว่าเป้าหมายของตัวเองตอนนี้ไม่ใช่การสังหาร แต่เป็นการจากไป

C

หากคนแคระของเผ่าเจินอี้เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ เปิดค่ายกลส่งข้าม เช่นนั้น แม้ว่าด้วยนิสัยของสวี่ชิงที่จะต้องกำจัดให้สิ้นซาก แต่หลังจากที่เขาชั่งน้ำหนักดูแล้ว ก็ให้ความสำคัญกับการจากไปเป็นหลัก

ในเมื่อนั่นคือแผนการแรกสุดของเขา อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการกลับระบบดาวที่ 5 อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นคือในโลกใบนี้ เทพแท้จริงของเผ่าเจินอี้กำลังหลอมรวมอยู่ จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นสำหรับสวี่ชิงแล้ว ยิ่งนานก็ยิ่งเป็นผลเสีย มีวิกฤตอันตรายหนักหน่วง

อีกทั้งก่อนหน้านี้เมื่อเขาลงมือเขาก็ได้ลองใช้วิชามิติแล้ว แต่ที่นี่ถูกปิดกั้น ไม่อาจทำการเคลื่อนย้ายออกไปเองได้

หากคิดจะจากไป มีเพียงอีกฝ่ายเปิดประตูเท่านั้น

เพียงแต่ มีการเชื่อมต่อกับเทพแท้จริงอยู่ สวี่ชิงก็รู้ดีว่าต่อให้เขาควบคุมคนแคระได้ ก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถค้นวิญญาณอีกฝ่ายหาวิธีการจากไปได้

เช่นนั้นแล้ว อีกฝ่ายหลีกเลี่ยงการต่อสู้ถึงจะเป็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ดังนั้นคำพูดจากปากของเขา เป้าหมายไม่ใช่แค่คนแคระเท่านั้น แต่ยังรวมถึง…ก้อนเนื้อสีดำบนท้องฟ้าก้อนนั้นด้วย!

แต่ในหลายๆ ครั้งการวิเคราะห์เรื่องต่างๆ สิ่งมีชีวิตแต่ละชีวิตส่วนใหญ่แตกต่างกัน และไม่สามารถพูดได้ว่าฉลาดหรือโง่เขลา ยืนอยู่ในมุมที่แตกต่างกันย่อมมีมุมมองที่แตกต่างกัน

ดังนั้นในเสี้ยวพริบตาต่อมา ก้อนเนื้อสีดำบนท้องฟ้าพลันสั่นสะเทือนขึ้นมา เพียงพริบตา ในความว่างเปล่าข้างๆ มันก็เกิดคลื่นวนขึ้นลูกหนึ่ง

คลื่นวนลูกนั้นแผ่กลิ่นอายมิติโลกภายนอกออกมา…

นั่นคือทางออกที่จะจากไป!

เมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เห็นได้ชัดว่าในตอนนี้ผู้ที่ไม่ต้องการให้ที่นี่วุ่นวายอลหม่านต่อไปมากที่สุดคือเทพแท้จริงของเผ่าเจินอี้องค์นั้น!

สำหรับองค์ท่านแล้ว แม้ว่าสวี่ชิงจะมีค่ามาก แต่ในเมื่อสมาชิกเผ่าของตัวเองไม่สามารถจัดการได้โดยเร็ว เช่นนั้น ด้วยสภาวะตอนนี้ขององค์ท่าน ย่อมจะเลือกที่จะปล่อยให้สวี่ชิงจากไปอย่างแน่นอน

สิ่งนี้จะทำให้ตัวแปรที่นี่หายไป ทำให้การกลืนกินและการหลอมรวมขององค์ท่านราบรื่นยิ่งขึ้น

“เทพบรรพชน!”

กลางอากาศ จิตใจของเทพคนแคระพลันร้อนรนขึ้นมา เขาไม่อยากให้สวี่ชิงจากไป ในใจของเขา สวี่ชิง…มีคุณค่ามากกว่า!

