Skip to content

Outside Of Time 1310

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา

บทที่ 1310 เทพเจ้าหญิงอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ได้

“แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ รวมถึงเผ่ามนุษย์ด้วย ถดถอยลงไปทุกรุ่น…ทุกรุ่น”

กลางอากาศ อีเหยียนจื่อเอ่ยอย่างเฉยชา

เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ราวกับจิตเทพของเขา ปกคลุมทุกสิ่งได้ทั้งหมด

“นอกจากมหาจักรพรรดิครองกระบี่ผู้นั้นแล้ว…ก็ไม่รู้ว่าที่เขาทุ่มเทปกป้องพวกเจ้ามีประโยชน์อะไร”

อีเหยียนจื่อส่ายหน้า

ในความคิดของเขา แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์นี้ไม่มีคุณค่าใดๆ และเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดบรรพจารย์เซียนโบราณคนนั้นถึงได้ยึดติดกับที่นี่ ทั้งยังคิดว่าที่แห่งนี้มีสิ่งที่จะทำให้เขาก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้

กระทั่งว่าไม่เสียดายที่จะมีโองการอันบ้าคลั่งนั้นสั่งลงมาให้กับเขา

ทว่าแม้จะในใจจะคิดเช่นนี้ แต่อีเหยียนจื่อก็รู้ดีว่าบรรพจารย์เซียนโบราณผู้นั้นเกรงกลัวเสี้ยวหน้า จึงไม่กล้าเข้ามาด้วยตัวเอง ดังนั้นถึงได้มอบพลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นให้แก่ตน!

“พลังแบบนั้น…เรียกว่าธรรมนูญหรือ”

นึกถึงเศษเสี้ยวพลังที่เมื่อตนดูดซับก็เกิดความเข้าใจชำนาญ อีเหยียนจื่อก็รู้สึกฮึกเหิม รู้ดีว่านี่คือกุญแจสำคัญในการทะลวงสู่ระดับเตรียมเซียน!

ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาก็จะต้องทำภารกิจที่อีกฝ่ายมอบหมายให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้วจะจากไปอย่างไร เขาก็ได้รับการถ่ายทอดวิธีถึงวิธีที่เกี่ยวข้องแล้วเช่นกัน

ดังนั้นสายตาของเขากวาดมองไปยังสรรพชีวิตทั้งหลายสิ้นหวังในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ที่อยู่เบื้องล่าง มือขวายกขึ้นแล้วสะบัดไปครั้งหนึ่ง ทันใดนั้น ท้องฟ้าข้างหลังเขาก็ส่งเสียงคำรามครืนครั่นเลื่อนลั่น

“แดนศักดิ์สิทธิ์ทุกแดน จงลงมาเยือน”

เสียงของเขาสะท้อนก้อง

เสี้ยวพริบตาต่อมา เสียงคำรามของท้องฟ้าก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จากนั้น แดนศักดิ์สิทธิ์แต่ละแดน…แต่ละแดน จากนอกม่านฟ้า ก็ราวกับดวงดาวจากนอกพิภพดวงหนึ่งที่พลันทะลุผ่านปราการกั้นและพุ่งลงมา!

แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับแรกที่ปรากฏขึ้นก่อนใครคือแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับเหลือง ในแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับเหลืองหลาย 10 แดนเหล่านั้น เจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังบำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวต่างก็พากันพุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

จากนั้นก็เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับดำ บุคคลที่ปรากฏออกมาจากภายในนั้นไม่ได้มีแค่ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัว แต่ยังมี ระดับเตรียมเซียน 6 คนก้าวออกมาจากภายในนั้นด้วย

ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น ฟ้าดินสั่นสะเทือน

กลิ่นอายระดับเตรียมเซียนในตัวของพวกเขาแพร่ไปทั่วทุกทิศ ทำให้สรรพชีวิตเผ่าพันธุ์ทั้งหลายในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมจนถึงขีดสุด

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พลังทั้งหมดของแดนศักดิ์สิทธิ์

เสี้ยวพริบตาต่อมา…ยามแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับปฐพีและระดับนภาที่ไม่ได้ลงมาเยือนเมื่อครานั้น ก็พลันร่วงพุ่งลงมาอย่างกึกก้อง!

