Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 717

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 717 ฆ่า! (ปลาย)

C

แม้แต่ตู๋กูเหลียนเองถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความรู้สึกบอกตนว่าเยี่ยฉวนเป็นตัวอันตราย!

อันตรายร้ายแรง!

ในเวลานั้นเยี่ยฉวนแสยะยิ้มน่าเกลียดน่ากลัว “ไอ้เดนนรก!”

จากนั้นเขาได้กดปลายเท้าลงบนพื้นเล็กน้อย

ฉึก!

ภาพที่ปรากฏ ลำแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งวาบ

รวดเร็ว!

ความเร็วเกินพิกัดจนทุกคนในที่นั้นไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างถนัดชัดเจน!

ขณะเดียวกันทางด้านตู๋กูเหลียนสีหน้าแปรเปลี่ยนสิ้นเชิง ด้วยเขาเองก็มองไม่เห็นลำแสงสีทองได้ถนัดชัดตาเช่นเดียวกับคนอื่น ดังนั้นขณะกำลังจะขยับเคลื่อนไหวพลันลมหายใจประหลาดทะยานเข้ามาถึงตัวเสียก่อน

ตูม!

ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นสะท้านสะเทือน จากนั้นร่างของใครคนใดคนหนึ่งกระเด็นหวือไป

เป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากร่างของตู๋กูเหลียนนั่นเอง!

ขณะที่ชายวัยกลางคนถูกผลักดันด้วยพลังจนถอยออกไปไกลนั้น ร่างของเขาค่อยๆ ปริแตกออกทีละนิดฉะนั้นทันทีที่เขาหยุดนิ่งลงจึงคงเหลือเพียงร่างวิญญาณอยู่ที่นั่น!

สิ่งที่บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาทำให้ทุกคนตะลึงงันมองดูด้วยความอัศจรรย์ใจ

ตู๋กูเหลียน ประมุขแห่งตระกูลตู๋กูพ่ายแพ้แล้ว เช่นนี้งั้นหรือ?

ทางด้านตู๋กูเหลียนเจ้าตัวซึ่ง ณ เวลานี้เป็นร่างวิญญาณแล้วถึงกับงงงัน เขาเพิ่งมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น “นี่มัน……นี่มันอาวุธอะไรกันแน่……”

ขณะนั้นเยี่ยฉวนเดินไปหยุดที่เบื้องหน้ากรงขังเยี่ยหลิงและมองดูอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง ขณะนั้นเด็กหญิงยังคงสลบไสลไม่ได้สติ เวลานี้รอบกายของเยี่ยฉวนเปล่งประกายความกระหายการเข่นฆ่าออกมาทั่วทั้งร่างประหนึ่งกระแสน้ำไหลเวียนมิรู้หยุดหย่อน

ฆ่า!

เขาบอกเสียงขรึม “ดูแลนางด้วย!”

ว่าแล้วชายหนุ่มหมุนตัวหันหลังและทะยานตรงเข้าหาตู๋กูเหลียน ซึ่งอีกฝ่ายเมื่อเห็นเข้าเช่นนั้นพลันตู๋กูเหลียนในร่างวิญญาณหน้าเผือดซีดและถอยหลังกรูดอย่างไม่เป็นท่า ตอนนั้นตู๋กูเลี่ยและยอดฝีมือสองคนของตระกูลตู๋กูปรากฏออกมาขวางเบื้องหน้าเยี่ยฉวนทันที!

คนเหล่านี้มีพลังขั้นสูงสุด!