ส่วนสวี่ชิงทางนี้ ตอนนี้สายตาฉายประกายวาววาบ ในใจคาดเดาว่าทางออกนี้เป็นของจริงหรือไม่ แต่ในตอนนี้ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงกัดฟันและพุ่งออกไป ตรงไปยังทางออกนั้น

แต่…ในเสี้ยวพริบตาที่สวี่ชิงใช้ความเร็วอันน่าตื่นตะลึงเข้าใกล้คลื่นวนทางออกนั่น ที่นี่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาดขึ้นอีกครั้ง!

เทือกเขาบนพื้นดินคำรามกึกก้อง ต้นไม้แห้งเหี่ยวนับไม่ถ้วนไหวเอน เทพเจ้าจากพื้นดินในเสี้ยวขณะนี้ปะทุอำนาจเทพออกมา ก่อตัวเป็นพายุท่วมผืนฟ้า ปกคลุมทางออกนั้นเอาไว้

ทำให้ทางออกนั่นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในทันที ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป

เศษคลื่นพลังที่กระจายออกมาทำให้สวี่ชิงที่เข้าไปใกล้ๆ ถอยร่นมา สีหน้าเคร่งขรึมไปทันที ขณะเดียวกันเศษคลื่นพลังนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นจิตเทพดังสะท้อนก้องครืนครานสนั่นหวั่นไหว “สหายผู้ฝึกเซียนตัวน้อย ทางออกนี้เป็นหลุมพราง องค์ท่านคิดจะสังหารเจ้า!”

“เจ้าจงมาช่วยข้า เมื่อข้ากำราบเทพผู้เป็นศัตรูองค์นี้ได้สำเร็จ ก็จะช่วยเจ้าจากไป!”

เมื่อเทียบกับเทพเจ้าของเผ่าเจินอี้ที่ต้องการให้สวี่ชิงจากไปมากที่สุดแล้ว ผู้ที่ไม่ต้องการให้สวี่ชิงจากไปมากที่สุด…ความจริงแล้วไม่ใช่คนแคระ แต่เป็น…เทพเจ้าบนพื้นดินที่ต่อสู้กับเทพแท้จริงเจินอี้มาเนิ่นนานนับไม่ถ้วนปี ที่ในตอนนี้กำลังเผชิญกับวิกฤตกำลังจะถูกกลืนกินหลอมรวมองค์นั้น

ยิ่งที่นี่วุ่นวายมากเท่าไร องค์ท่านก็จะยิ่งมีโอกาสมากเท่านั้น การปรากฏตัวขึ้นของสวี่ชิงได้มอบความเป็นไปได้ที่จะพลิกสถานการณ์จากความพ่ายแพ้มาเป็นชัยชนะ!

ดังนั้นองค์ท่านจึงขัดขวาง ทั้งยังปะทุการต่อสู้กับเทพแท้จริงเจินอี้อย่างเต็มที่

ทำให้โลกนี้วุ่นวายปั่นป่วนทันใด เพียงพริบตาฝนเลือดตกลงมามากขึ้น เสียงระเบิดคำรามยิ่งกึกก้องรุนแรง

และในฝนเลือดก็มีจิตเทพแหบแห้งดังออกมา “เป็นองค์ท่านที่ไม่ต้องการให้เจ้าจากไป เจ้าจงมาช่วยข้า กำราบศัตรู ให้ข้ามีโอกาสได้เปิดทางออกให้เจ้าอีกครั้ง”

กลางอากาศ สวี่ชิงหรี่ตา ดวงตาเปล่งประกายวาววาม

พื้นดินคำรามเลื่อนลั่น จิตเทพเร่งเร้า “องค์ท่านกำลังหลอกเจ้า ทางออกนั่นหากเจ้าก้าวเข้าไปเจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน ระหว่างข้ากับองค์ท่าน ตอนนี้กำลังได้เปรียบ และจะไม่ยอมสร้างความสนใจให้กับโลกภายนอกอย่างเด็ดขาด อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นเพียงแค่ตัวแปรหนึ่งเท่านั้น และหากดึงโลกภายนอกเข้ามา…ตัวแปรก็จะเพิ่มขึ้น!”

