ตอนที่ 381 คืนวิวาห์
กิเลนมังกรแบกทุกคนไปยังหมู่บ้านข้างหน้า และเฒ่าบอดก็รีบ ไปจัดแจงซื้อหาข้าวของทันที เขาซื้อมงกุฎหงส์และชุดเจ้าสาว ชุด อื่นๆ และก้อนไหมแดงมงคลให้กับฉินมู่ เขาเชิญหญิงเฒ่าใน หมู่บ้านให้มาช่วยแต่งตัวให้คนทั้ง 4
“จักรพรรดิเอี้ยนเฝิงสูญเสียลูกสาวไป ดังนั้นเขาอาจจะตามมา จนถึงที่นี้ ใครจะรู้ว่าถ้าเนิ่นช้าออกไปจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นจะดีที่สุดหากว่าพวกเขาเข้าห้องหอโดยทันที!”
เฒ่าบอดนําเหรียญสมบูรณ์พูนสุขจํานวนหนึ่งจากถุงเงินของ จิ้งจอกน้อยเพื่อซื้อบ้านหลังใหญ่อันมีบริเวณโอ่โถง เขายังจ้างสาว ใช้จํานวนหนึ่งมาคอยดูแลเรื่องต่างๆ ตระเตรียมให้พวกเขาได้เข้า พิธีวิวาห์กันในวันนี้
ฉินมู่ถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา แต่พลังวัตรของเขายังมีอยู่ เขา ลอบเป่าขลุ่ยทองคําเพื่อให้มังกรไร้เขาลอบจู่โจมเฒ่าบอดและพันธนาการเขาเอาไว้
แต่ทว่า ขณะที่ขลุ่ยทองคําส่งเสียงดัง ไม่ทันที่มันจะสร้างการ เชื่อมต่อกับฝูงมังกรไร้เขา เฒ่าบอดก็สําเหนียกถึงความผิดปกติ เขาแตะไม้เท้าไผ่ที่หว่างคิ้วของฉินมู่ และฉินมู่ก็ได้ยินเสียงตูมๆๆ ดังมาจากในร่างของเขา สมบัติเทวะขั้นหกทิศ ห้าธาตุ และทารก วิญญาณ ถูกบังคับให้ปิดผนึกไปตามๆ กัน
เฒ่าบอดเกรงว่าเขาจะเล่นตุกติกอย่างอื่นอีก ดังนั้นจึงผนึก สมบัติเทวะของหลิงอวี้จิวและซีอวิ๋นเซี่ยงเช่นเดียวกัน
ฮู่หลิงเอ๋อเห็นเขาเดินเข้ามาและกระโดดหย็องแหย็งด้วยความ ตื่นเต้น “ท่านปู่บอด ไม่ต้องห่วง หลิงเอ๋อไม่หนีแน่นอน!”
เฒ่าบอดรีบปลดเชือกทองคําบนตัวนาง “ข้าจะปลดเชือกให้ เจ้า ดังนั้นช่วยข้าเฝ้าพวกเขาเอาไว้ ข้าจะออกไปจองโต๊ะจัดเลี้ยง ฉลองและเชิญงิ้วมาแสดง”
“ได้เลย!” จิ้งจอกน้อยรับคําโดยไม่ลังเลสักนิด
“คนทรยศ!” หลิงอวี้จิวและซีอวิ๋นเซี่ยงจ้องนางด้วยความโมโห ฮู่หลิงเอ๋อยืดอกภูมิใจ นางกระโดดขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้และส่าย
เปียไปมา
ท่านปู่บอดสมกับเป็นขิงแก่… ฉินมู่อุทานในใจ ชื่นชมเขาไม่ หยุดหย่อน ทักษะเทวะที่เฒ่าบอดใช้นั้นสามารถปิดผนึกวิทยายุทธ์ ของพวกเขา ทําให้พวกเขาไม่อาจเล่นตุกติกอะไรได้ ต่อให้มี
กลเม็ดใดก็ตาม
“มังกรอ้วน มาทางนี้” สายตาฉินมู่ไหววูบเมื่อเขาเรียกกิเลน มังกรเข้ามา “แบกพวกเราแล้วหนีไป!”
กิเลนมังกรส่ายหัว “ในเมื่อข้าวิ่งได้ไม่เร็วไปกว่าเขา หนีไปก็ ไม่มีอะไรต่าง”
เมื่อเขากล่าวจบ เขาก็แกว่งหางไปมาและกลับไป นอนเฝ้าประตู
ฉินมู่อึ้งเขารู้สึกว่าไอ้เจ้ากิเลนมังกรนี่ต้องโดนจับลดนํ้าหนักอย่างแรง!