ในนั้น มีระดับเตรียมเซียน 11 คนก้าวออกมา!

เผ่ามนุษย์ในนั้นมี 4 คน!

เมื่อรวมกับอีเหยียนจื่อ จำนวนผู้บำเพ็ญระดับเตรียมเซียนของแดนศักดิ์สิทธิ์มีทั้งหมด 18 คน!

นี่คือนอกจากเซียนโบราณของแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นแล้ว คือพลังแท้จริงทั้งหมด!

ตอนนี้ยืนอยู่กลางอากาศ พลังกดดันจากร่างกายของพวกเขาทำให้สรรพชีวิตหมื่นเผ่าพันธุ์ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ต่างเนื้อตัวสั่นสะท้านไปตามสัญชาตญาณ

แม้ว่าในหมู่พวกเขาจะมีเพียงอีเหยียนจื่อเท่านั้นที่มีเศษเสี้ยวธรรมนูญ ผู้บำเพ็ญเตรียมเซียนคนอื่นๆ ไม่มีเลยแม้แต่น้อย

แต่ในความรู้ความเข้าใจของหมื่นเผ่าพันธุ์ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นอกจากเทพเจ้าแล้ว ก็มีเพียงจักรพรรดินีเผ่ามนุษย์เท่านั้นที่อยู่ในขอบเขตนี้ ส่วนในหมู่ของพวกเขาไม่ว่าคนใด ก็ล้วนอยู่ในขอบเขตเดียวกันกับจักรพรรดินีทั้งสิ้น!

กระทั่งว่าในนั้นมีจำนวนไม่น้อยที่กลิ่นอายเหนือกว่าจักรพรรดินี

สำหรับเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นี่คือฝันร้าย

จะต่อต้านได้อย่างไร…

ดังนั้นความคิดที่สิ้นหวังจึงไม่สามารถสะกดเอาไว้ได้อีกต่อไป กลายเป็นคลื่นยักษ์ท่วมฟ้าที่ท่วมจมจิตใจ

“พวกเรา…ไม่มีทางแล้ว…”

ในเสี้ยวขณะนี้ เผ่าพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ต่างสูญเสียความเชื่อและไร้ซึ่งความหวัง

ราวกับว่าโลกในเสี้ยวขณะนี้ได้สูญเสียสีสันไปจนหมดสิ้น

กลายเป็นความขาวโพลนอันไม่มีที่สิ้นสุด

ภาพฉากนี้ อีเหยียนจื่อก็สัมผัสได้เช่นกัน เขาเมินเฉยเรื่องนี้ แล้วหันไปพูดกับผู้บำเพ็ญแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ลงมาเยือนรอบๆ “ให้เวลาพวกเจ้า 1 ชั่วยาม ควบคุมดินแดนและเผ่าทุกเผ่าที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเทพเจ้าในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ค้นหาสิ่งที่ท่านบรรพจารย์ต้องการ!”

“สำหรับข้าทางนี้…”

อีเหยียนจื่อสายตากวาดไป มองทะลวงความว่างเปล่า เมินซึ่งระยะทาง จับเป้าหมายไปยังเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ และจับจ้องไปที่จักรพรรดินี

“ข้ายังขาดคนรับใช้อยู่คนหนึ่ง เจ้าไม่เลวเลย”

ระหว่างพูด ร่างของเขาเพียงไหววูบก็หายไปในทันที ในยามที่ปรากฏตัวขึ้นก็มาอยู่เหนือท้องฟ้าเผ่ามนุษย์แล้ว

เมินซึ่งค่ายกล เมินผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ทั้งหมด ต่อหน้าเผ่ามนุษย์ ยกมือขึ้นคว้าไปยังจักรพรรดินี!

การคว้านี้ทำให้เมืองหลวงเผ่ามนุษย์สั่นไหว แดนใหญ่ที่ตั้งอยู่สั่นคลอน

ราวกับว่าขอเพียงผู้บำเพ็ญระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุดผู้นั้นออกแรงเพียงเล็กน้อย แดนใหญ่ทั้งแดนก็จะกลายเป็นผุยผง!

