Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 603

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 603 ไปเสีย! (ปลาย)

C

จากนั้นคนพูดก็หายไปในทันใด ห่างออกไป เหลียนปี่เซียนก็ยื่นพู่กันเขียนออกมาอีกครั้ง……

เบื้องล่างเหล่าคนของสำนักชางเจี้ยนเริ่มหวั่นวิตกเมื่อเห็นสิ่งนี้

เหตุเพราะพวกเขาพบว่าเหลียนปี่เซียนยืนด้วยหลังเท้าอยู่อย่างชัดเจน

ในเวลานี้ ชายชราอีกผู้หนึ่งในเสื้อคลุมสีทองหม่นแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนออกมาเบื้องหน้า แล้วเขาก็มองอย่างเย็นชาไปที่เบื้องล่าง “อีกครั้ง!”

ชายผู้นี้คือผู้พิทักษ์ฝ่ายฝ่ายขวาของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน!

ตอนนั้นเอง จ้านเถี่ยปรากฏกายต่อหน้าเขา คนมาใหม่จ้องมองไปที่ผู้พิทักษ์ฝ่ายขวาและไม่พูดอะไรเกินจำเป็น เจ้าตัวชักกระบี่เล่มใหญ่ออกมาจากหลังของตนทันทีและฟันไปที่ผู้พิทักษ์ฝ่ายขวาในฉับพลัน

ผู้พิทักษ์ฝ่ายขวายิ้มเยาะ ยกมือของตนขึ้นผลักออกไป!

ตูม!!!

ทั่วทั้งผืนฟ้าสะเทือนเลื่อนลั่น จ้านเถี่ยร่นถอยไปเป็นแนว หากแต่ในเวลาต่อมาเขาก็เร่งรุดเข้าไปอีกครั้ง

เบื้องล่าง เยว่ฉีกำลังทำหน้าถมึงทึง

เหตุเพราะชายชราทั้งสองที่ปรากฏตัวใหม่นั้นแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าที่นางคาดไว้

ไม่ว่าจะเป็นเหลียนปี่เซียนหรือจ้านเถี่ย พวกเขาทั้งคู่ค่อนข้างเป็นรองกว่าชายชราทั้งสอง หากการต่อสู้กินเวลายืดเยื้อ มันคงเป็นการเสียเปรียบอย่างมากต่อทั้งสอง!

เวลานั้นเองหมั่วซิ่วที่อยู่กลางอากาศเอ่ยเสียงต่ำขึ้นมาในฉับพลัน “ไป!”

หลังจากนั้นผู้แข็งแกร่ง 32 คนด้านหลังเขาก็เร่งรุดตรงไปที่สำนักชางเจี้ยนเบื้องล่าง

ยุทธการหมู่!

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเสียงพลันดังขึ้นจากสำนักชางเจี้ยน “จัดรูปแบบ!”

หลังจากที่เขาได้ยินเช่นนั้น ด้านบนของสำนักชางเจี้ยนก็มีกระบี่จิตวิญญาณนับไม่ถ้วนทะยานไปบนท้องฟ้าในชั่วพริบตา!

ราวแสนเล่มเป็นอย่างต่ำ!

ได้เห็นทิวทัศน์นี้ กลางอากาศสีหน้าของหมั่วซิ่วและคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนไปทันตา พวกเขาล่าถอยเพื่อเป็นการป้องกันครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ช้านาน เสียงระเบิดอันน่าตระหนกกลัวก็ดังขึ้นหลายจุดบนท้องฟ้า

ณ หอหลักของยอดเขาเจิ้นต่าว อาจารย์กู่นั่งอยู่ตรงหน้ากระดานทรายที่แสดงพื้นที่ของสำนักชางเจี้ยน

และในห้องของนางมีเพชรน้ำค้างสีม่วงหลายหมื่นก้อน!

หลังจากนั้นสักพักนางสร้างอาคมด้วยมือของนางและตะเบ็งเสียงออกมาลอยๆ “เปลี่ยนรูปแบบ!”

