พลิกปฐพี 707

ตอนที่ 707

เขาเป็นใคร

“อาศัยพวกเจ้าไม่กี่คนข้าก็ต้องหนีหรือ” มู่ชิงเกอหัวเราะอย่างเย้ยหยัน

คนกลุ่มนั้นชะงักไปเมื่อเห็นท่าทีที่มู่ชิงเกอแสดงออก ความแค้นที่มีอยู่เดิมถูกเติมเชื้อไฟจนลุกโชน แม้แต่หน้าตาก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดน่ากลัว

“เจ้าว่าอะไรนะ”

“มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังเหิมเกริมเช่นนี้อีก”

“ฮึ เจ้านึกว่าวันนี้เจ้าจะหนีรอดหรือ”

คำพูดของ ‘เหล่ามือสังหาร’ ทำให้มู่ชิงเกอยิ่งมั่นใจ พวกเขาไม่ใช่นักฆ่ามืออาชีพ นักฆ่ามืออาชีพ จะไม่พูดให้มากความ คงจะพุ่งเข้ามาสังหารนางทันทีที่เท้านางแตะถึงพื้นแล้ว

“พวกเจ้าดินแดนจั๋วอวี่ มีฝีมือเพียงเท่านี้เองหรือ!” มู่ชิงเกอตวาดเสียงดังทันใด

ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงบลงทันที เสียงดังเซ็งแซ่หายไปในพริบตา เหล่า ‘มือสังหาร’ แต่ละคนล้วนมองมาที่มู่ชิงเกอ

ปฏิกิริยานั่นคือตกตะลึง ทังยังเกินคาดคิด

ใบหน้าแต่ละคนราวกับเขียนเอาไว้ว่า ‘เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกข้ามาจากดินแดนจั๋วอวี่’ อะไรทำนองนี้

มู่ชิงเกอสั่นศีรษะนิดๆ นึกนินทาในใจว่า ‘คนดินแดนจั๋วอวี่ ช่างไม่มืออาชีพเอาเสียเลย’

ทันใดนั้น คนที่เป็นหัวหน้าก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

เขาเดินขึ้นหน้าก้าวหนึ่งบอกมู่ชิงเกอว่า “ต่อให้เจ้าทายถูกแล้วจะอย่างไร วันนี้เจ้าทั้งยังพวกเจ้าทุกคนล้วนต้องฝังร่างอยู่ที่นี่!”

นํ้าเสียงของเขานั้นมั่นอกมั่นใจมากราวกับเชื่อแน่แล้วว่าพวกเขาจะสามารถจัดการพวกมู่ชิงเกอได้แน่นอน

หลีเฉาอดหัวเราะเยาะไม่ได้ว่า “ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน”

จวงซานแม้ไม่พูด แต่สิ่งที่แสดงออกในแววตาก็คือความเย้ยหยัน

แม้กระทั่งเซียนสุ่ยที่มีใบหน้าราวกับเด็กน้อย ซวนเฉียงสาวงามภูเขานํ้าแข็งต่างก็แสดงท่าทีเย้ยหยันออกมา

ฝั่งพวกเขานี้แม้จำนวนคนจะน้อย แต่ล้วนเป็นคนที่มีชื่อเสียงของดินแดนฮ่วนเยวี่ย แม้แต่ในแผ่นดินเทพมารเองก็นับว่าอยู่ในระดับบำเพ็ญที่ไม่เลว จะถูกสังหารโดยกลุ่มคนขั้นถํ้าวิญญาณชั้นสามชั้นสี่พวกนี้ได้อย่างไร

ในการพูดคุย พวกเขาเห็นแล้วว่า ในกลุ่มนี้ผู้ที่มีตบะบำเพ็ญสูงสุดก็คือคนที่เป็นหัวหน้า แต่เขาเป็นเพียงขั้นถํ้าวิญญาณชั้นห้า ไม่ต้องให้มู่ชิงเกอลงมือหลีเฉาก็สามารถจัดการได้แล้ว

ถึงแม้ในกลุ่มพวกเขาจะมีผู้ฝีมืออ่อนเช่นเหยาชิงไห่กับซีเซียนเสวี่ยก็ไม่ได้เปลืองแรงอะไร

“ฮึ ปล่อยให้พวกเจ้าเหิมเกริมไปเถอะ เดี๋ยวจะร้องไม่ออก” หัวหน้าจั๋วอวี่คนนั้นพูดขึ้น