เมื่อกลางคืนมาถึง ฉินมู่และหลิงอวี้จิวก็ถูกหญิงเฒ่าหลายคน ช่วยกันจัดแจง บังคับให้เข้าพิธีแต่งงานซึ่งกันและกัน เฒ่าบอดได้ เชื้อเชิญแทบจะทุกคนในเมืองเล็กๆ มาเป็นสักขีพยานงานวิวาห์ เขาไม่รับของกํานัลงานแต่งจากแขกเหรื่อ และอุปรากรที่เขาจ้างมา แสดงในงานก็มีแต่คนธรรมดาทั่วไปเล่นเขาสัตว์และปี่ ทุกอย่าง ล้วนเรียบง่าย
งานวิวาห์ย่อมคึกคัก และในที่สุดฉินมู่และหลิงอวี้จิวก็ถูกส่งตัว เข้าห้องหอโดยชาวเมือง
ฮู่หลิงเอ๋อไม่สุขใจที่เห็นว่าเจ้าสาวไม่ใช่นาง จึงเริ่มดื่มอย่าง หนัก พรํ่าเพ้อไม่ได้ศัพท์
เฒ่าบอดโบกมือแล้วกล่าว “พรุ่งนี้มากันใหม่นะ จะมีงานแต่ง อีกรอบ เจ้าบ่าวยังเป็นคนเดิม แต่เจ้าสาวจะเปลี่ยนคน!”
ฮู่หลิงเอ๋อกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ กอดไหสุราอันใหญ่กว่าตัว นางเสียอีก นางกล่าวด้วยเสียงเมามาย “ท่านปู่บอด พรุ่งนี้ข้าอยาก เป็นเจ้าสาว!”
“ได้เลย ได้เลย” เฒ่าบอดผงกหัวหงึกๆ
ในห้องหอ ฉินมู่และหลิงอวี้จิวนั่งอยู่บนขอบเตียง ฟังความอึกทึกข้างนอกที่ค่อยๆ ซาลงไปในทิศไกลๆ พวกเขารู้สึกตื่นกลัว และกระสับกระส่าย ผ่านไปสักพัก หลิงอวี้จิวก็แง้มมุมผ้าคลุมหน้า
เจ้าสาวและลอบมองฉินมู่ที่สวมก้อนไหมแดงมงคลตรงหน้าอก
ข้างๆ นาง เขานั้นกุมก้อนไหมอยู่อย่างเลิ่กๆ ลั่กๆ และนางก็พลัน ระเบิดหัวเราะออกมา
ฉินมู่จ้องนาง “เจ้ายังหัวเราะได้อีกหรือ! หากว่าพ่อเจ้ารู้เรื่องนี้ เขาต้องเอาข้าไปตัดหัวแน่!”
อยากที่จะเลิกผ้าคลุมหน้าออก หลิงอวี้จิวก็กลอกตาแล้ว หัวเราะคิกคัก “ผู้คนว่ากันว่าถ้าหญิงสาวเลิกผ้าคลุมหน้าออกเอง จะโชคร้าย ต้องให้ชายหนุ่มเป็นคนเปิดให้”
“มีกฎอย่างนั้นด้วยหรือ”
ฉินมู่อึ้งไป เขาเปิดผ้าคลุมหน้าให้นางและตะลึงลาน แป้งประทิน และแก้มแดงเรื่อของเด็กสาวดูน่าลุ่มหลงภายใต้แสงเทียน หลิงอวี้ จิวหน้าแดงฉานอย่างเอียงอายและกลอกตาใส่เขา “เจ้ามอง อะไรน่ะ”
“สวยจริงๆ” ฉินมู่จึงลุกขึ้นและเดินไปผลักประตู แต่เปิดไม่ออก “ท่านปู่บอดลั่นดาลประตู ข้าจะลองไปดูที่หน้าต่าง”
เขาเปิดหน้าต่างออก และกําลังจะกระโดดออกไป พลันไม้เท้า ไผ่จี้มาที่เขา เสียงของเฒ่าบอดตามมา “หลับเสีย อย่าคิดจะหนี”
ฉินมู่สะดุ้งโหยงและกล่าวอย่างขัดเคือง “ท่านปู่บอด ทําไมท่านมานั่งซุ่มตรงมุมนี้”
“กฎธรรมเนียม” เฒ่าบอดกล่าว “ไม่ต้องห่วง ข้าตาบอด ข้าไม่ เห็นอะไรทั้งสิ้น”
“แน่อยู่แล้วว่าท่านต้องไม่เห็น!” ฉินมู่ปิดหน้าต่างและนั่งลงที่ ขอบเตียงอีกครั้ง “ท่านปู่บอดคอยป้องกันตรงนั้น เช่นนั้นข้าเกรง ว่าพวกเราคงหนีไปไม่ได้” เขากล่าวด้วยความหดหู่เล็กน้อย
ทั้ง 2 คนนั่งข้างๆ เตียง หลิงอวี้จิวกําชายกระโปรงของนาง ส่วนฉินมู่ก็เอาแต่จับก้อนไหมที่หน้าอก ผ่านไปสักพัก เสียงกระแอมไอของเฒ่าบอดก็ดังมาจากนอกหน้าต่าง “บนโต๊ะมีสุราวิวาห์ รีบดื่มมันแล้วเข้านอนเสีย!”
