พลิกปฐพี 712

ตอนที่ 712

เจ้านี่มันวุ่นวายโดยแท้

ของวิเศษ!

มู่ชิงเกอคิดแล้วก็ยิ้มบอก “ไปเถอะ”

การสนทนาของคนเหล่านั้นทำให้มู่ชิงเกอเกิดสนใจขึ้นมา ถึงแม้จะเล่าไม่ชัดเจน แต่นางก็รู้สึกว่าอยากไปดูที่นั้นสักหน่อย

สถานที่ไร้ชื่อ แต่กลับมีของวิเศษปรากฏขึ้นบ่อยๆ?

เรื่องน่าสนุกเช่นนี้ นางจะไม่ไปได้อย่างไร

เพียงแต่ เรื่องนี้ยังไม่เหมาะที่จะเอ่ยถึงในเวลานี้ อย่างน้อยที่สุดนางก็ต้องส่งเหยาชิงไห่กับซีเซียนเสวี่ยกลับดินแดนฮ่วนเยวี่ย ให้พวกเขาบำเพ็ญอย่างจริงจังก่อน

พอผ่านทางเลี้ยว ถงเถิงก็ชี้ประตูที่อยู่สุดทางพลางเอ่ยว่า “พวกเราอยู่ที่นั่นกัน”

“ในเมื่อจะไปดินแดนฮ่วนเยวี่ย แล้วเหตุใดอยู่ที่นี่ตั้งครึ่งเดือนแล้ว” มู่ชิงเกอถาม

ถงเถิงหัวเราะ “ก็ไม่ใช่เพราะเด็กผู้หญิงที่ซูหมิงพามาด้วยเมาหรือไร นางหลับไปตั้งหลายวันแล้ว ไม่รู้จะตื่นขึ้นเมื่อไร”

มู่ชิงเกอกับเหยาชิงไห่สบตากัน

พวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูบานนั้นอย่างรวดเร็ว

พอดีกับซูหมิงเดินออกมาจากในห้อง นางยืนอยู่นอกประตูมองพวกเขาผ่านลานบ้าน เมื่อเห็นถงเถิงนำพวกเขามาจริงๆ สีหน้าออกจะน่าเกลียดไปบ้าง นางเม้มปากแล้วพูดว่า “พวกเจ้าจะอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่ห้า ใครเข้าใกล้ห้องนี้ ยังมีอีก พรุ่งนี้เช้าพวกเจ้าต้องจากไปเลย”

ปฏิกิริยาของนางทำให้มู่ชิงเกอส่ายหน้าเบาๆ

เมื่อพวกหลีเฉา ซวนเฉียง ได้ยินคำพูดนี้แล้วสีหน้าก็เครียดลง พวกเขาตั้งใจจะค้างที่นี่เพียงคืนเดียวเพื่อจัดแจงอะไรต่างๆ อยู่แล้ว อีกทั้งหากไม่ใช่เพราะมู่ชิงเกอ พวกเขาก็ไม่มาอยู่ที่นี่หรอก

ถูกซูหมิงกีดกันเช่นนี้ หากไม่เห็นแก่มู่ชิงเกอ พวกเขาคงจากไปกันหมดแล้ว

สีหน้าซูหมิงดูเคร่งเครียด ราวกับว่าประตูด้านหลังนางซ่อนความลับอะไรที่บอกใครไม่ได้

มู่ชิงเกอเดินไปเบื้องหน้า หน้าตาที่ใสกระจ่างจ้องมองนาง

ภายใต้สายตานาง ซูหมิงอดประหม่าไม่ได้ หลบตาตลอดเวลา

“เจ้ากลัวอะไรอยู่” มู่ชิงเกอถามขึ้นอย่างกะทันหัน

ซูหมิงกลั้นหายใจ เบิกตาโตมองมู่ชิงเกอ แต่ไม่ตอบ ริมฝีปากนางเม้มสนิทจนกลายเป็นซีดขาว แต่นางก็ยังไม่ยอมพูดอะไร

“ถงเถิงว่า พวกเจ้าจะไปดินแดนฮ่วนเยวี่ย พวกเราต่างเป็นคนแดนฮ่วนเยวี่ย เหตุใดต้องระวังมากเช่นนี้ด้วย” มู่ชิงเกอพูดอีก