หลังจากนั้นด้านบนผืนฟ้าของสำนักชางเจี้ยน กระบี่จิตวิญญาณมากมายนับไม่ถ้วนพลันเปลี่ยนรูปแบบ ไม่ช้ากระบี่จิตวิญญาณก็รวมตัวเป็นกลุ่มก้อน กลายเป็นกระบี่เล่มมหึมาสิบเล่มบนอากาศด้วยความยาวสามร้อยชุ่น และพลังของกระบี่เล่มใหญ่แต่ละเล่มนั้นน่าเกรงขามยิ่งนัก ผู้แข็งแกร่งในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงไม่อาจหาญพอจะต่อกรแม้แต่น้อย!

เยว่ฉีที่อยู่เบื้องล่างพลันเอ่ย “ไป!”

หลังนางพูดจบ กระบี่แห่งแสงมากกว่าสิบๆ เล่มทะยานขึ้นฟ้าไปจากสำนักชางเจี้ยนที่อยู่เบื้องล่าง

ด้านนอกของสำนักชางเจี้ยน ผู้กล้าแกร่งหลายคนรวมตัวกันอยู่ กระนั้นไม่มีผู้ใดในหมู่ผู้แข็งแกร่งนี้มาจากสำนักผู้ตรวจการเขตแดน แต่มาจากกองกำลังที่หลากหลาย

สำนักชางเจี้ยนและสำนักผู้ตรวจการเขตแดนตกอยู่ในศึกอันบ้าระห่ำ มันเป็นไปได้ยากที่กองกำลังระดับสูงในโลกชิงฉางจะไม่แยแสต่อการณ์นี้

เห็นเพราะครั้งนี้มันอาจจะเปลี่ยนทิศทางของโลกชิงฉางก็ได้!

น่านฟ้าเบื้องบนของสำนักชางเจี้ยน ผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนทั้งสามสิบคนกำลังพัวพันอยู่กับกระบี่บิน มากไปกว่านั้น เยว่ฉีและผู้อื่นเริ่มลงมือ ฉะนั้นสำนักชางเจี้ยนในตอนนี้จึงไม่ได้เสียเปรียบอีกต่อไป

แน่นอนว่ามันเป็นเพราะค่ายกลกระบี่!

และในตอนนี้ ศีรษะของผู้แข็งแกร่งในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนพลันหลุดลอยกระเด็น!

เมื่อรับรู้ถึงสิ่งนี้ สีหน้าของหมั่วซิ่วก็เปลี่ยนไปอย่างหนักในทันที!

อีกแล้ว!

เพชฌฆาตลึกลับปรากฏกายอีกครั้ง!

หมั่วซิ่วกล่าวอย่างรวดเร็วด้วยความเดือดดาล “ระวังตัว มีเพชฌฆาตแฝงตัวอยู่ในความมืด! เขา……”

ก่อนที่จะได้พูดจบ ศีรษะของผู้แข็งแกร่งในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนก็หลุดลอย!

ศีรษะของผู้แข็งแกร่งกระเด็นออกไป ดวงตายังคงเบิกกว้าง เขาสิ้นชีพไปด้วยความเสียใจที่ไม่สิ้นสุดเป็นแน่

หมั่วซิ่วกล่าวอย่างรีบร้อน “ถอยกลับไปป้องกัน อยู่ใกล้กันไว้!”

ไม่ช้าผู้อยู่ในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง 27 คนรวมตัวและอยู่ใกล้กันอย่างว่องไว

พวกเขาไม่เกรงกลัวในการต่อสู้เผชิญหน้ากัน หากแต่พวกเขาไม่สามารถป้องกันตนเองจากเหล่าผู้ลอบโจมตีด้านหลังของพวกเขาได้!

เยว่ฉีมองไปรอบๆ นาง ผู้ใดกันที่ช่วยเหลือพวกนางจากในความมืด?

โดยที่ไม่ได้คิดมากไปนัก นางจ้องมองไปที่หมั่วซิ่วและคนอื่นๆ “โจมตีบัดเดี๋ยวนี้!”

