บทที่ 714 ท่านพี่ (ต้น)
เปรี้ยง!
เยี่ยฉวนใช้แผ่นยันต์กระแทกเข้าใส่ตู๋กูเลี่ย พลันฝ่ายนั้นถอยหลังกรูดหลายต่อหลายครั้งติดต่อกัน ชายชราถอยอย่างต่อเนื่องห่างไปไกลกว่าสามสิบจั้ง!
ภาพที่ปรากฏต่อหน้า ทำให้ทุกคนนิ่งตะลึงตัวแข็งค้าง
เขาถูกต้อนกลับอย่างนั้นหรือ?
ถึงกระนั้นยอดฝีมือขั้นพลังสูงสุดพากันจ้องเขม็งไปยังแผ่นยันต์ในมือที่ชายหนุ่มถือ
เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขาเจอปัญหาเสียแล้ว
คนที่อยู่ตรงข้ามเยี่ยฉวน ตู๋กูเลี่ยมองแผ่นยันต์ในมือของชายหนุ่ม “นั่นมันยันต์อะไร?”
เยี่ยฉวนไม่ตอบคำถามของชายชราทว่ากลับถามขึ้นภายในหัวของตนเองว่า “แม่นางเจียน ข้าจะใช้มันได้อย่างไร?”
เจียนจื่อไจ้กล่าวตอบมาว่า “ถ้าเจ้าต้องการกระตุ้นใช้งาน จะต้องขัดเกลาเสียก่อน นี่เจ้ายังไม่ได้ทำการขัดเกลาอะไรเลยดังนั้นจึงใช้งานไม่ได้”
ชายหนุ่มพูดไม่ออก “ถ้างั้นตอนนี้ก็เป็นเศษเหล็กดีๆ นี่เองสินะ?”
สตรีพูดหน้าตาเฉย “เจ้าก็ใช้แผ่นยันต์ตีตาแก่นั่นได้นี่!”
เยี่ยฉวน “…”
เสียงตู๋กูเลี่ยถามมาแต่ไกล “เยี่ยฉวนบอกข้ามาสิ่งที่เจ้าถืออยู่มันคืออะไร?”
คนถูกถามนึกสนุกจึงตอบไปว่า “สิ่งนี้เขาเรียกว่า ‘อาปา’ ไงล่ะ”
“อาปา?”
เสียงชายชรารำพึงกับตนเองพลางขมวดคิ้ว “อาปา?”
ชายหนุ่มอมยิ้ม “ดีมากเจ้าลูกชาย!”
ไอ้ตัวแสบ!
พลันตู๋กูเสวียนซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เยี่ยฉวนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เป็นเหตุให้คนโดยรอบหน้าจืดเจื่อนไปตามกัน
พลันตู๋กูเลี่ยซึ่งยืนตีหน้างงงันในที่ไกลออกไปจะรู้สึกตัว จึงหันขวับมามองชายหนุ่มด้วยแววตาเยือกเย็น “เมื่อกี้เจ้าท้าสู้กับข้าตัวต่อตัวไม่ใช่หรือ? เข้ามา แสดงให้ข้าดูหน่อยสิว่าไอ้สารเลวอย่างเจ้ามันจะแน่สักแค่ไหน?”
จากนั้นคนพูดยื่นสองมือออกไปข้างหน้าพลันประกบเข้าหากัน ก่อนจะค่อยๆ ดึงออกจากกันช้าๆ
ฟึ่บบบ!
ช่องอากาศที่อยู่เบื้องหน้าชายชราฉีกแยกออกจากกันทันที พลันกระแสดำทะมึนพุ่งพรวดออกจากรอยฉีกแยกนั้น จากนั้นมันจึงรวมตัวกันกลายเป็นกำปั้นขนาดมหึมา!
ตู๋กูเยี่ยขยับเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่งพร้อมกับผลักพลังปะทะออกไป
ตูม!
กำปั้นสีดำทะมึนแปรเปลี่ยนประหนึ่งลำแสงพุ่งวาบเข้าหาเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็ว!
พลังสสารมืด!