ทันใดนั้นซูหมิงก็ใช้สายตาคมกริบพุ่งตรงไปที่ถงเถิงราวกับจะแล่เนื้อเขาออกมาเป็นชิ้นๆ

ถงเถิงโดนสายตาที่ดุร้ายของนางจ้องจนหัวหด ยิ้มเขินๆ ก้มศีรษะ ไม่กล้าสบตาซูหมิง

มู่ชิงเกอยิ้มน้อยๆ เดินขึ้นบันได ขณะที่ซูหมิงกำลังคิดจะห้าม แค่มู่ชิงเกอสะบัดแขนเสื้อก็ผลักจนนางลอยออกไป

“อา” ซูหมิงร้องอย่างตกใจ ทั้งร่างพุ่งตรงไปทางถงเถิง

ถงเถิงรีบยื่นมือออกไปรับไว้ อุ้มนางแนบอกอย่างมั่นคง มู่ชิงเกอตั้งใจให้ซูหมิงไม่สามารถขัดขวางตนได้ ทั้งยังไม่ให้นางได้รับบาดเจ็บ

เมื่อหน้าประตูไม่มีซูหมิงขวางไว้ มู่ชิงเกอก็เดินเข้าไปอย่างราบรื่น

พอนางเข้าประตูไป ซูหมิงเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดิ้นรนอยากจะไปขวางไว้ ถงเถิงเข้าใจความคิดมู่ชิงเกอแล้วจะปล่อยซูหมิงออกไปได้อย่างไร

เขากอดซูหมิงแน่นแล้วบอกนางว่า “เจ้าหยุดเถอะ ลูกพี่ข้าไม่ทำอะไรหรอก”

เวลานี้ เสียงของมู่ชิงเกอก็ดังมาจากในห้อง “เหยาชิงไห่”

เหยาชิงไห่ที่ยืนอยู่นอกประตูห้องชะงัก แววตาตื่นเต้นขึ้นมารีบพุ่งเข้าไปในห้องทันที

เห็นเหยาชิงไห่ก็พุ่งเข้าไปด้วย ซูหมิงทั้งร้อนรนทั้งโกรธเคือง ทุบตีถงเถิงพัลวัน ปากร้องไม่หยุดว่า “ปล่อยข้า!”

เหยาชิงไห่พุ่งเข้าไปในห้องก็มองเห็นแผ่นหลังมู่ชิงเกอที่ข้างเตียงก่อน จากนั้นจึงเบนสายตาไปด้านล่างอย่างรวดเร็วจนมองเห็นเงาร่างเล็กๆ ที่นอนอยู่บนเตียง

“เป็นผู้อาวุโสบรรพบุรุษจริงๆ!” เหยาชิงไห่ร้องสุดเสียง วิ่งปราดเข้าไปถึงขอบเตียง

มู่ชิงเกอยืนเอามือไพล่หลัง มองเหลียนเฉียวที่นอนอยู่บนเตียง

นางหายใจเป็นปกติ สองแก้มแดงเรื่อ ลมหายใจอวลไปด้วยกลิ่นสุรา หลับสนิทมาก ที่สำคัญคือ มุมปากนางมีรอยยิ้มหวานติดอยู่ตลอดเวลาตรงข้ามกับเวลาที่นางตื่น

ราวกับว่าเวลาหลับนั้น นางจึงจะผ่อนคลายและสงบลง

“นางเมาจนหลับไป” เหยาชิงไห่ถอนมือที่จับชีพจรนางกลับ ถอนหายใจโล่งอกหันมาบอกมู่ชิงเกอ

มู่ชิงเกอพยักหน้า บอกเขาว่า “ทำให้นางตื่น”

เหยาชิงไห่เม้มปากพยักหน้า

นอกประตู เสียงโวยวายของซูหมิงยังไม่สงบลง มู่ชิงเกอมองไปที่หน้าต่างแล้วสั่งถงเถิงว่า “ปล่อยนางเข้ามา คนอื่นใครก็ห้ามเข้าใกล้ห้องนี้”

นอกประตูเงียบลงทันที ถงเถิงชะงักซูหมิงถือโอกาสกัดเข้าที่แขนเขา นี่ไม่ทำให้ถงเถิงเจ็บสักนิด แต่ทำให้นางปวดฟันแทน

