Skip to content

Tales of Herding Gods 301

Tales of Herding Gods
BC

ตอนที่ 301 ยากไร้อะไรอย่างนี้

C

ถุงเต๋าตี้ของฉินมู่มีสมุนไพรหลากชนิดเตรียมพร้อมสําหรับ สถานการณ์ฉุกเฉินอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเขาจะสามารถใช้ รักษาเยียวยาตนเองทันทีที่ได้รับบาดเจ็บ แน่ล่ะ ในบทบาทฐานะ หมอเทวดาแห่งยุคสมัย เขาก็ย่อมต้องมีสมุนไพรพิษพกติดตัว เช่นกัน

ต่อให้ไม่มีสมุนไพรพิษในมือ เขาก็สามารถสังเคราะห์สารพิษ ขึ้นมาได้จากสมุนไพรวิญญาณที่ปกติใช้เยียวยารักษาเพียงอย่าง เดียว

ค้างคาวขาวทั้ง 2 ยืนตรงด้วยสองขาเหมือนมนุษย์ และฉินมู่ ก้าวเข้าไปตรวจตราดูอาการบาดเจ็บของพวกเขา เขาขมวดคิ้ว เล็กน้อย อาการบาดเจ็บบนร่างของค้างคาวทั้ง 2 นั้นไม่ได้ ร้ายแรง เพียงแต่ดวงวิญญาณของพวกมันนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการโจมตีของราชาหมอผี

หมอผีใหญ่แห่งวันทองโหรวหลันใช้ดวงวิญญาณของ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ อันรวมถึงมนุษย์ด้วยมาใช้ในการฝึกวรยุทธ์ แม้ว่า เวทมนตร์ และทักษะเทวะของพวกเขาจะมีรูปแบบที่หลากหลายถ้วน

ทั่ว แต่ความสําเร็จในทักษะเทวะด้านดวงวิญญาณของพวกเขาก็ แข็งแกร่งที่สุดอยู่ดี ทักษะเทวะสําหรับการต่อสู้อื่นๆ ก็จะค่อนข้าง ตํ่าต้อยกว่าเมื่อเทียบกับด้านวิญญาณ

เมื่อผานกงสั่วได้ต่อสู้กั บฉินมู่ เขามิได้ใช้ทักษาะเทวะด้าน วิญญาณที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด แต่กลับใช้กระบี่เต๋าและวิชาฝึกปรือ จากนครหยกน้อยกับทั้งวิชาจากแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ มาประชันกับ ฉินมู่ นี่ทําให้เขาสูญเสียความได้เปรียบและประสบความพ่ายแพ้

ยับเยินในเงื้อมมือของฉินมู่

หากว่าเขาใช้ทักษะเทวะด้านวิญญาณ ก็คงยากที่จะคะเนได้ว่า ใครกันแน่ที่จะมีชัยในท้ายที่สุด ฉินมู่นั้นไม่มั่นใจว่าวิชามารฟ้า เสกสรรของเขาจะสามารถป้องกันดวงวิญญาณของตนจากทักษะ เทวะวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามได้

ทักษะเทวะวิญญาณของวังทองโหรวหลันนั้นเรียกว่าทักษะเท วะหมอผีเมื่อถูกฝึกปรือไปจนสุดขีดขั้น นี่จึงเป็นสาเหตุให้วังทอง โหรวหลันได้รับการยกย่องให้เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งทุ่งหญ้า

ค้างคาวขาวทั้ง 2 นั้นถูกเวทมนตร์หมอผีจากราชาหมอผีจู่ โจมเข้าไปนับครั้งไม่ถ้วน และราชาหมอผีที่มีวรยุทธ์ตํ่าสุดก็ยังสูง ถึงขั้นชาวสวรรค์ การที่ค้างคาวขาวทั้ง 2 ยังคงรอดชีวิตมาได้นั้น ก็คงเพราะว่าลูกหลานแห่งเทพเจ้านั้นวิเศษเหนือธรรมดา

“แข็งแกร่งจริงๆ ข้าคงต้องใส่ยามือหนักๆ หน่อย…” ฉินมู่ พึมพํากับตนเอง

ค้างคาวขาวทั้ง 2 แตกตื่นขึ้นมา “เจ้าพูดว่าอะไร”

