พลิกปฐพี 691

ตอนที่ 691

คุณชายจะชิงเจ้าสาว

“ชิงเกอ เจ้าต้องช่วยนางนะ” เหยาชิงไห่ยืนขึ้นมา นัยน์ตาผุดแววอ้อนวอน แฝงไว้ด้วยความหวัง

มู่ชิงเกอ เป็นความหวังสุดท้ายของซีเซียนเสวี่ยแล้วจริงๆ

พวกเขาต่างเป็นผู้สูงศักดิ์ในโลกแห่งยุคกลาง แต่พอมาถึงแผ่นดินเทพมารที่นี่ชีวิตกลับเหมือนมดปลวก แล้วแต่ใครจะจับวางอย่างไร หากมู่ชิงเกอไม่ได้ดี แม้แต่ตัวเองยังเอาไม่รอด เขาก็คงไม่มาขอความช่วยเหลือ ไม่ดึงนางเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงได้แค่แลกด้วยชีวิตตัวเองไปช่วยซีเซียนเสวี่ยแล้ว

แต่มู่ชิงเกอมาแล้ว มาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขา ทั้งยังมีฐานะที่สูงส่งเช่นนี้

เขาไม่มาไม่ได้ไม่ขอร้องไม่ได้

มู่ชิงเกอมองเขา รับรูได้ถึงอารมณ์ในแววตาของเขา “เจ้าวางใจเถอะ เซียนเสวี่ยก็เป็นเพื่อนข้า ข้าจะไม่นิ่งดูดายแน่”

เรื่องนี้แม้เหยาชิงไห่ไม่ได้บอกนางหรือขอให้นางช่วย แต่ถ้าถึงวันแต่งงาน หากนางเห็นเจ้าสาวเป็นซีเซียนเสวี่ย เกรงว่าก็คงต้องพังงานเลี้ยงอยู่ดี

“ขอบคุณมาก” ได้คำตอบรับจากมู่ชิงเกอแล้ว เหยาชิงไห่ก็เอ่ยอย่างจริงใจ

ท่าทางของเขาทำให้มู่ชิงเกอมองดูอีกหลายครั้ง ทั้งคำพูดและการกระทำของเหยาชิงไห่ราวกับบ่งบอกถึงความใส่ใจและจริงจังต่อซีเซียนเสวี่ย

“พวกเจ้า…” มู่ชิงเกออดถามไม่ได้

เหยาชิงไห่ราวกับรู้ว่านางคิดอะไรอยู่รีบอธิบาย “เจ้าอย่าเข้าใจผิด ข้ากับนางนับว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน อีกทั้งหากไม่ใช่เพราะข้า นางก็ไม่ถูกดูดเข้าไป ในบ่อ ตกเข้ามาในแผ่นดินเทพตะวันตก อาศัยพื้นฐานของนางเอง หากผ่านเคราะห์อสนีบินขึ้นมาตามปกติจะต้องไม่เป็นเช่นนี้แน่ อีกทั้งครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะนางไปส่งโอสถแทนข้า นางก็คงไม่ตกสู่ปากเสือเช่นนี้”

การที่เขาอธิบายมากมายเช่นนี้กลับยิ่งทำให้มู่ชิงเกอสงสัยมากขึ้น

ตามที่นางเข้าใจเหยาชิงไห่ ในสถานการณ์ทั่วไป เขาจะไม่อธิบายมาก ในทางกลับกันยิ่งอธิบายมากก็ยิ่งแสดงว่าร้อนตัวมาก

แววตามู่ชิงเกอครุ่นคิดแล้วพลันเข้าใจขึ้นมา

วิเคราะห์จากนิสัยเหยาชิงไห่ นางจึงพอจะสรุป ได้ว่าการอยู่ด้วยกันตลอดทั้งวันทั้งคืนในช่วงเวลานี้ทั้งคู่ร่วมผ่านความยากลำบาก ต่างต้องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน เหยาชิงไห่คงมีความรู้สึกรักใคร่ซีเซียนเสวี่ยโดยไม่รู้ตัว

เพียงแต่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ

ส่วนซีเซียนเสวี่ยเล่า

ซีเซียนเสวียจะมีความรู้สึกเหมือนเหยาชิงไห่ไหม

มู่ชิงเกอซุบซิบกับตัวเองในใจ แต่นางก็รู้ว่าเมื่อก่อนซีเซียนเสวี่ยชอบนางมาก ดังนั้นในเรื่องความรัก ตัวเองไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าซีเซียนเสวี่ยเลือกอย่างไร นางล้วนแต่มอบความปรารถนาดีให้

