พลิกปฐพี 697

ตอนที่ 697

ข้ามอบให้ราชาเทวะจื่อกวงไปแล้ว

“ออกมาเถอะ” มู่ชิงเกอพูดเสียงเย็น

ซีเซียนเสวี่ยกับเหยาชิงไห่มีขั้นบำเพ็ญตํ่าที่สุด เพราะการฝากฝังของมู่ชิงเกอก่อนหน้านี้พวกหลีเฉาจึงคุ้มครองพวกเขาไว้ตรงกลางทันที พอจัดรูปขบวนเสร็จ ทั่วบริเวณก็ปรากฎเงาร่างคนขึ้นไม่หยุดล้อมพวกเขาไว้อย่างแน่นหนา

พริบตาเดียว เมืองที่ว่างเปล่าก็เบียดแน่นไปด้วยผู้คน

คนเหล่านี้สวมชุดดำ ห่อร่างกายมิดชิด แม้แต่ใบหน้าก็ยังไม่ให้เห็น บ่งบอกว่าไม่อยากให้ใครรู้ฐานะของตัวเอง

มู่ชิงเกอแค่นยิ้มพลางบ่นอยู่ในใจ ‘ไม่ยอมเปิดเผยใบหน้า แสดงว่าใบหน้านี้มีคนรู้จักมาก หรืออิทธิพลเบื้องหลังคนพวกนี้ก็โด่งดังมากสินะ’

นอกจากดินแดนจื่อกวงแล้ว พวกที่ทำหลุมพรางนี้จะเป็นดินแดนเส้าเทียน ดินแดนกู่เฟิง หรือดินแดนเซวียนเช่อกันนะ

หึ

มู่ชิงเกอแค่นยิ้มในใจ ‘ช่างประจวบเหมาะเสียจริง ในบรรดาราชาเทวะที่ร่วมกันฆ่าล้างตระกูลมู่ในครั้งนั้นสามคนนี้ก็รวมอยู่ด้วย ทั้งยังอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญอีกด้วย’

ยังมีอีก บรรพบุรุษตระกูลซางบอกให้นางระวัง ‘เส้า…’ คำพูดที่ยังไม่ทันพูดจบนั้นจะใช่ราชาเทวะเส่าเทียนหรือดินแดนเส่าเทียนหรือไม่

ชั่วพริบตาเดียวที่พวกชุดดำปรากฎตัว สมองของมู่ชิงเกอก็คิดอะไรไปมากมาย

นางเกิดความรู้สึกว่า ถึงแม้แผ่นดินเทพจะกว้างใหญ่ไพศาล แต่พวกที่อยู่ในจุดสุดยอดเพียงไม่กี่คนนั้นกลับรวมอยู่ในเรื่องที่นางต้องทำและศัตรูที่นางต้องแก้แค้นทั้งหมด

คนที่สร้างหลุมพรางนี้นางเชื่อมั่นถึงร้อยส่วนว่า จะต้องเป็นดินแดนเทพแผ่นดินเทพตะวันตกคนใดคนหนึ่งแน่ แต่จะเป็นใครนั้น เวลานี้นางยังไม่รู้แน่ชัด

“พวกเจ้าเป็นใคร” มู่ชิงเกอเปิดปากถามก่อน

คนที่มาล้อมพวกเขานั้นมีจำนวนนับร้อย ดูจากกลิ่นอายของพวกเขาแล้ว ขั้นบำเพ็ญล้วนเป็นขั้นถํ้าวิญญาณ

คนที่ร้ายกาจที่สุดอยู่ถึงขั้นถํ้าวิญญาณชั้นแปด นอกจากนั้นยังมีสองคนที่อยู่ขั้นถํ้าวิญญาณชั้นหก สามคนอยู่ขั้นถํ้าวิญญาณชั้นห้า นอกนั้นต่างเป็นชั้นสอง ชั้นสาม

‘ระดับบำเพ็ญเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถไปถึงได้’ มู่ชิงเกอเก็บปัญญาเทวะที่ปล่อยออกไปกลับคืน คิดอยู่ในใจ

ปัญญาเทวะของนางนั้นมีมากพอๆ กับระดับขั้นศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเมื่อนางใช้ปัญญาเทวะกับคนเหล่านี้ก็ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกตัวแต่อย่างไร

