ตอนที่ 373 วิศวกรสวรรค์
“หรือว่าที่นี่จะถูกความมืดรุกราน ทําไมพวกเราถึงต้องออก จากที่นี่ก่อนท้องฟ้าจะมืดคํ่าด้วยล่ะ” มู่ชิงไต้ถาม
ฉินมู่ส่ายหัว แต่ไม่อธิบายรายละเอียด ทุกคนรออยู่ข้างนอกโถงเทวะเมื่อท้องฟ้าพลันมืดมัวและได้ยิน
เสียงฟ้าร้องมาแว่วๆ ฉินมู่เงยหน้าขึ้นและมองเห็นท้องฟ้าที่เพิ่งใส
กระจ่างอยู่หยกๆ กลับปรากฏเมฆมืดและสายฟ้าเหนือหัวพวกเขา
เมฆมืดเหล่านั้นหนาทึบขึ้นทุกทีๆ ค่อยๆ คลี่คลุมไปทั่วฟ้า ฝน หนักเริ่มโปรยลงมา และทุกคนรีบเข้าไปหลบใต้หลังคาของโถงเท วะเพื่อหนีหยาดฝนอันหนาวเหน็บนั้น
ในฤดูหนาวฝนไม่น่าจะตกหนักขนาดนี้ แต่กระนั้นมันก็โถมถั่ง ลงมาราวฟ้ารั่ว
มังกรไร้เขา 10 กว่าตัวนั้นก็มุดเข้ามาใต้ชายคา และเข้าไปกระหวัดพันรอบเสาสําริดเพื่อหลบห่าฝน กิเลนมังกรก็หาที่งีบนอน หน้าทางเข้า ในเมื่อเขาสามารถหลบฝนที่นั่นได้
กวางตัวผู้เดินไปข้างกิเลนมังกร มันก้มหัวลงแล้วใช้เขาขวิด กิเลนมังกรออกไปจากโถงและแย่งที่ตรงนั้น
กิเลนมังกรถูกฝนสาดเปียกโชกและเดือดดาล เขาเดินกลับมา ด้วยปากที่อ้ากว้าง และกวางตัวผู้ก็กระโดดลุกจังก้าตั้งท่าพร้อมสู้
พวยไอนํ้าพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาจากพื้น และหลงอวี๋ยื่นมือ ออกไปรองรับนํ้าฝนจํานวนหนึ่ง
“นํ้านี่ร้อน!” เขาร้องอย่างตกตะลึง
ฉินมู่สะท้านใจเล็กน้อย และเขายื่นมือออกไปเช่นกัน ฝนที่กระหนํ่าลงมาจากท้องฟ้านั้นร้อนระอุจริงๆ มันร้อนลวกราวกับนํ้าเดือด!
เขาพลันเดินออกจากโถงเทวะ และปราณชีวิตก็แผ่พุ่งไปเบื้อง หน้าเพื่อแหวกแยกนํ้าฝนมิให้ไหลต้องร่างของตน
เขาเงยหน้าขึ้นมองดูและพบว่าท้องฟ้ากลายเป็นมืดดําประดุจ หมึก ในความมืดดิบดําข้างบน มีสายฟ้าแล่นแปลบปลาบไปมา ระหว่างเมฆมืดเป็นระยะ และเสียงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้างก็ดังแว่ว มาจากพันลี้ มันกลิ้งเหนือหัวพวกเขาด้วยความเร็วมหันต์ ก่อนที่ จะแล่นห่างออกไป ในเสี้ยววินาทีเดียวสายฟ้านั้นกลิ้งไปด้วยระยะ กว่า 2,000 ลี้!
มันฟังดูไม่เหมือนเสียงฟ้าคํารามที่เกิดขึ้นจากสายฟ้าธรรมดา!