“อย่าไปฟังองค์ท่าน หากเป็นเวลาอื่น ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าจากไปอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้หากเจ้าไปจะเป็นประโยชน์กับข้ามากที่สุด เรื่องนี้ข้าขอผูกพันธะสัญญาด้วยนามแท้จริง จะไม่คืนคำอย่างแน่นอน หากเจ้าไม่เชื่อ เจ้าลองดูว่าองค์ท่านจะกล้าผูกพันธะสัญญาด้วยนามแท้จริงหรือไม่!”

จิตเทพแท้จริง 2 กลุ่มในโลกใบนี้ปะทุขึ้นพร้อมกัน

เทพเจ้าแห่งพื้นดินกลับไม่ผูกพันธะสัญญาด้วยนามแท้จริง!

ส่วนคนแคระที่อยู่ที่ไกลทางนั้นในดวงตาฉายแสงวาบ พลันกล่าวกับสวี่ชิงขึ้นมา “สหายเต๋า ก่อนหน้านี้เป็นข้าที่หุนหันพลันแล่น ระหว่างพวกเราไม่จำเป็นต้องสู้กันเอาเป็นเอาตาย ขอโปรดช่วยเผ่าพันธุ์ของข้า และคำสัญญาของเทพแท้จริง เผ่าพันธุ์ของข้ายอมรับปฏิบัติตาม!”

หลังจากพูดจบองค์ท่านก็เงยหน้าขึ้น โค้งคารวะไปยังท้องฟ้า เอ่ยเสียงต่ำทุ้ม “ขอเทพบรรพชนโปรดตัดการเชื่อมต่อกับเหล่าเทพเจ้าระดับแท่นเทวะเหล่านั้น เสริมพลังให้แก่ข้า ช่วยผู้ฝึกเซียนผู้นี้ร่วมสยบกำราบศัตรู เพื่อหลีกเลี่ยง…ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีก!”

ในคำพูดนี้มีความหมายแฝงไว้ หากปลดปล่อยเทพเจ้าระดับแท่นเทวะให้ปรากฏตัวขึ้นจะทำให้สถานการณ์นี้หากรุกก็บุกโจมตีได้ หากล่าถอยก็ตั้งรับได้ ยืนอยู่ในจุดที่ไร้วันพ่ายแพ้

ดังนั้นในเสี้ยวพริบตาต่อมา ก้อนเนื้อสีดำบนท้องฟ้าพลันเต้นอย่างรุนแรง เทพเจ้าระดับแท่นเทวะ 7-8 องค์ที่เชื่อมต่อกับองค์ท่านก็ต่างก็ลืมตาขึ้นมา

จิตเทพของเหล่าองค์ท่านถูกส่งกลับไป การเชื่อมต่อถูกตัดขาด ในตอนนี้เพียงไหววูบก็พุ่งลงมาข้างล่าง

ดูเหมือนช่วยสวี่ชิงกำราบเทพแท้จริงที่อยู่ข้างล่างจริงๆ

ในบรรดาเทพเจ้าระดับแท่นเทวะเหล่านี้ แท่นเทวะอื่นๆ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่มี 3 องค์ที่ก่อนหน้านี้สวี่ชิงได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ

องค์หนึ่งคือดวงตาชั่วร้ายผุกร่อนที่มีระฆังราวสัมฤทธิ์อยู่ข้างใน

องค์หนึ่งคือหญิงชราเหี่ยวย่นรูปลักษณ์อย่างเผ่ามนุษย์

และองค์สุดท้ายคือเทพแห่งความเสื่อมโทรมและรุ่งโรจน์ที่ร่างครึ่งหนึ่งเป็นดอกไห่ถังครึ่งหนึ่งเป็นเถ้าธุลี

มองดูเหล่าองค์ท่าน ในดวงตาของสวี่ชิงก็มีประกายแสงเย็นเยือกฉายวาบ

เขารู้ดีว่าแม้ตัวเองจะมีอาวุธเต๋าผู้นำเซียน แต่การใช้อาวุธเต๋าจำเป็นต้องใช้โชคชะตาของระบบดาวที่ 5 เป็นตัวเหนี่ยวนำ และที่นี่คือระบบดาวที่ 4 ทันทีที่เหนี่ยวนำมา…ตัวตนก็จะถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน

ดังนั้นในช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจนี้สิ่งที่เขาเลือกคือ…

“ดี พวกเจ้าตามข้ามา!”