“ฮึ พวกเราเป็นใคร เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติจะรู้” คนขั้นถํ้าวิญญาณขั้นแปดแค่นเสียงอย่างดุดัน

“เหิมเกริม! นี่คือราชาเทวะน้อยดินแดนฮ่วนเยวี่ย แผ่นดินเทพตะวันออก ไม่ว่าพวกเจ้าเป็นใครรีบๆถอย ไปเสีย หากพวกเจ้ากล้าล่วงเกิน ทั้งดินแดนฮ่วนเยวี่ย ทั้งราชาเทวะฮ่วนเยวี่ยจะไม่ปล่อยพวกเจ้าเด็ดขาด” หลีเฉาตวาด

แต่ถึงแม้จะยกทั้งดินแดนฮ่วนเยวี่ย ยกทั้งราชาเทวะฮ่วนเยวี่ยมาขู่ก็ไม่ได้ทำให้ชายชุดดำตกใจจนถอยไปแต่อย่างใด

ผู้เป็นหัวหน้าหัวเราะเยาะแล้วพูดกับหลีเฉาว่า “ที่นี่เป็นแผ่นดินเทพตะวันตก ชื่อของราชาเทวะฮ่วนเยวี่ยใช้ที่นี่ไม่ได้ ราชาเทวะน้อยหรือ วันนี้ข้ามีภารกิจจึงไม่ อยากจะตอแยกับเจ้ารีบมอบของออกมาแล้วข้าจะปล่อยเจ้าออกไป หากไม่เชื่อฟัง ราชาเทวะน้อยก็คงเป็นได้เพียงวันนี้เท่านั้นแล้ว”

คนผู้นี้ทั้งวาจา ทั้งท่าทางสามหาวยิ่งนัก คำพูดของเขา ไม่เพียงดูถูกดินแดนฮ่วนเยวี่ย แผ่นดินเทพตะวันออก ทั้งยังดูหมิ่นมู่ชิงเกอราชาเทวะน้อยฮ่วนเยวี่ยด้วย

ยังมีอีก…

แววตามู่ชิงเกอสั่นไหว นางเหมือนจะฟังออกถึงความแปลกประหลาดในนํ้าเสียงของคนผู้นี้ เหมือนคนตรงหน้านี้จะไม่พอใจนางผู้เป็นราชาเทวะน้อยเป็นอย่าง มาก

ความหมายในคำพูดราวกับว่า หากไม่ใช่เพราะวันนี้โอกาสไม่เหมาะ เขาก็จะประมือกับนางดูว่านางมีฝีมือแค่ไหนกัน เป็นราชาเทวะน้อยได้หรือ

นางเข้าใจผิดไปเองหรือ

หรือว่าความหมายของชายคนนี้เป็นเช่นนั้นจริงๆ

มู่ชิงเกอดึงหลีเฉาถอยมา ส่วนตัวเองก็เดินออกมา พอนางขยับตัวคนขั้นถํ้าวิญญาณขั้นแปดนั้นก็ยิ้มเยาะเสียงดัง “ไม่แอบอยู่ข้างหลังแล้วหรือ”

“เจ้าต้องการอะไร” มู่ชิงเกอไม่ได้สนใจน้ำเสียงที่ฟังขัดหู แต่ถามความประสงค์โดยตรง

อย่างไรไม่ว่าพวกเขาจะมาจากดินแดนเทพไหน จุดประสงค์ก็คงเหมือนกัน ผลลัพธ์ก็คงเหมือนกัน การต่อสู้ครั้งนี้นางยังไม่คิดจะร่วมด้วย

ไม่เช่นนั้น นางจะใช้แผนการกับราชาเทวะจื่อกวงด้วยเหตุใดเล่า

คนคนนั้นร้องอึขึ้นมาอีก นํ้าเสียงเย้ยหยันไม่ได้เบาลง แต่รังสีพิฆาตที่รุนแรงกลับลดลง “ยังนับว่ารู้กาลเทศะ ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า ให้มอบของที่เจ้าได้มาจากนายน้อยตระกูลมู่ออกมาทั้งหมด เมื่อมอบของออกมาแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป หลังจากนั้น เจ้าก็ยังเป็นราชาเทวะน้อยดินแดนฮ่วนเยวี่ยต่อไป”