ฉินมู่หยิบไหสุราขึ้นมาและทุบมันทิ้ง เฒ่าบอดเดือดดาลและ เดินผละไปพร้อมไม้เท้า “มีไก่โต้งแล้วไม่ขันจะเก็บเอาไว้ทําไม หากว่าเจ้าไม่ขัน ข้าจะตีขาเจ้าให้หัก!”
“นี่ท่านปู่ด่าไก่โต้งหรือว่าข้ากันแน่”
ฉินมู่ฉงน ผ่านไปสักพัก หน้าต่างก็เปิดออก และไม้เท้าไผ่ก็ ยันขาไก่โต้งหักมาจากนอกหน้าต่าง
ฉินมู่ปิดหน้าต่างใส่ และกลับไปนั่งบนขอบเตียง เขาพึมพํา “พวกเราไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้ว”
หลิงอวี้จิวหัวเราะพรืด “เจ้ายังคงใช้คําไม่เก่งเหมือนเคย ข้าง่วง นิดๆ ล่ะ เช่นนั้นข้าไปเข้านอนก่อน”
“ได้สิ ”
ฉินมู่เห็นนางมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม จนกระทั่งโผล่หน้าเล็กๆ ออกมาจากผ้าห่มสีแดงผืนใหญ่ หลิงอวี้จิว กะพริบตาปริบๆ ใส่เขา “ข้ากําลังเข้านอน”
“ได้เลย” หลิงอวี้จิวฮึ่มฮั่มแล้วหันไปทางอื่น
ฉินมู่ก็เอนกายลงไปบ้างและใช้ผ้าห่มคลุมตัว ทั้ง 2 คนนอน ร่วมหมอนเดียวกันและจ้องมองกันไปมา ฉินมู่ไม่กล้าหายใจ และห ลิงอวี้จิวก็ระเบิดหัวเราะ ลมหายใจของนางระใบหน้าของเขา อัน แดงกํ่าขึ้นมาทันที และเด็กสาวก็ยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บริมฝีปากเขา เบาๆ อย่างรวดเร็ว
“หอมดีจัง” ฉินมู่กะพริบตาแล้วกล่าว “จุ๊บอีกที” หลิงอวี้จิวจูบเขาอย่างผิวเผินอีกครั้ง หัวเราะคิกคัก “จุ๊บกันไปมาจะมีประโยชน์อะไร”
เสียงขาดความอดทนของเฒ่าบอดดังมาจากข้างนอก ฟัง ห่างไกลออกไปทุกที “ไก่โต้งน้อยที่ขันไม่เป็น ถ้าอย่างนั้นเอามัน ไปตุ๋นกินจะดีกว่า… เอ๋? จักรพรรดิเอี้ยนเฝิงตามมาทันหรือ มาคิดๆ ดูแล้ว ตอนนี้จักรพรรดิก็เป็นพ่อตา เช่นนั้นข้าคงไม่อาจหยาบคาย
ข้าจะต้องเชิญพ่อตามู่เอ๋อมาร่วมงานเลี้ยงฉลอง เช่นนั้นข้าก็จะ เชือดไอ้ไก่โต้งนี้ไปทําอาหารมาเลี้ยงพ่อตา!”
