Skip to content

Outside Of Time 1271

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา

บทที่ 1271 เรื่องเล่าของดาวแม่

ในรอยแยกกาลอวกาศ บนธารน้ำแข็งสีดำ หลังจากที่ได้ยินคำพูดที่หลุดอุทานออกมาของธิดาเทพซิงโหมว สวี่ชิงสีหน้าเคร่งขรึมไปทันใด มือขวาพลันยกขึ้น คว้าไปกลางอากาศ

เงาร่างของธิดาเทพปรากฏขึ้นในทันใด สวี่ชิงบีบที่คอและดึงมา วางไว้ข้างหน้า คลายนิ้วเล็กน้อย หลังจากธิดาเทพสามารถพูดได้ตามปกติแล้ว สวี่ชิงเอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง “จงบอกสิ่งที่เจ้ารู้ตามความเป็นจริงออกมาให้หมด”

เผชิญกับสายตาที่เย็นชาของสวี่ชิง รวมถึงประสบการณ์ตั้งแต่ถูกจับตัวมาตลอดทางมานี้ ทั้งยังมีวิธีการของตุ๊กตาจิ้งจอกอีก ทำให้แนวป้องกันในใจของธิดาเทพซิงโหมวถูกทำลายไปจนหมดสิ้นตั้งนานแล้ว

องค์ท่านเข้าใจดีว่าหากองค์ท่านทำการปกปิด ก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อตัวเองทั้งสิ้น ดังนั้นหลังจากที่เงียบไปชั่วครู่ องค์ท่านก็เอ่ยเสียงต่ำทุ้มขึ้นมา “ทุกอย่างที่นี่ตรงกับสถานที่ลึกลับที่ข้ารู้จักแห่งหนึ่ง…ดาวแม่ดั้งเดิมแห่งระบบดาวที่ 4”

“พูดต่อไป” สวี่ชิงสีหน้าสุขุมสงบนิ่ง

เสียงของธิดาเทพดังก้อง “ดาวแม่ดั้งเดิมที่ว่านั่น ว่ากันว่าในระบบดาวที่ 4 ทั้งระบบ ก่อนห้วงเวลาเก่าแก่บรรพกาล เป็นสถานที่กำเนิดขึ้นของเทพเจ้าองค์แรก”

“ในตำนานเล่าว่า ก่อนหน้าเทพเจ้าดั้งเดิมองค์นี้ ระบบดาวที่ 4 ไม่มีเทพเลย เพราะการถือกำเนิดขององค์ท่านจึงทำให้มีเทพเจ้าเกิดขึ้น”

ในดวงตาของสวี่ชิงมีแสงเย็นเยือกฉาบวาบขึ้น

ธิดาเทพถูกสายตานี้กวาดมองในใจก็สั่นสะท้าน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็กล่าวต่อไป

“คำกล่าวนี้ห่างไกลจากปัจจุบันมากนัก ข้าก็เคยได้ยินมาจากเทพบิดาของข้าคร่าวๆ มาบ้าง อีกทั้งเหล่าเทพเจ้าในระบบดาวที่ 4 ก็ไม่ได้ยอมรับเรื่องเล่านี้ทั้งหมด”

“นี่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของเทพเจ้า พูดได้เพียงว่าดาวแม่ดั้งเดิมเป็นหนึ่งในทฤษฎีต้นกำเนิดของเทพเจ้าเท่านั้น”

ธิดาเทพรีบอธิบาย

“พูดเรื่องที่เจ้าสามารถยืนยันได้มา!” เสียงของสวี่ชิงเย็นชาลง

ธิดาเทพรีบพยักหน้า “มีเรื่องหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ นั่นก็คือเทพเจ้าที่อยู่ในสภาวะพลังเทพเสื่อมถอย ก่อนที่กายเทพจะแห้งเหี่ยว ก็จะรับรู้ถึงการเรียกขานจากดาวแม่ได้ จากนั้นก็จะล่องลอยไปในท้องฟ้าดารา ไปตามวิถีที่กำหนดไว้ ราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่นกลับสู่ราก มายังดาวแม่”

“แต่กระบวนการกลับมานี้ไม่อาจตรวจสอบได้ ไม่อาจรู้ได้ ดังนั้นในเวลาเนิ่นนานนับไม่ถ้วนที่ผ่านมา มีเทพเจ้าน้อยนักที่รู้ว่าดาวแม่อยู่ที่ใด”

“มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะมาที่นี่ได้”

เมื่อสวี่ชิงได้ยินเช่นนั้นก็พลันกล่าวขึ้น “สภาวะพลังเทพเสื่อมถอยหรือ”

ธิดาเทพลังเล แต่ก็ยังคงบอกความลับของเทพออกมา “ต่ำกว่าระดับเทพแท้จริง เทพเจ้าจะไม่มีความเป็นอมตะ มีเพียงสำเร็จเป็นเทพแท้จริง มีนามแท้จริงเท่านั้นจึงจะเป็นอมตะได้”

“แต่ความเป็นอมตะประเภทนี้หมายถึงเพียงนามแท้จริงเท่านั้น ไม่รวมกายเทพ และร่างกายของเทพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเทพแท้จริงหรือไม่ หลังจากผ่านห้วงเวลาอันเนิ่นนานก็จะเกิดการเสื่อมถอยไปตามธรรมชาติ”

“สุดท้ายจะแห้งเหี่ยวไป…”

“และเมื่อเหล่าองค์ท่านถูกนำทางกลับมายังดาวแม่ หลังจากที่ตายไปที่นี่ เทพเจ้าที่ไม่มีนามแท้จริงก็จะกลายเป็นสารอาหาร ส่วนเทพเจ้าที่มีนามแท้จริง สำหรับพวกองค์ท่านแล้ว ดาวแม่จะเหมือนกับมดลูกที่ให้การหล่อเลี้ยงก่อกำเนิดร่างกายเทพเจ้าใหม่ขึ้นมา

จากนั้นก็ดึงนามแท้จริงเข้ามา ราวกับการสร้างใหม่ ทำการฟื้นคืนชีพสำเร็จสมบูรณ์”

“กระบวนการนี้เนิบช้านัก ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในกฎการฟื้นคืนชีพของเทพแท้จริงด้วยเช่นกัน”

สวี่ชิงได้ยินถึงตรงนี้คิ้วก็ขมวดขึ้น “นี่ไม่เหมือนกับการฟื้นคืนชีพที่ข้ารู้!”

ธิดาเทพรีบอธิบาย “นั่นเป็นเพราะวิธีการฟื้นคืนชีพของเทพเจ้ายังมีอีก 2 วิธี”

“1 คือการกลับมาในร่างที่ตายไปของตนเอง อีกหนึ่งวิธีคือนายแห่งเทพเรียกขาน แต่ว่าทั้ง 2 ประเภทนี้ฟื้นคืนชีพกลับมาได้เฉพาะเทพเจ้าที่ไม่ได้อยู่ในสภาวะพลังเทพเสื่อมถอยเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นเทพเจ้าที่รบตาย…”

“ส่วนเทพเจ้าสภาวะพลังเทพเสื่อมถอยมีเพียงถูกเหนี่ยวนำไปยังดาวแม่ทางเดียวเท่านั้น”

ธิดาเทพซิงโหมวเอ่ยเสียงแผ่วเบา

สวี่ชิงครุ่นคิด การบรรยายของธิดาเทพซิงโหมว เขาได้ยินเป็นครั้งแรก แต่เมื่อนึกถึงการฟื้นคืนชีพของเทพแท้จริงที่เขาเคยเห็นมา ก็ล้วนเป็นผู้ที่รบตายทั้งนั้นจริงๆ

แต่ว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ ในใจสวี่ชิงก็ยังคงสงสัย และได้ถามตุ๊กตาจิ้งจอกในใจเหมือนกัน

เพียงแต่ตุ๊กตาจิ้งจอกในฐานะที่เป็นเทพเจ้าจากการฝึกฝน พลังบำเพ็ญยังไม่ถึงระดับเทพแท้จริงและไม่ได้มีฐานะสูงส่งอย่างธิดาเทพ ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ก็ไม่เข้าใจเช่นกัน

ไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องได้

ดังนั้นหลังจากที่สวี่ชิงครุ่นคิดแล้ว มือซ้ายก็ชี้ไปที่ธารน้ำแข็งสีดำข้างล่าง

“สิ่งแปลกประหลาดที่อยู่ใต้ธารน้ำแข็งพวกนั้นคืออะไร”