“ข้าบอกว่าอาการบาดเจ็บเจ้ารุนแรงจริงๆ ดังนั้นข้าเลยต้องใส่ ยารักษาให้เจ้าหนักๆ เสียหน่อย ข้าจะเรียกสหายเต๋าทั้งสองว่า อย่างไรดี”

เพื่อรับมือกับผานกงสั่วและพรรคพวกในวังทองโหรวหลัน ฉินมู่ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยาที่หล่อเลี้ยงอุ้มชูวิญญาณมามาก ในคําสอนของท่านปู่นักปรุงยา ไม่ค่อยมีเนื้อหาเรื่องพิษหมอผีที่มุ่งโจมตีวิญญาณมากนัก และถึงมีก็มีไม่ละเอียด ต่อให้ฉายานามของนักปรุงยาคือราชาพิษก็เถอะ แต่เขานั้นส่วนใหญ่อยู่แต่ในแผ่นดินภาคกลางและน้อยครั้งนักที่จะไปถึงทุ่งหญ้า ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยมีความเข้าใจเกี่ยวกับพิษหมอผี และอาการบาดเจ็บของดวงวิญญาณ

แต่ทว่าฉินมู่ได้ปะทะประมือกับวังทองโหรวหลันบ่อยครั้ง ดังนั้น เขาจึงค่อยๆ สั่งสมความเข้าใจ

ด้วยการผสานเจ็ดนิพนธ์เสกสรรในคัมภีร์มารฟ้ามหาศึกษิต เข้าด้วยกัน เขาก็มุ่งวิจัยการรักษาที่ผสานทั้งสมุนไพรและทักษะเท วะเข้าด้วยกัน

“ข้าชื่อฝูอวี่ชิว และนี่คือพี่ชายข้าฝูอวี่ชุ้น” ค้างคาวขาวที่มีหู ยาวกว่าอีกตนกล่าว

เมื่อค้างคาวขาวสองตัวเห็นว่าฉินมู่ไม่จําเป็นต้องใช้หม้อหลอม ยาเพื่อหลอมปรุงยาเม็ดและยานํ้า แต่ใช้เพียงวิชามือกับปราณชีวิต เพื่อสกัดฤทธิ์พลังยาออกมาจากสมุนไพร ขณะที่ใช้วิชาอื่นอีก จํานวนหนึ่งเพื่อทําการหลอมปรุง พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรํ่าร้อง ออกมาอย่างประหลาดใจ “หมอหัววัวนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ พวกข้าได้ เปิดหูเปิดตาแล้ว”

ไม่นานนัก ฉินมู่ก็หลอมปรุงยาวิญญาณชุดแรกเสร็จ

ฝูอวี้ชุนผู้มีหูสั้นยังไม่บริโภคยาวิญญาณนี้ไปโดยทันที แต่ กล่าวอย่างระแวงระวัง “หมอยาเหนียวเจ้าชิมก่อนเม็ดหนึ่งสิ!”

ฉินมู่ระเบิดหัวเราะ “พี่ท่านนับว่าระมัดระวังดีจริงๆ แซ่ของข้า มิใช่เหนียว แต่เป็นฉิน และนามของข้าคือมู่”

เมื่อเขากล่าวเช่นนั้น เขาก็หยิบยาวิญญาณขึ้นมาเม็ดหนึ่งและกลืนกินมันลงไป

อย่างนั้นค้างคาวทั้ง 2 ตัวถึงค่อยวางใจและกินยาวิญญาณ บ้าง จากนั้นฉินมู่ก็ใช้วิชาภูตผีเสกสรรและวิชาดินอสงไขยเสกสรร เพื่อนวดเฟ้นค้างคาวขาวทั้ง 2 เร่งการทํางานของฤทธิ์พลังยา และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ดวงวิญญาณของพวกเขา ค้างคาว ขาวทั้ง 2 ตัวรู้สึกทันทีว่าสบายตัวมากขึ้น และอาการบาดเจ็บของ พวกเขาก็ลดน้อยลงไปจริงๆ

ฉินมู่หลอมปรุงยาวิญญาณอีกชุดหนึ่ง และฝูอวี้ชุนก็ให้เขากิน ทดสอบก่อนเม็ดหนึ่งอีกเช่นเคย ค้างคาวขาวตนนี้ระมัดระวัง มากกว่าน้องชายของเขาฝูอวี่ชิว