เห็นเช่นนี้ ในดวงตาของจักรพรรดินีเผยความเด็ดเดี่ยว องค์ท่านรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่ก็ยังคงปะทุพลังเทพขึ้น เทพจักรพรรดิมนุษย์แต่ละองค์…แต่ละองค์ ปรากฏตัวขึ้นรอบกาย ตอบโต้สุดกำลัง!

“อ่อนแอ” อีเหยียนจื่อเอ่ยราบเรียบ มือขวาที่ยกขึ้นเพียงสั่นเล็กน้อย ธรรมนูญของเขาก็แผ่ลามออกไปทันที

เสี้ยวพริบตาต่อมา เทพจักรพรรดิมนุษย์เหล่านั้นที่อยู่รอบกายจักรพรรดินีต่างสั่นสะท้าน แต่ละองค์ก็เริ่มกลายเป็นหิน

แม้แต่ทางจักรพรรดินีทางนี้ก็จิตใจแผ่ระลอกคลื่นปั่นป่วนไปเช่นกัน สัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังเทพของตัวเองได้รับผลกระทบ และความว่างเปล่าที่อยู่นั้นก็มีลวดลายคล้ายหินปรากฏขึ้น

ราวกับว่ารอบๆ กำลังกลายเป็นหิน แม้แต่ความว่างเปล่าก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

และในตอนนี้ ผู้บำเพ็ญแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ลงมาเยือนเหล่านั้น เมื่อสังเกตเห็นภาพฉากนี้ บางคนเพิกเฉย บางคนส่ายหน้า แต่ล้วนเลือกที่จะรับคำสั่ง ต่างแยกย้ายกันไป

มุ่งหน้าไปยังแดนใหญ่ต่างๆ ทำการสยบกำราบและควบคุม

ทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในเสี้ยวขณะนี้ราวกับปลาที่ผู้อื่นต่างเชือดเฉือนกันตามอำเภอใจ!

ความสิ้นหวัง ความเศร้าโศก ความตาย ความบ้าคลั่ง กระจายไปทั่วทุกแดนใหญ่!

รวมถึงแดนใหญ่เซ่นจันทราและเขตปกครองผนึกสมุทรด้วย

ส่วนจักรพรรดินียิ่งตกอยู่ในอันตราย เห็นว่าจะถูกจับแล้วเต็มที ดวงตาขององค์ท่านในเสี้ยวขณะนี้มีเพลิงเทวะส่องประกายวาววาม

เสี้ยวพริบตาต่อมา พลังอำนาจเทพขององค์ท่านก็พลันปะทุขึ้น

เพียงพริบตา ฟ้าดินทุกสารทิศก็พลันมืดมิดลงในทันที!

ความมืดมิดนี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในดินแดนเผ่ามนุษย์เท่านั้น แต่ทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในเสี้ยวพริบตานี้ล้วนกลายเป็นสีดำ!

แสงทั้งหมดถูกช่วงชิง ถูกเรียก ถูกควบคุม

พุ่งมาทางจักรพรรดินีทางนี้ หลอมรวมกันมา!

นี่คืออำนาจเทพของจักรพรรดินี…ดึงดูดแสงทั้งหมดในโลก!

แสงที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั่นรวมมาที่ร่างขององค์ท่าน ทำให้จักรพรรดินีในเสี้ยวขณะนี้ กลายเป็นต้นกำเนิดแสงเพียงหนึ่งเดียวในฟ้าดิน

ท่ามกลางแสงพร่างพรายวูบวาบ ก็พุ่งไปทางมือที่กำลังคว้ามาของอีเหยียนจื่อ แล้วปะทุทันใด!

“อำนาจเทพนี้ช่างพิเศษเป็นอย่างยิ่ง!”

อีเหยียนจื่อหวั่นไหว ด้วยพลังบำเพ็ญของเขา ในขณะนี้ยังต้องถอยร่นไปโดยไม่ลังเล

ดังนั้น เงาร่างของจักรพรรดินีจึงเป็นอิสระ เพียงไหววูบก็มาปรากฏตัวอยู่บนท้องฟ้า มุมปากขององค์ท่านมีเลือดสีทองไหลออกมา และความเด็ดเดี่ยวในดวงตาก็รุนแรงขึ้น พลันเอ่ยขึ้นเสียงดังไปทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!

