บทที่ 524 ชุมนุมพลังเร้นลับ! (ต้น)
ท้าและช่วยชี้แนะ!……
เห็นได้ชัดว่าหมั่วซิ่วกำลังหยั่งเชิงพลังของชายสวมชุดดำที่อยู่เบื้องหน้า……
ด้านหน้ากระท่อมไม้ไผ่ ชายสวมชุดดำหยุดยืนนิ่งไม่ไหวติงชั่วขณะ ครู่ต่อมาเขาจึงสั่นศีรษะช้าๆ “เจ้ามันไม่คู่ควร อย่างมากสู้ได้แค่กับศิษย์ของข้าเท่านั้น”
พูดจบก็เดินหายเข้าไปในกระท่อมทันที
หมั่วซิ่วมีท่าทีอึกอักด้วยทำอะไรไม่ถูก พลันเยี่ยฉวนเดินออกจากกระท่อมตรงมา ชายหนุ่มเดินมาหยุดลงต่อหน้าคนอีกฝ่าย “ถ้าเจ้าจะท้าประลองกับอาจารย์ข้า เจ้าต้องผ่านข้าให้ได้ก่อน!”
หมั่วซิ่วเขม้นมองเยี่ยฉวน “เจ้าไม่คู่ควร!”
จากนั้นเขาเหลือบตาชำเลืองมองไปทางกระท่อมไม้ไผ่ “ถ้าเจ้าไม่ประลองกับข้า ถ้าเช่นนั้นต้องขออภัยที่ล่วงเกิน!”
ว่าแล้วจึงตั้งท่าเตรียมจู่โจม
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนทักท้วงเสียงเร็ว “เจ้าอยากรู้จริงหรือว่าพลังที่แท้จริงของอาจารย์ข้าเป็นอย่างไร?”
อีกฝ่ายชะงักมองคนพูด ขณะที่เยี่ยฉวนแสดงท่าส่ายหน้าพลางถอนหายใจเฮือก “ก็ดี ในเมื่อเจ้าจะต้องรู้ให้ได้ ข้าจึงจำต้องเปิดเผย!”
จากนั้นเขาทำท่าดีดนิ้วและชี้ออกไป ฉับพลันกระบี่เล่มหนึ่งทะยานมาปรากฏต่อหน้าหมั่วซิ่ว
กระบี่หลิงซิ่ว!
ไม่สิ เดิมมีชื่อว่ากระบี่หลิงเซี่ยว!
เมื่อสายตาปะทะเข้ากับกระบี่ หมั่วซิ่วชะงักนิ่งงันอีกทั้งมีสีหน้าประหลาดใจ ถึงกระนั้นก็ทันได้เห็นว่ามีกระบี่สองเล่มรวมอยู่ในหนึ่งกระบี่ แสงเจิดจ้าแห่งกระบี่พุ่งวาบทำให้คนถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
กระบี่หลิงเซี่ยว!
กระบี่เล่มนั้นอันที่จริงเป็นของเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง
เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง!
มีใครในโลกชิงฉางที่ไม่รู้จักคนผู้นี้?
ในยุคหนึ่ง เขาผู้นี้เป็นคนเดียวกับคนที่สามารถล้มล้างอำนาจของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนได้เป็นเวลายาวนานนับร้อยปี!
ขณะนั้นภายในใจของหมั่วซิ่วเกิดความปั่นป่วนราวกับผืนน้ำและท้องทะเลที่ถูกพายุโถมกระหน่ำ……
เยี่ยฉวนมิได้เอ่ยคำใดอีก ได้แต่ยิ้มมุมปากจากนั้นจึงเก็บกระบี่คืนสู่ที่เดิม ก่อนจะหันหลังเดินตรงและกลับเข้าไปในกระท่อมไม้ไผ่
ภายในกระท่อมซึ่งมีเยี่ยหลิงอยู่เพียงลำพัง
เมื่อเห็นเยี่ยฉวนกลับเข้ามาข้างใน เด็กหญิงอมยิ้มจนริมฝีปากหยักโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
เยี่ยฉวนทรุดนั่งลงข้างน้องสาวพร้อมกับฉวยมือเล็กๆ ของเยี่ยหลิงมากุมไว้ จากนั้นสองคนพี่น้องต่างนิ่งเงียบคอยฟังผลอย่างใจจดจ่อ
ถ้าหมั่วซิ่วมิใช่แค่ดีแต่พูดละก็ พวกเขาคงต่อสู้กันจนรู้ดีรู้ชั่วไปข้างหนึ่งเป็นแน่!