มู่ชิงเกอพูดอย่างนิ่งสงบ “ที่พวกเจ้ามาหาข้าก็เพื่อแก้แค้นให้เยี่ยนเฉวียนหรือ”

พอเอ่ยถึงเยี่ยนเฉวียน สีหน้าคนคนนั้นก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า “เจ้าสังหารศิษย์พี่เยี่ยนเฉวียนย่อมต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ว่าก่อนที่เจ้าจะตาย หากยอมร่วมมือดีๆ ไม่แน่ว่าจะให้เจ้าได้ตายสบายขึ้น”

คำพูดนี้ทำให้สองตามู่ชิงเกอหรี่ลง

นางยิ้มอย่างนึกสนุก “จริงหรือ เจ้าต้องการให้ข้าร่วมมืออะไรกับเจ้าเล่า”

แววตาคนคนนั้นเปล่งประกาย ปฏิกิริยาของมู่ชิงเกอทำให้ใบหน้าเขาลดความโหดเหี้ยมลงบ้าง เขาพูดอย่างรวดเร็วว่า “เอาของที่เจ้าได้จากแผ่นดินเทพตะวันตกออกมา”

มู่ชิงเกอเลิกคิ้ว ปฏิกิริยาแรกที่คาดไว้คือ ‘เคล็ดวิชาเทวะ’

แต่นางได้ย้ายเรื่องนี้ไปไว้ที่ตัวราชาเทวะจื่อกวงเรียบร้อยแล้ว คนดินแดนจั๋วอวี่ไม่ได้รับข่าวนี้หรือ เหตุใดยังคงกัดตัวเองไม่ยอมปล่อย

‘ดูแล้ว เป้าหมายที่พวกเขามาที่นี่ การแก้แค้นให้เยี่ยนเฉวียนคงเป็นเพียงผลพลอยได้ เป้าหมายหลักคงอยู่ที่เคล็ดวิชาเทวะ’ มู่ชิงเกอคิดในใจ

นางยังนึกถึงที่ราชครูเคยบอกว่า ในสี่ดินแดนเทพแผ่นดินเทพตะวันออกมีเพียงแผ่นดินเทพเดียวที่เข้าร่วมในเหตุการณ์เก้าชั้นฟ้าตระกูลมู่นั้นก็คือดินแดนจั๋วอวี่

เพียงแต่ราชาเทวะจั๋วอวี่ที่ร่วมในเหตุการณ์ ถูกผู้นำตระกูลมู่สังหารในครั้งนั้น

“ของอะไรหรือ” มู่ชิงเกอถาม

คนคนนั้นกลับร้องฮึ “ไม่ต้องแกล้งทำไขสือ เจ้านึกว่าทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วจะผ่านไปได้หรือ”

“ข้าไม่รู้จริงๆ” มู่ชิงเกอผายมือออก

ท่าทางบริสุทธิ์ของนางเช่นนั้นทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้ว แววตาเย็นเฉียบ “ก็คือของที่เจ้าได้มาจากนายน้อยตระกูลมู่คนนั้นอย่างไรเล่า”

มู่ชิงเกอทำท่าเข้าใจ “กระเป๋าจัดเก็บของนายน้อยตระกูลมู่คนนั้นข้ามอบให้ราชาเทวะจื่อกวงไปแล้ว ไม่ได้แตะต้องอะไรข้างในเลยด้วย หากพวกเจ้าอยากได้ก็ไปเอาได้ที่ราชาเทวะจื่อกวง”

“เจ้าว่าอะไรนะ!” คนคนนั้นตวาดขึ้นมา แต่พริบตาก็สงบลงอย่างรวดเร็วพูดเยาะว่า “เจ้านึกว่าพูดเช่นนี้แล้ว ข้าจะเชื่อหรือ”

ท่าทางไม่เชื่อถือนั้นทำให้มุ่งชิงเกอพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว

ด้านแผ่นดินเทพตะวันตกคงปิดข่าวเอาไว้ ทำให้ข่าวที่นางตั้งใจปล่อยแพร่ออกไปถึงแผ่นดินเทพทั้งสี่สมุทรไม่ได้ น่ากลัวว่าเรื่องที่นางสังหารมุ่เทียนอินคงจะถูกควบคุมให้อยู่เพียงในแผ่นดินเทพตะวันตก ที่ดินแดนจั๋วอวี่รู้คงเป็นข่าวที่ได้รับในตอนแรก หลังจากข่าวสารถูกปิดกั้นแล้วพวกเขาก็ไม่รู้อะไรอีกเลย

