พลิกปฐพี 714

ตอนที่ 714

ที่นั่นมีของวิเศษ

หลีเฉาเดินออกจากห้องมาถึงเบื้องหน้ามู่ชิงเกอ เขาพูดอย่างประหลาดใจว่า “เจ้าไม่กลับ

พร้อมพวกเราหรือ”

มู่ชิงเกอผงกศีรษะ

“ไม่ได้!” หลีเฉาสั่นศีรษะปฏิเสธทันที เขาคิ้วขมวดแน่นพูดว่า “ถึงแม้พวกเราจะกลับมาถึงแผ่นดินเทพตะวันออกแล้ว เรื่องตระกูลมู่เจ้าก็จัดการแล้ว แต่เจ้าอย่าลืมนะว่า ในแผ่นดินเทพตะวันออกยังมีดินแดนจั๋วอวี่ เหยียนเสี่ยจับจ้องเจ้าอยู่แล้ว เวลานี้เจ้าควรกลับไปที่ดินแดนฮ่วนเยวี่ยจึงจะปลอดภัยที่สุด”

“เหยียนเสี่ยถูกพลังกฎบัญญัติสะท้อนกลับจนบาดเจ็บสาหัส เวลานี้ต้องปิดประตูบำเพ็ญรักษาอาการบาดเจ็บคงไม่มาหาข้าอีก ดินแดนฮ่วนเยวี่ยข้าจะต้องกลับไปแน่นอน แต่ไม่ใช่เวลานี้” มู่ชิงเกออธิบาย

“เช่นนั้นเจ้าจะไปไหน” หลีเฉาถาม

มู่ชิงเกอว่า “ไม่ใช่ว่าสถานที่ไร้ชื่อมีของวิเศษปรากฎขึ้นหรือ ข้าอยากไปดู”

หลีเฉาได้ยินแล้วแทบจะโมโหจนตายเพราะมู่ชิงเกอ “นี่มันเวลาอะไรแล้วยังจะไปดูของวิเศษอีก”

“ในเมื่อสบโอกาสแล้วก็ไปดูสักหน่อย มีปัญหาอะไรหรือ” มู่ชิงเกอถามอย่างไม่เข้าใจ

หลีเฉาส่ายหน้าฝืนยิ้ม “ข้ารู้สึกว่าใจเจ้าช่างกล้าผิดปกติจริงๆ คนอื่นหากเจอสถานการณ์อย่างเจ้า คงต้องรีบกลับแดนเทพ อยู่อย่างสงบเสงี่ยมสักพัก รอให เหตุการณ์เงียบลงแล้วค่อยออกมาใหม่ เจ้านี่นอกจากไม่กลัวแล้ว แค่ได้ยินคนพูดถึงก็ยังจะวิ่งไปหาของวิเศษ

อีก”

“ข้าแค่ไปดูแล้วก็กลับ ไม่มีเรื่องหรอก” มู่ชิงเกอบอก

หลีเฉาสั่นศีรษะ “ข้าขวางเจ้าไม่อยู่ ได้แค่ตามเจ้าไป จะให้เจ้าไปคนเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก”

“ไม่ต้องทำเช่นนั้นหรอก” มู่ชิงเกอว่า

“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ข้าไม่ยอมให้เจ้าแยกไปคนเดียวแน่นอน” หลีเฉาว่า

มู่ชิงเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย เม้มปาก ที่นางอยากให้หลีเฉานำคนไปก่อน เพราะไม่อยากให้เหยาชิงไห่กับซีเซียนเสวี่ยเสียเวลาบำเพ็ญเพราะนาง

“เช่นนี้แล้วกัน เจ้ากับศิษย์พี่จวงซาน ทั้งเจ้าเจ็ดนำซีเซียนเสวี่ยกับเหยาชิงไห่กลับไปก่อน” มู่ชิงเกอเสนอ

หลีเฉาว่า “เช่นนั้นเจ้าตั้งใจให้เซียนสุ่ยอยู่หรือ”

มู่ชิงเกอผงกศีรษะ “ข้าจะพาเซียนสุ่ยกับถงเถิงไปด้วยกัน จบเรื่องแล้วพวกเราก็ค่อยกลับดินแดนฮ่วนเยวี่ย”

“ไม่ได้ เจ้านำคนไปน้อยเกินไป ไม่เช่นนั้นเจ้านำจวงซานกับซวนเฉียงไปด้วยเถอะ” หลีเฉาว่า

มู่ชิงเกอส่ายหน้าปฏิเสธ “พอแล้ว คนมากยิ่งลำบาก อีกทั้งยังมีหยินเฉินอีก”

“แล้ว…ผู้หญิงมนุษย์ธรรมดาคนนั้นเล่า” หลีเฉาลังเล แล้วถาม

ซูหมิง?