บรรยากาศที่ด้านนอกกระท่อม หมั่วซิ่วมีท่าทีอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด ไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนที่อยู่เบื้องหลังซึ่งเป็นอาจารย์ของเยี่ยฉวนที่แท้กลายเป็นเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง!
เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง!
นับได้พันปีมาแล้วที่เซียนประบี่โลกชิงฉางจู่ๆ หายไปอย่างร่องรอย ในตอนนั้นหลายคนคาดเดาว่าเขาได้ละจากโลกชิงฉาง หรือไม่ก็ล้มหายตายจากไปแล้ว!
แต่แล้วหมั่วซิ่วที่ไม่คาดฝันกลับพบเจอความจริง!.นอกจากเขาไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหน มิหนำซ้ำยังกลับมาที่โลกชิงฉางอีกด้วย!
เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด
คนหันกลับไปยังกลุ่มคนที่ยืนออกกันอยู่ด้านหลังจากนั้นจึงพากันกลับออกไป พร้อมกับความคิดที่ว่าจะต้องรายงานเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลนี้ให้กับคนระดับเหนือหัวขึ้นไปได้รับรู้ ทั้งยังต้องเน้นย้ำเรื่องที่ดูท่าว่าความสัมพันธ์ระหว่างเซียนกระบี่กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนออกไปในทางไม่สู้ดี โดยเฉพาะเวลานี้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเป็นปฏิปักษ์กับเยี่ยฉวน คนที่เป็นเสมือนลูกมือของเซียนกระบี่โลกชิงฉาง.!!
ส่วนภายในกระท่อมนั่นหรือ? พอรู้ว่าหมั่วซิ่วและคนอื่นกลับออกไปหมดแล้ว เยี่ยฉวนและน้องสาวจึงพากันผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกทันที
ถ้าต้องถึงกับลงไม้ลงมือกัน ถึงแม้เยี่ยฉวนจะครอบครองหอคอยแห่งเรือนจำ หากแต่สิ่งนี้ก็ใช้งานได้เพียงหนึ่งครั้งในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
ถ้าหากนำออกมาใช้งาน ภายหลังกำจัดหมั่วซิ่วและคนของเขาแล้ว ถึงอย่างไรจะมียอดฝีมือกล้าแกร่งคนอื่นๆ ตามมาอยู่ดี ท้ายที่สุดแล้วทั้งเขาและน้องสาวคงไม่รอดชีวิต
คิดแล้วเยี่ยฉวนไม่รอช้า สองคนพี่น้องรีบออกจากกระท่อมไม้ไผ่อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงทะยานเข้าสู่หุบเขาน้อยใหญ่ทันที
“ท่านพี่เจ้าคะ ท่านยังไม่ลืมตาเลย เป็นเพราะยังฝึกปราณเวทย์ทักษะยุทธ์ไม่บรรลุความสำเร็จงั้นหรือเจ้าคะ?”
“ใช่แล้ว คงต้องใช้เวลาพอสมควร”
“ถ้าฝึกสำเร็จ ท่านพี่จะมีพลังมากๆ เลยหรือเจ้าคะ?”
“ถูกต้อง……ข้าสามารถสังหารผู้ทรงเกียรติลู่ได้เพียงกะพริบตาทีเดียว……”
“อื้อหือ……ถึงจะฟังเป็นเรื่องหลอกลวง ข้าก็ยังเชื่อมั่นในตัวท่านพี่เจ้าค่ะ!”
เยี่ยฉวนพูดไม่ออก “……”
เวลาผ่านไปพักใหญ่ เยี่ยฉวนหยุดกึกชะงักฝีเท้านิ่งอยู่กับที่ พลันหันกลับกะทันหัน และไม่ไกลจากที่พวกเขาหยุดเท่าใดนัก ด้านขวามือปรากฏหญิงสาวผู้หนึ่ง คนแปลกหน้าสวมชุดยาวสีเขียวและสวมผ้าคลุมปกปิดใบหน้า ซึ่งเขาพอจะรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้ากำลังจ้องมองมายังตนเอง
สตรีสวมผ้าคลุมหน้าเดินช้าๆ เข้ามาหยุดตรงหน้าเยี่ยฉวนและเยี่ยหลิง ขณะสายตามองเขม็งมายังที่คนเป็นพี่ชาย “พลังผนึกยุทธ์ระดับแท้จริง……ราชันย์กระบี่……สองพลังปณิธานกระบี่……ไม่เลว!”
