พลิกปฐพี 723

ตอนที่ 723

พญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้ว

เปลวเพลิงสีดำเข้าขัดขวางอย่างบ้าคลั่ง แต่นิ้วมือของมู่ชิงเกอยังคงยื่นเข้าไปได้

เวลานั้น เมฆดำบนท้องฟ้าพลันปรากฎคลื่นวนยิ่งใหญ่มโหฬารลูกหนึ่ง ภายในนั้นมีทั้งฟ้าร้องฟ้าแลบราวกับกำลังกู่ร้องต่อการกระทำที่เหิมเกริมของมู่ชิงเกอ

“หนึ่งจิตเป็น หนึ่งนิ้วนี้เกิดไม่หยุดหย่อน เกิดไม่ขาดสาย” มู่ชิงเกอพูดเรียบๆ นิ้วของนางที่อยู่ในเปลวเพลิงสีดำนั้นเกิดเป็นคลื่นวนสีขาวไม่หยุดหย่อน

นางดึงนิ้วออกแล้วชี้ไปในเปลวเพลิงสีขาว และเกิดคลื่นวนสีดำ “หนึ่งจิตตาย หนึ่งนิ้วนี้ความตาย แผ่ซ่านล้วนตายไร้เป็น”

การกระทำของนางทำให้เปลวเพลิงทั้งสอง นิ่งสงบลง ความบ้าคลั่งจางหายไป

มู่ชิงเกอค่อยๆ แหงนหน้าขึ้น มุมปากยิ้มอย่างแปลกประหลาด นางมองไปภายในเมฆดำ คลื่นวนบนท้องฟ้าหายไปแล้ว ฟ้าร้องฟ้าแลบก็ล้วนสงบล

สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังเมฆดำพลันตกใจขึ้นมา ถูกสายตานางจ้องมองจนไหวหวั่น มันเห็นแววเย้ยหยันในแววตานาง มองเห็นความหมายมาดของนาง

ราวกับนางกำลังพูดว่า ‘ข้าจับเจ้าได้แล้ว!’

ทันใดนั้นมันก็คิดหนี มันเพิ่งตระหนักได้ว่า มนุษย์คนนี้ไม่ใช่คนที่มันจะสามารถควบคุมได้หากไม่ รีบหนีเวลานี้มันจะต้องลำบากแน่

แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว

ขณะที่มันเพิ่งคิดจะหนี เปลวเพลิงสีดำขาวที่ถูกมู่ชิงเกอแต้มไว้สองจุดนั้นก็พลันระเบิดออกเป็นแสงบาดตาสองสาย

แสงสีดำกับแสงสีขาวพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า

พลังสองสายนี้ ระเบิดขึ้นกลางอากาศจนเมฆดำสลายหายไปหมด ปรากฎวิญญาณเพลิงที่หลบซ่อนอยู่เบื้องหลังออกมา

เห็นร่างวิญญาณเพลิงแล้ว มู่ชิงเกอก็ตกใจ

เป็นวิญญาณเพลิงรูปร่างมังกร แต่มันมีสองสี บนตัวมันมีทั้งความเป็นและความตาย หลอมรวมด้วยกัน ทั้งต่อต้านกันอยู่

ดวงตาทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งสีดำ อีกข้างสีขาว

ขณะที่มันถูกเปิดเผยตัวตนต่อหน้ามู่ชิงเกอ สองตามังกรของมันก็ผุดความตกใจและคิดหนีทันที แต่ลำแสงสีดำสีขาวที่พุ่งออกชนจนเมฆดำสลายไปนั้น กลับกลายเป็นเชือกมัดมันไว้แน่น ทั้งยังกระชากมันลงมาจากท้องฟ้า

“ไม่! พวกเจ้าเป็นพลังของข้า! เหตุใดถึงยอมให้มนุษย์ควบคุม!” มังกรดำขาวพูดภาษามนุษย์ด้วยความโกรธแค้นและหวาดหวั่น

