Skip to content

ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน 1122

Cover Renegade Immortal 1

1122. โจวลี่

“ใครก็ตามที่กล้าเข้ามาในดินแดนต้องห้าม ต้องตาย!” ชายชราผมขาวร้องตะโกนพลางถอยร่นไปหาอีกสามคนเพื่อล้อมหวังหลิน แยนขวาแตะกระเป๋านำหินหยกออกมาบดขยี้

หวังหลินก้าวไปข้างหน้า ปรากฏแววตาเย็นเยียบ ระลอกคลื่นดังสะท้อน ปรากฏขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าในพริบตาและชี้ใส่กลางหน้าผากอีกฝ่าย

หวังหลินสามารถฆ่าเซียนขั้นส่องสวรรค์อย่างง่ายดาย!

ชายชรารูม่านตาหรี่แคบและเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาต้องการล่าถอยแต่ไม่ได้ทรงพลังพอจะถอยจากหวังหลินได้! ดัชนีหวังหลินเคลื่อนไหวดัจสายฟ้า ไล่ล่าชายชราและประทับตรรงกลางหน้าผาก

ชายชรากระอักโลหิต เสียงปะทุดังออกมาจากร่างกาย จากนั้นร่างแตกสลาย วิญญาณดั้งเดิมต้องการหนีรอดแต่ถูกหวังหลินจับเอาไว้ หินหยกที่ต้องการบดขยี้ก่อนหน้านี้พลันตกลงบนมือหวังหลิน

ทั้งหมดเกิดขึ้นในพริบตาเดียว รวดเร็วจนชายชราอีกสามคนสั่นเทา อย่างไรพวกเขาทั้งหมดก็ผ่านสงครามมาแล้วจึงกระจัดกระจายกันอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นรีบเอ่ยขึ้นมา “ตั้งค่ายกล!”

ทั้งสามคนสร้างผนึก รวบรวมพลังดั้งเดิมเบื้องหน้าจนสร้างขวานยักษ์สับลงใส่หวังหลิน!

ขณะเดียวกันทั้งสามก็ตบกระเป๋า นำไม้ปัดและลูกปัดหยกขึ้นมาเบื้องหน้าทั้งสองคน ไม้ปัดสีดำสนิท ยามที่เจ้าของมันสร้างผนึก จึงยื่นออกมาเหมือนกระบี่พุ่งเข้าหาหวังหลิน

ชายชราที่นำลูกปัดหยกออกมาเป็นลูกปัดหยกผลึกเรียบลื่นเจ็ดชิ้นลอยข้างหน้า ขณะนั้นเสียงร้องทารกดังกึกก้องไปทั่ว

ใบหน้าเด็กทารกร้องไห้ปรากฏบนลูกปัดเจ็ดชิ้น จากนั้นแตกสลายกลายเป็นวิญญาณทารกส่งเสียงร้องโหยหวนพุ่งหาหวังหลินจากเจ็ดทิศทาง

ส่วนชายชราสุดท้ายไม่ได้นำสมบัติอันใดออกมา แต่นำหินหยกขึ้นมาเพื่อใช้ช่วงเวลาที่สหายยื้อเวลาจะบดขยี้หินหยกส่งข้อความกลับไปที่ดินแดนฟ้ากระจ่าง

เห็นได้ชัดว่าทั้งสามคนร่วมมือกันมานานและไม่ลงมือโดยไม่ต้องพูดอะไรนัก หากหวังหลินเป็นเซียนขั้นชำระสวรรค์ธรรมดา แม้เขาจะไม่คิดอะไรกับการโจมตีของเซียนขั้นส่องสวรรรค์ระดับปลายสามคน แต่การหยุดหนึ่งในนั้นไม่ให้บดขยี้หินหยกคงเป็นไปได้ยาก

อีกทั้ง สามคนนี้เคยต่อสู้ร่วมกันมาบ่อยและไม่ยอมให้โอกาสอีกฝ่ายได้เลยสักเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับหวังหลิน!

หวังหลินไม่ได้สนใจการโจมตีพวกนั้น เขาพลันสะบัดแขน ทะเลเพลิงพรั่งพรูออกมาพัดเข้าใส่ไม้ปัดสีดำให้ปลิวไป

ขณะเดียวกันหวังหลินก็ชี้ไปข้างหน้าและกล่าวเสียงเบา “หยุด!”

เพียงคำเดียว กฏแห่งโลกตกลงมาและวิชาทั้งหมดถูกยับยั้ง แม้กระทั่งชายชราสามคนก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย สีหน้าแต่ละคนซีดขาว

พวกเขามองดูหวังหลินเข้ามาใกล้และรับหินหยกไปจากชายชราคนที่สาม หวังหลินสะบัดแขนอย่างลวกๆ ชายชรากระอักโลหิต เสียงดังปะทุออกจากร่างกาย จากนั้นร่างกายแตกสลายและถูกหวังหลินเก็บวิญญาณไป

“เดิมทีข้าไม่อยากโจมตีนัก แต่พวกเจ้าทั้งหมดเลือกทางนี้เอง!” หวังหลินสะบัดแขนขวาอีกครั้ง หนึ่งในผู้อาวุโสที่เหลือพลันร่างแตกสลาย วิญญาณไม่รอดต้องโดนจับไป