“คือต้นกำเนิดพิบัติ…” ธิดาเทพซิงโหมวเอ่ยออกมาทันที

“ต้นกำเนิดพิบัติคือสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่เฉพาะบนดาวแม่เท่านั้น พวกมันมีชีวิตด้วยการกลืนกินซากศพเทพเจ้า เป็นส่วนหนึ่งของดาวแม่ เกิดที่นี่ ตายที่นี่ และสุดท้ายก็จะประกอบเป็นร่างกายของเทพเจ้าใหม่ขึ้นมามากมาย”

สวี่ชิงหรี่ตาลง ครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง เอ่ยเสียงต่ำทุ้มออกมา “ต้นกำเนิดพิบัติไปจากดาวแม่ได้หรือไม่”

ธิดาเทพส่ายหน้า “ตามความรู้ของข้าที่มีต่อดาวแม่ ไม่เคยได้ยินว่ามีต้นกำเนิดพิบัติจากไป และก็ไม่เคยเห็นต้นกำเนิดพิบัติตนใดที่โลกภายนอกเลย”

สวี่ชิงเงียบนิ่ง หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็พลันกล่าวขึ้นมา “มีเพียงระบบดาวที่ 4 เท่านั้นที่มีดาวแม่ดั้งเดิม หรือว่าทั้ง 36 ดาวชั้นบนต่างล้วนมีแบบนี้เช่นกัน”

“เป็นเช่นนี้ทั้งหมด” ธิดาเทพกล่าวเสียงต่ำ

องค์ท่านไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้แล้ว แม้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นความลับของเทพเจ้า เทพเจ้าที่ต่ำกว่าระดับเทพแท้จริงน้อยนักที่จะรู้ มีเพียงระดับเทพแท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถรับรู้ได้รางๆ จากสายเลือด

ส่วนองค์ท่าน เนื่องจากบิดาคือจักรพรรดิเทพจึงทำให้รู้ได้ครอบคลุมมากกว่า

“เช่นนั้นจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร” ในดวงตาของสวี่ชิงประกายแสงเย็นเยือกจับจ้อง มองดวงตาของธิดาเทพ

ธิดาเทพสั่นสะท้านไปทั้งตัว ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ข้าไม่รู้…ข้ารู้เพียงว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้มีชีวิตจะมาได้…”

ในใจธิดาเทพมีประโยคหนึ่งที่ไม่ได้พูดออกมา สำหรับเรื่องสวี่ชิงมาที่นี่ได้ ความสงสัยในใจองค์ท่านมากมหาศาลไร้สิ้นสุดนัก

สวี่ชิงขมวดคิ้ว กำลังจะถามต่อ

แต่ในตอนนี้เอง ภาพฉากที่ทำให้จิตใจของเขาสั่นสะท้านก็ได้ปรากฏขึ้นแล้ว

เห็นเพียงธิดาเทพที่อยู่ตรงหน้า บางทีอาจจะอยู่ในสถานที่นี้นานเกินไป ตอนนี้ผิวหนังของนางค่อยๆ แสดงอาการแก่ชรา ความรู้สึกของความเสื่อมโทรมก่อตัวขึ้น

ในเวลาเดียวกันเสียงร้องตื่นตกใจของตุ๊กตาจิ้งจอกก็ดังเข้ามาในใจของสวี่ชิงในเสี้ยวขณะนี้เอง

“นายน้อย ข้ารู้สึกว่าร่างกายของข้ากำลังอ่อนแอลง พลังงานต้นกำเนิดเทพในร่างกำลังหายไป!”

ส่วนธิดาเทพทางนั้นก็สัมผัสรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเช่นกัน ในขณะเนื้อตัวสั่นเทา ดวงตาก็ฉายความตื่นกลัว

“เป็นดาวแม่ดั้งเดิมกำลังดูดซับและย่อยสลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่มาที่นี่!”

สวี่ชิงสำรวจตัวเองทันที แต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ ของร่างกาย ดังนั้นจึงมองธิดาเทพที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวผาดหนึ่ง ถามอีกครั้ง “เจ้าแน่ใจนะว่าไม่มีวิธีออกจากที่นี่”

ธิดาเทพสั่นสะท้านหนักขึ้น นึกย้อนถึงสิ่งที่ตนเองรู้อย่างสุดกำลัง แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำตอบ

เมื่อสวี่ชิงเห็นเช่นนั้น ก็สะบัดมือ หลังจากเก็บธิดาเทพลงไป ทอดสายตามองรอบๆ สำรวจแหล่งพลังต้นกำเนิดเทพของตัวพลางวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับในใจไปด้วย

“ดาวแม่ดั้งเดิม…”

