พลิกปฐพี 751

ตอนที่ 751

กฎเกณฑ์คบเพื่อนของคุณชาย

เผ่าเฟิ่งหวงไม่แต่งงานกับเผ่าอื่น ระเบียบปฏิบัตินี้เป็นของปลอมหรือ

มู่ชิงเกออดไม่ได้ที่จะบ่นอยู่ในใจ

เห็นได้ชัดว่า เจ้าราชาเฟิ่งเฒ่าคนนี้ตั้งใจกลั่นแกล้งนาง ไม่ยอมให้นางเข้าไปในป่าหวูถง

“ฮึ ท่านมีเจตนาใดกันแน่” ชูเนี่ยนแค่นยิ้มให้ราชาเฟิ่ง ถึงแม้นางมีความรู้สึกที่ดีต่อมู่ชิงเกอ แต่ก็รู้ว่ามู่ชิงเกอมีภรรยาแล้ว คนเย่อหยิ่งเช่นนางจะไปทำเรื่องแย่ง

สามีคนอื่นได้อย่างไร

ดังนั้น นางยินดีที่รักษาความเป็นเพื่อนร่วมดื่มกับมู่ชิงเกอ มีความสัมพันธ์พิเศษ แต่ไม่ต้องการให้ความรักระหว่างหญิงชายทำลายความสวยสดงดงามนี้ลง

แต่คำพูดราชาเฟิ่งราวกับจะฉีกกระดาษกั้นหน้าต่างระหว่างนางกับมู่ชิงเกอให้ขาดไป ทำให้จิตใจนางทั้งอับอายทั้งโกรธแค้น

“ข้ามีเจตนาใดหรือ” ราชาเฟิ่งชะงัก มองชูเนี่ยนด้วยสายตาเต็มเปี่ยมด้วยความรัก “ลูกรัก ข้าคิดเพียงไม่อยากให้เจ้าเสียใจถึงแม้เอาเผ่ามนุษย์คนนี้มาเป็นเขยข้าจะด้อยไปหน่อย แต่เพียงเจ้าพอใจ ข้าก็พอจะยอมรับได้”

ไม่ถูก! ไม่ถูกอย่างมาก!

สองตามู่ชิงเกอหรี่ลง เกิดประกายในสมองแวบหนึ่ง

โห่วไม่ได้หลอกนาง ระเบียบปฏิบัติของเผ่าเฟิ่งหวงนั้นไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงเพราะนาง อีกทั้งท่าทางราชาเฟิ่งคนนี้ก็แตกต่างกับก่อนหน้านี้มากนัก

ทันใดนั้นมู่ชิงเกอก็เข้าใจทันที ‘เจ้าราชาเฟิ่งเฒ่าคนนี้คิดจะอาศัยเรื่องนี้บีบบังคับให้ข้าแตกกับชูเนี่ยน!’

หากตัวเองเป็นฝ่ายขอแยกทางชูเนี่ยนคงไม่ว่าอะไร เขาเคยบอกใบ้ให้ทำเรื่องนี้แต่มู่ชิงเกอไม่ยอมสานต่อ ครั้งนี้จึงใช้กระบวนท่าบังคับแต่งงาน

ราชาเฟิ่งเฒ่าราวกับแน่ใจว่าตัวเองไม่กล้าตอบตกลงเรื่องแต่งงานจึงตั้งใจทำเช่นนี้

โดยนิสัยมู่ชิงเกอ หากชูเนี่ยนไม่ใช่เพื่อนที่นางยอมรับก็ไม่แน่ว่านางจะถือโอกาสเออออปล่อยเลยตามเลยไป แต่ชูเนี่ยนเชื่อถือไว้ใจในตัวนาง ดังนั้นนางจึงไม่

อาจทำเรื่องที่จะทำร้ายชูเนี่ยนเป็นอันขาด

คิดแล้ว มู่ชิงเกอจึงบอกราชาเฟิ่งว่า “ราชาเฟิ่ง ขอเจรจาสักหน่อยได้ไหม’’

ราชาเฟิ่งเฒ่าแค่นเสียง แต่ก็ยังเดินไปกับมู่ชิงเกอ

ชูเนี่ยนคิดจะตามไป แต่ถูกมู่ชิงเกอใช้สายตาห้ามไว้จึงเลิกล้มความตั้งใจที่จะตามไปยืนอยู่ที่เดิม