“เผ่าพันธุ์ทั้งหลายในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เทียบกับจะถูกทำลายล้างเผ่าพันธุ์แล้ว มิสู้…เซ่นสังเวยเสี้ยวหน้า ดึงดูดให้เสี้ยวหน้าลืมตา ตายตกไปด้วยกันกับ…แดนศักดิ์สิทธิ์เสีย!”

นี่ก็คือไพ่ตายขององค์ท่าน!

ตอนนี้ทันทีที่คำพูดนี้ดังออกมา เซียนโบราณที่อยู่นอกพิภพคนนั้นก็หรี่ตาลง ส่วนผู้บำเพ็ญของแดนศักดิ์สิทธิ์ใต้ท้องฟ้าก็ต่างหน้าเปลี่ยนสี แต่อีเหยียนจื่อกลับแสยะยิ้มเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม

“น่าสนใจ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าภารกิจที่ข้าได้รับก็คือการเซ่นสังเวยพวกเจ้าหรือ”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ม่านตาทั้ง 2 ของจักรพรรดินีก็พลันหดเล็กลงทันที

และเสี้ยวพริบตาต่อมา เงาร่างของอีเหยียนจื่อก็หายไป จิตใจของจักรพรรดินีสั่นสะท้าน กำลังจะถอยหนี แต่ก็สายเกินไป

อีเหยียนจื่อมาปรากฏตัวต่อหน้าองค์ท่านแล้ว มือขวายกขึ้นทรงพลังเกินต้านทาน เมินการต่อต้านของจักรพรรดินี และคว้าไปที่…คอขององค์ท่าน!

กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่เสี้ยวพริบตาต่อมา เขาก็เหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่าง เงยหน้ามองไปยังนอกพิภพ

เห็นเพียงเซียนโบราณท่านนั้นที่ยืนอยู่ในท้องฟ้าดารานอกพิภพ ดวงตาของเขากลอกมองไปทาง…ทิศทางของทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ!

ในสำนัก 7 เนตรโลหิตแห่งทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ

นายท่านเจ็ดลืมตาขึ้นแล้ว

สีหน้าของเขาแฝงไปด้วยความขมขื่น มองไปยังนอกพิภพเช่นกัน ราวกับกำลังมองข้ามขอบฟ้าไปสบตากับเซียนโบราณที่อยู่นอกพิภพ

“เจ้าไม่ใช่ท่านอาจารย์…”

นายท่านเจ็ดพึมพำ ลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาในเสี้ยวขณะนี้ฉายความเด็ดเดี่ยวออกมา กำลังจะก้าวออกไป

แต่ในตอนนี้เอง เขาพลันหยุดชะงัก ความขมขื่นบนใบหน้ากลายเป็นความตกตะลึง พลันหันมองไปยังทิศทางของแดนใหญ่เผ่ามนุษย์ ดวงตาฉายความไม่อยากเชื่อ

และผู้ที่ตกตะลึงไม่ได้มีแค่เขาเท่านั้น แต่รวมถึงเซียนโบราณนอกพิภพด้วย

เซียนโบราณคนนั้นใช้ปฏิกิริยาตอบสนองและสัมผัสรับรู้ที่เร็วกว่านายท่านเจ็ด ดึงสายตากลับมาทันที มองไปยัง…ท้องฟ้าเหนือเผ่ามนุษย์!

ทั้งหมดนี้พูดแล้วเหมือนใช้เวลานาน แต่ล้วนเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น

แทบจะในเวลาเดียวกับที่เซียนโบราณและนายท่านเจ็ดมองไปยังแดนใหญ่เผ่ามนุษย์…

เหนือแดนใหญ่เผ่ามนุษย์ กลางท้องฟ้าพลันมีคลื่นวนขนาดมหึมาลูกหนึ่งพลันปรากฏขึ้น!

