Skip to content

Tales of Herding Gods 330

Tales of Herding Gods
BC

ตอนที่ 330 การพบพานของยอดคน

C

ชายวัยกลางคนบนป้อมปราการเมืองมีใบหน้าซีดเผือด เห็น ได้ชัดว่าเขายังมีอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี ชายกลางคนผู้นี้มิใช่ ใครอื่น นอกเสียจากราชครูสันตินิรันดร์ผู้ได้รับการเจ็บจากการ ต่อสู้กับเทพเจ้า แม้ว่าฉินมู่และราชาพิษน้อยฝูหยวนชิงจะร่วมมือ กันเยียวยาเขา แต่เขาก็ยังมีบาดแผลจากเทพเจ้าและยังไม่ฟื้นคืน มา

จักรวรรดิคนเถื่อนตี้ได้ฉวยโอกาสนี้ในการรุกรานสันตินิรันดร์ สถานการณ์ที่ด่านชิงเหมินนั้นสําคัญเป็นที่สุด ราชครูสันตินิรันดร์ รู้ดีว่าจักรวรรดิสันตินิรันดร์ได้สูญเสียแสนยานุภาพไปอย่าง มากมายหลังจากเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ 2 ครั้ง และยิ่งไปกว่านั้น เขาและจักรพรรดิเอี้ยนเฝิงก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูกลับไปสู่กําลังฝีมือ ขั้นสูงสุดของตนได้ อาการบาดเจ็บของจักรพรรดิยังหนักหนากว่า เขาเสียอีก

เขานั้นหวั่นเกรงว่าจักรวรรดิคนเถื่อนตี้จะบุกตะลุยเข้ามาตรงๆ ดังนั้นเขาจึงเคลื่อนกําลังพลมาสู้กับฝ่ายตรงข้ามอย่างสุดใจขาด ดิ้นที่ด่านชิงเหมิน

เขายังไม่ลังเลที่จะมาแนวหน้าด้วยตนเองเพื่อบัญชาการ กองทัพ

เมื่อผู้ใหญ่บ้านปลดปล่อยกระบวนท่ากระบี่ ภาพอันน่าตื่น ตระหนกของกระบี่เดียวสยบการชิงชัย 2 ทัพในสมรภูมิได้จับ ความสนใจของเขา

อันที่จริงแล้ว นี่ไม่ใช่เพียงภาพอันตื่นตาเท่านั้น แต่กระบวนท่า กระบี่นี้ยังมีความสามารถที่จะแปรเปลี่ยนทั้งสนามรบให้เป็นทะเล โลหิต ข่มขวัญทหารหาญและม้าศึกของ 2 ฝ่าย

ชีวิตของทุกคนในสนามรบอยู่ในกํามือของคนผู้นั้น เพลงกระบี่เช่นนี้มิใช่เพียงแค่ส่วนหนึ่งของเพลงกระบี่อีกต่อไป

แต่เข้าใกล้เต๋าอันลึกลํ้า นี่ทําให้ราชครูสันตินิรันดร์ถึงกับเห็นเขต ขั้นที่สูงกว่าเดิม เขตขั้นของมรรคาเต๋ากระบี่

แสงกระบี่ที่ผู้ใหญ่ บ้านปลดปล่อยจากกระบวนท่านั้นมีมากมายเหลือคณานับ แต่ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงนั้นก็คือ แต่ ละริ้วแสงกระบี่มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างไม่ซํ้ากัน สะกดข่มทุกๆ

ผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกวิชาเทวะได้อย่างเหมาะเจาะถ้วนทั่ว นี่คือสิ่งที่ แทบจะเป็นไปไม่ได้

มีผู้คนเป็นหมื่นๆ คนในสนามรบ และวรยุทธ์ของแต่ละคนก็ แตกต่างกันไป วิชายุทธ์และทักษะเทวะที่พวกเขารํ่าเรียนก็ไม่ เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพยุหะศึกที่มีร้อยเปลี่ยนพันแปลง หากว่าเขาหมายจะสะกดข่มทุกคนเอาไว้ เขาจะต้องสะกดข่มทุกๆ ทักษะเทวะ วิชายุทธ์ อาวุธวิญญาณ เช่นเดียวกับพยุหะของทุกคน และทุกสถานที่ จํานวนของสิ่งที่เขาต้องคิดคํานวณนั้นมีมากมาย เกินกว่าจะจินตนาการ!