ระหว่างพูด สวี่ชิงร่างเพียงไหววูบ มุ่งหน้าไปยังร่มเห็ดหลินจือที่เติบโตอบยู่บนต้นไม้แห้งเหี่ยวอยู่ข้างล่างเหล่านั้น พุ่งทะยานไป!

บนร่มเห็ดหลินจือน้อยใหญ่เหล่านั้นเต็มไปด้วยผลึกแก้ว และภายในผลึกแก้วแต่ละชิ้นๆ คือโลกเล็กที่กลายเป็นที่รกร้างไปแล้ว

เพียงแต่พวกมันดูเหมือนจะมีอยู่จริง แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกมันกลับอยู่ระหว่างภาพมายาและความจริง

อีกทั้งไม่สามารถเข้าไปได้!

แต่สถานที่ที่สวี่ชิงไปกลับเป็นโลกเล็กๆ เหล่านั้น!

ทะลวงเข้าไปในทันที!

ไม่เกี่ยวข้องกับธรรมนูญของเขา ราวกับว่า…โลกเล็กๆ เหล่านี้ในเสี้ยวขณะนี้ได้เปิดออกเอง!

สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ข้างหลังของเขา คนแคระมองดูภาพฉากนี้ ในดวงตาประกายแสงแปลกประหลาดฉายวาบ แอบส่งจิตเทพไปยังเทพเจ้าทั้งหมดอย่างลับๆ

“โลกใบเล็กเหล่านี้คือแกนกลางของศัตรูตนนั้น ปกติแล้วไม่สามารถเข้าไปได้ แต่ตอนนี้มันเปิดออก…พวกเจ้าทุกคนจงตามข้าเข้าไปและทำลายทุกสิ่ง!”

“ส่วนผู้บำเพ็ญคนนั้น จงหาโอกาสหากจับเป็นได้ก็ดีที่สุด หากทำไม่ได้…ก็จงสังหารผู้บำเพ็ญผู้นี้เสีย!”

จากนั้นองค์ท่านเพียงไหววูบก็พุ่งทะยานเหยียบย่างเข้าไปในโลกใบเล็กที่สวี่ชิงมุ่งหน้าไปพร้อมกับเทพเจ้าระดับแท่นเทวะที่ลงมาเยือนเหล่านั้น ผู้ที่มุ่งหน้าไปยังมีเทพทั้งหลายที่แยกย้ายกันไปรอบๆ ก่อนหน้านี้ด้วย

ย่างก้าวเข้าไปได้อย่างราบรื่นเช่นกัน!

และหลังจากที่เหล่าองค์ท่านทยอยหายไป โลกนอกร่มเห็ดหลินจือก็เหลือเพียงการต่อสู้ระหว่างฟ้าและดิน ตลอดจนการปะทะจากจิตเทพของกันและกัน

“ก่อนหน้านี้เจ้าไม่กล้าผูกพันธะสัญญากับนามแท้จริง เป็นเพราะเจ้ากลัวว่าข้าจะไล่ตามร่องรอย หานามแท้จริงของเจ้าที่ซ่อนไว้อาณาจักรเทพความทรงจำเจอ แต่ตอนนี้เจ้ากลับเปิดอาณาจักรเทพเสียเอง!”

“การล่มสลายของอาณาจักรเทพทุกแห่งล้วนทำให้นามแท้จริงของเจ้าพลังในการซ่อนอำพรางลดลงหนึ่งส่วน หากทำลายไปมากเข้า ข้าก็จะหานามแท้จริงของเจ้าได้ในทันที กลืนกินมัน ทำให้การหลอมผสานสำเร็จในเสี้ยวพริบตา!”