เยี่ยฉวนไม่พูดพร่ำทำเพลง พร้อมกับตวัดกระบี่ฟันออกไปตรงหน้า

ชั่วขณะหนึ่งพลังปริศนาไหลเข้าหลอมรวมในกาย กระบี่ที่ฟาดออกไปจึงรุนแรงประหนึ่งจะผ่าครึ่งโลกออกเป็นสองส่วนได้ก็มิปาน เป็นอะไรที่เลวร้ายและน่าสะพรึงกลัวต่อผู้ที่ได้พบเห็นเป็นที่สุด

สีหน้าของตู๋กูเลี่ยและคนแกร่งกล้าอีกสองถึงกับถอดสีซีด พวกมันไม่กล้าลงมือโดยพลการและตกลงใจที่จะร่วมลงมือพร้อมกัน ดังนั้นพลังทำลายล้างประสานกันสามพลังมุ่งเข้าหาเยี่ยฉวน

อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่เยี่ยฉวนสะบัดกระบี่ฟาดลงไปนั้น สามพลังประสานพลันกลับคืนสู่สภาวะปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ขณะเดียวกันร่างของตู๋กูเลี่ยพลันฉีกแยกออกเป็นสองส่วน แม้แต่ร่างวิญญาณก็ไม่อาจรักษาไว้ได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าทำให้กู้ถงและพวกที่เหลือสีหน้าเผือดซีดพลันต่างคนต่างพากันล่าถอย

เยี่ยฉวนยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขามุ่งตรงไปยังคนของตระกูลตู๋กูซึ่งเป็นคนแข็งแกร่งขั้นพลังสูงสุดอีกสองคน ทั้งคู่เมื่อเห็นเช่นนั้นต่างพากันหันหลังกลับวิ่งอ้าวออกไป ชายหนุ่มรวดเร็วกว่าพวกนั้นมากนัก ดังนั้นเพียงเสี้ยวกะพริบตาศีรษะของทั้งสองคนก็ขาดสะบั้นหลุดจากร่าง

วินาทีสังหาร!

เขาใช้วินาทีสังหารเด็ดหัวคนแข็งแกร่งขั้นพลังสูงสุด!

เมื่อเห็นเช่นนั้นพาให้คนอื่นที่กำลังล้อมรอบหน้าตาตื่นด้วยความตกใจและทยอยหลบหนีหายไปทีละคน

แม้กระทั่งตู๋กูเหลียนก็หนีไปด้วยเช่นกัน

เยี่ยฉวนหันมองไปรอบบริเวณเห็นกู้ถงกับพวกยืนอยู่ไม่ห่างออกไป ขณะที่กู้ถงกำลังจะอ้าปากพูดนั้นเอง ชายหนุ่มดีดตัวกระโจนขึ้นสู่อากาศพร้อมกับฟาดกระบี่ลงไปข้างหน้า

แสงแห่งกระบี่สีทองอะร้าอร่ามทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน

ไม่มีอะไรจะหยุดยั้ง!

ความคิดคำนึงครั้งสุดท้ายวูบขึ้นในใจของกู้ถง

ฉัวะ!

ก่อนที่ใครๆ จะทันโต้กลับ กายเนื้อของกู้ถงปริแยกแบ่งครึ่งเสียแล้ว อีกทั้งดวงทิพย์วิเศษประจำกายได้ถูกทำลายสิ้นไม่มีเหลือ!

ภายหลังจากใช้หนึ่งกระบี่กำจัดกู้ถงเรียบร้อยแล้ว เยี่ยฉวนหมุนตัวกลับหลังหันพร้อมกับฟาดกระบี่ฟันลงเบื้องหน้าครั้งหนึ่ง พลันแสงกระบี่พุ่งวาบตัดผ่านกลางลาน

ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ……

ทั่วทั้งบริเวณโดยรอบ คนกล้าแกร่งขั้นพลังจุดกำเนิดกว่ายี่สิบคนถูกฆ่าฟันล้มตายลงในชั่วพริบตา คนเหล่านี้ไม่มีผู้ใดเหลือรอด!