ฉินมู่รับคําและกินยาวิญญาณชุดใหม่หนึ่งเม็ด จากนั้นค้างคาวขาวทั้ง 2 จึงวางใจและกินที่เหลือทั้งหมด เยียวยาอาการบาดเจ็บของตนขึ้นไปอีกระดับ

ในตอนนั้นเอง หมอผีใหญ่จํานวนหนึ่งที่ไล่ล่ามาจนถึงที่นี่ก็พุ่ง เข้ามาโจมตีโดยไม่บอกกล่าว ค้างคาวทั้ง 2 ยังคงบาดเจ็บหนัก อย่างมากก็รักษาบาดแผลภายนอกไปแล้ว ฉินมู่เหยียดมือออกไป และชี้ด้วยสองนิ้วกระบี่ กระบี่ไร้กังวลพุ่งเข้าใส่หมอผีใหญ่เหล่านั้น

หมอผีใหญ่เห็นการโจมตีอันกระจอกงอกง่อยก็หัวเราะด้วยเสียงอันดัง “จ้าวลัทธิแห่งลัทธิมารฟ้ายากจนอะไรอย่างนี้ มีกระบี่วิญญาณแห่งขั้นหกทิศแค่เล่มเดียว ดีล่ะ พวกเราพี่น้องจะได้จัดการเจ้าเอาความดีความชอบมาง่ายๆ หน่อย!”

ไม่ทันที่พวกเขาจะกล่าวจบประโยค แสงสีขาวดุจสะเก็ดฝนก็ พรั่งพรูออกมาจากหลังของฉินมู่ เมื่อกระบี่บินทั้ง 8,000 เล่มของ เขาโบยบินออกมาอย่างพร้อมเพรียงจากถุงเต๋าตี้ กระบี่พลัน เปลี่ยนทิศไปยังหมอผีเหล่านั้น และถล่มซัดใส่พวกเขาด้วยเสียง

หวีดหวิว

ฉินมู่พลิกนิ้วชี้ขึ้น และกระบี่ไร้กังวลก็บินกลับเข้าไปในฝัก กระบี่ กระบี่อีก 7,999 เล่มก็กลับเข้ามาในถุงเต๋าตี้ในไม่ช้า

ตรงสถานที่อันกระบี่วิเศษถล่มซัดไปเมื่อครู่ ไม่มีศพที่ซากร่าง ครบสมบูรณ์เลยสักศพ

ค้างคาวสองตัวจ้องตาค้าง อ้าปากหวอพูดอะไรไม่ออก เมื่อกองทหารแห่งจักรวรรดิคนเถื่อนตี้ได้ช่วงใช้ไจมีดของพวก

เขาและส่งมีดโค้งนับไม่ถ้วนฟาดฟันมาเกลื่อนฟ้านั้นก็เป็นภาพอัน

น่าตื่นตาแล้ว แต่หมอหัววัวผู้นี้กลับเป็นประดุจกองทหารร้อยนาย ด้วยตัวคนเดียว ส่งกระบี่หลายพันเล่มถล่มใส่ศัตรู หมอผีทั้งหลาย พ่ายแพ้ล้มตายอย่างน่าอเนจอนาถภายใต้คมกระบี่เหล่านี้

“ในเมื่อหมอผีใหญ่ตามหาที่นี่พบแล้ว เช่นนั้นราชาหมอผีก็คง อยู่ไม่ไกล ที่นี่อยู่ต่อไม่ได้ล่ะ!” ฉินมู่สายตาวูบไหว และเขากล่าวกับ

ค้างคาวขาวทั้ง 2  “สหายเต๋า พวกเรารีบมุ่งหน้าเข้าไปข้างในกัน เถอะ”

ค้างคาวขาวทั้ง 2 ติดตามเขาไปพลางปรายตามองกันและกัน ฝูอวี่ชิวแย้มยิ้มถาม “เมื่อครู่นี้มีสองคนที่กล่าวว่าเจ้าคือจ้าวลัทธิฉิน แห่งลัทธิมารฟ้าอย่างงั้นหรือ”

ฉินมู่นั่งอยู่บนหลังกิเลนมังกรและยังคงหลอมปรุงยาวิญญาณ ของเขาต่ออย่างไม่ใส่ใจอะไร “ใช่แล้ว แต่ว่าพวกเราเรียกตนเองว่า ลัทธินักบุญสวรรค์”