ราชาเฟิ่งสร้างเขตปิดกั้นเสียงป้องกันคนแอบฟัง แล้วเอ่ย “มีอะไรก็ว่าไป”

มู่ชิงเกอยิ้มน้อยๆ พูดว่า “ข้ากับชูเนี่ยนไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันตามที่ราชาเพิ่งคิด พวกเราเป็นเพื่อนกัน นางในเวลานี้เพิ่งรู้เรื่องราวตัวเอง จิตใจหวั่นไหวกำลัง ต้องการเพื่อนอยู่เคียงข้าง”

“เผ่ามนุษย์เข้าป่าหวูถงไม่ได้นี่เป็นระเบียบปฏิบัติ” ราชาเฟิ่งใบหน้าเย็นเฉียบ “ข้าไม่ฆ่าเจ้าเพราะเห็นแก่หน้าชูเนี่ยน หากเจ้ารู้ตัวก็บอกขอจากไปเอง”

“ได้ยินมานานว่าป่าหวูถงของเผ่าเฟิ่งหวงมีทิวทัศน์พิสดาร ข้านึกว่าจะถือโอกาสเข้าไปชมดูเสียหน่อย แต่ในเมื่อราชาเฟิ่งไม่ยินยอม ข้าย่อมไม่แข็งขืน”

มู่ชิงเกออมยิ้มพูด

พูดจบ นางก็กลับตัวเดินออกไปข้างนอกจนพ้นเขตปิดกั้นเสียง

ชูเนี่ยนเห็นมู่ชิงเกอออกมาก็เข้าไปถามด้วยความตื่นเต้นทันทีว่า “เขาสร้างความลำบากอะไรให้เจ้าไหม”

มู่ชิงเกอยิ้มและสั่นศีรษะ “เผ่าเฟิ่งหวงมีระเบียบปฏิบัติของเผ่าเฟิ่งหวง เจ้าเข้าไปเองเถอะ ข้าไม่เข้าไปแล้ว”

เดิมทีนางไม่มีเหตุผลอะไรที่จำเป็นจะต้องเข้าไปในป่าหวูถงอยู่แล้ว เวลานี้ในเมื่อคนไม่ยอม นางจะหน้าหนาเข้าไปทำไม

“เจ้าจะจากไปหรือ” ใบหน้าชูเนี่ยนปรากฎความวุ่นวายใจ นางสั่นศีรษะ “ไม่ เจ้าอย่าไปนะ ข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี”

มู่ชิงเกอมองดูแววตาชูเนี่ยน ดูออกถึงความหมดสิ้นหนทางในนั้น

นางรู้ว่าชูเนี่ยนไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของราชาเฟิ่งทั้งหมด แต่ก็ไม่รู้ว่าควรยอมรับอย่างไร เวลานี้นางยังไม่นิพพาน นางยังมีข้ออ้างที่จะปฏิเสธการยอมรับ แต่หลัง จากนางนิพพานแล้ว สายเลือดของนางก็จะตื่นอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงเวลานั้นนางก็จะไม่ยอมรับไม่ได้แล้ว

ชูเนี่ยนต้องการมีคนที่ทำให้นางเชื่อถือได้อยู่ข้างกายนาง เคียงข้างนางผ่านช่วงเวลาที่ลำบากยากเย็นที่สุดนี้

ท่าทีของชูเนี่ยนทำให้มู่ชิงเกอใจอ่อน บอกนางว่า “ข้าจะรอเจ้านอกป่าหวูถง รอจนกระทั่งเจ้าออกจากการนิพพาน”

“เช่นนั้นข้าจะอยู่กับเจ้าด้วย” ชูเนี่ยนพูด

มู่ชิงเกอสั่นศีรษะปฏิเสธ “ราชาเฟิ่งพูดแล้ว ช่วงนิพพานอันตรายมาก จะต้องอยู่ในป่าหวูถง เจ้าจึงจะมีหลักประกันความปลอดภัยได้”

“แต่…”

“ไม่ต้องพูดแล้ว ตกลงเช่นนี้แล้วกัน” มู่ชิงเกอตัดบทชูเนี่ยนทันที

ชูเนี่ยนหมดหนทางทำได้เพียงบอกนางว่า “เจ้ารอข้านะ จะต้องรอข้านะ”

“ได้” มู่ชิงเกอพยักหน้า ภายใต้การคุ้มกันของทหารนกหลวนมองชูเนี่ยนตามราชาเฟิ่งเข้าไปในป่าหวูถง