คลื่นวนนี้มาอย่างกะทันหันนัก ทันทีที่ปรากฏขึ้นก็ปกคลุมไปทั้งแดนใหญ่ กระทั่งว่าขอบเขตยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว

กลิ่นอายของห้วงสมุทรบรรพกาลเป็นระลอก…ระลอก แผ่ซ่านออกมาจากคลื่นวนลูกนั้น

ปกคลุมแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ทั้งผืน

ทำให้ผู้บำเพ็ญระดับเตรียมเซียนของแดนศักดิ์สิทธิ์ที่สยบกำราบเผ่าพันธุ์ต่างๆ พากันหวาดผวา ต่างสัมผัสได้ในทันที

และคนที่สัมผัสได้รุนแรงที่สุดย่อมเป็นอีเหยียนจื่อที่อยู่ใต้คลื่นวนลูกนี้ในตอนนี้!

เขามือข้างหนึ่งบีบคอจักรพรรดินีอยู่ เงยหน้ามองไปยังท้องฟ้า

คลื่นวนอันกว้างใหญ่ลูกนั้นบดบังเงาร่างของเซียนโบราณนอกพิภพ ทำให้รูม่านตาของเขาหดเล็กอย่างอดไม่ได้

“นี่มัน…”

ความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรงพุ่งทะยานขึ้นในใจของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น โคจรพลังบำเพ็ญทั้งหมดของตัวเองขึ้น เศษเสี้ยวธรรมนูญนั่นเขาได้แผ่มันออกไปอย่างสุดกำลัง ปกป้องรอบด้าน

และพริบตาที่พลังบำเพ็ญของเขาปกคลุมทั่วร่าง ในคลื่นวนบนท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขามีโซ่เหล็กเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นมา!

ทันทีที่เห็นโซ่เหล็กนี้ สีหน้าของอีเหยียนจื่อก็เปลี่ยนไปอย่างมหาศาลทันที!

“นี่คือ…”

อีเหยียนจื่อสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เขาที่มีธรรมนูญตอนนี้สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าในโซ่เหล็กเส้นนั้นแฝงด้วยพลังธรรมนูญที่ไร้เทียมทาน

เหนือกว่าตนไปอย่างมหาศาลนัก

กระทั่งพูดได้ว่า โซ่เหล็กเส้นนั้นประกอบขึ้นจากธรรมนูญอย่างสมบูรณ์!

ภาพฉากนี้ฟาดผ่าจิตใจของเขา

“นี่จะเป็นไปได้อย่างไร!”

แต่เสี้ยวพริบตาต่อมา ภาพฉากที่ทำให้เขาต้องตกใจหวาดหวั่นยิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น

โซ่เหล็กที่บรรจุไว้ด้วยธรรมนูญที่เกินกว่าจินตนาการของเขา หลังจากที่แกว่งไกว ก็พุ่งตรงมาที่เขาทันที!

หนังศีรษะของอีเหยียนจื่อในเสี้ยวขณะนี้ชาหนึบอย่างรุนแรง ความรู้สึกวิกฤตความเป็นตายหลอมรวมอยู่ในเลือดเนื้อทุกอณู ต่างส่งเสียงกรีดร้องมาหาเขา

น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้นร่างของเขาเพียงไหววูบ ไม่เสียดายค่าตอบแทน กระทั่งว่าไม่สนใจจักรพรรดินี ในขณะเดียวกับที่โยนองค์ท่านไปทางโซ่เหล็กเพื่อขวางทาง ยอมแม้จะต้องเผาผลาญตัวเอง ก็จะต้องแลกกับพลังในการหลบหนีมาให้ได้

ร่างของเขาถอยหลังไปในทันที

ปฏิกิริยาของเขารวดเร็วมาก แต่…ความเร็วของโซ่เหล็กนั้นเร็วกว่า!

มันเคลื่อนย้ายกลางอากาศทันที ตัดขาดความว่างเปล่า เมื่อปรากฏตัวก็มาอยู่เหนือศีรษะของอีเหยียนจื่อแล้ว จากนั้นก็พลันพุ่งลงมาเบาๆ!

ในเสี้ยวขณะนี้ พลังบำเพ็ญของอีเหยียนจื่อราวกับสิ้นฤทธิ์ เฉกเช่นเดียวกับที่เขากระทำต่อแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก่อนหน้านี้เช่นนั้น

ไม่อาจหลบหลีกได้ ไม่อาจต่อกรได้

เพราะธรรมนูญของโซ่เหล็กเส้นนั้นคือกฎระเบียบ!