ฉินมู่ได้ยินเสียงเขาเดินห่างไกลออกไปทุกที และรีบลุกขึ้นจาก เตียง เขาเดินไปที่หน้าต่างและแอบแง้มมันอย่างระแวงระไว เขายื่น หัวออกไปมองดูรอบๆ จากนั้นโบกมือเรียกหลิงอวี้จิว ทว่านางไม่เดินตามมา
เขาหันไปมองดูและเห็นว่าเด็กสาวดูท่าจะผล็อยหลับไปจริงๆ ฉินมู่ก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบและกล่าว “เลิกแกล้งหลับ ลุกเร็ว เข้า ”
หลิงอวี้จิวหน้าแดงฉาน และนางรีบออกมาจากใต้ผ้าห่ม นาง ใส่รองเท้าแล้วมุดออกมาทางหน้าต่างขณะที่ฉินมู่คอยรับนางจาก อีกฟาก พานางลงมา ทั้ง 2 คนย่องไปตามกําแพงถึงห้องของซีอวิ๋ นเซี่ยง เมื่อพวกเขามาถึงหน้าต่างของนาง ฉินมู่ก็ถามด้วยเสียง กระซิบ “น้องสาวอวิ๋นเซี่ยงหลับอยู่หรือเปล่า”
“ยังไม่หลับ”
เสียงของนางดังมาจากข้างหลัง และฉินมู่กระโดดโหยงด้วย ความตกใจ เขารีบหันไปดูและเห็นว่านางก็ลอบติดตามมาข้างหลัง เขา
“เจ้าออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาอย่างอย่างตระหนก ซีอวิ๋นเซี่ยงดูจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิงยิ้ม “ข้าลอบออกมาตั้งนานแล้ว
และแอบฟังดูอยู่ที่กําแพง ในท้ายที่สุด ข้าก็ได้ยินแมวน้อยตัวเมียที่ กําลังติดสัดร้องครางเหมียวๆ แต่แมวน้อยตัวผู้ก็ไม่ไปหานางสักที”
หลิงอวี้จิวยิ้มหยันและกล่าว “แมวตัวเมียบางตัวสิทธิ์จะเรียก แมวน้อยตัวผู้ก็ยังไม่มีเลย เด็กเลี้ยงวัว ไปตามหาจิ้งจอกน้อยกัน ไหม”
“หลิงเอ๋อทรยศไปแล้ว!” ฉินมู่ส่ายหัวและกล่าว “รีบไปกัน เดี๋ยวนี้เถอะ อย่าส่งเสียงกระโตกกระตาก”
“จ้าวลัทธิจะไปที่ไหน” กิเลนมังกรพลันปรากฏข้างหลังพวก เขา ทั้ง 3 คนสะดุ้งเต็มเหยียด
“คนทรยศ!” ฉินมู่กัดฟันกรอด “หากว่าเจ้ายังอยากมีกิน อย่า ส่งเสียง ไม่เช่นนั้นปีใหม่นี้พวกเราจะจัดโต๊ะจีนเนื้อมังกร!”
กิเลนมังกรตัวสั่นเทิ้มและย่องตามหลังพวกเขาไป “ท่านปู่บอด ออกไปแล้ว เขาบอกว่าจะไปเชิญจักรพรรดิเอี้ยนเฝิงมาร่วมงาน ฉลองวิวาห์ พวกเราสามารถลอบออกไปได้ตอนนี้”
ฉินมู่มองไปข้างหลังก้นกิเลนมังกร และเห็นมังกรไร้เขา 10 กว่า ตัวตามมาด้วย เขาไม่รู้จะหัวเราะหรือรํ่าไห้ “ปล่อยหลิงเอ๋อไว้ที่นี่คนเดียวอาจจะไม่ปลอดภัย นางอยู่ที่ไหน”
กิเลนมังกรก้มหัวลง และจิ้งจอกน้อยสีขาวหิมะก็ปรากฏอยู่บน หัวของเขาหลับสนิท
“ไป! ไปเร็วเข้า! หากว่าจักรพรรดิมาที่นี่ หัวของข้าต้องกลิ้ง หลุนๆ แน่!” ฉินมู่ฉุดดึงเด็กสาวทั้ง 2 ขึ้นไปบนหลังกิเลนมังกร ด้วยกําลังทั้งหมดที่มี “อย่าใช้เมฆอัคคี ไม่อย่างนั้นท่านปู่บอดจะ มองเห็น สายตาเขาดีสุดๆ! พวกเราจะลอบออกจากไปอย่าง ลับๆ โดยไม่ให้ใครล่วงรู้”
กิเลนมังกรแบกพวกเขาออกไปและมุ่งหน้าไปทางใต้ หลังจาก วิ่งไปได้ 100 ลี้ ฉินมู่ก็ค่อยคลายใจลงและกล่าว “ตอนนี้เจ้าวิ่ง สุดฝีเท้าได้แล้ว!”