“สงสัยว่าเป็นสถานที่ที่ถือกำเนิดของเทพเจ้าองค์แรกในระบบดาวที่ 4”

“เป็นสถานที่กลับไปของเทพเจ้าที่อยู่ในสภาวะพลังเทพเสื่อมถอย…”

“ผู้มีชีวิตไม่สามารถมาที่นี่ได้…เช่นนั้น เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่จอมเซียนผลักดันให้ข้าส่งข้ามมาที่นี่คืออะไร”

“แล้วก็…ต้นกำเนิดพิบัติที่ว่านั่น คล้ายกับสิ่งที่อยู่ในร่างกายของนายกองเป็นอย่างมาก หากสิ่งที่อยู่ในร่างกายของนายกองคือต้นกำเนิดพิบัติจริงๆ…”

สวี่ชิงเงียบนิ่ง ความลับในตัวนายกองเขามีการคาดเดาอยู่นานแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงรู้ไม่มากนัก

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ ดังนั้นสวี่ชิงจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้า

“ไม่ว่าจอมเซียนจะส่งข้ามาที่นี่เพื่ออะไร สำหรับข้าแล้วการหาวิธีออกไปจากที่นี่ถึงจะเป็นสิ่งสำคัญ!”

“ส่วนประตูสัมฤทธิ์ในศาลเจ้าบานนั้น ก่อนหน้านี้ข้าก็ได้ลองแล้ว ใช้มันเพื่อจากไปไม่ได้”

“ดังนั้นลองมาดูบนท้องฟ้าว่าจะมีวิธีออกไปจากที่นี่หรือไม่”

คิดถึงตรงนี้ ร่างของสวี่ชิงก็ไหววูบ พุ่งตรงไปยังท้องฟ้า

ความเร็วของเขานั้นน่าตกใจ ขณะพุ่งผ่านความว่างเปล่าไปอย่างเร็วรี่ เข้าใกล้ท้องฟ้าสูงไปไม่หยุด

เวลาผ่านไป

เพียงแต่ท้องฟ้าของที่นี่เหมือนว่าจะกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ไม่ว่าสวี่ชิงจะบินสูงแค่ไหน เขาก็ยังคงอยู่กลางอากาศ

ไม่อาจไปถึงจุดสิ้นสุดได้

ส่วนพื้นดิน แม้ว่าจากการบินขึ้นฟ้าของสวี่ชิง แต่สิ่งที่เห็นก็ยังคงเป็นธารน้ำแข็งสีดำ ราวกับว่ามันกว้างใหญ่และไม่มีที่สิ้นสุดอย่างแท้จริง

ฉากนี้ทำให้ใจของสวี่ชิงเคร่งเครียด

“จากความเร็วของข้า ปกติแล้วตอนนี้ก็บินออกไปจากจักรวาลแห่งหนึ่งได้แล้ว”

“แต่ที่นี่กลับยังคงอยู่กลางอากาศ!”

สวี่ชิงพึมพำในใจ ขณะเดียวกันเขาก็สังเกตเห็นว่าตุ๊กตาจิ้งจอกและธิดาเทพซิงโหมว ความอ่อนแอในตัวขององค์ท่านทั้ง 2 เข้มข้นขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ธิดาเทพซิงโหมวทางนั้น สวี่ชิงไม่ได้สนใจ แต่สำหรับตุ๊กตาจิ้งจอก สวี่ชิงได้ส่งพลังงานต้นกำเนิดของตัวเองบางส่วนไปให้เพื่อบรรเทาอาการองค์ท่าน

จากนั้นเขาก็ครุ่นคิด

“ไม่เกี่ยวกับความสูง อยู่ที่นี่นานเท่าไร ความอ่อนแอก็จะยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น”

หลังจากที่สวี่ชิงได้ข้อสรุป ก็เร่งความเร็วและพุ่งทะยานไปอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ ไม่นานเท่าไร ร่างของสวี่ชิงก็พลันหยุดลง รูม่านตาหดเล็ก

ความรู้สึกขนลุกก็พลันปะทุขึ้นในใจของเขาราวกับถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร ขณะเดียวกันความหนาวเย็นเสียดกระดูกที่ส่งมาจากร่างกายก็พลันพุ่งขึ้นทุกด้านในเสี้ยวขณะนี้

ราวกับว่าเลือดเนื้อทุกชุ่น จิตเทพทุกกลุ่มล้วนส่งสัญญาณอันตราย

ความรู้สึกนี้มาจากท้องฟ้าที่ไร้ขอบเขตสิ้นสุดมองไม่เห็นปลายทางข้างบน

ราวกับว่าหากยังคงบินขึ้นไปต่อ เช่นนั้น เขาจะต้องพบเจอกับเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจจินตนาการได้

“ไปต่อไม่ได้!”