มุมปากมู่ชิงเกอยิ้มอย่างนึกสนุก หลักธรรมเป็นตายนั้น เมื่อรับรู้ได้ถึงแก่นแท้แล้ว คนคนนั้นก็จะสามารถควบคุมมันได้แม้ว่าพลังเหล่านี้จะเป็นของคนอื่นขอเพียงแค่นางรับรู้ได้ลึกซึ้งกว่าอีกฝ่ายก็จะสามารถพลิกกลับมาเป็นฝ่ายควบคุมได้ สำหรับนางแล้วคำพูดของวิญญาณเพลิงนี้ช่างเป็นความไม่รู้โดยสิ้นเชิง

แต่นางยังคร้านที่จะไปอธิบาย

หยวนหยวนเคยพูดว่า ความสามารถของเขาคือการกลืนกิน ที่เรียกว่ากลืนกินก็คือกินฝ่ายตรงข้าม กินพญาเพลิง วันนี้ให้นางมาทดลองกิน ‘เนื้อมังกร’ เสียหน่อยแล้วกันว่ามีรสชาติอย่างไร

มู่ชิงเกอกระโดดครั้งเดียวขึ้นมาจากเปลวเพลิงดำขาว นางออกจากทุ่งหญ้าประหลาดนั้นได้โดยไร้รอยขีดข่วน เปลวเพลิงดำขาวเบื้องหลังนาง กลายเป็นรูปภาพหยินหยางไท่จี๋ที่นางคุ้นเคยเมื่อชาติก่อน ลอยอยู่เบื้องหลังนาง

ทันใดนั้นรูปภาพนั้นก็หลอมเข้าไปในร่างนาง

นี่เป็นเพราะการรับรู้เป็นตาย การรับรู้หยินหยาง ดังนั้นจึงเป็นของนางเท่านั้น!

มังกรยักษ์ดิ้นรนแต่ถูกเชือกมัดไว้อย่างแน่นหนาจนไม่สามารถดิ้นหลุดได้

มันยกศีรษะขึ้นมองมู่ชิงเกออย่างดุร้าย “เจ้ามนุษย์ปล่อยข้านะ! ถึงแม้เจ้าจะมีคุณสมบัติไม่เลว แต่คิดจะเป็นเจ้านายข้าพญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วนั้นยังอ่อนหัดไปหน่อย!

มู่ชิงเกออมยิ้มส่ายหน้า พูดเรียบๆ ว่า “ข้าไม่เคยคิดว่าจะเป็นเจ้านายเจ้า”

คำพูดของนางทำให้พญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วนั้นยินดียิ่งนัก ดวงตามังกรเปล่งแววตื่นเต้นออกมา มันว่า “ดีมากที่เจ้ารับรู้ได้เช่นนี้หากเจ้าปล่อยข้า ข้าจะให้เปลวเพลิงแก่เจ้าส่วนหนึ่ง ให้เจ้ารักษาชีวิต แน่นอนว่าหากเจ้ายอมสยบต่อข้า ข้าก็สามารถให้เจ้าได้เป็นใหญ่บริเวณนี้ได้ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าต่อกรกับเจ้า”

“ที่เจ้าว่าคือเจ้างั่งที่โดนข้ากระทืบตายไปแล้วใช่ไหม” มู่ชิงเกอพูดอย่างนึกสนุก

พญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วชะงัก ลูกตากลอกกลิ้งไปมาเอ่ยว่า “เขาย่อมเทียบกับเจ้าไม่ได้ ความสามารถของเจ้า หากมีข้าช่วยเหลือย่อมไปได้ถึงระดับสะเทือนฟ้าดิน”

เดิมทีมันเพียงต้องการให้มู่ชิงเกอปล่อยมันไป แต่คำพูดมู่ชิงเกอกลับทำให้มันใจกล้าขึ้นมา

มันรอมู่ชิงเกอพยักหน้าเพื่อที่มันจะได้มีคนรับใช้ที่แข็งแกร่งมากขึ้น

แต่มันคงต้องผิดหวังแล้ว

มู่ชิงเกอมองมันด้วยแววตาเย้ยหยัน ส่ายหน้าช้าๆ ท่ามกลางการรอคอยด้วยความหวังของมัน “ข้ารู้สึกว่าเปลี่ยนเป็นอีกรูปแบบหนึ่งจะดีกว่า’

พญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วชะงักราวกับไม่ เข้าใจความหมายของมู่ชิงเกอ

