บทที่ 732 นางคือมนุษย์ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้ที่บรรลุขั้นสูงสุดของเต๋าแห่งกระบี่ (ปลาย)
ได้ยินเช่นนั้นหางตาของสัตว์อสูรคู่สนทนากระตุกเล็กน้อย มันหาได้เอ่ยสิ่งใด
เยี่ยฉวนกดเสียงต่ำ “เจ้ามาจากสำนักเซียนชั้นสูงจึงไม่ยอมขายขี้หน้าหรือ?”
สัตว์อสูรตัวน้อยท่าทางเดือดดาลก่อนจะใช้กรงเล็บแหลมชี้ไปที่แสกหน้าของมันเอง ในเวลาต่อมาก็มีเลือดหยดหนึ่งลอยไปทางคนมนุษย์
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มก็เก็บเลือดหยดนั้นมา ราวกับรำลึกถึงบางสิ่งได้เขาก็จ้องมองไปที่สัตว์อสูรอีกฝ่าย “เลือดของเจ้าจะเทียบได้กับเลือดของสำนักมังกรหรือ?”
สัตว์อสูรตัวน้อยจับจ้องไปที่เยี่ยฉวนอย่างเย็นชาและหาได้เอ่ยสิ่งใด
เยี่ยฉวนยักไหล่จากนั้นก็ถอยไปอยู่ด้านหนึ่ง เขาเอ่ยถามในใจ “แม่นางเจียน ร่างกายของข้าจะแข็งแกร่งขึ้นหลังกลืนกินเลือดนี่หรือไม่?”
“เจ้าจะรู้ได้หลังจากที่เจ้าลองกิน” เสียงเจียนจื่อไจ้ว่า
เยี่ยฉวนครุ่นคิด จากนั้นก็กลืนเลือดลงไปทันที
ยามที่เลือดนั้นไหลผ่านช่วงท้องเขา พลังอันยิ่งใหญ่พลันแพร่กระจายอยู่ในร่าง ในเวลาต่อมา ชายหนุ่มรู้สึกว่าอวัยวะภายในทั้งห้าของตนนั้นร้อนเร่าราวกับกำลังโดนไฟแผดเผา ซึ่งแท้จริงแล้วพวกมันไหม้ไปแล้วต่างหาก
ไม่ไกลออกไป สัตว์อสูรตัวเล็กประหลาดใจเล็กน้อยยามที่เห็นเช่นนี้
ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ เจียนจื่อไจ้ทอดถอนหายใจเสียงต่ำ “เป็นเด็กที่โง่เขลาอะไรเช่นนี้…”
เยี่ยฉวน “……”
อีกด้านหนึ่งตู๋กูเสวียนกำลังเป็นกังวล ท้ายที่สุดนางจ้องมองไปที่สัตว์อสูรตัวน้อยที่อยู่ไม่ไกล มันกล่าวเสียงทุ้ม “เลือดของข้านั้นมีพลังหยางขั้นสูงสุด หากเขาต้านทานมันได้ เขาก็จะได้รับประโยชน์อย่างมาก แต่ถ้าหากว่าต้านทานไม่ได้…”
พอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไป “หากนางคิดว่าข้าพยายามจะสังหารเจ้ามนุษย์นั่น……ไม่ได้นะ เขาจะตายไม่ได้ เขาจะตายไม่ได้!”
