Skip to content

Outside Of Time 1285

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา

บทที่ 1285 ผู้นำเซียนเสวียนหู

ระบบดาวที่ 5 เขตสงครามปีกซ้าย!

เมื่อเทียบกับตอนที่สวี่ชิงจากไป เขตสงครามปีกซ้ายในตอนนี้ดูเวิ้งว้างนัก

กองทัพผู้บำเพ็ญเกือบ 7 ส่วนรับโองการของจอมเซียน บุกโจมตีเข้าไปในดินแดนของระบบดาวที่ 4 อย่างเกรียงไกร กำลังจะเปิดศึกตัดสินครั้งสุดท้าย

ตอนนี้ ดาวที่ยังคงอยู่ที่นี่ก็มีเพียงแค่ดวงดาวเสบียงที่แบกภาระอันยิ่งใหญ่แต่ละดวง…แต่ละดวง เหล่านั้น

ดวงดาวเหล่านี้มีจำนวนมาก ทอดยาวจากเขตสงครามปีกซ้ายไปจนถึงในระบบดาวที่ 4  เกือบจะมีอยู่ 1 ดวงในทุกๆ 1 จักรวาล

พวกมันมีหน้าที่จัดหาเสบียงและรักษาผู้บาดเจ็บให้กับแนวหน้าโดยเฉพาะ โดยปล่อยพลังวิญญาณเซียนออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีหน้าที่คล้ายกับเจดีย์เซียน

ไม่ใช่แค่เขตสงครามปีกซ้ายเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ ดวงดาวเสบียงของเขตสงครามปีกขวาและเขตสงครามส่วนกลางก็กระจัดกระจายไปทั่วเช่นกัน ทอดยาวไปถึงระบบดาวที่ 4

อีกทั้งจากการผลักดันไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อนของกองทัพผู้บำเพ็ญไปในแนวหน้าระบบดาวที่ 4 การเรียงตัวของดวงดาวเหล่านี้ก็ลึกเข้าไปเรื่อยๆ และค่อยๆ แยกออกจากกัน ปกคลุมพื้นที่ไปขยายกว้างอย่างต่อเนื่อง

ในเมื่อ ขอบเขตของเขตสงครามกว้างใหญ่ ครอบคลุมจักรวาลนับไม่ถ้วน และเป้าหมายสุดท้ายของสงครามนี้ก็คือการยึดครองอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นความสำคัญของการส่งกำลังบำรุงไม่ต้องบอกก็เป็นที่รู้กัน

ดังนั้นดวงดาวที่ได้รับการปรับปรุงเหล่านี้จึงเหมือนกับหมากบนกระดานหมากรุกที่เหล่าผู้บำเพ็ญผู้วิเศษทำการเคลื่อนย้ายพวกมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อครอบครองสนามรบทั้งหมด

และในตอนนี้ ในพื้นที่ใจกลางของเขตสงครามปีกซ้ายระบบดาวที่ 5 ก็มีดวงดาวเสบียงเช่นนี้อยู่ดวงหนึ่งอยู่เช่นกัน

ทั้งดวงเป็นสีเหลืองดิน ลอยอยู่ในท้องฟ้าดารา

รอบๆ ถูกล้อมรอบด้วยแถบเศษหิน จะเห็นว่าบนแถบนั้นมีผู้บำเพ็ญจำนวนมหาศาลประจำการอยู่

บนพื้นผิวของดวงดาว เทือกเขาทอดตัวยาว ทรายสีเหลืองปกคลุมทั่วท้องฟ้า ทรายทุกเม็ดได้ผ่านการชำระล้างด้วยพลังวิญญาณเซียน แฝงไว้ซึ่งพลังเซียนที่เข้มข้น

บนนั้นมีผู้บำเพ็ญจำนวนมหาศาลรวมตัวกันอยู่เช่นกัน พวกเขาต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ปฏิบิตหน้าที่การส่งกำลังบำรุงกันอย่างยุ่งมากแต่เป็นระเบียบ

เพราะดาวดวงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง มันเป็นดาวเสบียงที่ถูกนำมาใช้ดวงแรกของเขตสงครามปีกซ้ายหลังจากที่สงครามเต็มรูปแบบในครั้งนี้ได้ปะทุขึ้น

ดาวเสบียงดวงอื่นๆ ก็ได้ขยายออกไปยังทิศทางของระบบดาวที่ 4 โดยมีจุดเริ่มต้นจากดวงดาวนี้