มู่ชิงเกอขมวดคิ้วบอกเขาว่า “เรื่องของนางข้าจะจัดการเอง”

พูดจบ นางก็หันกายจากไป

เหลียนเฉียวนั้น นางไม่สามารถให้เที่ยววิ่งอยู่ข้างนอกตามใจชอบได้ ไม่เช่นนั้น หากกลิ่นอายของราชันย์โอสถจอมเทพของนางรั่วไหลออกไปจะบังเกิดฟ้าดินเปลี่ยนสี สามคนที่ทำให้เทพโอสถตายในครั้งนั้น ทั้งยังราชาเทวะอื่นๆ จะพากันเริ่มเคลื่อนไหว

แค้นของเทพโอสถ ไม่ใช่ไม่ชำระ แต่รีบร้อนนักไม่ได้

‘อย่างนั้นคงต้องเก็บเหลียนเฉียวเข้าช่องว่างไปก่อน’ มู่ชิงเกอคิดในใจ

แล้วซูหมิงเล่า

มู่ชิงเกอชักปวดศีรษะ เวลานี้ซูหมิงอยู่ไกลจากเทียนหยาจวีมาระยะหนึ่งแล้ว หากให้นางกลับเทียนหยาจวีเองเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่ถ้าหากให้นางตามไปด้วย นางเป็นมนุษย์ธรรมดา หากพบปัญหาก็จะเป็นภาระ เก็บนางไว้ในช่องว่างเป็นเพื่อนเหลียนเฉียว?

แววตามู่ชิงเกอวาววาบ เริ่มตัดสินใจได้แล้ว

เมื่อกลับมาถึงห้องของเหลียนเฉียว มู่ชิงเกอก็ให้เหยาชิงไห่ออกไปก่อน จากนั้นจึงบอกเหลียนเฉียวกับซูหมิงว่า “พวกเจ้าติดตามข้าไปแล้วกัน”

“บอกข้ามา ข้าอยากรู้คำตอบ” เหลียนเฉียวมองมู่ชิงเกอแล้วพูด

มู่ชิงเกอยังคงสั่นศีรษะ “ข้าไม่บอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้ หากเจ้าแข็งขืนจะไปหาเอง เจ้าก็จะเป็นเหมือนแมลงวันไร้หัวที่วิ่งวนสะเปะสะปะในแผ่นดินเทพทั้งสี่สมุทร สุดท้ายคงถูกราชาเทวะคนไหนจับได้แล้วกลืนลงท้องไป”

“เจ้า!” เหลียนเฉียวสายตาโหดเหี้ยม ถูกมู่ชิงเกอยั่วจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง

มู่ชิงเกอแค่นยิ้ม “อย่างไร? ข้าพูดอะไรผิด เวลานี้เจ้าต้องขอร้องข้าทุกอย่าง ยังจะมาแข็งขืนกับข้าทำไม ติดตามอยู่ข้างข้าก็ต้องเชื่อฟังข้า”

“…” เหลียนเฉียวไม่อาจพูดสู้ได้ ได้แต่จ้องหน้ามู่ชิงเกอ

มู่ชิงเกอมองไปทางซูหมิงแล้วเอ่ยว่า “เวลานี้ข้าไม่มีเวลาส่งเจ้ากลับเทียนหยาจวี ทำได้เพียงให้เจ้าตามไปด้วย รอข้าจัดการเรื่องเสร็จแล้วค่อยให้คนส่งเจ้ากลับเทียนหยาจวี”

ซูหมิงสั่นศีรษะว่า “ในเมื่อออกมาแล้วก็ไม่คิดกลับไปอีก ข้าจะตามนางไป”

นางชี้ไปที่เหลียนเฉียว

มู่ชิงเกอรู้สึกเกินคาดอยู่บ้าง

ซูหมิงอธิบายว่า “ตระกูลข้า เชื่อถือเรื่องบุญคุณต้องทดแทน ที่พวกเราไม่ได้ออกจากเทียนหยาจวี ความจริงคือรอผู้มีคุณ เวลานี ผู้มีคุณปรากฎตัว ข้าย่อมจะต้องติดตามนางเพื่อรับใช้ใกล้ชิด”