เยี่ยฉวนซึ่งยืนอยู่ในที่ไกลออกไป ยามนี้เขาไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่น้อยจึงพุ่งตัวตรงไปข้างหน้า ขณะนั้นมือข้างขวาเลื่อนไปแตะด้ามกระบี่ที่เอวก่อนกระชากออกมาพร้อมกับฟาดลงไปตรงๆ
ฉัวะ!
แสงแห่งกระบี่ทะยานตัดผ่านกลางลานโล่ง
ตูม!
พลังฟาดหนักหน่วงของเยี่ยฉวนตรงเข้าสกัดพลังกำปั้นยักษ์จนมันหยุดชะงักอยู่กับที่
ขณะนั้นเองชายหนุ่มไม่รอช้าผลักออกฝ่ามือข้างขาพุ่งไปข้างหน้า “ทำลาย!”
ตูม!
พลังหมัดดำทะมึนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ขณะเดียวกันกับมีเสียงระเบิดดังเปรี้ยงปร้างในทันที!
อย่างไรก็ตามฉับพลันนั้นเงาทะมึนวูบเข้ามาดุจสายฟ้าประจันหน้ากับเยี่ยฉวน–
ตูม!
สิ้นเสียงสนั่นดัง ร่างของชายหนุ่มปลิวหวือห่างไกลไปกว่าสามร้อยจั้งในคราวเดียว!
เยี่ยฉวนฉวยจับด้ามกระบี่ไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนที่จะกระแทกปลายกระบี่ลงบนพื้นที่เบื้องหน้าตนเต็มแรงจึงทำให้เขาหยุดอยู่กับที่
และชายชราตู๋กูเลี่ยย้อนกลับไปยืนปักหลักตรงที่เดิมของตน
ขณะที่ชายชราจับจ้องมายังเยี่ยฉวนด้วยแววตาเยือกเย็น พร้อมกับเผยฝ่ามือ มีพลังงานบางอย่างไหลเวียนเข้ารวมตัวบนนั้น
พลังงานจุดกำเนิด!
ขณะที่พลังจุดกำเนิดไหลเวียนมาเพิ่มขึ้นทุกขณะ พื้นที่สุญญากาศรอบตัวของตู๋กูเลี่ยบังเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นทุกที
ที่ไกลออกไปชายหนุ่มจับตามองนิ่งอึ้ง เขารู้ได้ทันทีว่าตู๋กูเลี่ยมิได้ใช้พลังที่แท้จริงให้ปรากฏ
ตั้งแต่เริ่มปะทะกัน ชายชราใช้พลังทลายสุญตาก่อน จากนั้นพลังที่ปลดปล่อยออกมาเป็นขั้นพลังจุดกำเนิด!
เยี่ยฉวนตัดสินใจที่จะไม่ออมมือ ดังนั้นจึงขยับมือคว้ากำด้ามกระบี่ที่เอวในเวลาเดียวกันนั้น พลันพลังปณิธานกระบี่ที่ออกจากกระบี่หลากทะลักดุจกระแสน้ำ
ทันทีที่เห็นภาพพลังปณิธานกระบี่ ยอดฝีมือสองคนซึ่งมีพลังขั้นสูงสุดในที่ไม่ห่างกันนักต่างจับตามองดูด้วยความประหลาดใจ
คนที่อยู่ตรงกันข้าม ตู๋กูเลี่ยจ้องเขม็งมายังเยี่ยฉวน พลันนั้นเองชายชราหายวับไปพร้อมกับพลังจุดกำเนิดอันแข็งแกร่งพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม
ที่ใดที่พลังพุ่งผ่านส่งให้ชั้นอากาศในบริเวณสะเทือนสั่นไหว ดุจฝันร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
เยี่ยฉวนเมื่อเห็นดังนั้นเขารีบกดฝ่าเท้าขวาลงบนพื้นทันที
เปรี้ยง!
เสียงดังสนั่นด้วยบริเวณพื้นที่ใต้ฝ่าเท้าปริแตกออกทันที ในเวลาเดียวกันคนก็ทะยานไปข้างหน้าพร้อมตวัดกระบี่และฟาดลงไปอย่างรุนแรง
ออกกระบี่ชี้ชะตา!
