พลิกปฐพี 686

ตอนที่ 686

อยู่ดื่มสุรามงคลต่อ

“เคล็ดวิชาครึ่งหนึ่ง!” ดวงตาของมู่ชิงเกอเปล่งประกาย

ราชครูผงกศีรษะ

เขานิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วบอกมู่ชิงเกอว่า “อยากได้สองส่วนในมือเขานั้นไม่ยาก เพียงแค่ตำแหน่งนายน้อยแน่นอนแล้ว เขาย่อมไม่เก็บไว้เองแน่ แต่ที่เหลืออีกสองส่วน…

“ที่เหลืออีกสองส่วนนั้นไม่รีบ พวกเราจะต้องรีบเอาสองส่วนในมือศิษย์พี่เจ้ามาก่อน” มู่ชิงเกอบอกเขา

ราชครูคิดแล้วบอกมู่ชิงเกอว่า “นายน้อย ต้องการให้ข้าไปเอามันมาจากเขาไหม”

มู่ชิงเกอเม้มปากคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนผงกศีรษะบอกราชครูว่า “ระยะนี้จะต้องมีคนมากมายจับจ้องข้าอยู่แน่ ข้าคงไม่สะดวกที่จะเคลื่อนไหว รอให้ออกจากดินแดนจื่อกวงแล้วเจ้าค่อยหาเหตุจากไป แอบไปหาเขานำสองส่วนนั้นมา”

พูดจบ นางก็เตือนอีก “จริงด้วย รูปลักษณ์ของเจ้าจะไม่สะดวกหรือไม่”

ราชครูสั่นศีรษะ “ครั้งนั้นผู้ที่คนอื่นคุ้นหน้าค่าตาล้วนเป็นเขา ข้ากับอีกคนส่วนใหญ่ทำงานอื่นในเก้าชั้นฟ้า น้อยนักที่จะไปมาหาสู่กับคนดินแดนเทพอื่น ไม่น่าจะทำให้พวกเขาจดจำได้”

“เช่นนั้นก็ดีเลย” มู่ชิงเกอผงกศีรษะ

ทันใดนั้นนางก็ถามอีก “ข้าจำได้ที่เจ้าเคยบอกว่าที่คนเหล่านี้สนใจเคล็ดวิชาเทวะส่วนล่างเช่นนี้ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าการบำเพ็ญเคล็ดวิชาเทวะส่วนล่างจะต้องเริ่ม

จากบำเพ็ญเคล็ดวิชาเทวะส่วนบนกับส่วนกลางก่อน”

ราชครูผงกศีรษะ “ถูกต้อง แต่สถานการณ์เวลานี้ ข้าเองก็ไม่เข้าใจนัก ดูแล้วข้าจะต้องไปพบเขาอย่างจริงจัง เพื่อจะได้สอบถามให้ชัดเจน”

“พวกที่เข้าร่วมด้วยครั้งนั้นรู้ไหมว่าเคล็ดวิชาเทวะส่วนล่างถูกแบ่งเป็นหลายส่วน” มู่ชิงเกอถามอีก

ราชครูส่ายหน้ายิ้มขื่นเอ่ยว่า “เรื่องเคล็ดวิชาเทวะถูกแยกออกนั้นข้าเองก็เพิ่งจะรู้เช่นกัน”

มู่ชิงเกอเม้มปากผงกศีรษะว่า “ดี ข้ารู้แล้ว”

ทั้งคู่สลายม่านพลังป้องกันการแอบฟังแล้วค่อยเดินออกไปข้างนอก

ด้านนอก สี่คนที่รีบร้อนมากันนั้นยังไม่ได้ไปพักผ่อน แต่ยังรอมู่ชิงเกออยู่ที่นี่

ดังนั้น มู่ชิงเกอจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดไปรอบหนึ่ง แน่นอนว่าสิ่งที่นางพูดนั้นเป็นฉบับที่นางปรุงแต่งแล้วและพูดได้เพียงแบบนี้เท่านั้น

“พูดเช่นนี้แล้ว การที่ราชาเทวะจื่อกวงให้ราชาเทวะน้อยอยู่ที่นี่ก็เพราะต้องการของของนายน้อยตระกูลมู่หรือ”