หวางมู่หรันและคนอื่นๆ ก็เดินออกมาจากโถงเทวะและเงยศีรษะ ขึ้นมองดู พวกเขาเห็นสายฟ้ามากขึ้นทุกทีและเมื่อสายฟ้าเหล่านั้น พุ่งแปลบปลาบไขว้กันไปมากรีดมวลเมฆอันมืดดํา ก็สร้างภาพน่า ประหวั่นพรั่นพรึง
ห่าฝนที่กระหนํ่าลงมาจากท้องฟ้ายิ่งร้อนจัดมากขึ้นทุกที
“ดูเหมือนข้างบนท้องฟ้าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น…มังกรอ้วน ปล่อยกวางนั่นลง!”
ฉินมู่หันกลับไปและตะโกน กิเลนมังกรคลายกรงเล็บออกจาก คอกวาง กวางตัวผู้นี้โกรธจัดและหมายจะโจมตี แต่มันร้องแอ่กจาก การถูกกิเลนมังกรนั่งทับ อันรู้สึกราวกับถูกขุนเขามหึมาทับ มากกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต
สายฟ้าบนท้องฟ้ายิ่งมายิ่งถี่ยิบ ราวกับว่ามียักษ์ตัวมหึมากําลัง ฟาดรัวกลอง ในเวลานั้นสายฟ้าก็จับกลุ่มเป็นลูกกลมที่กลิ้งไป รอบๆ ให้แสงสว่างแก่ความมืด
ชั้นสวรรค์ต่างๆ เปิดขึ้นมาในเนตรของฉินมู่เมื่อเขามองขึ้นไป บนก้อนเมฆ ทันใดนั้นเขาก็สามารถเห็นเงาร่างเลือนรางวูบวาบไป มาบนท้องฟ้า เงาร่างเหล่านั้นโลดโดดบนก้อนเมฆและต่อสู้ประมือ กัน!
หวางมู่หรัน หลงอวี๋ และมู่ชิงไต้จากนครหยกน้อยก็ได้เรียนเวท มนตร์จําพวกตาที่สามหรือไม่ก็เนตรเทวะ พวกเขาร่ายเวทมนตร์ ของตนเองเพื่อมองขึ้นไปและอดไม่ได้ที่จะร้องอย่างแตกตื่น
ทันใดนั้น เมฆอันหนาหนักก็ฉีกกระชากออกเผยให้เห็นร่าง อันน่าเกรงขามปรากฏขึ้นมาในความมืด เขาถือมีดยักษ์ 2 เล่ม และสายฟ้าอันฟาดเปรี้ยงข้างๆ เขาก็ทําให้เขายิ่งดูดุร้ายกว่าปกติ ทั้งกระเหี้ยนกระหือรือและหยาบร้าย!
“ท่านปู่คนแล่เนื้อ!” ฉินมู่ร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก
เขาเคยเห็นด้านอันบ้าคลั่งของคนแล่เนื้อมาก่อน ก็ในเมื่อคนแล่เนื้อมักจะเสียสติอยู่บ่อยครั้งในหมู่บ้านพิการชรา ถ้าอยู่ในอารมณ์นั้นแม้แต่ผู้ใหญ่ บ้านเขาก็กล้าเอามีดไล่ฟัน เขาจะ อ่อนโยนลงเล็กน้อยเมื่อเผชิญกับฉินมู่เท่านั้น
เมื่อเสียงอุทานของเขาดังออกมา ก็ปรากฏเงาร่างอีกจํานวน หนึ่งระหว่างหมู่เมฆที่ถูกฉีกทึ้ง พุ่งตรงไปยังคนแล่เนื้อ!
เมฆมืดถูกมีดของท่านปู่คนแล่เนื้อฉีกกระชาก!
ขณะที่ฉินมู่ตระหนักอยู่นั่นเอง เมฆดําก็สมานปิดเข้าดังเดิม และสายฟ้าก็ร้องคํารามอีกครั้ง แต่เสียงระเบิดเปรี้ยงปร้างมิได้มา จากอสุนีบาต แต่มันเกิดจากกัมปนาทอันมาจากการเคลื่อนไหว อย่างรวดเร็วของเงาร่างพวกนั้น!