เยี่ยฉวนถามกลับ “เจ้าล่ะเป็นใคร?”
หญิงสาวคลุมหน้าตอบเสียงเรียบ “ข้า……มู่จ้าวหลิง เป็นคนของชุมนุมพลังเร้นลับ”
ชุมนุมพลังเร้นลับ!
เยี่ยฉวนนิ่วหน้า เขาเคยได้ยินชื่อกองกำลังกลุ่มนี้มาก่อน ในกระบวนกองกำลังทั้งหมดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกพิภพ ชุมนุมพลังเร้นลับจัดเป็นกองกำลังอันดับที่หนึ่ง!
ในประวัติศาสตร์ของทำเนียบยอดคน คนที่รั้งอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบล้วนเป็นคนของชุมนุมพลังเร้นลับ!
ชายหนุ่มดึงความคิดกลับสู่สถานการณ์เบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า “เจ้ามีธุระอะไรกับข้า?”
คนตรงข้ามโพล่งออกไปขณะสายตามองตรง “ข้ามาคัดเลือกสมาชิกใหม่!”
เลือกสมาชิกใหม่!?
เยี่ยฉวนผงะนิ่งอึ้งไปขณะหนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองเยี่ยหลิงพร้อมพูดกับน้องด้วยน้ำเสียงแสดงความภาคภูมิใจ “ดูสิ ดูความเก่งกาจของพี่ชาย ชุมนุมพลังเร้นลับถึงกับมารับเลือกพี่ไปเป็นสมาชิก นี่ขนาดเพิ่งมาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์เดี๋ยวเดียวเอง!”
เยี่ยหลิงยิ้มกว้างเห็นฟันเต็มปาก “ท่านพี่สุดยอด!”
“แน่ล่ะ พี่สุดยอดอยู่แล้ว!”
เยี่ยฉวนพูดอีกว่า “อันที่จริงพี่เป็นคนเงียบๆ ง่ายๆ แต่คนเช่นนี้เขาว่าอะไรนะ? ทองคำไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนย่อมเป็นทองคำอยู่วันยังค่ำ พี่ชายของเจ้า ข้า……”
“ขออภัยด้วย!”
ทันใดนั้นมู่จ้าวหลิงรีบขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน “ที่ข้ามา ไม่ใช่เพราะเจ้า……”
พูดแล้ว นางชี้มือไปทางเด็กหญิงเยี่ยหลิง “แต่เป็นนาง”
เด็กหญิงมองด้วยความแปลกใจระคนตกใจ
ส่วนเยี่ยฉวนอ้าปากค้าง ชะงักนิ่งงัน
ดูเหมือนวาจาของอีกฝ่ายจะทำให้บรรยากาศทั่วบริเวณหยุดชะงักไปในทันที
ครู่หนึ่งชายหนุ่มเป็นฝ่ายส่งเสียงหัวเราะออกมา หลังจากทำทีหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนแก้อาการขวยเขิน เขาจึงหันไปลูบศีรษะน้องสาว “ชุมนุมพลังเร้นลับของเจ้านี่ฉลาดไม่เบา……”
ว่าแล้วก็หันไปทางมู่จ้าวหลิง “ความจริงข้าก็ไม่เลวนะ ทำไมจึงไม่เลือกข้า?”
อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ล่ะ”
เยี่ยฉวนถอนใจเฮือก “ฟังแล้วเจ็บจี๊ด!”
มู่จ้าวหลิงมองหน้าเยี่ยฉวนตรงๆ “ไม่ใช่เพราะเจ้าไม่ดีพอ ทว่าเพราะเจ้าเก่งเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าเจ้ากับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ได้มีความบาดหมางต่อกัน การรับเจ้าเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมนุมพลังเร้นลับก็คงสะดวกราบรื่น ทว่าโชคร้าย……”