สามารถไปถึงเขตขั้นนี้ ผู้นั้นสามารถเรียกได้ว่าเทพเจ้า เทพ เจ้าแห่งกระบี่!

กระบี่จักรพรรดิก่อตั้ง ทะเลโลหิต ข้าเคยเห็นเพลงกระบี่ช่นนี้ มาก่อมันอยู่ในภาพวาดของจิตรกรศักดิ์สิทธิ์

ราชครูสันตินิรันดร์เพ่งสายตามองลงไปยังกิเลนมังกร เห็นฉินมู่และคณะยืนอยู่บนหลังสัตว์ใหญ่ตัวนั้น แม้ว่าผู้คนเหล่านี้จะล้วนแข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ไม่ได้จับสายตาของราชครู

ข้าสามารถเห็นแง่อัศจรรย์ของเพลงกระบี่จากภาพวาดนั้น และข้าได้ศึกษาวิชากระบี่ของชายในภาพวาดเป็นเวลากว่า 200 ปี และหากว่าทิ้งเวลาไปสักหน่อยและกลับมาพิจารณา ภาพวาดอีกครั้ง ข้าก็จะได้ความสำเร็จใหม่ จนเมื่อข้าม่เห็นอะไรใหม่ อีกต่อไป ข้าก็คิดไปว่าตัวข้านั้นบรรลุเทียบเขตขั้นของชายผู้นั้นแล้ว

ราชครูสันตินิรันดร์หวนระลึกถึงภาพวาดและพยายามมองหา ชายในภาพวาดนั้น แต่ก็หาไม่พบ จนกระทั่งสายตาของเขาจ้องไป ยังหลังของฉินมู่

เด็กหนุ่มกําลังแบกตะกร้าสมุนไพรซึ่งข้างในนั้น เขาเห็นชาย ชราผมขาวไร้แขนขานั่งอยู่

ชายแก่ผู้นี้ดูไม่เหมือนชายในภาพวาด ชายในภาพวาดนั้นคือ กระบี่เทวะในช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ที่สุดของเขา จิตวิญญาณอัน เฉียบคมของเขาแผ่พุ่งออกมาราวกับกระบี่ที่เพิ่งดื่มโลหิต

แต่ทว่าชายแก่ในตะกร้านั้น เป็นไม้ใกล้ฝั่งผู้หนึ่ง ชีวิตของเขา ดูริบหรี่ราวกับเทียนไขที่จุดไว้กลางลม ไม่มีร่องรอยของความโอ่อ่า ห้าวหาญของกระบี่เทวะในภาพวาดหลงเหลืออยู่เลย

แต่ทว่า ราชครูสันตินิรันดร์มั่นใจว่า ชายแก่พิการผู้นี้แหละ คือกระบี่เทวะจากยุคสมัยนั้น!

แต่ถึงอย่างไร แสงสว่างทางปัญญาของเขาในเชิงกระบี่ ก็ ได้มาจากกระบี่เทวะในภาพวาด

ราชครูสันตินิรันดร์ร่างสั่นเทิ้มเล็กน้อย และเขาระบายลม หายใจขาดเป็นห้วงก่อนที่จะสั่งการผู้คนรอบ ๆ “ ต้อนรับอาคันตุกะ!”

ประตูเมืองเปิดออก และทหารในเมืองก็ตั้งแถว 2 ข้างทาง กิเลนมังกรเดินเข้าไปด้วยหัวที่เชิดสูง ในตอนนั้นเอง แสงกระบี่ ทั้งหมดในสนามรบก็ไหลบ่ากลับเข้ามาราวนํ้าท่วมสู่ฉินมู่ หายเข้า ไปในตะกร้าสมุนไพรที่เขาแบกไว้ที่หลัง

ผู้ใหญ่บ้านโผล่หัวขึ้นมาและเห็นชายกลางคนที่เดินมาต้อนรับ เขา เขานั้นเป็นบุรุษที่ได้รับการรํ่าลือว่าเป็นอัจฉริยะศักดิ์สิทธิ์ที่ ปรากฏทุกๆ 500 ปี บุรุษที่ได้รับการขนานนามว่าอันดับหนึ่งใต้ เทวะ บุรุษที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นกระบี่เทวะแห่งปัจจุบันสมัย!