ยิ่งกว่านั้น มันคือกฎแห่งสวรรค์!

และภายใต้กฎแห่งสวรรค์ ไม่มีใครสามารถหลบหนีได้!

ดังนั้นการต่อต้านทุกอย่างของอีเหยียนจื่อจึงไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น ธรรมนูญของเขารับได้เพียงไม่กี่อึดใจ ก็พังทลายลงอย่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

ทำได้เพียงปล่อยให้โซ่เหล็กเส้นนั้นพุ่งลงมา…

ทันทีที่สัมผัสกัน เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังออกมาจากปากของอีเหยียนจื่อ ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน กายเนื้อไม่อาจทนรับได้ แหลกสลายไปทันที

วิญญาณของเขากรีดร้อง แตกสลายไปอย่างรวดเร็ว

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียง 3 อึดใจเท่านั้น

กายและวิญญาณดับสูญ!

อาวุธเวทของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างของเขาล้วนเหมือนกับ 2 คำที่เขาพูดไว้ก่อนหน้านี้

อ่อนแอ!

นี่คือความแตกต่างกันระหว่างผู้บำเพ็ญระดับเตรียมเซียน และยังเป็นความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดาอีกด้วย!

และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนัก ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญของแดนศักดิ์สิทธิ์ จะเป็นเผ่ามนุษย์ จะจักรพรรดินี หรือผู้แข็งแกร่งเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ต่างก็ยังไม่อาจตั้งสติกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ในเสี้ยวขณะนี้

พวกเขาเห็นเพียงโซ่เหล็กเส้นนั้นจู่ๆ พลันพุ่งลงมา อีเหยียนจื่อที่อยู่ในขอบเขตระดับตำนานก็สลายเป็นเถ้าธุลี

ทุกอย่างดูไม่จริงเอาเสียเลย

จากนั้น ท่ามกลางความอึ้งงงงันของผู้คนรอบข้าง ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเผ่าพันธุ์ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ โซ่เหล็กที่ทำลายอีเหยียนจื่อได้อย่างง่ายดายเส้นนั้น ในขณะที่ส่ายไหว ก็แปลงเป็นเงาร่างหนึ่ง!

นั่นคือชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมยาวท้องฟ้าดารา ท่าทางหยิ่งทะนง แฝงด้วยความเบื่อหน่ายต่อสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก

เป็นซิงหวนจื่อนั่นเอง!

เขามองไปรอบๆ คิ้วขมวดเล็กน้อย เอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ “ที่นี่คือแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ใช่หรือไม่”

กลางท้องฟ้า จักรพรรดินีหลุดพ้นจากพันธนาการ ตอนนี้หายใจเข้าลึก มองไปยังซิงหวนจื่ออย่างหวาดระแวง ในใจยากจะวิเคราะห์ที่มาที่ไปของอีกฝ่าย แต่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าครั่นคร้ามที่ไม่มีใครเทียบได้จากร่างของอีกฝ่าย ดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นอย่างเคร่งขรึม “ที่นี่คือแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ไม่ทราบว่าท่านคือใคร”

ซิงหวนจื่อได้ยินดังนั้น เดิมก็ไม่ได้สนใจจักรพรรดินี แต่เมื่อสายตากวาดไป ในใจพลันฉุกคิดขึ้นได้ มองสถานะเทพเจ้าของอีกฝ่ายออก และอดคิดไปถึงรสนิยมของสวี่ชิงไม่ได้…

ดังนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อย

จากนั้น เขาก็ยกมือสะบัดไปยังคลื่นวนบนท้องฟ้า!

เกิดเป็นการนำทาง

เสี้ยวพริบตาต่อมา คลื่นวนส่งเสียงคำรามลั่น กลิ่นอายแต่ละกลุ่ม…แต่ละกลุ่ม แผ่ออกมาจากในนั้นอย่างน่าครั่นคร้าม

จากนั้น ภาพฉากที่ทำให้แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์และแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องสั่นสะเทือนอย่างถึงที่สุดในตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมาก็ปรากฏขึ้นทันใด

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!