“ชิงเกอ เจ้าคิดว่าควรทำอย่างไร” เหยาชิงไห่รู้สึกว่าตัวเองอธิบายมากเกินไปแล้วจึงรีบเบนหัวข้ออย่างชาญฉลาด

ควรทำอย่างไรหรือ

มู่ชิงเกอไม่ได้ตอบทันที แต่ครุ่นคิดในใจ การปรากฎตัวของเหยาชิงไห่นำพาข้อมูลหนึ่งที่สำคัญยิ่งมาให้นาง นั่นคือเหลียนเฉียวอาจเข้ามาอยู่ในแผ่นดินเทพ ทั้งสี่สมุทรด้วย

ครั้งนั้น นางเคยรับปากเทพโอสถว่าจะคุ้มครองเหลียนเฉียวอย่างดี ดังนั้นจะให้นางเกิดเรื่องหรือถูกจับตัวไปไม่ได้

แต่การจะหาเหลียนเฉียวอย่างไรนั้นไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้า เวลานี้สิ่งที่นางต้องทำอย่างแรกคือจะช่วยซีเซียนเสวี่ยออกมาได้อย่างไร

“หากเป็นไปได้ให้ข้าได้พบหน้านางสักครั้งจะดีที่สุด” ถึงแม้เหยาชิงไห่เคยบอกว่าไม่สามารถพบซีเซียนเสวี่ยได้ แต่นางก็ยังพูดออกมาเช่นนี้

เวลานี้นางไม่รู้สภาพการณ์ของซีเซียนเสวี่ย ไม่รู้ทีท่าของราชาเทวะจื่อกวงที่มีต่อซีเซียนเสวี่ย จะช่วยคนได้อย่างไรยังไม่อาจรู้ได้เลย

เหยาชิงไห่ขมวดคิ้ว เขาไม่ได้ปฏิเสธทันที เพียงแต่พิจารณาความเป็นไปได้ตามที่มู่ชิงเกอต้องการ

ขณะที่เขาครุ่นคิด มู่ชิงเกอก็ไม่ได้ไปรบกวน

อาศัยช่วงที่เขากำลังครุ่นคิดนี้ มู่ชิงเกอจึงเดินไปที่ประตูบอกหยินเฉินว่า “เจ้าออกคำสั่งไป บอกพวกซ่งเทียนจี๋ให้คอยสังเกตเด็กผู้หญิงที่ชื่อเหลียนเฉียวให้ดี หากมีเบาะแสอะไรให้บอกข้าทันที จะต้องคุ้มครองความปลอดภัยของนางให้ดี”

การที่นางแยกกำลังหลายร้อยคนของซ่งเทียนจี๋เข้าไปอยู่ในแผ่นดินเทพทั้งสี่สมุทรก่อนหน้านี้นั้นได้จัดให้อยู่ที่แผ่นดินเทพตะวันตกมากที่สุดเพื่อฝังตัวเป็นเบี้ยลับของนาง

ครั้งนี้ พอจะใช้ประโยช,นได้แล้ว

หากดินแดนเทพมีข่าวเหลียนเฉียวขึ้นมา นางจะได้รับรู้

หยินเฉินผงกศีรษะ เตรียมไปจัดการ มู่ชิงเกอกลับเรียกให้เขาอยู่ก่อน “เจ้ามีวิธีอะไรที่สามารถลอบเข้าห้องที่ถูกเฝ้าระวังมิดชิดโดยไม่ให้ใครรู้บ้างไหม”

“ก็ต้องดูว่าเฝ้าระวังระดับไหน” หยินเฉินคิดแล้วบอกว่า “หากราชาเทวะลงอาคมห้ามเองโดยใช้พลังเทพกับปัญญาเทวะทำเขตห้ามไว้ข้าก็เข้าไปไม่ได้”

มู่ชิงเกอเม้มปาก พอรู้วิธีก็ผงกศีรษะแล้วหันกายกลับเข้าห้องไป

ขณะที่นางเข้ามาในห้อง เหยาชิงไห่ก็เงยหน้าขึ้น แล้วสั่นศีรษะอย่างสิ้นหวัง “ข้าคิดเป็นร้อยวิธี แต่ไม่มีแม้สักวิธีที่จะทำให้เจ้าได้เจอซีเซียนเสวี่ย เกรงว่าโอกาส เดียวที่จะได้พบนาง คงต้องเป็นที่งานเลี้ยงแต่งงานแล้ว”