ด้วยเหตุนี้มันจึงปรากฏตัวต่อหน้าเยี่ยฉวนซึ่งกำลังถูกแผดเผาอยู่ทันที มันจัดการใช้อุ้งเท้าข้างหนึ่งกดที่ไหล่ของชายหนุ่ม ฉับพลันนั้นพลังอันทรงพลังได้สลายเปลวไฟรอบๆ คนมนุษย์ ในเวลาเดียวกันพลังลึกลับก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเยี่ยฉวนอย่างต่อเนื่อง มันเริ่มปกป้องเส้นเลือด กระดูก และอวัยวะภายในทั้งห้า
ด้วยวิธีนี้ทำให้ใช้เวลาอยู่นานในการจะทำให้ร่างกายของเยี่ยฉวนค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติ สัตว์อสูรตัวน้อยถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วถอยกลับไปที่เดิม
ตู๋กูเสวียนกำลังจะเข้าไปโอบเยี่ยฉวนไว้ในอ้อมแขนของนาง แต่สัตว์อสูรตัวน้อยก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “อย่าแตะต้องเขา ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนไป”
ตู๋กูเสวียนชะงักขณะที่ยังมองบุตรชายตนบนพื้น น้ำตาของนางไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้
ทันใดนั้นสัตว์อสูรตัวน้อยก็เงยหน้าขึ้น แลเห็นชายวัยกลางคนเดินเข้ามาไม่ไกล
นั่นคือกู่เหลียนแห่งตระกูลกู่
ข้างหลังกู่เหลียนมีชายชราสองคนในชุดขาว ทั้งสองคนถือไม้เท้ายาวสีขาวสองอัน เท้าของพวกเขาอยู่ห่างจากพื้นประมาณหนึ่งฉื่อ ตัวลอยอยู่ในอากาศ
เมื่อเห็นพวกเขา ตู๋กูเสวียนก็ผุดลุกไปยืนบังข้างหน้าเยี่ยฉวนและเยี่ยหลิงเพื่อปกป้องพวกเขา
สัตว์อสูรตัวน้อยมองไปที่กู่เหลียนและคนอื่นๆ ด้วยใบหน้าเฉยเมย
กู่เหลียนมองไปที่เยี่ยฉวนซึ่งนอนอยู่บนพื้น ในที่สุดเขาก็มองไปที่สัตว์อสูรตัวเล็ก “ตระกูลกู่ของเราไม่ต้องการเป็นศัตรูกับท่าน ท่านจะไม่ยุ่มย่ามกับเรื่องนี้ได้หรือไม่”
สัตว์อสูรตัวน้อยหมอบอยู่ที่มุมห้องโดยไม่พูดอะไร
กู่เหลียนเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็โบกมือขวา ผลไม้สีม่วงสองผลปรากฏขึ้นและลอยไปที่สัตว์อสูรตัวเล็ก “นี่เป็นการแสดงออกถึงเจตนาดีของข้า โปรดรับไว้ด้วย”
สัตว์อสูรตัวน้อยมองไปที่ผลไม้สองผลและกำลังจะนำพวกมันออกไป ในเวลานี้ อยู่ๆ ก็มีเจ้าตัวเล็กปรากฏตัวต่อหน้ามัน
อาหลิง!
เมื่อเห็นอาหลิง ทุกคนในที่นั้นก็ตกตะลึง
อาหลิงคว้าผลไม้สีม่วงทั้งสองผลเอาไว้ ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งกลับไปที่หอคอยแห่งเรือนจำ
สัตว์อสูรตัวเล็กงุนงง
ไม่ไกลนักกู่เหลียนก็ตกตะลึงเช่นกัน
สิ่งนั้นคืออะไร?
ในเวลานี้ ชายชราชุดขาวที่อยู่ข้างหลังเขาก็พูดขึ้นทันทีว่า “จิตวิญญาณแห่งแหล่งวัตถุดิบพื้นฐาน!”
จิตวิญญาณแห่งแหล่งวัตถุดิบพื้นฐาน!
เมื่อกู่เหลียนได้ยินสิ่งนี้ ความละโมบก็ฉายชัดขึ้นมาในดวงตา ทว่าในไม่ช้าเขาก็เก็บซ่อนความรู้สึกนี้ไป เขามองไปที่สัตว์อสูรตัวน้อยที่พูดด้วยเสียงต่ำว่า “ข้าไม่รู้จักนาง”
มุมปากของกู่เหลียนกระตุกเล็กน้อย เขาชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะเบนนิ้วชี้อีกครั้ง ผลไม้สีม่วงสองผลลอยไปหาสัตว์ร้ายตัวน้อย
ในเวลานี้อาหลิงปรากฏกายอีกครั้ง นางเคลื่อนไหวรวดเร็วมากจนคว้าผลไม้ทั้งสองผลมาและหายตัวไปในทันที
สัตว์อสูรตัวน้อย “…”
กู่เหลียนก็หายตัวไปและตรงไปที่เยี่ยฉวน
ในขณะที่กู่เหลียนหายตัวไป สัตว์อสูรตัวน้อยก็หายไปเช่นกัน
ตูม!
เมื่อได้ยินเสียงระเบิด กู่เหลียนก็ถอยกลับไปที่ตำแหน่งเดิม
กู่เหลียนมองดูสัตว์อสูรตัวน้อย “หมายความว่าอย่างไร!”
สัตว์อสูรตัวน้อยมองไปที่กู่เหลียนอย่างเย็นชา “ออกไปจากที่นี่!”