มีดของคนแล่เนื้อฝ่าแยกท้องฟ้า และในเมื่อมันร้อนจัดอย่าง หาใดเปรียบมิได้ มันก็ยกระดับอุณหภูมิของก้อนเมฆจนถึงจุด เดือด ดังนั้นห่าฝนที่โปรยลงมาจึงยิ่งร้อนฉ่ามากขึ้นทุกที!
ในตอนนั้น ฉินมู่เห็นชิ้นส่วนพื้นดินใหญ่อลังการร่วงลงมาจาก ฟ้าทะลุชั้นเมฆลงมา มันมีทั้งภูเขาและแอ่งนํ้า เพียงแต่ปักลงมาใน ทิศทางตรงกันข้ามกับพื้นดินที่พวกเขายืนอยู่ มันดูเหมือนกับว่าจะ ร่วงลงมาปะทะกับจักรวรรดิสันตินิรันดร์ และภาพที่เห็นนั่นน่าขนลุก
“อบา!” เฒ่าใบ้กล่าวอย่างเคร่งขรึม
“จริงด้วย นั่นคือผู้ใหญ่บ้าน!” ฉินมู่ผงกหัวซํ้าๆ “ผู้ใหญ่บ้านก็ อยู่ข้างบน เช่นนั้นใครกันที่พวกเขากําลังสู้อยู่”
แผ่นดินมหึมาบนท้องฟ้าราวกับจะพบกับศัตรูคู่อาฆาตเมื่อมัน ลอยกลับขึ้นไปเหนือชั้นเมฆ ภูเขาและแม่นํ้าพลันแหลกละเอียด เป็นชิ้นๆ
ฉินมู่ตะลึง เพลงกระบี่ของผู้ใหญ่บ้านถูกทําลาย!
เปรี้ยง!
ท้องฟ้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แท่งเสาหนากว่า 15 วา ทะลวงทะลุชั้นเมฆ ดูราวกับสิ่งของจากสวรรค์ที่ร่วงลงสู่พื้นพิภพ
แต่ว่า มันไม่ใช่แท่งเสา กระแสหมุนเป็นเกลียววนรอบๆ มันดู ราวกับแท่งทวนอันก่อขึ้นมาจากมังกรวารีตัวยักษ์มากมายที่กระหวัดเกี่ยวซึ่งกันและกัน ใครบางคนรวบรวมมวลนํ้าก่อขึ้นมาเป็นทวน!
“เพลงทวนของท่านปู่บอด!”
ฉินมู่จิตกระเจิง ทวนมังกรวารีอันหนาใหญ่หาใดเปรียบนี้มิใช่ ใดอื่นนอกเสียจากทวนของเฒ่าบอด ยากนักที่เฒ่าบอดจะใช้อาวุธ ต่อให้เขาต้องเผชิญกับยอดฝีมือระดับจ้าวลัทธิ เขาก็มักจะใช้แต่ไม้ เท้าไผ่ในการเปิดฉากการต่อสู้
ไม้เท้าไผ่แท่งเดียวพอที่เขาจะใช้ทําลายทุกเวทมนตร์ และ ทักษะเทวะในโลกหล้า
แต่ในตอนนี้เขากลับต้องรวบรวมมวลนํ้าขึ้นมาเป็นทวน เช่นนั้นเขาจะต้องกําลังเผชิญกับศัตรูแกร่งที่มาต่อสู้กับเขาเป็นแน่!
ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เฒ่าใบ้หันกลับและเดินเข้าไปในโถงเทวะ เขาแบกหีบไม้ของเขาออกมาและชี้ไปที่ฉินมู่ “อา อา อา อา อา!”