มู่ชิงเกอเงียบไปเล็กน้อยแล้วบอกเขาว่า “ข้าพอมีแผนแล้ว เจ้ากลับไปก่อน หลายวันนี้เจ้าก็อย่าได้กังวลใจไป รักษาตัวเองให้ดีๆ เรื่องเซียนเสวี่ยข้าจะจัดการเอง”

“ชิงเกอ เจ้าคิดทำอย่างไร บอกข้าก่อน ข้าจะได้เตรียมสนับสนุนด้วย” เหยาชิงไห่กล่าว

มู่ชิงเกอสั่นศีรษะช้าๆ “หาข้าต้องการจะไปหาเจ้าเอง ไม่ต้องกังวล เซียนเสวี่ยไม่เกิดเรื่องอะไรหรอก”

เหยาชิงไห่มองมู่ชิงเกอ นัยน์ตาใสกระจ่างคู่นั้น ทำให้คนรู้สึกวางใจเต็มที่ เขาผงกศีรษะแล้วออกจากที่พักมู่ชิงเกอไป

หลังจากเขาไปแล้ว มู่ชิงเกอก็เรียกหลีเฉา จวงซาน ซวนเฉียงกับเซียนสุ่ยมาทั้งสี่คน บอกพวกเขาว่า “ข้าพอมีวิธีที่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้”

“วิธีอะไรหรือ” ซวนเฉียงเอ่ยถาม

มู่ชิงเกอเลิกคิ้ว ยิ้มอย่างสนุกสนาน “ชิงเจ้าสาว!”

“ชิงเจ้าสาว?”

ทั้งสี่คนประหลาดใจนัก มองมู่ชิงเกอด้วยความตกใจ

“เรื่องนี้ไม่เหมาะ พวกเรากำลังมีปัญหากันอยู่ เจ้าว่าการกู้คืนสถานการณ์ก็คือการแย่งเจ้าสาวหรือ เจ้าถล่มงานแต่งงานของราชาเทวะจื่อกวง เขายิ่งไม่ยอมปล่อยเจ้าไป” หลีเฉาขมวดคิ้วพูด ไม่เห็นด้วยกับวิธีของมู่ชิงเกอเป็นอย่างยิ่ง

แต่มู่ชิงเกอกลับพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “วางใจเถอะ บางเรื่องแม้ดูเหมือนหมดหนทางแล้วแต่ความจริงยังซ่อนทางรอดไว้ข้างใน”

คำพูดที่กำกวมไม่ชัดเจนทำให้ทั้งสี่คนนึกอะไรไม่ออก

เซียนสุ่ยเดินเข้ามาหามู่ชิงเกอบอกนางว่า “ข้าเคยบอกว่าจะติดตามเจ้าจนกว่าจะต่อสู้เอาชนะเจ้าได้ ดังนั้นเจ้าต้องการให้ข้าทำอะไรก็สั่งมาเลย”

“เซียนสุ่ยเจ้า!” คำพูดเซียนสุ่ยทำให้หลีเฉาตะลึงไป

จวงซานก็เดินมาที่ข้างกายมู่ชิงเกอ ใช้การกระทำของตนเองแสดงออกว่าสนับสนุนเขา

เมื่อเป็นเช่นนี้หลีเฉาก็ทำอะไรไม่ได้

“บอกมา จะให้พวกเราทำอย่างไร” หลีเฉาพูดอย่างหมดหนทาง

มู่ชิงเกอยิ้มน้อยๆ “ช่วยข้าคุ้มครองคนสองคน นอกนั้นมอบให้ข้าทั้งหมด”

นางจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเหยาชิงไห่กับซีเซียนเสวี่ยเป็นอันดับแรก

งานแต่งงานของราชาเทวะจื่อกวงนั้นเพียงพริบตาเดียวก็มาถึง

ว่ากันว่าวันนี้เป็นวันมงคลที่เหมาะกับการแต่งงาน ดังนั้นราชาเทวะจื่อกวงจึงกำหนดไว้เป็นวันนี้

พวกมู่ชิงเกอห้าคนมาตามที่ถูกเชิญ เมื่อพวกเขาก้าวเข้ามาในตำหนักที่ประดับประดาเต็มไปด้วยบรรยากาศของงานมงคล อารมณ์ของแต่ละคนล้วนแตกต่างออกไป มีเพียงมู่ชิงเกอที่มองดูรอบๆ อย่างสบายใจพลางพูดยิ้มๆ ว่า “งานยิ่งใหญ่ดีจริง”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น