แต่ภายใต้การจับจ้องของมัน มู่ชิงเกอก็อ้าปาก ในปากนางพลันเกิดพลังดูดกลืนอย่างรุนแรงมหาศาลมุ่งไปทางพญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้ว

ความรู้สึกที่ถูกดูดกลืนนี้ทำให้พญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วถลึงตาโต

หากเวลานี้มันไม่ได้ถูกมัดไว้โดยโซ่ดำขาว มันย่อมไม่เกรงกลัว เนื่องจากมันรับรู้ได้ถึงต้นทางพลังดูดกลืนนี้

“พญาเพลิงระดับเทพฮุ้นหยวน!” พญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วเอ่ยชื่อหยวนหยวนออกมา

“เจ้ามีพลังของพญาเพลิงระดับเทพฮุ้นหยวนได้อย่างไร! เจ้าเป็นมนุษย์ไม่ใช่วิญญาณเพลิงนี่” พญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วพูดอย่างสั่นสะท้าน

มันพยายามดิ้นรนสุดใจขาดดิ้น หากมันยังคงถูกพันธนาการอยู่ที่นี่ การถูกกลืนกินต้องเป็นจุดจบของมัน และจุดจบนี้เป็นสิ่งที่มันไม่ต้องการมากที่สุด

มู่ชิงเกอกลับไม่อยากอธิบาย เป็นครั้งแรกที่นางจะกลืนกินพญาเพลิง ทุกก้าวเดินย่อมต้องระมัดระวังสุดแสนและต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

นางโบกมือ ปล่อยหุ่นเทพมารออกมาให้คอยคุ้มกันให้ตัวเอง

ภายใต้พลังของการกลืนกินพญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ เชือกที่มัดมันอยู่ก็เล็กลงด้วยเช่นกันทำให้มันไม่มีโอกาสหลบหนีไปได้

จนเมื่อมันกลายเป็นมังกรตัวเล็กจิ๋วก็ถูกมู่ชิงเกอดูดเข้าปากไปในทันที

แวบ!

ร่างมู่ชิงเกอเปล่งแสงดำขาวที่รุนแรงออกมา เปลวเพลิงสองสีเริ่มเผาผลาญบนร่างนางขึ้นอีก นางรีบนั่งขัดสมาธิเพื่อหลอมรวมพญาเพลิง

ขณะที่นางกลืนกินพญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วแล้ว ร่างของหยินเฉินกับหยวนหยวนก็สะท้านเฮือก ความรู้สึกฟื้นคืนกลับมา

สิ่งแรกที่พวกเขาเห็นก็คือ มู่ชิงเกอถูกเผาผลาญอยู่ในกองเพลิง

“ชิงเกอ!” หยินเฉินร้องด้วยความตกใจ

หยวนหยวนดึงเขาไว้ได้ทัน “ลูกพี่กำลังหลอมรวมพญาเพลิง รบกวนไม่ได้”

ได้ยินเขาอธิบายแล้ว…หยินเฉินจึงวางใจ

หลังจากพญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วถูกมู่ชิงเกอกลืนกินเข้าไปแล้ว ท้องฟ้าก็กลับคืนสู่ความแจ่มใสเหมือนเดิม

ภายนอกนั้น กำแพงเพลิงที่ขวางกันเซียนสุ่ยกับถงเถิงเอาไว้ก็พลันหายไปเปิดทางเบื้องหน้าออกมาทันที ถงเถิงกับเซียนสุ่ยทั้งตกใจทั้งดีใจรีบเร่งความเร็วพุ่งเข้าไปข้างในเพื่อตามหามู่ชิงเกอ

ขณะที่พวกเขาเห็นมู่ชิงเกอก็พอดีกับที่มู่ชิงเกอหลอมรวมพญาเพลิงเวียนว่ายสองขั้วเสร็จสิ้น

พลังที่นางกลืนกินพญาเพลิงนำพาพลังเทพในร่างนางให้ขับเคลื่อนจนทะลวงขอบเขตขั้นถํ้าวิญญาณชั้นแปดโดยไม่ตั้งใจ

“ขั้นถํ้าวิญญาณชั้นแปด!” เซียนสุ่ยพึมพำอย่างสะท้านใจ”

ถงเถิงก็พึมพำว่า “ลูกพี่ ทะลวงขอบเขตอีกแล้วหรือ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น