“ครั้งหนึ่งพวกข้าเคยพบกับผู้คนที่เรียกตนเองว่าลัทธินักบุญ สวรรค์ในหุบเขาแห่งนี้ พวกผู้คนตัวสีทองๆ ที่เผชิญหน้ากับพวก เขาก็เรียกพวกเขาว่าลัทธินักบุญสวรรค์เช่นกัน หากว่าเจ้าเป็นจ้าว ลัทธิของพวกมนุษย์ หรือว่าเจ้าไม่ได้มาจากตระกูลอังคาร?”

ฉินมู่สลายเทวาจําแลงเทพครองดาวอังคารและเผยร่างที่ แท้จริงด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว จริงๆ แล้วข้าคือมนุษย์ ข้าเพียงแต่ใช้ เทวาจําแลงของลัทธินักบุญสวรรค์เพื่อจําแลงเป็นร่างอังคาร”

ค้างคาวขาวทั้ง 2 นํ้าลายสอ และคิดเป็นใจเดียวกัน เมื่อพวก เราหายจากบาดเจ็บ พวกเราจะกินเขาซะ!

พวกเราจะกินเขาแบบดิบๆ!

ฉินมู่หลอมปรุงยาเสร็จ แต่เขาไม่ส่งพวกมันให้กับค้างคาวขาว ทั้ง 2  เขาเพียงแต่กินมันเม็ดหนึ่งโดยไม่ปล่อยที่เหลือออกไปให้ ฝูอวี่ชุ้นฉงนฉงาย “ทําไมจ้าวลัทธิฉินไม่ให้ยาวิญญาณนี้กับพวก ข้า ล่ะ”

ฉินมู่แย้มยิ้ม “ยาวิญญาณชุดนี้ไว้สําหรับถอนพิษของข้าเอง ดังนั้นจึงไม่จําเป็นต้องแจกให้แก่พวกเจ้า”

“ถอนพิษ?” ฝูอวี้ชุนตัวสั่นเทิ้มและตะกุกตะกัก “พะ…พิษอะไร”

“แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นพิษที่อยู่ในยาวิญญาณสองชุดที่ข้า ปรุงให้พวกเจ้าไง” ฉินมู่อธิบายอย่างเปิดเผย

สีหน้าของค้างคาวขาวทั้ง 2 มืดครึ้มทันใด และขณะที่พวก เขาทําท่าจะขยํ้าใส่ฉินมู่ พวกเขาก็พลันพบว่าดวงวิญญาณ กลายเป็นชาทื่อและร่างกายของพวกเขาก็กระตุกบิดด้วยความ

เจ็บปวดรวดร้าว ทั้ง 2 คนร่วงล้มลงกับพื้นและบิดไปมาอย่างไม่ หยุดหย่อน

กิเลนมังกรหัวเราะเยาะและกล่าว “ไอ้นกโง่สองตัว ถึงกับกล้า กินยาวิญญาณของจ้าวลัทธิ ไม่รู้จักที่ตายเลยจริงๆ”

“มังกรอ้วน ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งที่มีปีกจะเป็นนก พวกเขาไม่ใช่นก” ฉินมู่หิ้วค้างคาวขาวสองตัวขึ้นมา และวางไว้บนหลังกิเลนมังกร “สหายเต๋าทั้ง 2 …”

“บ๊ะ!” ค้างคาวขาวคู่นี้ไม่ยินยอมพร้อมใจ

“พิษของข้านั้นเพิ่งจะเริ่มแทรกซึมเข้าไปในดวงวิญญาณของ พวกเจ้า นั่นเป็นยาพิษวิญญาณที่ข้าเพิ่งคิดค้นพัฒนา และพวก เจ้าทั้ง 2 เพิ่งจะประสบการอาการพิษกําเริบรอบแรก หลังจากพิษ กําเริบ 10 รอบ ดวงวิญญาณของพวกเจ้าก็จะถูกฉีกทึ้งออกจากกัน ด้วยความเจ็บปวดอย่างสาหัสสากรรจ์!”