ฉินมู่พยักหน้าอย่างหนักแน่นและกล่าว “ท่านปู่ใบ้ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่วิ่งเพ่นพ่านไปทั่วแน่นอน แต่ทว่า ข้าก็ช่วยได้เช่นกัน ข้ามี มังกรไร้เขาที่แข็งแกร่งมากมายภายใต้บัญชา”
เฒ่าใบ้เลิกคิ้วและเผยสีหน้าอันดูจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิงยิ้ม ฉินมู่หน้าแดงฉานและกล่าวด้วยเสียงอุบอิบ “แต่พวกมันก็
นับว่าแข็งแกร่งอยู่บ้างแหละน่า…”
เฒ่าใบ้ทะยานขึ้นไป แต่เขาหยุดยั้งที่ระยะ 15 วาเหนือพื้น และลอยนิ่งอยู่ตรงนั้น
ท่ามกลางฝนหนัก มังกรโลหิตไร้เขาคืบคลานมาจากทุก สารทิศและล้อมแดนศักดิ์สิทธิ์ของผู้อมตะแห่งนี้ไว้หลายชั้นต่อหลายชั้น
ตึง!
เท้าของเฒ่าใบ้เหยียบลงกับพื้น ทิ้งรอยเท้าจมลึกเอาไว้ บริเวณโดยรอบรอยเท้าแตกเปรี๊ยะ แผ่นหินปูพื้นระเบิด ขณะที่แผ่นหินห่างไกลออกไปแตกร้าว
เฒ่าใบ้วางหีบลงไปกับพื้นและฝาของมันเปิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นหีบอันเต็มไปด้วยไจสีเงินที่มีขนาดเท่าหัวแม่มือ
บนหลังของเฒ่าใบ้คือเตาหลอมใหญ่ที่เขาใช้เป็นประจํา แม้ว่า จะวางหีบลงไปแล้ว เตาหลอมขนาดยักษ์นี้ก็ไม่ได้ปลดออกไป เขา ยังคงแบกมันเอาไว้
เตาหลอมนี้ไฟมอดไปนานแล้ว และเป็นสีดําสนิท เฒ่าใบ้ประสานมือเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น ปราณชีวิตเขา
พวยพุ่งออกไป เตาหลอมข้างหลังเขาพลันโหมกระพือด้วยเพลิงไฟ
มังกรโลหิตไร้เขาชะงักฝีเท้าของพวกมัน บางตัวก็กําลังปีนขึ้น ไปตามราวบันได บางตัวก็กําลังหมอบซุ่มอยู่เหนือสิงโตหิน บางตัวก็หยุดอยู่ที่บันไดหิน ขณะที่บางตัวอยู่บนหลังคาของโถงข้างหลังฉินมู่ และพรรคพวก
บริเวณโดยรอบปกคลุมไปด้วยความมืด แต่ฝีเท้าอันหนัก หน่วงอัศจรรย์ก็ดังกังวานท่ามกลางความมืดนี้ มันยังมีเสียงหายใจ อันหนักหน่วงและบ้าคลั่ง
หีบตรงหน้าเท้าของเฒ่าใบ้สั่นแกรกกรากและสะเทือน สะท้านอย่างไม่หยุดยั้ง ห่วงหยกจักรพรรดิพลันลอยขึ้นมาและตก ลงไปในมือของฉินมู่ เฒ่าใบ้ไม่หันหลังไปมองดู เขาเพียงแต่ยกมือ ของเขาขึ้นมา และนิ้วทั้ง 5 ของเขาเคลื่อนไหวเป็นสัญญาณ
ฉินมู่ห้อยห่วงหยกจักรพรรดิไว้ที่อกและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ท่านปู่ใบ้ให้พวกเราถอยเข้าไปในโถงเทวะ! มังกรอ้วน ลุกขึ้นเร็ว เข้า อย่านั่งทับกวางนี่จนมันตายเอา!”