แต่ถงเถิงก็คลายแขนออกให้ซูหมิงดิ้นหลุดและพุ่งเข้าไปที่ห้อง

พวกหลีเฉาต่างมองหน้ากัน ยืนอยู่ที่เดิม

นัยน์ตาถงเถิงกลิ้งกลอกไปรอบหนึ่ง ยิ้มบอกทุกคนว่า “ข้านำพวกท่านไปพักผ่อนห้องอื่นดีกว่า”

เมื่อซูหมิงเข้าไปในห้องเห็นเหยาชิงไห่กำลังทำอะไรบางอย่างกับเหลียนเฉียวอยู่ก็เครียดขึ้นมา จะเข้าไปห้ามปราม “พวกเจ้าจะทำอะไร”

เสียดาย ยังไม่ทันเข้าใกล้ก็ถูกมู่ชิงเกอสกัดไว้

“พวกเจ้าจะไปหาใครที่ดินแดนฮ่วนเยวี่ย” มู่ชิงเกอถามตรงๆ

แววตาซูหมิงร้อนรน มองเหลียนเฉียว แล้วมองมู่ชิงเกอ พูดด้วยความโกรธและร้อนใจว่า “ข้าไม่รู้ ข้ารู้เพียงแต่ว่าจะไปดินแดนฮ่วนเยวี่ย”

มู่ชิงเกอขมวดคิ้วราวกับไม่พอใจคำตอบนี้

เวลานี้เองเหยาชิงไห่ก็ยืนขึ้นแล้วหันบอกมู่ชิงเกอว่า “สลายอาการเมาแล้ว จะฟื้นในเร็วๆ นี้”

มู่ชิงเกอพยักหน้า ยกมือขึ้นโบก ใช้พลังเทพตราผนึกห้องนี้ไว้ ไม่ใช่ป้องกันคนเข้ามา แต่ป้องกันเหลียนเฉียวฟื้นขึ้นมาแล้วจะหนีไปอีก

การเจอกันครั้งนี้ถือว่าเพราะโชคช่วย หากเป็นอีกครั้งไม่ต้องพูดว่าจะมีโชคหรือไม่ นางเองก็ไม่มีเวลามากพอที่จะไปหาราชันย์โอสถจอมเทพเม็ดนี้

“อืม…,” เสียงงัวเงียดังขึ้นมาจากด้านหลังเหยาชิงไห่

เวลานี้ ซูหมิงก็ค่อยๆ สงบลงแล้ว

เวลานี้นางดูออกแล้วว่าพวกมู่ชิงเกอกำลังช่วยนาง

เงาร่างเล็กๆ ที่นอนบนเตียงยันเตียงขึ้นนั่ง นางลืมตาขึ้น

นัยน์ตายังมีแววรำคาญใจราวกับถูกคนบังคับฉุดออกจากความเมามาย ทำให้นางไม่พอใจมาก

แต่เมื่อนางเห็นเหยาชิงไห่กับมู่ชิงเกอชัดเจนแล้ว แววตารำคาญใจนั้นก็หายไปทันทีกลายเป็นยินดียิ่งนัก

“มู่ชิงเกอ!” เหลียนเฉียวเรียกด้วยความยินดี

นางเรียกชื่อมู่ชิงเกอในทันที ต่อให้ซูหมิงจะโง่อย่างไรก็รู้แล้วว่าพวกเขารู้จักกัน

แต่มู่ชิงเกอกลับทำหน้าเครียด พูดเสียงเย็นเฉียบ “เจ้านี่มันวุ่นวายโดยแท้”

สีหน้ายินดีของเหลียนเฉียวพลันเปลี่ยนไป ความยินดีหายไปหมดสิ้น ใบหน้าเล็กน่ารักสวยงาม แสดงท่าทีเย็นชาไร้ความเป็นมิตร

“ผู้อาวุโสบรรพบุรุษ ครั้งนี้ท่านทำเรื่องวุ่นวายใหญ่โตมากเกินไปแล้ว” เหยาชิงไห่อดไม่ได้พูดดังนี้

เหลียนเฉียวมองเขาแล้วพูดอย่างเย็นชา”ไม่มีข้าแล้ว เจ้าจะขึ้นมาบนแผ่นดินเทพมารได้หรือ อย่างน้อยก็ต้องรออีกหลายปีกระทั่งหลายสิบปีด้วยซํ้า”

“พอแล้ว!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น