กู่เหลียนแย้มยิ้มเล็กน้อย “เจ้าทั้งสอง เริ่มการโจมตีได้”
ไม่รอช้าชายชราชุดขาวสองคนที่อยู่ข้างหลังคนออกคำสั่งก็หายตัวไป เมื่อพวกเขาปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็อยู่ตรงหน้าสัตว์อสูรตัวน้อยแล้ว ทันใดนั้นรูปลักษณ์ของสัตว์อสูรตัวน้อยก็ดูดุร้ายขึ้นมา พริบตาต่อมามันก็ตบไปข้างหน้าอย่างฉับไว
ตู้ม!
แรงกดดันอันทรงพลังปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ชายชราสองคนถูกบังคับให้หยุดกะทันหัน แต่ในชั่วพริบตาลำแสงปริศนาก็ห่อหุ้มสัตว์อสูรตัวน้อยไว้ในทันที
สัตว์อสูรตัวน้อยพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และลำแสงที่ว่าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันเต็มไปด้วยรอยร้าวในทันที ทว่าก็ไม่ได้แตกออกเป็นชิ้นๆ
ชายชราชุดขาวคนหนึ่งหันไปมองกู่เหลียน “เร็วเข้า เราสามารถถ่วงเวลามันไว้ได้ไม่เกินหนึ่งถ้วยชาเท่านั้น!”
กู่เหลียนพยักหน้าแล้วหายตัวไปจากตรงนั้นทันที เมื่อเขาปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง เขาก็อยู่ตรงหน้าเยี่ยฉวนแล้ว ในขณะนี้ตู๋กูเสวียนยังยืนบังเยี่ยฉวนอยู่ เมื่อนางกำลังจะเคลื่อนไหว กู่เหลียนก็คว้าคอนางไว้ ทว่าตู๋กูเสวียนกลับหายตัวไป แล้วกู่เหลียนก็หันขวับกลับไปทันทีพร้อมฟาดลงไป
ตู้ม!
ตู๋กูเสวียนถอยกลับอย่างต่อเนื่อง กู่เหลียนไม่สนใจตู๋กูเสวียนและพยายามจับกุมเยี่ยฉวนซึ่งอยู่บนพื้น ในเวลานี้เยี่ยหลิงก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าเยี่ยฉวน นางจ้องไปที่กู่เหลียน “อย่าได้ริอ่านทำร้ายพี่ชายของข้า!”
พร้อมกันนั้นนางก็โบกมือขวา ฉับพลันนั้นเองลมปราณอันเย็นยะเยือกก็พุ่งตรงไปที่กู่เหลียน
กู่เหลียนพูดอย่างเดือดดาล “ไปให้พ้น!”
พูดเสร็จก็โบกมือทันที ลมปราณอันเย็นเยือกนั่นพลันแตกสลายไป ในเวลานั้นลำแสงที่กักกันสัตว์อสูรตัวน้อยก็แตกออก
ชายชราทั้งสองตกใจ พวกเขารีบหันกลับและหนีไป
ซึ่งกู่เหลียนเองก็ตกใจเช่นกัน ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง เขาคว้าตัวเยี่ยหลิงที่อยู่ข้างหน้าเขา หันหลังกลับและหายตัวไปจากตรงนั้นในบัดดล
เมื่อเห็นเยี่ยหลิงถูกจับไป ตู๋กูเสวียนก็ตกใจมากและรีบวิ่งออกไป อย่างไรก็ตามกู่เหลียนและชายชราสองคนกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ตู๋กูเสวียนกำลังจะตามพวกเขาไป แต่นางก็ถูกจับไว้ด้วยมือหนึ่ง นางหันกลับไปและพบว่าคือเยี่ยฉวน
เยี่ยฉวนเอ่ยเบาๆ “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า!”
ตู๋กูเสวียนรีบคว้ามือเยี่ยฉวนไว้และกล่าวว่า “อย่าไปที่ตระกูลกู่ ตระกูลกู่มีรากฐานที่หยั่งลึกและมีผู้ที่แข็งแกร่งมากมาย พวกเขา…”
เยี่ยฉวนค่อยๆ กำมือของตนแน่น สีหน้าดูบิดเบี้ยวยิ่งนัก “มันจะไม่เป็นอันใดเลยหากพวกมันทำร้ายข้า ทว่าหากพวกมันกล้าทำร้ายน้องสาวข้า ข้าจะฆ่าพวกมันแม้ว่าพวกมันจะเป็นเซียนก็ตาม!”