นอกป่าหวูถง คงเหลือมู่ชิงเกอกับหยินเฉินสองคน

หยินเฉินยืนอยู่ข้างนาง บอกนางว่า “น้อยครั้งมากที่จะเห็นเจ้าใจอ่อน”

มู่ชิงเกอยิ้มพูดว่า “ชาติกำเนิดชูเนี่ยนสมควรให้คนเห็นใจ ข้ากับนางนับว่าเป็นเพื่อนกัน ไหนๆ เวลานี้อยู่ว่างๆ รอสักหน่อยจะเป็นไรไป”

“ข้ายังเข้าใจว่า เจ้าจะยืนหยัดเข้าป่าหวูถงเสียอีก” หยินเฉินพูด

มู่ชิงเกอมองเขา “สำหรับเพื่อนแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือ อย่าทำให้อีกฝ่ายต้องลำบากใจ หากวันนี้ไม่ใช่ชูเนี่ยน หรือข้ามีเหตุผลที่จะต้องเข้าป่าหวูถง ข้าจะยืน หยัด แต่ในเมื่อไม่มีแล้วชูเนี่ยนก็เป็นเพื่อนของข้า ข้าจะทำให้นางลำบากใจทำไม การแข็งขืนต่อไป ไม่มีผลดีหรอก”

“นิสัยเจ้ายังคงไม่เปลี่ยน สำหรับศัตรูเจ้าต้องเอาคืนแม้เรื่องเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับเพื่อนกลับยอมกันได้ พูดแล้วต้องทำให้ได้” หยินเฉินยิ้มพูด

“เมื่อเป็นเพื่อนกันแล้ว จะไปถือสาอะไรมากมายเล่า” มู่ชิงเกอยิ้ม

“แล้วพวกเราจะรออยู่ที่นี่หรือ” หยินเฉินถาม

มู่ชิงเกอพยักหน้า “ที่นี่แม้ไม่ใช่ป่าหวูถง แต่ทิวทัศน์นับว่าสวยงาม พวกเราคิดเสียว่ามาพักร้อนแล้วกัน”

“พักร้อน?” สายตาหยินเฉินผุดความสงสัย

“แค่กๆ” มู่ชิงเกอไอกลบเกลื่อน อธิบายว่า “หมายถึงเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร”

“เข้าใจแล้ว” หยินเฉินผงกศีรษะ “โห่วเคยบอกว่า หากเจ้ายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเฟิ่งหวงน้อยตัวนี้ไว้ อาจมีโอกาสวาสนา แต่ไม่รู้โอกาสวาสนาที่ว่าหมายถึงอะไร”

“ในเมื่อเป็นโอกาสวาสนา ก็ต้องแล้วแต่วาสนา ไม่อาจแข็งขืน” มู่ชิงเกอพูดอย่างไม่อินังขังขอบ

“ลูกรัก เจ้าเป็นอะไรกับเผ่ามนุษย์คนนั้น” บนต้นหวูถงใหญ่โตมโหฬาร ตำหนักที่สลักเสลาขึ้นมาจากต้นหวูถงทั้งต้นนั้น ราชาเฟิ่งมองชูเนี่ยนอย่างเอาใจเต็มที่

ชูเนี่ยนมองเขาแล้วสั่นศีรษะช้าๆ “เวลานี้ข้ายังไม่รู้ว่าคำพูดท่านเป็นจริงหรือปลอม ดังนั้นมีบางเรื่องที่ข้ายังไม่สามารถบอกท่านได้”

สีหน้าราชาเฟิ่งแข็งเกร็งเล็กน้อย ยิ้มฝืนเอ่ยว่า “ดี ข้าไม่บังคับเจ้า เจ้าจะได้เข้าใจเร็วๆ นี้ว่าใครพูดเรื่องจริงกันแน่”

ชูเนี่ยนเม้มปาก หลุบตาพูดว่า “เขาอยู่ข้างนอก ไม่ได้ทำผิดกฎระเบียบเผ่าเฟิ่งหวง ดังนั้นท่านอย่าได้แอบลงมือเด็ดขาด”

“ไม่อยู่แล้ว ข้าจะทำตํ่าช้าเช่นนั้นได้อย่างไร” ราชาเฟิ่งรีบแสดงทีท่าชัดเจน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น