ความคิดในสมองของสวี่ชิงหมุนอย่างรวดเร็ว ร่างกายพลันดิ่งลง จนกระทั่งลดระดับความสูงลงไปในระดับหนึ่ง ความรู้สึกหวาดกลัวถึงได้ค่อยๆ สลายไป

เพียงแต่จิตใจของเขากลับไม่สามารถผ่อนคลายลงได้เลยแม้แต่น้อย เพราะวิกฤตอันตรายใหม่ ก็ได้เกิดขึ้นกับเขาในเสี้ยวขณะนี้

ต่อจากธิดาเทพและตุ๊กตาจิ้งจอก พลังงานต้นกำเนิดในร่างกายของสวี่ชิงก็เริ่มหายไปเช่นกัน!

หลังจากที่ค้นพบสถานการณ์นี้ สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียด

แม้ว่าความเร็วของการสูญเสียจะไม่เร็ว อีกทั้งพลังงานต้นกำเนิดในร่างกายของสวี่ชิง หลังจากที่ดูดซับก้อนเนื้อสีดำในแดนลับนั่นก็มีค่อนข้างเพียงพอเลยทีเดียว

แต่การสูญเสียไปเช่นนี้ ไม่ว่าเขาจะผนึกมันอย่างไรก็ไม่อาจหยุดยั้งมันได้เลยแม้แต่น้อย

ส่วนตุ๊กตาจิ้งจอกหลังจากที่สังเกตเห็นว่าสวี่ชิงก็กำลังตกอยู่ในสภาวะสูญเสียพลังงานต้นกำเนิดไปเช่นกัน ในใจก็ร้อนรนไม่ต่างกัน

“นายน้อย การสูญเสียกำลังเร็วขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป…”

“รู้แล้ว”

สวี่ชิงตอบกลับ ร่างของเขาเพียงไหววูบ พุ่งตรงไปยังธารน้ำแข็งข้างล่างอย่างรวดเร็ว ใช้ความเร็วสูงสุดตลอดทาง ทำให้เกิดระเบิดคลื่นเสียงคำรามดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ

สถานที่ที่เขามุ่งหน้าไปก็คือสถานที่ที่เขาเห็นว่าซากร่างเทพแท้จริงตกลงมาจากท้องฟ้าเมื่อก่อนหน้านี้

ใช้เวลาไม่นานนัก บนพื้นดิน ซากร่างเทพเจ้าใหญ่โตมหึมาที่จมลงไปครึ่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของสวี่ชิง

ซากร่างนี้เป็นซากที่สวี่ชิงเห็นเมื่อครู่ ตอนนี้ครึ่งหนึ่งของซากร่างอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง อีกครึ่งหนึ่งอยู่ด้านบน อีกทั้งกำลังค่อยๆ จมลงไป

การจมลงนี้ไม่ได้ทำให้ธารน้ำแข็งแตกทลาย มันราวกับว่ากำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน แทรกซึมลงไปอย่างแปลกประหลาด

กระทั่งว่าใต้ธารน้ำแข็งยังสามารถมองเห็นต้นกำเนิดพิบัติมหาศาลอยู่รางๆ กำลังกลืนกินอยู่

และในเสี้ยวพริบตาที่เข้าใกล้ สวี่ชิงก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ยกมือขึ้นกดลงไป ในดวงตาของเขามีแสงสีเงินส่องประกายขึ้นทันใด

ในเสี้ยวพริบตาต่อมา พลังงานต้นกำเนิดจางๆ ก็ถูกดึงออกมาจากซากร่างเทพแท้จริงซากนี้ โหมทะลักมา เติมเต็มพลังงานต้นกำเนิดที่สูญเสียไปของเขากับตุ๊กตาจิ้งจอก

วิชาหลอมพลังงานต้นกำเนิดวิชานี้ เป็นเคล็ดหลอมเทพเสวียนโยวนั่นเอง!

ในดวงตาของสวี่ชิงประกายแสงสีเงินฉายวาบขึ้นมา เอ่ยพึมพำเสียงเบา “จริงๆ ด้วย…”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!