“มาเพราะของของนายน้อยตระกูลมู่อีกแล้วหรือ”

หลีเฉามองไปทางจวงซาน เซียนสุ่ย ซวนเฉียง สามคน สายตาทั้งสี่แลกเปลี่ยนกันต่างเข้าใจกันทันที

ก่อนมา ขณะยังอยู่ในดินแดนจื่อกวง พวกเขาเป็นห่วงว่าระหว่างทางกลับจะมีพวกขั้วอำนาจเคลื่อนไหวมาสกัดมู่ชิงเกอ

แต่ไม่นึกว่ายังออกมาไม่เท่าไรชุดแรกก็มาถึงแล้ว

เวลานี้ไม่ต้องให้มู่ชิงเกออธิบาย พวกเขาก็เดาออกแล้วว่าคนเหล่านี้จะต้องมาจากดินแดนเทพหนึ่งในแผ่นดินเทพตะวันตกแน่นอน

“เจ้าเองก็อยากได้ของของนายน้อยตระกูลมู่หรือ” มู่ชิงเกอพูดหยอก

“บอกให้เจ้ามอบก็มอบมา ไม่ต้องพูดมาก” น้ำเสียงคนคนนั้นดุดันมาก

ต้นสายปลายเหตุเรื่องนี้ เหยาชิงไห่กับซีเซียนเสวี่ยไม่รู้มาก่อน แต่เมื่อได้ยินฝ่ายตรงข้ามพูดถึง ‘นายน้อยตระกูลมู่’ กลับทำให้พวกเขากังวลกันมาก

เนื่องจาก ในความคิดของพวกเขา มู่ชิงเกอก็คือนายน้อยตระกูลมู่

เพียงแต่ เนื่องจากเหตุการณ์ไม่ชัดเจน ทั้งคู่ต่างก็เฉลียวฉลาด แม้จะยังไม่เข้าใจอะไรแต่ก็ไม่ได้พูดมาก เพียงรักษาความสงบเอาไว้

มู่ชิงเกอจะจัดการเรื่องราวได้อย่างดี นี่คือสิ่งที่พวกเขาต่างรู้ดี

“ข้าเพียงแค่จะบอกว่า พวกเจ้ามาช้าไปแล้ว ของไม่ได้อยู่ที่ตัวข้าแล้ว” มู่ชิงเกอพูดเสียงเรียบ ไม่ได้สนใจท่าทางของเขา ทำเหมือนเขาเป็นเช่นตัวตลกคนหนึ่ง

“เจ้าพูดอะไร ของจะไม่ได้อยู่บนตัวเจ้าได้อย่างไร เจ้ายังไม่ทันมีโอกาสส่งกลับไปดินแดนฮ่วนเยวี่ย เจ้าคิดจะหลอกข้าหรือ” เสียงคนคนนั้นโหดเหี้ยมขึ้น

พวกคนชุดดำที่รอฟังคำสั่งเขาเองก็มีท่าทีตึงเครียด ราวกับเตรียมพร้อมที่จะลงมือต่อสู้กันได้ทุกเมื่อ

มู่ชิงเกอกลับไม่ได้ตื่นเต้น เพียงพูดอย่างเย้ยหยันว่า “ใครว่าข้าไม่มีโอกาส ยังมีอีก ใครว่าข้าจะนำของกลับดินแดนฮ่วนเยวี่ย”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เสียงคนนั้นเครียดขึ้นมา

ราวกับว่า ความอดทนของเขาได้มาถึงขีดสุดแล้ว หากมู่ชิงเกอยังคงพูดครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ต่อไป เขาจะสังหารคนที่นี่ทั้งหมด เหลือแค่ครึ่งชีวิตให้มู่ชิงเกอ แล้ว ใช้การทรมานเค้นถามเรื่องของนั้นแทน

“ความหมายข้ายังไม่ชัดเจนหรือ เช่นนั้นข้าขอถามเจ้าว่า ข้ามาจากที่ไหน” มู่ชิงเกอพูดอย่างเหลือทน

“ดินแดนจื่อกวง หรือว่า…” ประกายตาของคนคนนั้นมีแสงวาบออกมา

มู่ชิงเกอผงกศีรษะ “ถูกต้อง ข้ามอบของให้ราชาเทวะจื่อกวงไปแล้ว”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น