มู่ชิงเกอพยักหน้า

พลันนั้นเงาร่างของทั้งสามคนก็ปรากฎเงาลวงตา หายไปจากในห้อง

เมื่อปรากฎตัวอีกครั้ง พวกมู่ชิงเกอสามคนก็ยืนอยู่ในช่องว่างแล้ว

“ลูกพี่!” หยวนหยวนพอเห็นนางก็วิ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น ข้างตัวเขายังมีเหมิงเหมิงตามมาด้วย

“เจ้านาย!” เหมิงเหมิงเรียกแล้วจึงพบว่ามู่ชิงเกอไม่ได้กลับมาคนเดียว

ไม่รอนางสอบถาม มู่ชิงเกอก็อธิบาย “ต่อไปพวกนางจะอยู่ที่นี่”

พูดจบ นางก็หันกายหายไปจากเบื้องหน้าทั้งสี่คน

เมื่อปรากฎตัวอีกครั้ง นางก็มาถึงเบื้องหน้าเสวี่ยหยา เซวี่ยนหย่า ฮวาเยวี่ย และโย่วเหอ

“คุณชาย!”

“นายน้อย!”

เมื่อเห็นมู่ชิงเกอปรากฎตัว ทั้งสี่ต่างตื่นเต้นอย่างมาก

มู่ชิงเกอผงกศีรษะนิดๆ ถามว่า “บำเพ็ญถึงไหนแล้ว”

สี่สาวสบตาแล้วหัวเราะ โย่วเหอบอกว่า “ข้ากับฮวาเยวี่ยอยู่ในขั้นจิตวิญญาณชั้นเก้า เสวี่ยหยากับเซวี่ยนหย่าต่างอยู่ชั้นถํ้าวิญญาณชั้นหนึ่ง ทั้งยังพวกองครักษ์เขี้ยวมังกร องครักษ์มังกรซ่อน มีคนทะลวงขอบเขตเข้าสู่ชั้นถํ้าวิญญาณไม่หยุดทุกวัน ไม่นานพวกเราก็จะสามารถออกไปช่วยท่านโดยไม่เป็นตัวถ่วงได้แล้ว”

มู่ชิงเกอยิ้มอย่างพอใจ “อืม พวกเจ้าพยายามต่อไป รอเจ้าสองคนทะลวงขอบเขตเข้าขั้นถํ้าวิญญาณแล้ว ข้ามีภารกิจให้พวกเจ้าไปทำด้วยกัน”

พอได้ยินว่ามีภารกิจ สี่สาวก็รีบปรับท่าทียิ้มหัวเป็นเคร่งครัดขึ้นมาทันที

มู่ชิงเกอไม่ได้อยู่ในช่องว่างนาน หลังออกมาแล้วได้พักผ่อนคืนหนึ่ง พอฟ้าสางนางก็นำถงเถิงกับเซียนสุ่ยออกไปพร้อมกัน

ส่วนหยินเฉินนั้นย่อมต้องตามมู่ชิงเกอไปด้วยกัน

ส่วนเหยาชิงไห่กับซีเซียนเสวี่ยก็ให้หลีเฉาสามคน พากลับไป ซีเซียนเสวี่ยให้ซวนเฉียงชี้นำชั่วคราว ให้นางฝึกวิชาพื้นฐานดินแดนฮ่วนเยวี่ย รอให้เซียนสุ่ยกลับมาย่อมบอกวิธีให้นางรับรู้หลักธรรมที่เกี่ยวกับนํ้าว่าต้องทำอย่างไร

สถานที่นั้น ไร้ชื่อ

ตลอดมา คนแผ่นดินเทพตะวันออกล้วนเรียกกันว่าที่นั้น ส่วนที่นั้นอยู่บนพื้นที่พิเศษแห่งหนึ่งในแผ่นดินเทพตะวันออก ว่ากันว่าที่นั้นอยู่ที่ใจกลางแผ่นดินเทพตะวันออก พอดีราวกับเป็นหัวใจ

พวกมู่ชิงเกอสี่คนมุ่งหน้ามาที่นี่ มายืนอยู่บนสถานที่เป็นดังหัวใจนี้ในอีกสิบวันให้หลัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น