นอกจากนี้ บนดวงดาวยังมีค่ายกลส่งข้ามมากมาย ค่ายกลส่งข้ามเล็กใหญ่เหล่านี้ทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่ได้หยุดหย่อน ส่งเสบียงนับไม่ถ้วนจากระบบดาวที่ 5 มาที่นี่ จากนั้นจึงถ่ายโอนจากที่นี่ส่งต่อไปยังดวงดาวเสบียงดวงอื่นๆ

นี่คือภารกิจที่ดวงดาวนี้แบกเอาไว้

เนื่องจากความสำคัญของมัน แม้ว่าค่ายกลส่งข้ามของดวงดาวนี้จะเชื่อมต่อกับดวงดาวเสบียงทุกดวง แต่ในช่วงสงครามมันมีหน้าที่หลักในการส่งเสบียงแบบทางเดียวเท่านั้น และไม่รับการส่งแบบย้อนกลับจากดวงดาวเสบียงดวงอื่น

แม้กระทั่งการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บก็เป็นไปตามหลักการนี้เช่นกัน ดวงดาวเสบียงดวงอื่นๆ จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดการ

เพื่อเสริมการป้องกันให้แข็งแกร่ง กองทัพผู้บำเพ็ญที่อยู่บนดวงดาวนี้ แม้แต่ผู้นำเซียนจั้นหลูที่รับผิดชอบการสงครามก็ยังทิ้งร่างแยกประจำการอยู่ที่นี่

การจัดการเช่นนี้ทำให้ความปลอดภัยของดวงดาวนี้ถึงมาตรฐานที่เข้มงวดที่จำเป็นสำหรับสงคราม

และในตอนนี้ ในขณะที่ผู้บำเพ็ญมากมายนับไม่ถ้วนกำลังยุ่งอยู่ จู่ๆ ฟ้าดินก็สั่นสะเทือนอย่างแปลกประหลาด และมีแสงพร่างพราย 5 สีเป็นระลอก…ระลอก ไหลไปบนท้องฟ้าทันที

ทำให้จิตใจของผู้บำเพ็ญมากมายสั่นสะท้าน จิตเทพต่างรวมไป

จับเป้าหมายไปยังบริเวณที่ทำให้ฟ้าดินผิดปกติ

นั่นคือค่ายกลส่งข้ามแห่งหนึ่ง!

จู่ๆ มันก็สว่างขึ้นมา!

ระลอกคลื่นที่แผ่ออกมา ผู้บำเพ็ญที่รับผิดชอบดูแลค่ายกลส่งข้ามนี้ก็รับรู้ได้ในทันที และสังเกตเห็นว่าการเปิดของค่ายกลส่งข้ามนี้ไม่ได้มาจากการส่งเสบียงของระบบดาวที่ 5 แต่เป็น…

“มาจากระบบดาวที่ 4 อีกทั้งยังเป็นการส่งสิ่งมีชีวิต อำนาจที่แฝงอยู่ในนั้น…มาจากผู้นำเซียน!”

ในพริบตาที่ตรวจสอบภาพฉาก ผู้บำเพ็ญคนนี้ก็ใจสั่นสะท้านบ้าคลั่ง รายงานเรื่องนี้ขึ้นไปทันทีโดยไม่ลังเลเลยใดๆ ทั้งสิ้น

แทบจะในพริบตาที่เรื่องผิดปกตินี้ถูกรายงานออกไป แสงของค่ายกลส่งข้ามนั่นก็พลันปะทุเพิ่มขึ้น ก่อตัวเป็นแสงเจิดจ้าพร่างพราย พุ่งขึ้นไปยังท้องฟ้าดังเลื่อนลั่น

ไม่นานนักก็แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นวนลูกมหึมา หมุนครืนครั่นเลื่อนลั่น

ในขณะที่ดึงดูดความสนใจนับไม่ถ้วน เงาร่างหนึ่งหลอมรวมออกมาจากคลื่นวนลูกนั้น

สวมชุดนักพรตสีดำทั้งร่าง

มีผมยาวสีดำเหลือบม่วง

ดวงตาสีเงิน

และกลิ่นอายน่าพรั่นพรึงที่แผ่ออกมาในระหว่างการส่งข้ามนี้ก็ทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนไปด้วย

ยิ่งทำให้จิตเทพของผู้บำเพ็ญที่รวมมาเหล่านั้นต่างแผ่ระลอกคลื่นปั่นป่วน

ผู้มาเยือนก็คือสวี่ชิงนั่นเอง!