สายตาตกลงบนผู้อาวุโสคนสุดท้าย จิตสังหารหวังหลินกระพริบวาบ

“คนที่หลอมสมบัติด้วยวิญญาณทารก ไม่อาจให้อภัยได้!” ผู้อาวุโสคนสุดท้ายเป็นคนที่ส่งลูกปัดหยกเจ็ดชิ้นออกมา สายตาเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หวังหลินทรงพลังเกินกว่าความเข้าใจของเซียนขั้นชำระสวรรค์ หากรู้ว่าหวังหลินทรงพลังขนาดนี้คงไม่กล้าโอหัง ไม่คิดว่าพวกเขาจะไปตอแยเข้ากับเซียนที่น่ากลัว

ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาผ่อนคลายก็คือแม้หวังหลินจะทำลายร่างพรรคพวกตนเองไป เขาไม่ได้ทำความเสียหายต่อวิญญาณดั้งเดิมเลย นี่หมายความว่าหวังหลินยังต้องกังวลเรื่องดินแดนฟ้ากระจ่างด้วย แต่คำพูดหวังหลินก็ทำให้เขาจิตใจสั่นไหว

เขาเฝ้าดูหวังหลินเข้ามาใกล้ ดัชนีร่อนลงกลางหน้าผาก ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วรร่าง เปลวเพลิงสีขาวปรากฏขึ้นจากปลายนิ้วและห่อหุ้มชายชรา

ไม่มีเสียงกรีดร้อง แต่ร่างชายชราเปลี่ยนกลายเป็นขี้เถ้าในพริบตา รวมถึงวิญญาณด้วย

เซียนขั้นส่องสวรรค์สี่คน สามคนถูกจับและหนึ่งถูกสังหาร ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครสามารถบดขยี้หินหยกได้เลยสักคน! ขวานที่สร้างขึ้นมาเมื่อไร้คนควบคุมจึงสลายกลายเป็นพลังดั้งเดิม ส่วนไม้ปัดถูกเผาไหม้ไม่เหลืออะไรเลย

วิญญาณทารกเจ็ดคนเต็มไปด้วยความงุนงง หวังหลินเห็นทารกพวกนั้นจึงเกิดจิตใจสั่นเทาและนึกถึงอดีต พลันสะบัดแขนปรากฏวังวนขึ้นมาดูดซับวิญญาณทารกเจ็ดคน

หวังหลินมาถึงข้างค่ายกลเคลื่อนย้ายด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ก้าวเท้าเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายและนั่งย่อลง จากนั้นค่ายกลส่องสว่างชึ้น พลังดั้งเดิมพรั่งพรูออกมาจากทุกทิศทาง ค่ายกลเปิดใช้งานและหวังหลินถูกห่อหุ้มอยู่ในแสง

ชั่วขณะต่อมา แสงเลือนหายไปและค่ายกลว่างเปล่า

ดินแดนฟ้ากระจ่างเป็นของมิติใหม่ที่เปิดขึ้นมา พื้นที่แห่งนี้สวยงามแทบไม่ต่างอะไรจากแดนสวรรรรค์ ต่างเพียงอย่างเดียวคือมันไม่มีปราณสวรรค์แต่เป็นพลังดั้งเดิมจำนวนมากแทน

ยอดเขาสูงเสียดฟ้า สายน้ำไหลเฉื่อย มีสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยอยู่รอบๆ กระเรียนโบยบินในท้องฟ้า พื้นดินสงบสุข

ส่วนทิศเหนือของดินแดนฟ้ากระจ่างมีค่ายกลขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มันคือทางเข้าสู่ดินแดนฟ้ากระจ่าง ตอนนี้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่นอกค่ายกล

แม้เด็กคนนี้จะดูอ่อนเยาวแต่กลับให้ความรู้สึกเก่าแก่ เห็นได้ชัดว่าเขาแค่ดูเหมือนเด็กจากการบ่มเพาะฝึกเซียนเท่านั้น

ทันใดนั้นเขาพลันลืมตาตื่นขึ้น เอ่ยคำพูดสองสามคำและมองไปที่ค่ายกล

เขาเห็นค่ายกลสั่นไหว แสงส่องสว่างขึ้นมาในพริบตา อากาศเหนือค่ายกลเริ่มบิดเบี้ยว

ค่ายกลส่องสว่างขึ้นและมอดลงโดยใช้เวลาไม่นาน เสียงค่อยๆจางหายและปรากฏคนผู้หนึ่งขึ้นมาเหนือค่ายกล

เด็กหนุ่มขี้เกียจเล็กน้อยแต่ร่างกายพลันแข็งทื่อ เขายืนขึ้นมาและถอยออกไปก่อนจะไปจ้องคนที่ก้าวเดินออกมาจากค่ายกล

เด็กหนุ่มหรี่ตาแคบ “บนร่างเจ้ามีกลิ่นคาวเลือด!”