สายตาของ 2 คนสบเข้าหากัน และในหัวใจของพวกเขาก็ หวั่นไหวสะท้าน

กระบี่เทวะแห่งยุคสมัยก่อนและกระบี่เทวะแห่งปัจจุบันสมัย ได้มาพบพานกันในที่สุด!

ที่ 2 ฟากสนามรบ เสียงตีฆ้องสําริดดังมาจากป้อมปราการ เมืองจากทั้ง 2 ด่านภูเขา มันเป็นเสียงสัญญาณถอยทัพ ส่งคําสั่ง ไปให้ไพร่พลทั้งหลายในสนามรบกลับเข้ามา

ทหารหลายหมื่นพลันรู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากบ่า ทุกคน พลันพบว่าร่างกายของพวกเขาโชกไปด้วยเหงื่อ

ในด่านชิงเหมิน ผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่ในตะกร้าสมุนไพรลอย ออกมา เขาเดินไปยังราชครูสันตินิรันดร์ราวกับว่ามีแขนและขา งอกเงยขึ้น และ 2 ยอดคนแห่งยุคสมัยของตนก็ได้พบพาน!

ราชครูสันตินิรันดร์คารวะด้วยมารยาทระดับศิษย์เคารพอาจารย์ และกล่าวอย่างนอบน้อม “ศิษย์ผู้นี้ได้รํ่าเรียนกระบี่ในช่วงปีแรกของเขา แต่มิได้รํ่าเรียนอีกต่อไปเมื่ออายุย่างถึง 160 ปี”

“เจ้าเข้าใจกระบี่เมื่ออายุ 160 ปีอย่างนั้นหรือ” ผู้ใ หญ่บ้า นถาม

“ข้าได้อ่านทุกวิชาฝึกปรือและสุดยอดทักษะทั้งหมดในโลกหล้าอย่างละเอียดตั้งใจ และได้ตรึกตรองเข้าใจทักษะเทวะมากมายไร้ประมาณ ดังนั้นข้าจึงเข้าใจกระบี่ และเริ่มต้นสรรค์สร้างเพลง กระบี่ของตนเอง” ราชครูสันตินิรันดร์ตอบอย่างเคร่งขรึม

ผู้ใ หญ่บ้า นแย้ม ยิ้ม “แสดงเพลงกระบี่ของเจ้าให้ข้าดู”

ราชครูสันตินิรันดร์ชักกระบี่ออกมา และแสงกระบี่ก็สาดส่อง ทั่วฟากฟ้านภากาศ ส่องสว่างทั้งพื้นพิภพ เพลงกระบี่ของเขามีการ เปลี่ยนแปรนับไม่ถ้วน และซับซ้อนพอๆ กับดวงดาวบนฟากฟ้า แต่

กระนั้นก็เรียบง่ายเหมือนกับแท่งไม้นับเลข บ้างก็ตรง บ้างก็คด ราว กับว่ามันแปรเปลี่ยนเป็นทักษะทุกชนิดในโลกหล้า ให้ความรู้สึก บรรยายไม่ถูกแก่ผู้คน

เพลงกระบี่ของเขามีกลิ่นอายของการบุกไปข้างหน้า จิต วิญญาณอันเร่าร้อนประดุจเพลิงไฟที่จะตะลุยฝ่าทุกสิ่งทุกอย่างอัน เบ่งบานจากการปฏิรูป ดูราวกับหมายจะจุดไฟทุกอย่างในโลกหล้า

ให้สว่างไสว เปลี่ยนแปลงฟ้าและดินอันแข็งทื่อ เปลี่ยนแปลงเต๋าอัน ตายตัว ปฏิรูปทุกสิ่งที่เป็นจารีต ฉีกทําลายและเผยใบหน้า อัปลักษณ์ของคนรุ่นก่อนที่ตกตํ่าโสมม!

บุรุษผู้นี้หมายใช้กระบี่ของเขาเพื่อเปลี่ยนแปลงมรรคาอันว่าง เปล่าและซํ้าซากของโลกหล้า เพื่อกรุยมรรคาใหม่และให้โลกหล้า แห่งนี้เข้าสู่นวยุค!

เพลงกระบี่ของเขาได้เหนือลํ้ากว่าวิชาและได้กลายเป็นทักษะที่ ผสานผสมปรัชญาของตนเข้าไป เพียงก้าวเดียวเท่านั้น เขาก็จะ บรรลุถึงขั้นมรรคาเต๋า!