เขายืนอยู่ในคลื่นวน ในเสี้ยวพริบตาที่ก้าวออกมา ลมเมฆเปลี่ยนสีในทันที

มิติโหมซัดปั่นป่วน

แสงดาวพลังวิญญาณเซียนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของระบบดาวที่ 5 ราวกับกระแสน้ำไหลผ่านไปทั่วร่างของเขา

ทำให้สวี่ชิงที่ยืนอยู่กลางอากาศอาภรณ์สะบัดปลิวไปในสายลม ยิ่งมีทรายดาวนับล้านโปรยปรายอยู่รอบกายเขา หลอมรวมเป็นแม่น้ำดาราที่คดเคี้ยวในความว่างเปล่า แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

ทั่วทั้ง 8 ทิศต่างจับตามอง!

กระทั่งว่าโชคชะตาของระบบดาวที่ 5 ก็ยังลงมาเยือน วนเวียนอยู่รอบตัวเขา ก่อตัวเป็นไอสีม่วง

ราวกับว่ากำลังต้อนรับการกลับมาของเขา

สัมผัสแสงดาวนี้ รับรู้ถึงโชคชะตาที่คุ้นเคยรอบๆ ตลอดจนพลังวิญญาณเซียนที่เข้มข้นเหล่านั้น ในดวงตาสวี่ชิงงุนงงไปเล็กน้อย

เวลาที่จากไปความจริงไม่นาน แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายนัก ทำให้สวี่ชิงที่กลับมาในตอนนี้ ในใจมีรู้สึกราวกับว่าผ่านมานานนับศตวรรษ

ก่อนที่การแลกเปลี่ยนที่ไม่คาดคิดระหว่างผู้นำเซียนจั้นหลูและนายแห่งเทพหลีจู เขาอยู่ในระดับเตรียมเซียนช่วงกลาง

ตอนนี้…หลังจากที่ผ่านการหนีเอาชีวิตรอด ผ่านการสำรวจดาวแม่ดั้งเดิม และเข้าร่วมการเลื่อนขั้นและการเปลี่ยนเส้นทางของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง พลังบำเพ็ญของเขาด้วยเหตุนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และเป็นระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุดแล้ว!

การเปลี่ยนแปลงระหว่างนั้นยิ่งใหญ่มาก

ดังนั้นเมื่อนึกถึงภาพฉากแต่ละฉาก…แต่ละฉาก ในใจของสวี่ชิงก็รู้สึกสะท้อนใจอย่างอดไม่ได้

และในตอนนี้ เสียงระฆังเป็นระลอก…ระลอก ในดวงดาวเสบียงดวงนี้ พลันดังสะท้อนก้องขึ้นมา

ขัดจังหวะความคิดของสวี่ชิง

สิ่งที่มาพร้อมกับเสียงระฆังคือเงาร่างของผู้บำเพ็ญแต่ละร่าง…แต่ละร่าง ที่ประจำการอยู่ที่นี่ ปรากฏขึ้นในฟ้าดินที่นอกค่ายกลส่งข้าม

พวกเขามีทั้งชายและหญิง มาจากจักรวาลต่างๆ ของระบบดาวที่ 5 ตอนนี้ในเสี้ยวขณะที่พวกเขาเห็นสวี่ชิง ก็จำตัวตนของเขาได้ในทันที!

“เป็นสวี่ชิง!”

ทันทีที่จำได้ สีหน้าของพวกเขาแต่ละคนต่างตื่นตะลึง และต่างก็โค้งคารวะสวี่ชิง

“ยินดีต้อนรับอริยะเซียน!”

เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้ง 8 ทิศ ยิ่งแฝงไว้ซึ่งความเคารพอย่างลึกซึ้ง!

เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนดาวแม่ดั้งเดิมนั้นพวกเขารับรู้กันแทบจะในเวลาเดียวกัน

นี่คือการตอบสนองของโชคชะตา

สวี่ชิงกวาดสายตาไป จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้น ทอดสายตาไปยังท้องฟ้า โค้งคารวะ

ในขณะที่โค้งคารวะ บนท้องฟ้า ดวงอาทิตย์สีแดง 9 ดวงปรากฏขึ้นจากชั้นเมฆ เงาร่างยิ่งใหญ่ของผู้นำเซียนจั้นหลูปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

เสียงเต๋าอันยิ่งใหญ่ดังลงมาจากขอบฟ้า

“สวี่ชิง!”