หลีเฉาพูด

มู่ชิงเกอหัวเราะสั่นศีรษะ “โปรดอย่าเรียกข้าว่าราชาเทวะน้อยเลย เรียกชื่อข้าไม่ก็เจ้าสามเถอะ ดูใกล้ชิดกว่ากันเยอะ”

แต่ทันใดนั้นนางก็นึกถึงเซียนสุ่ยที่อยู่ที่นั่นด้วย

คำเรียก ‘เจ้าสาม’ นั้นเขาใช้มาแล้วไม่รู้ตั้งกี่ปี แต่พอมู่ชิงเกอมองไปก็เห็นว่าสีหน้าเขาดูปกติ ไม่มีอาการอึดอัดแม้แต่นิดราวกับทำใจได้แล้ว

“ได้ ในเมื่อเจ้าต้องการ พวกเราก็เรียกกันภายในเหมือนเดิม” หลีเฉาเองก็ไม่อิดออด

มู่ชิงเกอพยักหน้าแล้ววกกลับเข้าเรื่อง “เวลานี้ไม่ว่าข้าพูดอะไร ราชาเทวะจื่อกวงก็ไม่ยอมเชื่อ กระทั่งก่อนที่พวกเจ้าเข้ามาเขายังคุกคามข้า จะบังคับเอาของจากข้า ให้ได้ ทั้งยังบอกด้วยว่าหากข้าไม่มอบของออกมา ต่อให้ออกจากดินแดนจื่อกวงได้ก็ผ่านดินแดนเทพอื่นไม่พ้น”

“เขาพูดข่มขู่เกินเหตุ” เซียนสุ่ยพูดเสียงเย็นชา

หลีเฉากลับสั่นศีรษะ เสนอความคิดแตกต่าง “พูดเช่นนั้นเลยคงไม่ได้”

เขามองมู่ชิงเกอถามว่า “เจ้าสาม เจ้ารู้ไหมว่าของที่เขาต้องการนั้นคืออะไรแน่”

มู่ชิงเกอแกล้งทำเป็นไม่รู้ สั่นศีรษะ “พวกเขาล้วนพูดจากำกวม ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาหาอะไรกันอยู่ แต่ข้ารู้สึกได้ว่าสิ่งที่พวกเขาหาอยู่นั้นสำคัญต่อพวกเขามาก ก่อนมาที่นี่ขณะที่อยู่ดินแดนอู๋หวาข้าเคยพบนายน้อยตระกูลมู่คนนี้ เขาลอบเข้าดินแดนอู๋หวาคิดจะขโมยของวิเศษของราชาเทวะอู๋หวา”

“มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?” จวงซานถามอย่างแปลกใจ

มู่ชิงเกอผงกศีรษะ “ทำให้ข้าเกือบโดนพัวพันไปด้วย”

“มีเรื่องอะไรหรือ” หลีเฉาขมวดคิ้ว

มู่ชิงเกอพูดเสียงเรียบว่า “ราชาเทวะอู๋หวาคล้ายกับจะมีของอะไรหายไปจริงๆ เขารีบร้อนมาหาข้าด้วยความโกรธแค้น บอกว่าของที่หายไปนั้นเกี่ยวข้องกับตระกูลมู่ และข้าก็แซ่มู่จึงน่าสงสัยที่สุด ยังดีที่สืบได้ชัดเจนภายหลังว่ามีคนตระกูลมู่เหลือเดนลอบเข้าดินแดนอู๋หวา ของนั้นก็เหมือนจะถูกพวกเขาขโมยไป”

“ทำเช่นนี้ได้อย่างไร เจ้าเป็นราชาเทวะน้อยดินแดนฮ่วนเยวี่ย ข้ารับเจ้ามาจากบ่อบินเอง พวกเขายังกล้าดูหมิ่นเจ้าเพียงนี้” จวงซานพูดอย่างโกรธแค้น

“ดังนั้น คนตระกูลมู่เหลือเดนที่ลอบเข้าไปดินแดนอู๋หวาก็คือคนที่ถูกเจ้าสังหารนั่น?” ซวนเฉียงนั่งฟังเงียบๆ มา ตลอด เมื่อเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้วจึงเปิดปาก มู่ชิงเกอผงกศีรษะ “ข้าอยู่ที่ดินแดนอู๋หวา องค์หญิงชูเนี่ยนชวนไปร่วมกันสกัดเขาไว้ที่ทางออกดินแดนอู๋หวา ดังนั้นจึงได้พบหน้ากัน”