ด้วยหลักปรัชญา ชีวิตก็ถูกสูบฉีดเข้าไปในเพลงกระบี่ ดังนั้น เพลงกระบี่ของเขาจึงมีชีวิตแล้ว ในเมื่อเต๋าอยู่เบื้องหน้าของ ปรัชญา การก้าวเหนือปรัชญาไป เขาถึงจะได้เห็นเต๋า

เพียงแค่หนึ่งก้าว เขาก็จะได้เห็นเต๋า

ราชครูสันตินิรันดร์รั้งกระบี่ของเขากลับและหอบหายใจ บาดแผลของเขายังไม่หาย ดังนั้นวรยุทธ์ของเขาก็ไม่เหมือนที่เคย เป็นมา แต่ทว่า เมื่ออยู่ตรงหน้ากระบี่เทวะแห่งยุคก่อน เขาก็

เหมือนกับนักเรียนคนหนึ่งที่หมายจะแสดงเพลงกระบี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด และใจจดใจจ่อที่จะรอฟังคําประเมิน

“เพลงกระบี่อันวิเศษ” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวชม “ฉายาอันดับหนึ่ง ใต้เทวะ และอัจฉริยะศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏทุกๆ 500 ปีของเจ้านั้นไร้ ข้อกังขา ก่อนที่ข้าจะตาย ในที่สุดข้าก็ได้พบพานกับบุคคลที่ข้า สามารถปฏิสัมพันธ์ด้วย ข้าออกมาคราวนี้นั้นเพื่อพบกับเจ้า

เพื่อให้เ จ้าได้เห็นและประจักษ์เต๋า”

ราชครูสันตินิรันดร์จึงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ในวันนี้ ณ ด่าน ชิงเหมิน มีทหารประจําการอยู่เรือนล้าน หลายต่อหลายคนเป็น นักเรียนของข้า แต่ทว่าข้านั้นเป็นนักเรียนของท่าน และยังมี บัณฑิตมากมายจากมหาวิทยาลัยจักรวรรดิที่ได้มาที่นี่เพื่อยื่นมือ

ช่วยเหลือจักรวรรดิในยามยาก ดังนั้นอาจารย์โปรดเผยแผ่ปัญญา ญาณ และขจัดความโง่เขลาให้พวกเราด้วย!”

ผู้ใหญ่บ้านแย้มยิ้ม “ข้ามิกล้า เพียงแต่เป็นการแลกเปลี่ยนกัน เท่านั้น”

ทั้งคู่เดินไปเคียงข้างกัน ด้วยมีฉินมู่เดินตามไปข้างหลัง เสียง ซีอวี่เงยหน้าขึ้นมองไปยังชายชราผู้ใกล้สิ้นสุดอายุขัย และชาย ฉกรรจ์ผู้ยังคงเปี่ยมด้วยพลังชีวิตด้วยสายตาอันแปลกประหลาด พลางกล่าวด้วยเสียงกระซิบ “ในแผ่นดินตะวันตกของข้า ไม่มีบุรุษที่โดดเด่นเช่นนี้ ด้วยสตรีแผ่นดินตะวันตกกุมอํานาจ ชายทั้งหลายก็มีแต่เชื่องเชื่อ ทําทุกสิ่งที่พวกเขาถูกสั่งให้ทํา หากว่าบุรุษแผ่นดิน ตะวันตกนั้นกล้าหาญและเปี่ยมความสามารถเช่นพวกเขา สตรี อย่างพวกเรายังจะต้องมาคอยดูแลกิจการด้วยหรือ”

พวกเขาเดินเข้าไปในเมือง และฉินมู่เห็นบัณฑิตมากมายจาก มหาวิทยาลัยจักรวรรดิ ทุกๆ คนล้วนแต่นั่งขัดสมาธิและรออย่างใจ จดใจจ่อ พวกเขาไม่อาจข่มระงับความตื่นเต้นที่ฉายชัดบนใบหน้า ได้

บัดนี้เมื่อจักรวรรดิคนเถื่อนตี้ได้ทุ่มกําลังรุกรานจักรวรรดิสันติ นิรันดร์อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากที่สันตินิรันดร์ได้ผจญกับการก่อ กบฏและภัยพิบัติหิมะ ไม่มีหนทางที่ผู้คนจะทํามาหากิน จํานวนประชากรก็ถดถอย และผู้คนจํานวนมากหกระเหเร่ร่อนไร้บ้าน