จากเสียงเต๋า ข้างหน้าสวี่ชิงมีลูกกลอนที่ไหลเวียนไปด้วยประกายแสง 9 สีปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า

ข้างในราวกับว่ามีทรายดาวนับล้านเม็ดยุบตัวลงเป็นคลื่นวน ยิ่งมีกลิ่นอายที่ใกล้เคียงเซียนคิมหันต์ พลุ่งพล่านอยู่ในนั้น

“ลูกกลอนเลื่อนขั้นสู่เซียน”

ดวงตาทั้ง 2 ข้างของสวี่ชิงจ้องมอง

ลูกกลอนเม็ดนี้คือเป้าหมายของการกลับมาในครั้งนี้ของเขา

ลูกกลอนเลื่อนขั้นสู่เซียนที่ว่านี้ มีอีกชื่อหนึ่งว่าลูกกลอนเซียนลำดับที่ 5 มีเพียงโชคชะตาเสริมพลังเท่านั้นจึงจะสามารถกินได้

ดังนั้นหากจะให้คนอื่นกิน ก็จะต้องมีโชคชะตาปกคลุมถึงจะได้ ในจุดนี้…สวี่ชิงก็มีวิธีแก้ไขเช่นกัน โชคชะตาระบบดาวที่ 5 ที่เขามีอยู่ สามารถแบ่งความรุนแรงของลูกกลอนเม็ดนี้ให้คนอื่นได้

นอกจากนี้สวี่ชิงก็ยังคิดว่า หลังจากกลับไปที่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แล้ว ในตอนที่ให้คนอื่นกิน โชคชะตาของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์จะมีผลที่คล้ายคลึงกันหรือไม่

ความคิดเหล่านี้ในขณะที่ปรากฏขึ้นในใจของสวี่ชิง เขาก็ได้ยกมือขึ้นและเก็บลูกกลอนเลื่อนขั้นสู่เซียนลงไปแล้ว

จากนั้น บนท้องฟ้า สายตาของร่างแยกผู้นำเซียนจั้นหลูก็กวาดไปยังดวงตาที่เปล่งแสงสีเงินออกมาของสวี่ชิง

เสียงเต๋าดังขึ้นอีกครั้ง

“ลูกกลอนเม็ดนี้เดิมควรจะมอบให้ในอนาคต แต่ผลกรรมเวรของยุคแห่งแสงเรืองรองทำให้เส้นเวลาถูกเลื่อนขึ้นมา”

สวี่ชิงพยักหน้า จากนั้นก็เอ่ยเสียงต่ำทุ้ม “ขอบคุณท่านผู้นำเซียน!”

“หากไม่มีธุระอื่นใดแล้ว ข้าน้อยจะขอไปจากเขตสงครามปีกซ้าย กลับไปยังสวรรค์นอกพิภพ ตามหาการสัมผัสรับรู้ในการทะลวงระดับ”

ในดวงตาของผู้นำเซียนจั้นหลูมีความหมายที่ลึกซึ้ง มองสวี่ชิง เสียงดังสะท้อนก้องออกมาอย่างช้าเนิบ

“ข้าแนะนำให้เจ้าพักที่ดวงดาวนี้สักหน่อยก่อน มีคนรู้จักเก่าแก่ของเจ้า…จะมาพบเจ้า”

สวี่ชิงได้ยินดังนั้นในสมองก็มีร่างหลายร่างปรากฏขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นใคร ดังนั้นจึงเอ่ยถามออกไปว่า “ผู้นำเซียน ไม่ทราบว่าคนรู้จักเก่าแก่คนใดหรือขอรับ”

“ผู้นำเซียนเสวียนหู! เขามีร่างแยกนับพันนับหมื่น สัมผัสถึงเจตจำนงเต๋าในระบบดาวทุกแห่ง และในร่างแยกจำนวนมากมายของเขาในระบบดาวที่ 9 มีร่างหนึ่งที่มีชื่อว่า…ปรมาจารย์ไป่”

“ตอนนี้เขาอยู่ในสนามรบของระบบดาวที่ 4 จะไปยืนยันเรื่องหนึ่งให้กับเจ้า”

ผู้นำเซียนจั้นหลูเอ่ยราบเรียบ

เมื่อชื่อ ‘ปรมาจารย์ไป่’ ดังออกจากปากของอีกฝ่ายและมาถึงหูของสวี่ชิง ในใจของเขาก็เกิดระลอกคลื่นอารมณ์ปั่นป่วนทันที ลมหายใจก็หอบถี่ขึ้นมาเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้

เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์

ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าเหลยในอดีต หรือปรมาจารย์ไป่ หรือจะเป็นอาจารย์ของเขา คนเหล่านี้อยู่ในใจของเขาล้วนแต่มีตำแหน่งที่ไม่อาจถูกแทนที่ได้

ท่ามกลางความงุนงง คำพูดของปรมาจารย์ไป่ในตอนที่จากกันก็ดังขึ้นขึ้นอีกครั้งในหัวของสวี่ชิงอีกครั้ง

“ฟ้าดินเป็นที่พักแรมของสรรพชีวิต เวลาเป็นแขกผู้มาเยือนนับตั้งแต่โบราณกาลมา ขอเพียงไม่ตาย ก็จะได้พบกันอีก…”

จากเสียงที่ดังก้องในความทรงจำสายตาของสวี่ชิงก็ฉายแววย้อนความทรงจำอย่างลึกซึ้ง

เขานึกถึงภาพการถ่ายทอดวิชาสมุนไพรพืชพรรณนานาในค่ายคนเก็บขยะ นึกถึงความเศร้าที่อยู่หน้าป้ายหลุมศพ ณ ผืนอินทนิล และยังนึกถึงชายชรากระปุกยาลึกลับคนนั้นในวังเซียนแสงเรืองรอง

“สักวันจะได้พบกันอีก”

สวี่ชิงคิดในใจเงียบๆ

เขาตัดสินใจที่จะอยู่ที่ดวงดาวนี้ รอการมาถึงของชายชราในความทรงจำ ขณะเดียวกันก็ปรับพลังบำเพ็ญของเขาอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าสภาวะจะอยู่ในระดับสูงสุดอยู่ตลอด

นอกจากนี้เขายังจัดระเบียบเศษความคิดของการบรรลุต่อวิถีสูงสุดที่ 10 ตลอดทางมานี้อีกด้วย

เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ

1 เดือนผ่านไปในชั่วพริบตา

ในเวลา 1 เดือนนี้ สวี่ชิงไม่ได้พบกับปรมาจารย์ไป่ แต่กลับได้รับข่าวที่ทำให้ทั่วทั้งระบบดาวที่ 5 ต้องตื่นเต้นฮึกเหิม

นั่นคือข่าวดีของสงคราม!

กองทัพของระบบดาวที่ 5 ทรงพลังแสนยานุภาพ ทำลายเผ่าเทพทั้งหลายและยึดครองพื้นที่กว่า 4 ส่วนของระบบดาวที่ 4 ได้แล้ว ในนั้นรวมไปถึงจักรวาลนับไม่ถ้วน ได้รับทรัพยากรจำนวนมหาศาล

ขณะเดียวกัน นายแห่งเทพของระบบดาวที่ 4 หลังจากราชาเทพทอดทิ้งก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นตายเช่นกัน

มี 5 องค์เลือกที่จะจากไป เดินทางไปยังระบบดาวอื่นๆ

และยังมีอีก 3 องค์ที่ได้รับการยืนยันว่าแตกดับแล้ว!

ใน 3 องค์ที่แตกดับ มี 2 องค์ที่ถูกผู้นำเซียนมี่หมิงที่ปรากฏตัวในสนามรบอย่างกะทันหันสังหาร!

ส่วนที่เหลือแม้จะยังคงดิ้นรน แต่ภายใต้สถานการณ์โดยรวมแล้วก็ไม่อาจทำอะไรได้แล้ว

ในนั้นยังมีข่าวเกี่ยวกับนายแห่งเทพหลีจูด้วย องค์ท่านได้พ่ายแพ้ต่อผู้นำเซียนจั้นหลู แต่อาศัยพรสวรรค์ของตัวเองโบยบินสู่สรวงสวรรค์หลบหนีไปได้ ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน

และจอมเซียนตอนนี้ก็ได้มีโองการฉบับใหม่บัญชาลงมา!

ผู้นำเซียนมี่หมิง ในขณะเดียวกับที่รับผิดชอบดูแลยุคนี้แล้ว ก็จะรับหน้าที่ต่อจากผู้นำเซียนจั้นหลู รับผิดชอบการบัญชาการศึกระบบดาวนี้อย่างเต็มรูปแบบ

ยุคที่เป็นของผู้บำเพ็ญ…จากสงครามครั้งนี้ก็จะยิ่งรุ่งโรจน์เจิดจ้าขึ้นไปอีก!

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!