กิเลนมังกรเร่งความเร็วของตน และวิ่งไปตลอดทั้งคืน เขา เดินทางไปได้ 3,000-4,000 ลี้ และฉินมู่ก็แย้มยิ้ม “สายตาของท่านปู่บอดไม่น่าจะมองเห็นได้ไกลขนาดนี้ มังกรอ้วน เจ้าพักได้ล่ะ… ตรงหน้าพวกเราคือแม่นํ้าหย่ง ดังนั้นพวกเราลัดเลาะไปริมนํ้าจนถึง ทะเลตะวันออกกัน พวกเราสามารถอ้อมไปทางเมืองหลวง หลิงเอ๋อ ตื่นหรือยัง มัดคนทรยศเอาไว้!”
“นางยังเมาอยู่เลย” พวกเขามาถึงแม่นํ้าหย่งและกําลังจะหาเรือข้ามแม่นํ้า ก็พลัน
เห็นเรือลําหนึ่งล่องลงมาจากกลางแม่นํ้า บนกราบเรือคือชายแก่ตา
บอดที่ยืนพิงไม้เท้าตนเองอยู่ ฉินมู่หน้าซีดเผือด
“ข้าไล่ตามจักรพรรดิเอี้ยนเฝิงตลอดทางจนถึงวัดใหญ่ฟ้าคําราม” เฒ่าบอดกล่าวอย่างเยือกเย็น “มู่เอ๋อ ข้ารอพวกเจ้าอยู่ตั้ง 2 ชั่วโมง และพวกเจ้าก็เพิ่งมาถึงที่นี่ ข้าผิดหวังจริงๆ”
ฉินมู่ตะลึง ขณะที่กิเลนมังกรรีบตะโกนทันที “นายผู้เฒ่าบอด ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ ข้าเลยรีบวิ่งมาด้วยกําลังทั้งหมด!”
ทุกคนจึงได้แต่ขึ้นเรือนั้น อันแล่นบรรทุกพวกเขาตรงไปทาง แดนโบราณวินาศ
“เมื่อพวกเรากลับถึงหมู่บ้านแล้ว ก็ยังไม่สายไปที่จะจัดงานแต่ง อีก 2 ครั้ง” เฒ่าบอดกล่าวพลางยิ้มกว้าง “เมื่อคืนวานข้าเชิญ จักรพรรดิเอี้ยนเฝิงให้กินไก่ ดังนั้นเขาน่าจะเห็นดีเห็นงามกับการ
วิวาห์”
ฉินมู่มองเห็นภาพตนเองถูกหิ้วปีกไปตัดหัวที่ตลาด
ทันใดนั้น นํ้าในแม่นํ้าก็กลายเป็นปั่นป่วน และกระแสนํ้าเชี่ยว กรากอย่างหนัก ฉินมู่อึ้งไปเล็กน้อย เขารีบเอนเข้าไปที่ข้างหนึ่ง ของเรือ และเห็นกระแสนํ้าพลันกลับเป็นนิ่งสงบ แต่ระดับนํ้าลอย เอ่อสูงขึ้นทุกทีๆ จนกระทั่งมันสูงเท่าต้นไม้และภูเขาสองฝั่งนํ้า
หลิงอวี้จิววิ่งไปที่กราบเรือ ขณะที่ซีอวิ๋นเซี่ยงก็ไปที่ท้ายเรือ เพื่อมองไปยังเหนือนํ้าและปลายนํ้า ทั้ง 2 คนตะลึงลานกับภาพที่ เห็นเมื่อพวกนางเห็นได้ว่าแม่นํ้าหย่งทั้งสายลอยขึ้นมาจากร่องนํ้า
ราวกับสายหยกเส้นยาว
มวลนํ้ามากขึ้นทุกทีลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับมังกรวารี ทุกคนมองด้วยตาค้าง เรือน้อยล่องลอยไปตามแม่นํ้ายาวอัน
พาดผ่านฟ้าและดูเหมือนจะเล็กลงกว่าเดิมมากมาย