ก่อนที่จักรวรรดิจะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง เสบียงก็ร่อยหรอ ดังนั้นบัณฑิตจักรวรรดิทั้งหลายที่มาที่นี่ ต้องกินอาหารอย่าง กระเบียดกระเสียร ไม่กล้ากินจนอิ่มท้อง

ฉินมู่เห็นเว่ยหยง ฉินอวี้ และคนอื่นๆ เว่ยหยงนั้นแต่เดิมนั้นเป็น เจ้าอ้วนตัวกลม แต่ตอนนี้เขาผอมลงไปมากจากความอดอยาก

มีแต่เมื่อพวกเขาทนไปถึงการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงได้ สถานการณ์อันยํ่าแย่นี้ก็จะค่อยดีขึ้น

ผู้ใหญ่บ้านและราชครูสันตินิรันดร์นั่งลง และผู้ใหญ่บ้านกล่าว ด้วยจังหวะอันไม่ช้าไม่เร็ว “จุดมุ่งหมายที่ข้ามาเยี่ยมเยือนมิได้มา

พูดถึงเพลงกระบี่ ข้าจะพูดถึงมรรคาเต๋าเท่านั้น มรรคาเต๋ากระบี่ ส่วนว่าพวกเจ้าจะรับไปได้เท่าไรจากการบอกเล่าของข้านั้นก็ขึ้น

ปฏิภาณความเข้าใจของพวกเจ้าแล้ว ในโลกนี้เดิมทีไม่เคยมีสิ่งที่ เรียกว่ามรรคาเต๋ากระบี่ ทว่าตั้งแต่เมื่อศาสตราวุธอันเรียกว่ากระบี่ ถูกสรรค์สร้างขึ้นมา มรรคาเต๋ากระบี่ก็ปรากฏ”

ทหารมากมายที่กลับมาจากแนวหน้าเดินเข้ามา บางพวกก็ ถอดชุดเกราะออกและนั่งลง และบางพวกก็เพียงแต่ยืนฟัง

ผู้คนมากมายเผยสีหน้าพิศวงเมื่อพวกเขาได้ยินคําบรรยาย ของผู้เฒ่าคนนี้ “เต๋าอันยิ่งใหญ่แห่งฟ้าและดินก็สามารถถูกสร้าง ขึ้นมาได้หรือ ไม่ใช่ว่าพวกเราผู้ฝึกวิชาเทวะทั้งหลายต้องบ่มเพาะ บําเพ็ญเต๋าแห่งฟ้าและดินอันเกิดตามธรรมชาติหรอกหรือ”

ฉินมู่จิตใจวูบไหว เขาหวนนึกถึงบทสนทนาระหว่างตนกับ เทวราชอวี้ เกี่ยวกับว่าเต๋าแห่งฟ้าและดินเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้ให้กําเนิดเต๋าแห่งฟ้าและดิน มากมาย ซึ่งมิได้ดํารงอยู่มาตอนที่โลกก่อกําเนิด และมันก็เป็น ความคิดสร้างสรรค์เดียวกันนั้นที่ได้เปลี่ยนแปลงเต๋าเก่าแก่ให้กลายเป็นสิ่งใหม่

เมื่อเต๋าอันยิ่งใหญ่เปลี่ยนแปลงไป ทักษะก็จะเปลี่ยนแปลง ดังนั้นมันจึงเรียกว่าการปฏิรูป

เทวราชอวี้รู้สึกว่าการปฏิรูปนั้นคงจะไปแตะต้องกับ ผลประโยชน์ของเทพและมารเข้า

แต่ทว่า สิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านกล่าวนั้นลึกลํ้ากว่ามาก ทุกคนนั้นฉงนฉงาย เพราะว่าพวกเขาล้วนแต่เป็นผู้ที่ฝึกปรือ

บ่มเพาะปราณ และความเข้าใจรากฐานของพวกเขาก็คือการเรียน

มรรคา วิชา และทักษะเทวะที่ได้ส่งต่อมาให้พวกเขาจากคนรุ่นก่อน ยิ่งไปกว่านั้นทักษะเทวะยังต้องอาศัยมรรคาและวิชา ดังนั้นหากว่า

พวกเขาเปลี่ยนความเข้าใจรากฐานของตนไปหมด ก็คงนึกภาพ ออกว่าจะทําให้พวกเขาเสียศูนย์มากแค่ไหน!