“ท่าทางนี่จะเป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของเจ้า คือฝากความหวังทั้งหมดไว้กับผู้บำเพ็ญผู้นั้นแล้ว”

“เจ้ากำลังเดิมพัน เดิมพันว่าในขณะเดียวกับที่เขาเลือกช่วยเจ้า ก็เดิมพันว่าเขาอยู่ในอาณาจักรเทพความทรงจำของเจ้า ก่อนที่เทพบริวารเหล่านั้นจะทำลายอาณาจักรเทพของเจ้าทำให้ข้าหาได้เจอ ก็ถูกพวกองค์ท่านทำลายไปก่อน!”

“แลกมาซึ่งเวลาในการต่อสู้กับข้าจากการนี้!”

“แต่…ผู้บำเพ็ญคนนั้นชาญฉลาด ข้าผูกพันธะสัญญาด้วยนามแท้จริง แต่เจ้าไม่ได้ทำ เขาจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร!”

จิตเทพบนท้องฟ้าสะท้อนก้องคิดจะทำลายแนวป้องกันในใจของศัตรู แต่เทือกเขา ผืนแผ่นดินและต้นไม้แห้งเหี่ยวตอนนี้ต่างสั่นไหว

“เพราะในอาณาจักรเทพความทรงจำของข้า มีบางสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับเขาแล้ว มีค่ามากกว่าพันธะสัญญานามแท้จริงของเจ้า!”

“เดิมทีข้าก็ไม่เข้าใจ แต่ในเสี้ยวพริบตาที่เห็นเขา ข้าก็รู้ถึงผลกรรมเวรแล้ว ส่วนตอนนี้ เจ้ารอก็พอแล้ว!”

ก้อนเนื้อสีดำบนท้องฟ้าหดตัวลง ฝนเลือดก็ตกลงมามากขึ้น

“เจ้ามองออกว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริงดังนั้นจึงร้อนใจ!”

ภูเขาและผืนแผ่นดินต่างร่วมคำรามกึกก้อง สิ่งที่องค์ท่านต้องการคือการที่อีกฝ่ายร้อนใจ

เพราะมีเพียงแบบนี้เท่านั้นจึงจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้

……

ภายในโลกใบเล็ก ท้องฟ้ายับย่น แผ่นดินแห้งเหี่ยว สิ่งมีชีวิตทั้งปวงไม่หลงเหลืออยู่

มีเพียงซากรกร้างปรักหักพังสุดลูกหูลูกตาที่บันทึกความรุ่งโรจน์ในอดีตไว้

และในฟ้าดินตอนนี้มีสายฟ้าทางหนึ่งฟาดผ่านมา เงาร่างของสวี่ชิงปรากฏขึ้นในนั้น ในเสี้ยวพริบตาที่ปรากฏตัวขึ้นก็มีลมพัดมาจากความว่างเปล่า

พัดมายังร่างของสวี่ชิง ส่งภาพหนึ่งมาอยู่ตรงหน้าเขา

ภาพนั้นคือแผนที่โลกที่แตกออกเป็นหมื่นๆ ส่วน ถูกฝืนประกอบเข้าด้วยกัน ราวกับเป็นอาณาจักรเทพที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่ง

อีกทั้งตำแหน่งที่สวี่ชิงอยู่ที่ถูกทำสัญลักษณ์เอาไว้ในนั้น ก็คือหนึ่งในชิ้นส่วนนั้น!

นอกจากนี้ยังมีการเหนี่ยวนำอันแปลกประหลาดกลุ่มหนึ่งแผ่ออกมาจากแผนที่ฉบับหนึ่งในบรรดาหมื่นๆ ส่วนที่อยู่ไม่ไกลจากสวี่ชิง!