และที่กลางลานมีเพียงคนเดียวที่ยังรอดชีวิต เหยี่ยนเจี้ยแห่งตระกูลเหยี่ยน

เยี่ยฉวนเขม้นมองคนที่ยืนอยู่ขณะที่เขาขยับจะเคลื่อนไหว พลันเหยี่ยเจี้ยหน้าเผือดซีดและรีบพูดโดยเร็วว่า “น้องชาย ตระกูลเหยี่ยนไม่เคยมีเจตนาร้ายกับเจ้า!”

ชายหนุ่มยืนมือกุมด้ามกระบี่แน่น ประดุจกำลังลังเลใจก็มิปาน

เสียงเหยี่ยนเจี้ยพูดรัวเร็ว “น้องชาย ตระกูลเหยี่ยนไม่มีเจตนาร้ายกับเจ้าเลย”

เยี่ยฉวนนิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงบอกกับคนตรงหน้าว่า “ข้าก็ไม่มีเจตนาร้ายกับตระกูลเหยี่ยนเช่นกัน เจ้าไปได้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเหยี่ยนเจี้ยแสดงออกถึงความโล่งหัวอกอย่างเห็นชัด ดูเหมือนเขาคิดได้บางอย่างจึงหันมาบอกชายหนุ่มว่า “น้องชาย เวลานี้ตระกูลกู้และตระกูลตู๋กูคงไม่ยอมให้เรื่องเงียบไปเฉยๆ แน่ ถ้ายังไงเจ้าต้องระมัดระวังให้มาก”

จากนั้นเขารีบผลุนผลันออกไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่เหยี่ยนเจี้ยออกไปแล้ว ชายหนุ่มยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นครู่ จึงเดินกลับไปหาเยี่ยหลิงและตู๋กูเสวียน “ไปกันเถอะ!”

ทันใดนั้นตู๋กูเสวียนพูดขึ้นว่า “กลับเข้าไปที่แดนแห่งไฟชำระ!”

เยี่ยฉวนเงยหน้ามองด้วยความสงสัย “ทำไม?”

สตรีผู้เป็นมารดาตอบว่า “พวกเราหนีไปได้ไม่ไกลหรอก ตระกูลตู๋กูและตระกูลกู้จะไม่มีวันยอมปล่อยเรื่องนี้ อีกอย่างเจ้าเองก็ต้องรีบรักษาอาการบาดเจ็บไม่ใช่หรือ?”

ชายหนุ่มนิ่งฟังพลางครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นจึงพยักหน้าตอบรับ “ถ้างั้นกลับเข้าไปที่แดนแห่งไฟชำระ”

ขณะที่พูดพลางมองไปยังเด็กน้อยเยี่ยหลิง “นางเป็นอย่างไรบ้าง?”

ตู๋กูเสวียนเอื้อมมือลูบแก้มของเยี่ยหลิงอย่างแผ่วเบา “นางคงไม่เป็นอะไรมาก แต่วิญญาณแก่นกำเนิดค่อนข้างเสียหายไม่น้อย”

มือของเยี่ยฉวนพลันเกร็งกำหมัดเข้าหากันแน่น “ข้าจะไม่มีวันยกโทษให้ตระกูลตู๋กูเด็ดขาด!”

จากนั้นจัดการยกร่างของเด็กน้อยขึ้นมาอุ้มและเดินกลับเข้าไปในแดนแห่งไฟชำระ

โดยมีตู๋กูเสวียนเดินตามมาไม่ห่าง

ไม่นานทั้งหมดมาถึงยังแดนแห่งไฟชำระชั้นที่แปด

เมื่อไปถึงพลันชุดเกราะทองคำเทพแห่งความมืดของเยี่ยฉวนหายวับไปทันที จากนั้นร่างของเขาทรุดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

ในขณะนั้นจู่ๆ ชายหนุ่มบังเกิดอาการสั่นสะท้านอย่างรุนแรงและเกิดรอยปริแตกไปทั่ว ปานประหนึ่งร่างกายกำลังจะแตกสลายอย่างไรอย่างนั้น……

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!