ฉินมู่ส่งยิ้มกว้างๆ ไปให้พวกเขา “พิษวิญญาณนั้นแตกต่าง จากพิษทั่วไป เพราะมันผลิตซํ้าตัวเองขึ้นมาได้ในดวงวิญญาณ ทุกครั้งที่มันกําเริบขึ้นมา ความเป็นพิษของมันก็จะรุนแรงเพิ่มขึ้น อีกหนึ่งส่วน ข้ามียาถอนพิษอยู่ที่นี่ อันสามารถถอนพิษออกไปได้ 10 ส่วนพอดิบพอดี”

เขานํายาวิญญาณออกมา 2 เม็ด และเฉือนออกมาเป็นชิ้น เล็กๆ จากแต่ละลูก ยัดมันเข้าไปในปากของค้างคาวทั้ง 2  จากนั้นเขาก็บดและขยี้ยาวิญญาณสองเม็ดที่เหลือให้เป็นผุยผง

เขาไม่หลงเหลือยาถอนพิษไว้ในร่างกาย ด้วยเกรงว่าค้างคาว ทั้ง 2 จะลงมือด้วยท่าพิฆาตใส่เขา สังหารเขาเพื่อแย่งชิงยาถอน พิษ มีแต่ต้องใช้วิธีการหลอมปรุงยาใหม่ขึ้นมาทันทีก่อนที่พิษ วิญญาณในค้างคาวสองตนจะกําเริบ เขาถึงจะควบคุมพวกมันได้

พิษวิญญาณในร่างของค้างคาวทั้ง 2 ถูกสะกดไว้ด้วยยาถอน พิษ และความเจ็บปวดรวดร้าวสาหัสก็หายไป พวกมันลุกขึ้นยืน ด้วยสีหน้ามืดครึ้ม

สักครู่หนึ่ง ฝูอวี่ชุ้นก็กล่าว “พวกข้ายอมแพ้ แต่ว่าพวกข้าจะ ปกป้องคุ้มกันเจ้าในหุบเขาภูตผีเท่านั้น หลังจากที่เจ้าออกจากหุบ เขา พวกเราก็ไปทางใครทางมัน!”

“ตกลง” ฉินมู่ตอบอย่างไม่ลังเล และหลอมปรุงยาอีกชุดหนึ่ง โยนให้แก่ค้างคาวขาวคู่นี้ จากนั้นเขาก็โยนขวดนํ้าลายมังกรให้ พวกเขาด้วยเพื่อรักษาบาดแผลภายนอกพลางกล่าว “ใช้นํ้าลาย มังกรข้างนอก และกินยาวิญญาณ อาการบาดเจ็บของพวกเจ้าก็ จะหายดีในระดับหนึ่ง”

ค้างคาวทั้ง 2 กินยาวิญญาณเข้าไป และทานํ้าลายมังกรที่ บาดแผล แผล็บเดียวบาดแผลของพวกเขาก็สมานกันเกือบหมด

ฝูอวี่ชิวหูกระดิก และเขาร้องเตือน “ระวัง มีแมลงวิญญาณอยู่ ใต้ดิน! เจ้าอ้วนที่น่าตาย อย่าเหยียบพื้นดินสิ!”

เมฆอัคคีพลันปรากฏใต้เท้ากิเลนมังกร ยกร่างเขาขึ้นจาก พื้นดิน ฉินมู่ก้มหัวลงไปดูและเห็นหนวดรากสีขาวราวหิมะชอนไช ขึ้นมาจากพื้น กวัดแกว่งไปมาอย่างแผ่วเบา

สิ่งมีชีวิตประหลาดนี้พิลึกกึกกือเป็นอย่างยิ่ง บางครั้งก็มีใบหน้าอันบิดเบี้ยวปรากฏบนหนวดราก อ้าปากหวีดร้องเสียงแหลมอันสั่นคลอนดวงวิญญาณผู้คน

ค้างคาวขาวสองตนกรีดร้องกลับไปเป็นเสียงเดียว และคลื่น เสียงอันไร้เสียงก็ถล่มลงไปบนพื้น ความสั่นสะเทือนรุนแรงพลัน กระเพื่อมมาจากข้างล่าง และแมลงตัวใหญ่มหึมาที่มีหนวกราก ห่อหุ้มไปหมดทั้งตัวก็ผลุบโผล่ด้วยร่างครึ่งหนึ่งอยู่บนดินและอีกครึ่งอยู่ใต้ดิน มันถูกเขย่าจนตายจากคลื่นเสียงของค้างคาวขาวทั้ง 2