หวังหลินเคยเห็นดินแดนฟ้ากระจ่างมาก่อนแล้วตอนที่เขามาที่นี่ด้วยความคิด พอเขาเดินออกมาจากค่ายกลจึงเห็นเด็กหนุ่มและคำนับฝ่ามือออกมา “ข้าขอให้ท่านส่งข้อความได้หรือไม่ว่าหวังหลินมาที่นี่ในตัวแทนของสำนักวิหคเพลิงเพื่อส่งมอบหินหยก!”

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว สายตาเย็นเยียบพลางเอ่ยขึ้นมา “เจ้ากล้าหาญมาก นานมาแล้วที่ไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาในดินแดนฟ้ากระจ่าง”

เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่ม หวังหลินถอนหายใจและไม่สนใจเขาอีกเลย ส่งสัมผัสวิญญาณออกไปทั่วดินแดนฟ้ากระจ่างและส่งข้อความออกไป

“ผู้น้อยหวังหลินมาเพื่อส่งหินหยกจากจักรพรรดิวิหคเพลิงคนเก่า!”

เด็กหนุ่มดวงตาส่องว่างแต่ไม่ได้โจมตี เขาสังเกตหวังหลินต่อไป นาทีนั้นสัมผัสวิญญาณหลายจุดกวาดผ่านเข้ามารวมถึงของเซียนขั้นทลายสวรรค์ด้วย

ในสัมผัสวิญญาณพวกนั้นมีอยู่จำนวนนึงที่สามารถฆ่าหวังหลินได้!

หวังหลินกล้ามาที่ดินแดนฟ้ากระจ่างเพราะตนเองมั่นใจมาก จักรพรรดิวิหคเพลิงคนเก่าคงไม่ทำร้ายเขาหรอก ตั้งแต่ที่ขอให้ส่งหินหยกมา หินหยกคงไม่นำพาให้เขาเจออันตราย

หวังหลินไม่ได้อยากดูสิ่งที่อยู่ในหินหยก การไม่รู้บางเรื่องจะดีเสียกว่า

นอกจากจักรพรรดิวิหคเพลิงคนเก่าแล้ว อักขระที่ฉิงหลินมอบให้หวังหลินทำให้เขาไม่ต้องกังวล ตราบใดที่กระตุ้นอักขระรูนนี้ หวังหลินก็จะกลับสู่แดนสวรรค์แห่งใหม่ทันที

โจวลี่นั่งอยู่บนยอดเขา บ่มเพาะอยู่ในดินแดนฟ้ากระจ่าง เจ้าขาวน้อยอยู่ด้านข้างมองดูก้อนเมฆอย่างขี้เพียจ ไม่มีใครรู้ว่ามันกำลังคิดอะไร

ขณะนั้นสัมผัสวิญญาณของหวังหลินส่งมาถึง ร่างโจวลี่สั่นเทาทันทีและลืมตาขึ้นมา

“ท่านลุง!!!”

แม้แต่เจ้าขาวน้อยก็ร่างสั่นเทา มันรีบยืนขึ้นมามองออกไปไกล

โจวลี่ใบหน้าแดงจ้า นางตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ตนเองค้นหาหวังหลินมานานและตอนนี้พอมาได้ยินเสียงหวังหลิน จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร?

นางเปลี่ยนเป็นลำแสงโดยไม่ลังเล ลอยเข้าหาสัมผัสวิญญาณนั้น เจ้าขาวน้อยติดตามโจวลี่ไป มันส่ายหัวใหญ่ๆไปมาและเฝ้าระวัง มันยังหวาดกลัวเซียนที่ทำให้มันหวาดกลัวจนหัวหดเหมือนในอดีต

หลังโจวลี่ออกไป สตรีสุดสวยปรากฏตัวขึ้นมาจากตำแหน่งที่โจวลี่เคยอยู่ นางมองไปข้างหน้าด้วยท่าทางซับซ้อนและเจ็บปวด พลันยกเท้าขึ้นมาก้าวไปข้าหงน้า

หวังหลินรออยู่ที่เดิมหลังจากส่งสัมผัสวิญญาณออกไป ใช้เวลาไม่นานก็มีลำแสงสองสามสายลอยเข้ามาเปลี่ยนเป็นเซียนเบื้องหน้าหวังหลิน ทั้งหมดมีระดับบ่มเพาะแตกต่างกัน ขั้นอ่อนแอที่สุดคือขั้นชำระสวรรค์ระดับต้น จ้องมองหวังหลินและไม่ถือว่าเขาคู่ควรอันใด

ชายชราที่ไปดินแดนวิญญาณปิศาจพร้อมกับมู่ปิงเหมยไม่ได้ปรากฏตัวมา แต่เป็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีทองม่วงปรากฏขึ้นตรงหน้าหวังหลิน

ชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยบารมี หลังปรากฏตัวขึ้นมาเซียนรอบด้านทั้งหมดต่างก็เคารพนับถือ

ชายวัยกลางคนกวาดสายตาผ่านหวังหลินและเอ่ยขึ้น “หายากนักที่จักรพรรดิวิหคเพลิงจะเข้ามาดินแดนฟ้ากระจ่างด้วยตัวเอง!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!