ด้วยเหตุนี้ นางและเหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักชางเจี้ยนเร่งรุดมุ่งไปที่หมั่วซิ่วและคนอื่นๆ

กระนั้นในเวลานี้ ผู้แข็งแกร่งทั้ง 12 ในชุดเสื้อคลุมสีทองที่ยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใดตั้งแต่ก่อนหน้าอยู่ๆ ก็หายไปในบัดดล

ตูม!!!

เบื้องล่าง หอหลักของยอดเขาเจิ้นต่าวพังทลายลงมาในฉับพลัน ไม่เพียงแค่ผืนดินที่ทรุดลง แม้แต่ทั่วทั้งเขาเจิ้นต่าวก็ทลายไปกว่าครึ่ง!

ด้วยการทลายลงของเขาเจิ้นต่าว เหล่ากระบี่จิตวิญญาณทั่วสำนักชางเจี้ยนจึงสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ครั้นคนทั้งสิบสองเข้าร่วมสงคราม สถานการณ์ในสมรภูมิกลับตาลปัตรไปในบัดดล และสำนักชางเจี้ยนก็ถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว!

เหตุเพราะกำลังรบของคนทั้งสิบสองนั้นแข็งแกร่งเหนือเหล่าผู้ที่อยู่ในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!

หลังจากบุคคลทั้งสิบสองเข้าร่วมการต่อสู้ เหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักชางเจี้ยนเริ่มตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ในเวลาเดียวกันสามคนในนั้นก็พุ่งเข้ามารุมล้อมเยว่ฉี

ข่มจิตไว้!

หากเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง เยว่ฉีหาได้เกรงกลัว แต่ในตอนนี้เป็นสามต่อหนึ่ง เยว่ฉีต้องใช้กำลังอย่างมากแน่นอน

พ่ายแพ้!

หลังเหล่าคนทั้งสิบสองเข้าร่วมการต่อสู้ สำนักชางเจี้ยนเริ่มถูกตีแตกพ่ายอย่างฉับไว

ณ เวลานี้ ดาบแห่งแสงทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า หลังจากที่บินขึ้นไปในอากาศ มันสั่นไหวอย่างรุนแรงและแปรเป็นค่ายกลกระบี่ขนาดมหึมาในทันที!

ค่ายกลกระบี่!

อาจารย์กู่เป็นผู้เริ่มการเคลื่อนไหว แม้ยอดเขาเจิ้นต่าวจะถูกทำลายไป แต่นางยังคงไม่สิ้นชีวิต!

ท่ามกลางอากาศ ค่ายกลกระบี่ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นด้านบนของชายคนสวมชุดสีทองทั้งสอง ในชั่วขณะกระบี่ลมปราณสีทองบินไปฟาดฟัน 12 คน โดยตรง

ตูม! ตูม! ตูม!

ในผืนฟ้าเสียงตูมตามมีให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง

กระนั้นหลังจากเวลาครู่หนึ่ง กระบี่ลมปราณและค่ายกลกระบี่บนท้องฟ้าพลันหายไปในบัดดล และ 12 คนเหล่านั้นไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บหลังจากการโจมตี

เมื่อเห็นทิวทัศน์นี้ ใบหน้าของเหล่าชนแห่งสำนักชางเจี้ยนซีดเซียว

เวลานี้เองร่างหนึ่งก็ลอยกระเด็นออกมาไม่ไกลนัก!

นั่นคือเยว่ฉี!

เยว่ฉีถูกส่งไปไกลนับร้อยๆ ชุ่น และเมื่อนางหยุดลงกับที่ โลหิตพลันไหลทะลักออกมาจากปากของนาง!

กระนั้นเหล่าผู้แข็งแกร่งในชุดเสื้อคลุมสีทองทั้งสามปรากฏกายเบื้องหน้านางอีกครั้ง

เยว่ฉีหรี่ตาน้อยๆ ขณะกำลังจะจู่โจมต่อ ทันใดนั้นเองเยี่ยฉวนก็เผยกายต่อหน้านาง

เมื่อเห็นเยี่ยฉวน เยว่ฉีเกิดเดือดดาลขึ้นมาทันใด “ไปเสีย!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!