กิเลนมังกรรีบลุกขึ้นจากกวางตัวผู้ที่นอนแบ๊บอยู่กับพื้น มันอ้า ปากหอบหายใจ ลิ้นห้อยแผ่ออกมายาวไปหมด
“ถุย!” กิเลนมังกรถ่มนํ้าลายใส่กวางเขาเต็มปากเต็มคํา
เจ้าตะกละนี่ฟุ่มเฟือยจริงๆ นั่นคือนํ้าลายมังกรตั้งหลายขวด เลยนะ! ฉินมู่เดือดดาล
ฝีเท้าในความมืดย่างเข้ามาใกล้ทุกทีๆ มังกรไร้เขายักษ์ 2 ตัว เข้ามาในทัศวิสัยของพวกเขาเป็นอันดับแรก หัวของพวกมันใหญ่ ราวกับภูเขา คอยาวๆ ของพวกมันปรากฏ ตามด้วยกรงเล็บคม กริบ จากนั้นก็เท้าคู่หนึ่งอันเหยียบมาบนหลังของมังกรไร้เขายักษ์ 2 ตัวนี้
ฝนตกหนักท่วมท้นไปทั้งอากาศ และนํ้าร้อนเดือดก็เทลงมา จากฟ้าราวกับนํ้าตก อาบร่างใหญ่โตโอฬารที่กําลังเดินออกมาจาก ความมืดนั้นจนเปียกโชก นํ้าฝนชะล้างเกล็ดของเขา ทําให้มันใส กระจ่างและเปล่งประกายเมื่อส่องสะท้อนสายเส้นอสุนีบาตบน ฟากฟ้า
มังกรไร้เขา 2 ตัวหยุดเคลื่อนไหว และสายฟ้าเส้นหนึ่งก็ฟาด กรีดความมืดมา ส่องแสงสว่างแก่ร่างมหึมานี้
มันคือเทพครองแดนเลี้ยงมังกร เทพครองแดนเลี้ยงมังกรที่บนหัวเหลือเส้นผมไม่กี่เส้นและ
ใบหน้าอันมืดดําราวกับก้อนถ่าน!
“เจ้าจะขัดขวางข้า?”
ดวงตาของเขามองทะลุความมืดราวกับสายฟ้า เหมือนกับ ลําแสง 2 เส้นที่สาดส่องลงมายังร่างของเฒ่าใบ้ ผู้ซึ่งแบกเตาหลอมระอุไฟไว้บนหลัง ดูราวกับว่าเขาจะมองทุกอย่างของเฒ่าใบ้ ให้ปรุโปร่ง เสียงของเขากัมปนาทดุจฟ้าคําราม
“เจ้าคนเดียวก็จะขัดขวางข้า? ส่งไอ้เด็กหน้าซื่อตาใสที่เผา เส้นผมของข้าทั้งหมดมาเสีย แล้วข้าจะให้เจ้าตายโดยมีซากสังขาร ครบสมบูรณ์!”