“เต๋าอันยิ่งใหญ่ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร” ราชครูสันตินิรันดร์ เอ่ยถาม

“ดําเนินไปจนสุดขีดขั้ว และมันก็จะถูกสร้างขึ้นมา ราชครู เพลงกระบี่ของเจ้าไปถึงสุดขีดขั้วหรือยัง”

ราชครูสันตินิรันดร์อึ้งไปเล็กน้อย และกล่าว “อีกนิดหนึ่ง เท่านั้น”

ผู้ใ หญ่บ้า นแย้ม ยิ้ม “ให้ข้า ช่วยเจ้า”

เขาแทงไปที่ราชครูสันตินิรันดร์และทัศนียภาพโดยรอบพวก เขาพลันแปรเปลี่ยน ภูเขาพันลูกแม่นํ้าหมื่นสายพลันปรากฏท่วม สายตาของเขา และในพริบตานั้น ภูมิประเทศรอบกายพวกเขาไม่ เหมือนกับด่านชิงเหมินหรือสมรภูมิท่วมเลือดอีกต่อไป ในทางกลับกัน มันกลับดูเหมือนกับโลกใบใหม่ที่มีเทือกเขาเขียวขจีอัน เต็มไปด้วยพืชพรรณวรรณา แม่นํ้ามากมายไหลหลั่งไปยังที่ไกลๆ แต่ละริ้วและระลอกคลื่นดูใสกระจ่างและสมจริง ขณะที่เส้นใยบน ใบไม้แต่ละใบบนต้นไม้และพุ่มไม้ก็ล้วนสลับซับซ้อน ไม่มีใบไหนที่ เหมือนกันเลยสักใบ

ทุกคนลุกขึ้นยืน และมีบางคนที่ถึงกับทดลองปีนภูเขา บางคน กระโจนลงไปในแม่นํ้า และบางคนก็เด็ดดอกไม้อันก่อรูปขึ้นมาจาก แสงกระบี่ขึ้นมา ส่วนฉินมู่นั้น ยื่นมือออกไปจับเอาหยดนํ้าค้างที่ หยาดลงมาจากใบไม้

กระบี่ย่างไปในทิวทัศน์

นี่คือกระบี่ย่างไปในทิวทัศน์ที่ผู้ใหญ่บ้านร่ายรําออกมา มันเป็น กระบวนท่าอันร้ายกาจทรงพลังชัดๆ แต่ในมือของผู้ใหญ่บ้าน มัน กลับกลายเป็นปลอดภัยไร้อันตราย แทนที่จะทําร้ายโจมตีผู้คน มัน

กลับพาผู้คนเข้าไปในโลกอันประหลาดพิสดาร

นี่ราวกับว่าเป็นโลกมิติอันจริงแท้ โลกอันก่อขึ้นมาจากมรรคา เต๋ากระบี่

แม้ว่าสําหรับทุกๆ คนแล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สร้างแรง กระทบใจพวกเขาเป็นอย่างมาก แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็ ยังคงเป็นราชครูสันตินิรันดร์ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม และดวง

วิญญาณก็วูบไหวไม่หยุดยั้ง เขาคุกเข่าลงเอามือละเลียดพื้น จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าประดับดาว ผู้ใหญ่บ้านได้ แสดงโฉมหน้าที่แท้จริงของมรรคาเต๋าให้เขาได้เห็น ทําให้เขาได้ สัมผัสกับมรรคาเต๋ากระบี่

ทันใดนั้น เขารู้สึกเหมือนกับมีประตูเปิดเห็นทางสว่าง และเขา ก็ยืนอยู่ที่นั่นไม่ไหวติงด้วยสายตาว่างเปล่า

ผู้ใหญ่บ้านเห็นภาพนี้และอุทานในใจ อัจฉริยะศักดิ์สิทธิ์ที่ ปรากฏทุกๆ 500 ปีนั้นนับว่ามีพรสวรรค์เหนือล้ำกว่ามู่เอ๋อมากจริงๆ ตรึกตรองเข้าใจมรรคาเต๋าได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!