ด้วยพลังฟาดหนักหน่วงยังผลให้ชั้นอากาศเบื้องหน้าเยี่ยฉวนแยกออกจากกัน และส่งให้พลังจุดกำเนิดที่ชายชราเป็นผู้ปลดปล่อยมาก่อนหน้าแหลกละเอียดกระจายหายไปอย่างรวดเร็ว ทว่าร่างของชายหนุ่มก็ถึงกับผงะเงิบห่างไปกว่าสามสิบจั้งเช่นกัน
เมื่อเขาหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ จึงสังเกตเห็นที่บริเวณมุมปากมีธารโลหิตไหลซึมลงมาเป็นทาง
ฟากฝั่งตรงกันข้ามนั้น ตู๋กูเลี่ยทอดสายตามองเยี่ยฉวนแน่วนิ่งและเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าเป็นคนที่สามารถมากจริงๆ”
ชายหนุ่มบิดมุมปากแสยะยิ้ม “เข้ามา!”
ชายชรามองคนตรงหน้านิ่งนาน ในที่สุดก็เบนหน้าไปยังคนอื่นที่ยืนล้อมรอบตนเองและบอกกับคนเหล่านั้นว่า “ทุกคนฟังให้ดี นี่เป็นเรื่องภายในของตระกูลตู๋กู พวกเราจะแก้ไขด้วยตัวเอง!”
ขณะที่พูดเขาได้กวาดสายตามองไปยังผู้อาวุโสแห่งตระกูลกู้และตระกูลเหยี่ยนซึ่งอยู่ไม่ไกลไปพร้อมกัน “พี่กู้ถง พี่เหยี่ยนเจี้ย เรื่องของตระกูลตู๋กูพวกเราสามารถจัดการเองได้ คงไม่ต้องรบกวนพวกท่าน”
ชายชรานามว่ากู้ถงพูดยิ้มๆ ว่า “พี่ตู๋กูเลี่ย ตระกูลกู้และตระกูลตู๋กูมีความสนิทสนมกันมาหลายชั่วอายุคน ตอนนี้ตระกูลตู๋กูมีเรื่อง ท่านจะให้ตระกูลกู้ของข้าทำปิดหูปิดตาไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างไรกัน?”
อีกคนที่มีนามว่าเหยี่ยนเจี้ยกล่าวขึ้นบ้างว่า “พี่กู้พูดถูก อย่างไรก็ตามชายคนนี้แอบเข้ามาในแดนแห่งไฟชำระโดยไม่ได้รับอนุญาต เท่ากับกระทำละเมิดต่อเขตแดนตระกูลเหยี่ยนเราด้วยเช่นกัน ถ้าท่านไม่สามารถจับมันได้ ตระกูลเหยี่ยนก็จะแสดงฝีมือ”
เมื่อได้ยินวาจาของสองผู้อาวุโส พลันสีหน้าของตู๋กูเลี่ยทั้งหมองคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด
คนที่ยืนห่างออกไปจากพวกเหล่านี้ เยี่ยฉวยยิ้มน้อยๆ พลางบอกกับอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน “เจ้าอยากจะกีดกันคนพวกนี้ออกไปให้พ้นทาง จากนั้นเจ้าจะได้ฉกสมบัติล้ำค่าของข้าไปคนเดียวสินะ……ความคิดไม่เลวนี่ โชคร้ายหน่อยนะที่พวกนั้นไม่ตกหลุมพรางของเจ้า ฮ่าๆ……”
ตู๋กูเลี่ยนหันขวับมายังชายหนุ่มก่อนพูดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว “เยี่ยฉวน สมบัติล้ำค่านั่นเป็นสมบัติของตระกูลตู๋กู……”
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “สมบัติของตระกูลตู๋กูงั้นหรือ? ถ้าเจ้าบอกว่ามันเป็นสมบัติของตระกูลตู๋กู ก็ต้องเป็นอย่างที่เจ้าพูดงั้นหรือ?”
ตู๋กูเลี่ยไม่ตอบ สายตาจ้องเขม็งที่เยี่ยฉวนครู่ต่อมาชายชราพยักหน้ากับบอกอีกฝ่ายว่า “เจ้าท้าสู้ตัวต่อตัวกับข้าไม่ใช่หรือ? เข้ามา ลงมือได้!”