ในเสี้ยวพริบตาที่มันเข้าสู่สัมผัสการรับรู้ของสวี่ชิง ดวงตาของสวี่ชิงก็จ้องมอง หอคอยดาราที่เขาซ่อนอำพรางไว้ในร่างเขาซึ่งสามารถพากลับไปยังระบบดาวที่เก้าได้ในเสี้ยวขณะนี้ก็สั่นสะเทือนขึ้น

ต้นกำเนิดของการสั่นสะเทือนนี้ไม่ใช่ตัวหอคอยดารา และไม่ใช่เถาวัลย์เทพศักดิ์สิทธิ์ที่พันล้อมกำลังจำศีลอยู่บนนั้น แต่เป็น…

หนูสีทองตัวน้อยที่สวี่ชิงปล่อยมันไว้ในหอคอยดารา เนื่องจากใช้พลังงานมากเกินไปเมื่อก่อนหน้านี้ตอนที่มายังระบบดาวที่ 5 ด้วยเหตุนี้จึงหลับใหลอยู่จนถึงตอนนี้!

มันดูเหมือนว่าเพราะการเหนี่ยวนำอะไรไรจึงตื่นขึ้นมาแล้ว!

ในเสี้ยวพริบตาที่มันตื่นขึ้น ก็ส่งเสียงจี๊ดๆ ดังสะท้อนก้องอยู่ในจิตใจของสวี่ชิง

ภาพฉากนี้ทำให้รูม่านตาทั้ง 2 ข้างของสวี่ชิงหดเล็ก จากนั้นก็ฉายประกายแสงรุนแรง ในใจเกิดการคาดเดาที่เหลือเชื่อขึ้น

จากนั้น ลมหายใจของเขาถี่กระชั้นเล็กน้อย ในใจตัดสินใจอย่างเด็ดขาดทันที

ร่างเพียงไหววูบ ก็พุ่งตรงไปยังบริเวณที่เกิดการเหนี่ยวนำ ทะยานแหวกมิติไป!

แต่ในเสี้ยวขณะที่เขากำลังพุ่งไป ร่างเทพเจ้ามากมายก็ลงมาเยือนแล้ว

และทุกๆ ครั้งที่มีเทพเจ้าเพิ่มขึ้น 1 องค์ การเหนี่ยวนำนั้นก็จะเลือนรางลงหนึ่งส่วน จนในที่สุดเมื่อเทพเจ้าเหล่านั้นปรากฏตัวขึ้นครบแล้ว การเหนี่ยวนำสลายไปจนหมดสิ้น ขณะเดียวกันเศษชิ้นส่วนอาณาจักรเทพที่เสียหายเป็นหมื่นๆ ชิ้นนี้ก็พลันปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมา

ทำให้สวี่ชิงไม่สามารถหาตำแหน่งที่แน่นอนได้!

ในดวงตาของสวี่ชิงประกายแสงวาววามฉายวาบขึ้น นี่เห็นได้ชัดเจนว่า… เทพเจ้าแห่งพื้นดินองค์นั้นต้องการให้ตนสังหารเทพบริวารของเผ่าเทพเจินอี้ที่นี่ทั้งหมด

นี่คือการแลกเปลี่ยน!

“ตกลง!”

ในใจของสวี่ชิงความเยือกเย็นเดือดพล่าน ปะทุขึ้นในทันที!

ในขณะเดียวกัน ในเศษซากของอาณาจักรเทพที่ปั่นป่วนวุ่นวายนี้ ในเศษชิ้นส่วนแห่งหนึ่ง ภายในซากรกร้าง… มีหนูสีทองตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังแทะรองเท้าฟางอยู่

ขณะที่มันแทะ มันก็เฝ้าระวังไปรอบๆ ไปด้วย ราวกับกังวลว่าจะมีตัวตนบางอย่างพลันปรากฏตัวขึ้นมา และจับมันกลับไปอีกครั้ง

และในการแทะนี้มันก็ไม่ได้สังเกตว่าเศษฟางที่ตกลงมาจากปากของมันได้กระจายไปรอบๆ เหมือนประกอบกันเป็นค่ายกลส่งข้ามอยู่รางๆ!

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!