แมลงนั้นละลายไปและไม่นานก็กลายเป็นนํ้ากองหนึ่งอันถูก ผืนดินดูดซับลงไป เมื่อเป็นเช่นนั้น ใบหน้าคนตัวเล็กๆ จํานวนมาก ก็มุดออกมาจากนั้นก็วิ่งพล่านไปทั่วทิศ กลายเป็นเศษควันสีเขียว

ฉินมู่อ้าปากค้าง มันมีสิ่งมีชีวิตประหลาดแบบนี้ด้วยหรือ

“ความเป็นมาของหุบเขาภูตผีนั้นดึกดําบรรพ์เป็นอย่างยิ่ง ข้า ได้ยินจากบรรพบุรุษว่านี่คือสถานที่อันเชื่อมต่อกับแดนใต้พิภพ

เทพโบราณได้เปิดเส้นทางไปสู่โลกอื่น โลกแห่งแดนใต้พิภพ” ฝูอวี้ ชุนอธิบาย

“นี่เลยทําให้บางสิ่งจากแดนใต้พิภพหลุดเข้ามา ทวยเทพได้ใช้ ความคิดและความเพียรพยายามเป็นอย่างมากเพื่อที่จะปิดผนึก สถานที่แห่งนี้ และเผ่าเทพค้างคาวขาวของพวกข้าก็ได้รับคําสั่งให้ คอยพิทักษ์สถานที่แห่งนี้ เพื่อมิให้ชีวิตจากแดนใต้พิภพผ่านทะลุ ม่านคุ้มกันระหว่างโลกมิติมาได้ แต่ทว่าในรุ่นของพวกข้า เหลือ พวกข้าอยู่แค่สองคน”

ค้างคาวขาวทั้ง 2 หันไปมองหน้ากันด้วยสีหน้าขมขื่น ใบหน้าของทั้งคู่ย่นยู่จนกระทั่งเหมือนส้มจีนแห้งเหี่ยว

พวกเขาทั้ง 2 ล้วนแต่เป็นบุรุษเพศ และการผลิตลูกหลานรุ่น ต่อไปย่อมเป็นปัญหาใหญ่

ฉินมู่อึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าว “ข้าไม่นึกว่าสหายเต๋าทั้ง 2  จะเป็นผู้พิทักษ์แห่งโลกนี้ แต่ทว่าพวกเจ้าทั้ง 2 เป็นพี่ชาย น้องชายกัน ใครจะพิทักษ์ป้องกันหุบเขาภูตผีต่อล่ะหากว่าเจ้าตาย จากไป…”

“อย่าพูดเรื่องนี้เลย!” ค้างคาวขาวทั้ง 2 ร้องออกมาเป็นเสียง เดียว

“ก็ได้ถ้าเช่นนั้น” ฉินมู่ไม่พูดเรื่องนี้อีกและถามอีกอย่างแทน “พวกเจ้ายังจําเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีก่อนได้หรือไม่ มีอะไร ที่เหมือนกับอุกกาบาตตกลงมาจากอวกาศนอกโลก ร่วงลงมายัง

สถานที่แห่งนี้ไหม”

“มีเรื่องเช่นนั้นจริงๆ มีสิ่งที่พวกเราไม่รู้จักทะลวงทะลุผนึกที่ บรรพบุรุษแห่งเผ่าเทพค้างคาวขาวทิ้งเอาไว้” ฝูอวี่ชิวกล่าว

“พวกเราเคยไปดูมาก่อน แต่สถานที่แห่งนั้นร้ายกาจ มีคนบาง กลุ่มตามมาดูในภายหลัง พวกข้ากินพวกนั้นไปจํานวนหนึ่ง แต่ทว่าก็มีอีกหลายคนที่เข้าไปในส่วนลึก แต่น้อยนักที่จะรอดออกมา”

ฉินมู่คึกคักสนใจขึ้นมาทันที และถามโดยพลัน “ที่ร่วงลงมา จากฟ้าคืออะไรหรือ”

“เรือลําหนึ่ง ครึ่งหนึ่งของมันปักเข้าไปในแดนใต้พิภพ และอีก ครึ่งหนึ่งอยู่บนพื้นดินที่นี่”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!