“มิน่า ขณะที่เจ้าพบเขาที่เก้าชั้นฟ้าแล้วเขาจึงคิดจะสังหารเจ้า” จวงซานผงกศีรษะ

เซียนสุ่ยเปิดปากว่า “เช่นนั้น ข้าขอสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด ก็คือเดิมชิงเกอคิดจะไปฝึกซ้อมหาประสบการณ์ที่เก้าชั้นฟ้า แต่คิดไม่ถึงว่าคนตระกูลมู่จะขุดหลุมพรางไว้ที่นั่น หลอกลูกศิษย์สี่ดินแดนเทพแผ่นดินเทพตะวันตกไปที่นั่นกัน ระหว่างต่อสู้ชิงเกอถูกนายน้อยตระกูลมู่พบเห็นเข้า ทั้งคู่จึงต่อสู้กัน สุดท้ายแล้ว นายน้อยตระกูลมู่ถูกชิงเกอสังหาร ส่วนลูกศิษย์ดินแดนเทพหลายพันคนก็ไม่มีใครรอด หลังจากชิงเกอออกจากเก้าชั้นฟ้าแล้วจึงได้แจ้งให้คนดินแดนเทพจื่อกวงรู้เรื่อง ไม่คิดว่าราชาเทวะจื่อกวงกลับจ้องอยากได้ของของนายน้อยตระกูลมู่ สามารถคาดเดาได้ว่าเป็นของที่ขโมยมาจากราชาเทวะอู๋หวา”

มู่ชิงเกอมองเขาแล้วผงกศีรษะ

ฟังมู่ชิงเกอบรรยายจบแล้ว ทั้งสี่คนก็พอจะรู้เหตุการณ์คร่าวๆ

สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ยังต้องอยู่ในดินแดนจื่อกวงต่อชั่วคราว ดูว่าราชาเทวะจื่อกวงจะทำอะไรต่อไป

วันรุ่งขึ้น ผิดความคาดหมาย มีลูกศิษย์ดินแดนจื่อกวงเข้ามาพบพร้อมส่งเทียบเชิญมาให้ เทียบเชิญนั้นเชิญพวกเขาห้าคน มีการประทับตราเชิญของราชาเทวะจื่อ กวงอย่างครบถ้วน

“ราชาเทวะจื่อกวงจะแต่งงาน?” มู่ชิงเกอถือเทียบเชิญ รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

ไม่เพียงแค่นางเท่านั้น ทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ นางเองต่างก็มีใบหน้าประหลาดใจ เหนือความคาดหมาย

เหตุใดพวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าราชาเทวะจื่อกวงจะแต่งงาน

ลูกศิษย์ที่มาส่งเทียบเชิญผงกศีรษะ “เรื่องนี้ราชาเทวะไม่ได้ประกาศให้ข้างนอกรับรู้ เดิมคิดเพียงแค่ให้ลูกศิษย์ในดินแดนได้ร่วมสนุกสนานครื้นเครงกันเท่านั้น แต่พวกท่านมาเป็นแขกในดินแดนจื่อกวงพอดี ดังนั้นราชาเทวะ จึงให้ข้ามาส่งเทียบเชิญนี้ ขอให้ทุกท่านมาร่วมงานเลี้ยงในวันแต่งงานเพื่อดื่มสุรามงคลร่วมกัน”

เขาพูดจบแล้วก็จากไป

มือมู่ชิงเกอถือเทียบเชิญไว้พลางใช้ความคิด

หลีเฉาเตือนว่า “ดูวันที่จัดงานเลี้ยงสิ”

มู่ชิงเกอเปิดเทียบเชิญดูตามที่บอก พบว่าวันที่จัดงานเลี้ยงนั้นเป็นอีกสิบวันให้หลัง

“ดูแล้ว ราชาเทวะจื่อกวงคนนี้คงคิดจะกักตัวพวกเราไว้ที่นี่อย่างน้อยก็คงอีกสิบวัน” เซียนสุ่ยละสายตากลับมา และเอ่ยเรียบๆ

หลีเฉาเงียบไปพักหนึ่งแล้วมองไปที่มู่ชิงเกอเตือนว่า “ภายในสิบวันนี้จะต้องวุ่นวายแน่ พวกเราต้องระวังตัวกันให้มาก”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น