เหตุใดต้องปิดข่าวด้วย

มู่ชิงเกอคิด อาจเป็นเพราะดินแดนเทพในแผ่นดินเทพตะวันตกไม่อยากให้ดินแดนเทพในแผ่นดินเทพอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเพราะจะทำให้เรื่องราวยุ่งยาก มากขึ้น

แต่นางจะยอมปล่อยให้พวกเขาสมหวังได้อย่างไร

นางต้องการป่วนให้แผ่นดินเทพตะวันตกยุ่งเหยิงจนฟ้าถล่มดินทลาย คนดินแดนจั๋วอวี่ปรากฎตัวขึ้นที่นี่พร้อมนำข่าวสำคัญนี้มาให้นาง พวกซ่งเทียนจี๋ก็จะมีเรื่องให้ทำแล้ว

แผ่นดินเทพตะวันตกไม่ต้องการให้เรื่องนี้แพร่ออกไปหรือ นางก็จะยิ่งทำให้ทั่วทั้งสี่สมุทรต่างรับรู้กัน ให้พวกดินแดนเทพที่จับจ้องเคล็ดวิชาเทวะส่วนล่าง ต่างไปกลุ้มรุมแผ่นดินเทพตะวันตก

มู่ชิงเกอยิ้มเยาะเอ่ยว่า “เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่เจ้า แต่ของนั้นข้ามอบให้ราชาเทวะจื่อกวงแล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้น เจ้านึกว่าข้าจะออกจากดินแดนจื่อกวง ออกจากแผ่นดินเทพตะวันตกกลับมายังแผ่นดินเทพตะวันออกได้อย่างไร”

คำพูดมู่ชิงเกอทำให้คนคนนั้นชักลังเลขึ้นมา

เขาไม่ได้ตอบทันทีราวกับกำลังตรึกตรองคำพูดมู่ชิงเกอว่าจริงหรือเท็จ

แต่ไม่นานเขาก็มองมาแล้วพูดว่า “ฮึ ขอบใจที่บอกข่าวเรื่องนี้ให้กับเรา แต่ไม่ว่าข่าวนี้จะจริงหรือเท็จ วันนี้ก็จะเป็นวันตายของเจ้าอยู่ดี!”

นัยน์ตามู่ชิงเกอหรี่ลงเล็กน้อย นางรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ

คนเบื้องหน้านางกำลังตรึกตรองข้อเท็จจริงในคำพูดนางอยู่แท้ๆ แต่จู่ๆ ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว กลับมาพูดเรื่องที่จะสังหารนางต่อทันที

นี่ไม่ปกติแล้ว

‘ราวกับมีคนบอกเขาอยู่ข้างหลังว่าควรทำอย่างไร’ มู่ชิงเกอเอ่ยกับตัวเองในใจ

พอคาดเดาเช่นนี้แล้ว นางก็ไม่ได้สนใจการคุกคามของฝ่ายตรงข้ามอีก แต่พูดว่า “ในเมื่อท่านมาถึงแล้ว ยังจะหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในที่มืดอีกทำไมเล่า”

คำพูดนี้ใส่พลังเทพเข้าไปก่อให้เกิดเสียงก้องกังวานไปทั่วบริเวณรกร้าง

พวกหลีเฉาต่างชะงัก ระวังตัวขึ้นมาทันที

ยังมีการซุ่มโจมตีอีก!

ชั่วขณะ จิตใจของคนดินแดนฮ่วนเยวี่ยก็พลันเหน็บหนาวขึ้นมา

คนดินแดนจั๋วอวี่ตรงหน้าสีหน้าพลันเปลี่ยนไป มองพวกเขาด้วยแววตาเคร่งเครียด บรรยากาศทั้งสองฝ่ายต่างพร้อมที่จะปะทะกันอีกครั้ง

พอเสียงมู่ชิงเกอจางหายไปในอากาศ เงาร่างของคนคนหนึ่งก็ค่อยๆ เดินออกมาในที่สุด

พอเขาปรากฎตัวของคนดินแดนจั๋วอวี่ก็แสดงท่าที เคารพนบนอบมากขึ้นไปอีก…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น