เฒ่าใบ้อึ้งไปและเกาหัวแกรกๆ
“ท่านปู่ใบ้ เขาหมายถึงข้า!” ฉินมู่โผล่หัวออกมาจากโถงเทวะ และกล่าวอย่างสัตย์ซื่อและจริงใจ “เทพครองแดนเลี้ยงมังกร ข้าคือ คนที่เผาเส้นผมของท่าน แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ ท่านบอกให้ข้าเลี้ยง
มังกรของท่าน ดังนั้นข้าเลยเลี้ยงพวกมันเป็นอย่างดี และพวกมัน ตามข้ามาเอง หลังจากนั้น เมื่อข้าเห็นเส้นผมของท่านไล่ตามมา ข้ารู้สึกว่ามันน่าเกลียดอัปลักษณ์และทําลายภาพอันงามสง่าของ
ท่าน ดังนั้นข้าจึงช่วยเผาความกังวลทั้ง 3,000 ให้ท่านโดยพละ การ”
หางตาของเทพครองแดนเลี้ยงมังกรบิดกระตุก แต่สายตาของ เขาก็ไม่ละไปจากเฒ่าใบ้ เขาอยากจะหันไปดูนํ้าหน้าไอ้เด็กนั่นนัก แต่เขาตระหนักว่าหากทําเช่นนั้น เขาก็จะต้องปะทะกับการโจมตี พิฆาต
“ที่แท้ก็คือเศษซากจากยุคสมัยจักรพรรดิก่อตั้ง” สายตาของ เขาจ้องจับลงมายังเตาหลอมบนหลังเฒ่าใบ้และยิ้มหยัน “เจ้าคือ เชื้อสายของวิศวกรสวรรค์แห่งสภาสวรรค์จอมปลอมในยุคสมัย จักรพรรดิก่อตั้งสินะ? สภาสวรรค์ปลอมนั่นมอบตําแหน่งฉายาวิศวกรสวรรค์ให้แก่บรรพบุรุษของเจ้าและให้ช่างวิศวกรรมอย่าง พวกเจ้าก่อสร้างหมู่บ้านไร้กังวล”
“จากนั้นเขาก็ให้เจ้าสร้างมหานาวาปารมิตาเพื่อมุ่งหน้าไปยัง หมู่บ้านไร้กังวล แต่มันก็ไปไม่ถึงที่นั่น ฮี่ๆ พวกเราเหล่าเทพสวรรค์ ได้ผนึกพวกเจ้าทุกคนเอาไว้ในนั้น คิดว่าซากทัพอย่างพวกเจ้าจะ ได้ตายไปข้างใน แต่ไม่คาดคิดเลยว่า จะยังมีบางคนที่หลบหนี ออกมาได้! ทําไมเจ้าไม่พูดอะไรเลยล่ะ”
เฒ่าใบ้สีหน้าไร้อารมณ์ เขาส่งสัญญาณมือ ฉินมู่โผล่หัวออกมาจากโถงและตะโกนด้วยเสียงอันดัง “เทพ
ครองแดนเลี้ยงมังกร เขาเรียกท่านว่าโสเภณีไร้ราคา ไม่ใช่ข้านะที่
ด่าท่านอย่างนั้น เป็นเขาต่างหาก!”
เทพครองแดนเลี้ยงมังกรสีหน้ามืดคลํ้ายิ่งกว่าเดิม มังกรไร้เขา บนหูของเขายืดเหยียดตัวออกมาและกระโดดขึ้นไปบนบ่า พวกมัน เลื้อยลงจากแขนของเขาขยายใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้น เกล็ดของพวก มันขยับไปมาราวกับเครื่องจักรอันซับซ้อนระหว่างที่เลื้อยและห่อหุ้ม แขนของเขา
ในเสื้อผ้า ก็มีมังกรไร้เขาอีก 3 ตัวที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเมื่อ มันกระหวัดพันรอบเอวและขาอ่อนของเขา
ตึม
เทพครองแดนเลี้ยงมังกรกระโดดลงจากหลังมังกรคู่ และกรง เล็บมังกรหนาใหญ่ 2 คู่ก็จิกลงไปในดินอย่างมั่นคง มังกรไร้เขา 2 ตัวที่แต่เดิมอยู่ใต้เท้าของเขาก็พลันหดตัวลงและแปร เปลี่ยนเป็นตะบอง 2 แท่งให้เขาหยิบขึ้นมาจากพื้น
“เศษซากจากกระทรวงการงานของสภาสวรรค์ปลอม!” เทพ ครองแดนเลี้ยงมังกรตะโกนด้วยเสียงกระโชกคําราม ร่างของเขา บิดไปมา และพละกําลังมังกรอันป่าเถื่อนพิสดารก็แผ่พุ่งออกมา จากร่างกายของเขา ด้วยฟันคมกริบที่ขบเข้าด้วยกันแน่น เขาก็เหวี่ยงตะบองฟาดเข้าใส่เฒ่าใบ้
“เตรียมตัวตาย!”



